กลับชาติมาเกิดใน Urban Fantasy

    ตอนที่สี่สิบหก เทงกรี

    ตอนที่สี่สิบหก เทงกรี

    ฮาคิราชันย์คือฮาคิที่แข็งแกร่งที่สุดและ op ที่สุด เราไม่ต้องรู้ของอย่างฮาคิสังเกต และรู้แค่ฮาคิเกราะเพียงแค่นิดหน่อยก็ถือว่าใช้ได้แล้วตราบใดที่เรายังมีฮาคิราชันย์

    เป็นบทสรุปว่าเราสามารถบ้าพลังโดยฮาคิเกราะน่ะพอได้ตราบใดที่ยังมีความมุ่งมั่นของฮาคิราชันย์

    ส่วนสายใช้สมองอย่างฮาคิสังเกตนั้นเสียเปรียบตลอดเวลาในแนวโชวเน็น

    และผมก็โดนอย่างนั้นเช่นกัน

    การมองเห็นว่าเทงกรีจะโจมตีมาทางไหนทำอะไรไม่ได้มาก หาก”ร่างกาย”เราไม่แข็งแกร่งพอ หรือ ไม่มี”พลังใจ” พอที่จะป้องกันความหนาวและความเจ็บปวดที่ตามมาจากความโกรธของเทงกรี

     

    [เทงกรีไม่ได้โกรธ]

    น้ำเสียงของผู้ที่ไม่ได้โกรธที่ราวกับกล่าวด้วยเสียงต่ำๆแต่เสียงกระจายไปทั่วบริเวณ

    [ เทงกรีไม่เคยสนใจเจ้าเจ้าแค่มาเดินบนตัวเทงกรีแทนที่จะหลับอยู่บนภูเขานี้เช่นเดียวกับคนอื่นๆของเผ่าเจ้า]

    น้ำเสียงของเทงกรีสั่นสะท้านในร่างวิญญาณของผมที่ราวกับเป็นแก้วที่ได้รับการตีจนแทบจะแตกร้าว

    คนที่ไม่มีฮาคิราชันย์หรือพลังความมุ่งมั่นที่มากพอแทบจะไม่รอดแม้แต่การที่เทงกรีพูดเฉยๆ

    [เทงกรีไม่สนโลกที่อยู่เบื้องล่างของหุบเขาเทพตัวน้อยบางองค์อยากจะครองโลกและเทพตัวน้อยองค์อื่นคงพยายามจะยึดกลับคืนมาและทำสงครามที่กินเวลาไม่กี่พันปีแต่เจ้าไม่ต้องกังวลตราบใดที่เจ้ายังหลับใหลอยู่ที่ภูเขาแห่งนี้]

    เสียงของเทงกรีสะท้านดังไปทั่วแผ่นฟ้าขุนเขาและในทรวงอกของผมที่ราวกับจะกระแทกออกมา

     

    [ทุกสรรพสิ่งจะกลับมาหาเทงกรีเอง  ในที่สุด]

    เสียงของเทงกรี สะท้านสะเทือนวิญญาณของผมเป็นแค่แก้วที่บอบบางถ้าเทียบกับภูเขาและแผ่นฟ้าที่กว้างใหญ่

    แนวความคิดของคนฉลาดที่มีแค่ฮาคิสังเกต ไม่สามารถต่อต้านฮาคิราชันย์ได้ นั่นคือสัจธรรมของโลก

    [ไม่ใช่แค่เจ้าแต่ทุกคนต่อหน้าเทงกรีก็ไร้ค่าไม่ควรแก่การใส่ใจ]

    แขนของเทงกรีมาทางผมแรงกดดันที่มีทำให้รู้สึกขยับตัวแทบไม่ออก

    “พิสูจน์ว่าเจ้าเป็นลูกหลานของข้าจริงๆสิพิสูจน์ว่าต่อให้ภายนอกเจ้าเป็นอย่างไรแต่ในใจเจ้ายังมีสายเลือดของข่านแห่งฟ้าเหมือนกัน”

    ผมไปมองท่านขข่านที่ราวกับตอนนี้จะหลอมรวมกับแผ่นฟ้า

    ท่านข่านรู้?

    ว่าผมไม่ใช่เลโอนาร์ด

    “เจ้าจะเป็นเลโอนาร์ดหรือไม่ขึ้นอยู่กับเจ้าจะตัดสินใจเองแต่จะเป็นลูกหลานของข้าหรือไม่นั่น เจ้าเป็นตั้งแต่แรกแล้ว”

    ผมนึกถึงความเป็นไปได้ที่เพศชายจะมีความเป็นไปได้0.5% ที่มีดีเอ็นเอของเจงกิสข่าน คิดเป็นจำนวนก็ประมาณ 16ล้านคน

    ความเป็นไปได้ดูไม่ค่อยใช่อย่างพระเอกในนิยายที่เป็นคนเดียวในโลกหรือ”ผู้ที่ถูกเลือก”ไม่กี่ร้อยคน แต่หนึ่งในสิบหกล้าน มันดูเป็นตัวเลขแปลกๆอย่างไรชอบกล

    อ๊ากกก

    เทงกรีจับผมได้ผมสั่นไปถึงขั้วหัวใจสะท้านไปทั้งร่าง

    “แต่เจ้าจะเป็นข่านได้นั้นเจ้าต้องผ่านบททดสอบที่ทรมานสังขารและจิตใจไปให้ได้”

    ครับ วิธีผ่านการทดสอบก็ง่ายๆแค่ต้องมีพลังใจประมาณพระเอกโชวเน็นเท่านั้นเอง

    ผมคิดเช่นนั้นเมื่อเทงกรีจับผมอย่างเบามือราวกับจับสิ่งมีชีวิตที่เปราะบางแต่ร่างกายของผมสั่นสะเทือนและมีน้ำแข็งจับรอบๆร่างกาย