คองอเวจียี่สิบหกตัวจ้องมองด้วยสายตาอันดุร้าย พวกมันส่งพลังปราณกดดันอย่างแรง แล้วต่างกระโจนเข้าใส่อุทัยอย่างรวดเร็ว แรงกดดันนี้สามารถทับโถมดวงจิตของผู้ฝึกยุทธ์โดยทั่วไปจนบี้แบน เสียงคำรามของสัตว์อสูรดังกระหึ่มไปทั่วทั้งวิหาร
.. กรรรร ! .. กรรรร ! .. กรรรร ! .. โฮกกกก .. โฮกกกก .. โฮกกกกกกกก !!!
อุทัยตั้งจิตสมาธิหลับตาลง จิตวิญญาณสงบนิ่งดังเงาดวงจันทร์ฉายทาบบนผิวน้ำในบ่อลึก น้ำในบ่อนิ่งสนิทราบเรียบ ภาพเงาดวงจันทร์กระจ่างใสลอยเด่นประทับอยู่บนผืนน้ำนั้น
โดยมิต้องสั่งการใดพลังปราณไหลวนจากร่างกายเข้าสู่ดาบสั้นในอุ้งมือ
.. ดาบ ‘สยบจักรภพ’ สะท้านตื่น ตัวดาบสีดำไร้ประกายขยายยืดออกเป็นดาบเรียวยาวร่วมสองศอก ส่วนด้ามดาบยืดออกกว่าสามส่วนสี่ศอก พร้อมทั้งส่งกระแสพลังลึกลับตอบสนองผ่านเข้าสู่ดวงจิตของอุทัย
บางสิ่งถูกปลุกตื่นขึ้น คล้ายการกะเทาะออกของเมล็ดพันธุ์ รากเล็กฝอยแตกงอกออก ..
.. สำนึกแห่งดาบ !!!
ไม่รู้สำนึกแห่งดาบถูกฝังไว้กับจิตวิญญาณของอุทัยตั้งแต่เมื่อใด เมื่อได้รับการกระตุ้นจากดาบ ‘สยบจักรภพ’ จึงเปิดเผยตัวตนออกมา
อุทัยประสานพื้นฐานของแม่ไม้มวยกับวิชาดาบ เบื้องล่างย่อตัวก้าวเยื้องย่าง เบื้องบนใช้ไหล่แขนข้อมือสะบัดกวัดแกว่งดาบอย่างแปลกประหลาด
.. ฝับบบ ! .. ฝับบบ ! .. ฝับบบ !
ท่าร่างใช้การกระหวัดดาบเป็นวงด้านขวาและซ้ายสลับกันไป ทั้งยังปรับเปลี่ยนหมุนวนเป็นวงด้านบนและล่าง ตัวดาบยอกย้อนได้ทั้งจากบนลงล่างและจากล่างขึ้นบน ครอบคลุมทั้งสามระดับคือศีรษะ ช่วงกลางร่างกาย และย่อต่ำมาปกคลุมช่วงล่าง
ทั้งปลายดาบยังกระหวัดอ้อมมาปกป้องด้านหลัง คมดาบและด้ามดาบสะบัดห่อหุ้มร่างกายไว้ภายในกลายเป็นเกราะปกป้องมีรัศมีกว่าสามสี่ศอก
กระบวนท่าถูกแสดงออกจากจิตสำนึกแห่งดาบ ก่อเกิดเป็นกระบวนท่าร่ายรำดาบพื้นฐานที่เป็นทั้งการรับและการรุกในกระบวนท่าเดียวกัน
.. กระบวนท่า ‘ภูษาศาสตรา!’
เพียงกะพริบตาเงาร่างของอุทัยพลิ้วไหว มันก้าวอย่างรวดเร็วร่ายรำดาบฝ่าเข้าไปกลางวงล้อมของเหล่าสัตว์อสูร
.. ฝับบบ ! .. ฝับบบ ! .. ฝับบบ !
ประกายดาบคมกริบกรีดเป็นเส้นสายสีทองจรัสกระหวัดแกว่งจนละลานตา
.. กรรรร !!!
เสียงคำรามเพียงแผ่วเบาของคองอเวจี แสงสว่างวาบผ่านแขนขาร่างกายของพวกมันไปอย่างไร้ความรู้สึก
.. ฮ๊ากกกกก ! .. ฮ๊ากกกกก ! .. โฮ๊กกกกก !
คองอเวจีสามตัวร้องอย่างตกใจ ประกายดาบเหวี่ยงผ่านแขนขาซ้ายขวาของพวกมัน
.. พวกลิงอสูรไม่รับรู้ถึงการคงอยู่ของอวัยวะอีก !
.. แขนขาของมันร่วงหล่นถูกตัดขาดออกจากร่างกาย !
ดาบของอุทัยทั้งรวดเร็วทั้งคมกริบ ตัดผ่านอวัยวะของสัตว์อสูรจนโลหิตไม่ทันกระฉูดออก !
เพียงครู่หนึ่งบาดแผลจึงกระฉูดพุ่งด้วยโลหิตอันร้อนแรงดังหินเหลวใต้พื้นพสุธา คองอเวจีทั้งสามล้มลงด้วยความเจ็บปวด
.. ฮ๊ากกกกก ! ประกายดาบเหวี่ยงผ่านร่างกายคองอเวจีอีกตัว ปราณดาบเฉือนผ่านเนื้อหนังที่ทนทานดังภูผาหินเกิดเป็นเส้นสายโลหิตเบาบาง
ลิงอสูรตัวนั้นสายตาพร่าเลือนร่างกายเปลี่ยนเป็นชาด้านไร้ความรู้สึก โลหิตร้อนแรงพุ่งออกเป็นแนวเส้นเกิดบาดแผลแหวะหวะแล้วจึงล้มคะมำกองกับพื้น
ท่าร่างของอุทัยยังดำเนินต่อ มันเงื้อดาบขึ้นเหนือศีรษะภายในสำนึกปรากฏภาพร่ายรำดาบ พร้อมบรรจุพลังปราณอรุณโรจน์ใส่ตัวดาบจนเกิดเป็นแสงสีทองสว่างเรืองรอง
.. หนึ่งดาบผ่านสวรรค์ !!!
.. ควับบบบบ ! อุทัยใช้พลังทั้งตัวกระโดดฟันดาบลงมาจากเบื้องบน พลังปราณระเบิดเป็นเส้นสายสีทองดูงดงาม
.. ฮ๊ากกกกก ! คองอเวจีตัวหนึ่งร้องอย่างตกใจ ประกายดาบสีทองวิ่งผ่านทะลุร่างของมันไป
เกิดเส้นสายโลหิตยาวจากไหล่ซ้ายทแยงไปถึงเอวด้านขวา ลิงอสูรเดินต่ออีกเพียงหนึ่งก้าวร่างกายก็แยกออกเป็นสองส่วน
“อู่ !!!” ญานินดาอุทาน
“อ่า !!!” สตรีปักษาวารีตาโตเท่าไข่เป็ด
ควรรับรู้ว่าร่างกายสัตว์อสูรเหล่านี้แข็งแกร่งปานใด แต่กลับไม่สามารถต้านทานเพลงดาบของเจ้าโล้นผู้นี้ได้แม้สักดาบหนึ่ง
.. ฝับบบ ! .. ฝับบบ ! .. ฝับบบ !
เพลงดาบของอุทัยดำเนินในแนวทางดุดันร้อนแรง พุ่งกายไปที่ใดอวัยวะร่างกายของเหล่าสัตว์อสูรขาดกระเด็นกระดอน
คองอเวจีไม่กลัวตายพุ่งรุมเข้าใส่ห้อมล้อมอุทัยเอาไว้เป็นชั้นๆ ต่อหน้าเพลงดาบอันเหี้ยมโหดพวกมันกลายเป็นผลแตงโมยักษ์ที่กระโดดได้และกำลังถูกเฉือนออกเป็นชิ้นๆ
ดังฝันร้ายอันสยดสยอง !
โลหิตเข้มข้นสาดกระจาย ทั่วบริเวณพื้นวิหารเกลื่อนกล่นไปด้วยซากศพชิ้นเล็กชิ้นใหญ่ปนกันจนแยกไม่ออกว่าเป็นชิ้นส่วนใดของร่างกาย
.. เปรี้ยงงง !!! คองอเวจีถูกชกด้วยปราณ ‘อสูรบรรพกาล’ ตรงท้องของลิงอสูรระเบิดออกจนเลือดเนื้อโลหิตปลิวกระเด็น
เพียงชั่วครู่คองอเวจีถูกฆ่าตายไปยี่สิบสามตัว ! ที่เหลือต่างได้รับบาดเจ็บกลายเป็นลิงพิการ ... สถานการณ์คลี่คลายอีกครั้ง
“…” เจ้าธรรมอ้าปากค้างสติของมันเริ่มฟื้นคืน
“ไม่น่าเชื่อ !!!” ราชิตรำพึงกับตนเอง แทบไม่เชื่อว่าอุทัยเด็กรับใช้สำนักตักสิลาจะมีวิชายุทธ์ถึงระดับนี้
“พี่ใหญ่ ... ยอดเยี่ยมเลยยย” ญานินดาชูนิ้วโป้งชื่นชม
“ฮึ ฮึ …” สตรีปักษาวารีหัวเราะอย่างเจ้าเล่ห์ ต้องเป็นเพราะดวงจิตปักษาอัคคีอย่างแน่นอนที่ทำให้ไอ้เกรียนผู้นี้มีพลังยุทธ์เพิ่มพูนขึ้นอย่างรวดเร็ว นางกำลังหาวิธีช่วงชิงดวงจิตคืนมา
ทันใดนั้นเอง ! นางคิดอันใดออกแล้ว
สตรีปักษาวารีเคลื่อนไหวอ้อมไปด้านหลังญานินดา แล้วกระชากสาวน้อยเข้ามาในวงแขน มือซ้ายชักมีดสั้นออกมาจ่อลำคอของญานินดาไว้
“ว๊ายยย ! คุณป้าทำอันใด” ญานินดาร้องอย่างตกใจ
“ใครเป็นป้าเจ้า !” สตรีปักษาวารีกล่าวอย่างฉุนเฉียว นางรู้สึกโมโหอย่างจริงจัง
“คุณน้า ! .. คุณน้าก็ได้ .. ท่านจะทำอันใด” ญานินดากล่าวถามอีกครั้ง
“ใครเป็นน้าเจ้า ! .. ฮึ ! เจ้าเด็กปากมอม” สตรีปักษาวารีตวาดใส่ญานินดา ปีนี้นางเพิ่งอายุยี่สิบแปดปี จะเรียก ‘ป้า’ หรือ ‘น้า’ ล้วนทำนางไม่พอใจทั้งสิ้น
ญานินดาไม่ดิ้นรนขัดขืนแม่สักน้อย สายตาของนางกลอกกลิ้งแล้วกล่าวด้วยเสียงอันอ่อนหวานว่า
“พี่สาวคนสวยยย ..”
“ปล่อยข้าไปเถิดหนาาา .. อย่าทำข้าเลยยย ..”
“มีดมิมีตาบัดเดียวบาดใบหน้าข้า คงสูญสิ้นความงามแล้ว”
สตรีปักษาวารีเบ้ปากมองบน ในใจครุ่นคิด ‘เด็กสาวนางนี้ช่างเจรจาจนน่ารำคาญ’
ญานินดาถูกคมมีดจ่อคอจนตัวแข็ง ในใจครุ่นคิด ‘สตรีนางนี้ช่างดุร้ายยิ่งนัก !!!’
สตรีปักษาวารีตะโกนร้องเรียกอุทัย “ไอ้เกรียน !”
“!!!” ท่าร่างอุทัยหยุดกึก หันกายกลับมาจ้องมอง
สตรีปักษาวารีออกคำสั่ง
“เจ้าหยุดอยู่ตรงนั้น !”
“อย่าขยับ ! ไม่งั้นนางหนูนี่ ... ตายยยย !”
ราชิตเห็นเหตุการณ์ร้องบอกว่า “แม่นาง ! โปรดยั้งมือก่อน!”
สตรีปักษาวารีไม่สนใจกล่าวกับอุทัยต่อว่า
“ส่งดวงจิตปักษาอัคคีคืนมาแก่ข้า ...”
“แล้วข้าจะให้ยาถอนพิษแก่นาง ฮึ ฮึ ฮึ”
ฉึก ! มีดสะกิดเข้าใต้คางของญานินดา คมมีดส่องประกายสีเขียวด้วยพิษร้ายแรง
“โอ๊ยยย !!! ข้าเจ็บน่ะ” ญานินดาตัวสะท้าน พิษร้ายวิ่งสู่ร่างกายในทันใด
อุทัยจ้องมองตาเขม็งทำท่าจะเดินเข้ามา ปากร้องกล่าวว่า “ท่าน ! เหตุใดทำเช่นนี้”
สตรีปักษาวารีเสียงเย็นชากล่าวว่า “ส่งดวงจิตปักษาอัคคีคืนมา ... อ่ะ อ่ะ .. อย่าขยับ ... เจ้าเกรียน”
อุทัยร้องบอกอย่างจริงใจ “ดวงจิตนั้นไม่ได้อยู่กับข้า จะคืนให้ท่านได้อย่างไร ...”
สตรีปักษาวารีตวาดเสียงดัง “โกหก ! .. จะคืนมาหรือไม่” แล้วกล่าวต่อว่า
“พิษจะกัดกินนางนี่จนตายในไม่ช้า ...”
“แหละยาถอนพิษมิได้อยู่กับตัวข้า ... ฮ่า ฮ่า"
"หากเจ้าส่งดวงจิตคืนมา ... ข้ารับรองว่าจะพาพวกเจ้าไปเอายาถอนพิษนั้น”
“แต่หากแม้เจ้าฆ่าข้าในที่นี้ ! นางปากดีนี่ ก็ยังต้องตายด้วยพิษของข้าเช่นกัน ... อิ อิ อิ”
สตรีปักษาวารีวางแผนแยบยล ทำการแพร่พิษใส่ญานินดาแล้วนำมาเป็นเครื่องต่อรองกับอุทัย ส่วนยาถอนพิษนั้นก็ไม่ได้อยู่กับนาง หากอุทัยฆ่านางตายไป ญานินดาก็ต้องตายเช่นกัน
อุทัยได้แต่ยืนนิ่ง มันครุ่นคิด ‘จะเอาอันใดไปคืนท่าน ที่ตามหาก็อยู่ในวงแขนท่านนั้นไง’
.. แต่แล้ว ! สิ่งที่สตรีปักษาวารีไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น
ครบสิบนาทีอีกครั้ง ! ประตูอสูรโลกากระเพื่อมส่องแสงเจิดจ้าไปทั่ว
“มาแล้ว ..” อุทัยกล่าวเบาๆ
เงาร่างคองอเวจีพุ่งทะยานออกมาจากประตูมิติอย่างรวดเร็ว !
คราวนี้ยกมากันเป็นขบวนมากมาย มากมายกว่าเดินนับเท่าตัว !
สามสิบสองตัว ! พวกมันยืนกระจายตัวเป็นกำแพงเงาดำทะมึนสูงใหญ่ ดวงตาอัคคีส่องสว่างจ้องมองมา
.. กรรรร ! .. กรรรร ! .. กรรรร ! .. ฮ๊ากกกก ! .. โฮกกกก !
.. ผึดดดด ! .. ผ๊าดดดด ! .. กรรรร ! .. โฮกกกก ! .. ฮ๊ากกกก !
.. ตุ๊บบบบ ! ตุ๊บบบบ ! ตุ๊บบบบ ! .. โฮกกก .. โฮกกก .. โฮกกกกกกกกกกกกกก !!!
เสียงคำราม เสียงทุบอก เสียงร้องของคองอเวจีกว่าสามสิบสองตัวดังกึกก้องกังวานจนทั้งวิหารอื้ออึง
คองอเวจีเห็นซากศพของเผ่าพันธุ์เดียวกันอยู่เต็มพื้นวิหาร สายตาสามสิบสองคู่พวยพุ่งด้วยอัคคีร้อนแรง พวกมันโมโหจนลมหายใจกลายเป็นเปลวเพลิง
“เหวออออ ...” สตรีปักษาวารีร้องอุทานแทบเสียสติ
“มา อีกแล้ว ...” ญานินดากล่าว ในแววตายังเชื่อมั่นในเพลงดาบของอุทัย
“โอ่ววว !” ราชิตร้องอุทาน .. มันไม่เข้าใจ ! ลิงอสูรออกมาได้อย่างไรมากมายเพียงนี้
“!!!” เจ้าธรรมตื่นตกใจ เพียงสิบกว่าตัวยังเอาชีวิตเกือบไม่รอด แต่นี่ ... มาทีเดียวสามสิบกว่าตัว
“…” อุทัยเองก็เริ่มสงสัย
พวกสัตว์อสูรเหล่านี้จะยกโขยงกันมาอีกเท่าไร
ในรอบก่อนหน้า มีสัตว์อสูรออกมาสิบหกตัว
รอบนี้เป็นรอบที่หก มีสัตว์อสูรออกมาสามสิบสองตัว
หากเป็นรอบที่สิบจะมีสัตว์อสูรออกมา ... ห้าร้อยสิบสองตัว !!!
แต่หากผ่านไปถึงรอบที่สิบห้าจะมีสัตว์อสูรออกมาเป็นจำนวน ...
ติ๊กต๊อก ... ติ๊กต๊อก ... ติ๊กต๊อก ... อุทัยคำนวณตัวเลขจนหัวแทบแตก
.. เป็นจำนวน ... ๑๖,๓๘๔ !!!
.. มิผิด !!! สัตว์อสูรหมื่นหกพันกว่าตัว !!!
.. มารดามัน !!! .. มีร้อยอุทัยก็สังหารได้ไม่หมด
อย่ากระนั้นเลย ต้องเข้าไปดูให้หายสงสัย ...
หลังประตูมิตินั้นเป็นสถานที่เช่นไร ยังมีสัตว์อสูรอีกมากมายเท่าไรกันแน่
ว่าแล้ว ... ร่างอุทัยพุ่งเข้าหาคองอเวจีในทันใด ดาบ ‘สยบจักรภพ’ ถูกกวัดแกว่งด้วยกระบวนท่า ‘ภูษาศาสตรา’ ปลดปล่อยพลังปราณกดทับใส่ลิงอสูรทั้งสามสิบสองตัวอย่างดุดัน
เหล่าสัตว์อสูรอันดุร้ายก็ตอบสนองพุ่งตรงเข้าห้อมล้อมอุทัยอย่างรวดเร็ว
.. ฝับบบ ! .. ฝับบบ ! .. ฝับบบ !
ประกายดาบสีทองสาดกระจาย โลหิต อวัยวะ ชิ้นส่วนของร่างกาย และหัวของคองอเวจี ถูกตัดขาดกระเด็นปลิวว่อนไปทั่ว
.. ฝับบบ ! .. ฝับบบ ! .. ฝับบบ ! .. ฝับบบ ! .. เปรี้ยงงง !!!
ทั้งประกายดาบและเพลงมวยถูกใช้ออกอย่างดุดันต่อเนื่อง อุทัยเคลื่อนไหวอย่างว่องไวผ่านไปที่ใดปรากฏโลหิตอาบย้อมพื้นวิหารเป็นทาง
... สัตว์อสูรล้มลงตัวแล้วตัวเล่า !
... เพียงสามนาที ! คองอเวจีสามสิบสองตัวที่มาใหม่กลายเป็นซากศพกองเท่าภูเขา !!!
อุทัยไม่รอช้ากระโดดมาที่หน้าประตูอสูรโลกาจ้องมองครุ่นคิดอยู่วูบหนึ่ง แล้วจึงพุ่งตัวเข้าใส่พื้นผิวที่ส่งแสงพลิ้วราวระลอกคลื่นนั้น ... ร่างของมันหายวับเข้าไปในโพรงมิติแล้ว ...
----------------------
*ผู้แต่งขอกราบนำบางส่วนของเพลงดาบอาทมาฏ เพลงดาบเจ้าราม และแม่ไม้เพลงดาบต่างๆ ของไทย มาเป็นต้นแบบเพลงดาบของตัวละครเอกของเรื่องนี้ ... ขอบคุณครับa