เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เล่มที่ 5 บทที่ 124 เมื่อไม่ได้มาก็ต้องทำลาย

            ฝีเท้าของไป๋เซี่ยเหอชะงักเล็กน้อยก่อนจะเบี่ยงกายหลบ

            มือที่ยื่นมาจึงคว้าอากาศแทนที่จะเป็นร่างของนาง

            ไป๋เซี่ยเหอหมุนกายกลับไปมองนางกล่าวกับฮั่วหมิงเชินโดยไม่เปลี่ยนสีหน้า “ไท่จื่อ โปรดสำรวมด้วย”

            “สำรวม? เหตุใดเปิ่นไท่จื่อต้องสำรวมด้วย?เกรงว่าเจ้าจะลืมไปแล้วว่าเจ้าเป็นว่าที่ไท่จื่อเฟยของเปิ่นไท่จื่อมาสิบสองปีเต็ม”

            ฮั่วหมิงเชินเดินเข้ามาใกล้ไป๋เซี่ยเหอทีละก้าวทว่านางไม่ขยับเขยื้อน ราวกับมองไม่เห็นความหนาวเย็นที่ดูเหมือนจะสูบวิญญาณของชายหนุ่มตรงหน้า

            นางสบตาอีกฝ่ายแววตาคู่งามที่เฉลียวฉลาดดูเยือกเย็นและไร้อุณหภูมิ

            “แล้วอย่างไร? ข้าสามารถใช้ชีวิตอีกสิบสองปีต่อจากนี้ได้ทว่ามันไม่เกี่ยวข้องใดๆ กับท่านแม้แต่น้อย!”

            แววตาอันสุกใสของไป๋เซี่ยเหอซ่อนความแข็งกร้าวเอาไว้

            “ขอเพียงเจ้าต้องการ เรื่องนี้ย่อมเกี่ยวข้องกับข้า”

            ฮั่วหมิงเชินมองตรงมาที่นางน้ำเสียงร้อนใจราวกับถูกมารสิง

            “ขอเพียงเจ้าเต็มใจ เจ้าย่อมสามารถแต่งเข้าตำหนักไท่จื่อของข้าได้ข้าจะแต่งตั้งให้เจ้าเป็นเช่อเฟย”

            เมื่อเห็นว่าริมฝีปากแดงของไป๋เซี่ยเหอโค้งขึ้นเล็กน้อยเขาก็ตะลึงไปชั่วขณะ ก่อนจะเชิดศีรษะขึ้นสูงทันที

            “ไม่สิกระทั่งตำแหน่งไท่จื่อเฟย ข้าก็ให้เจ้าได้ ขอเพียงเจ้าอยู่ข้างกายของข้าและทำตัวเชื่อฟังราวกับแมวเพราะข้าชอบสตรีที่เชื่อฟังและว่านอนสอนง่าย”

            ไม่รู้ว่าเขาเห็นเศษสวะอย่างไป๋หว่านหนิงเป็นของล้ำค่าได้อย่างไร?

            เห็นได้ชัดว่าสตรีตรงหน้าที่มีท่าทีสงบนิ่งทั้งยังเป็นวรยุทธ์และมีวิชาแพทย์ต่างหากที่คู่ควรจะเป็นไท่จื่อเฟยของเขาอย่างแท้จริง

            ไป๋เซี่ยเหอตวัดสายตามองเขา“ท่านมั่นใจในตนเองเพียงนี้เชียวหรือ?”

            “แน่นอน”

            ใบหน้าของฮั่วหมิงเชินเย็นชาเขามองซ้ายแลขวาก่อนจะกล่าวเสียงเบา

            “ไม่มีสตรีปกตินางใดแต่งให้เสด็จอาหรอกเขาไม่เหมือนที่เจ้าเข้าใจและมองเห็นหรอกนะ ฮ่าๆๆ”

            ดวงตาของฮั่วหมิงเชินเต็มไปด้วยความดูแคลน

            ท่าทีของเขาดูไม่เหมือนกำลังหลอกลวงนางอยู่นางเริ่มสงสัยว่า ‘ไม่เหมือน’ ที่เขาว่านั้นหมายความอย่างไรกันแน่?

            “เป็นอย่างไร? คิดดีแล้วหรือยัง?”

            “รางวัลที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้เป็นสิ่งที่ถึงเจ้าจะอธิษฐานก็ใช่ว่าจะได้มาหากเจ้าไม่ใช่คนโง่...”

            “ข้าย่อมไม่ใช่คนโง่”ไป๋เซี่ยเหอพูดแทรก

            เมื่อเห็นสายตาที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจของอีกฝ่ายริมฝีปากแดงก็เอ่ยอย่างชัดถ้อยชัดคำ “ท่านต่างหากที่โง่”

            ความเย่อหยิ่งลำพองใจบนใบหน้าของฮั่วหมิงเชินหายไปทันที“บังอาจ!ไป๋เซี่ยเหอ เจ้ารู้หรือไม่ว่าเจ้ากำลังพูดอยู่กับผู้ใด?”

            “บังอาจ!ท่านรู้หรือไม่ว่าท่านกำลังพูดอยู่กับผู้ใด?”

            แววตาของไป๋เซี่ยเหอแปรเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบทันที

            “ผู้ใด?”

            “อาสะใภ้ของท่านอย่างไรเล่า!”

            ริมฝีปากบางที่มีสีแดงดุจโลหินพ่นประโยคนี้ออกมาโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย

            “เจ้า!”

            ฮั่วหมิงเชินสำลักทันทีใบหน้าเปลี่ยนเป็นสีตับหมู โทสะพุ่งสูงจนยากจะควบคุม

            “ไป๋เซี่ยเหอข้ามอบเกียรติยศให้แล้วเจ้ายังไม่เอา การที่ข้าชอบเจ้าถือเป็นโชคอันยิ่งใหญ่ของเจ้าแล้ว”

            หากไม่ใช่เพราะฮั่วเยี่ยนไหวสอดมือเข้ามายุ่งไป๋เซี่ยเหอคงกลายเป็นวัตถุชิ้นหนึ่งในกระเป๋าของเขาไปนานแล้ว

            เขามอบของล้ำค่าให้นางนางกล้าปฏิเสธได้อย่างไร?อาศัยอะไรถึงได้ปฏิเสธ?

            ดวงตาของฮั่วหมิงเชินแดงก่ำราวกับธาตุไฟเข้าแทรกเขาพุ่งตัวเข้าไปบีบคอไป๋เซี่ยเหออย่างโหดเหี้ยมทันที

            ในสมองของเขามีเพียงประโยคเดียวเท่านั้น

            นั่นคือ เมื่อไม่ได้มาก็ต้องทำลาย

            ฝ่ามือใหญ่ที่แข็งแกร่งและทรงพลังก็บีบคอไป๋เซี่ยเหออย่างแรง ทว่าเท่านี้ยังไม่พอ จู่ๆเขาก็โน้มตัวไปข้างหน้าเพื่อที่จะประทับริมฝีปากของตนเองลงบนริมฝีปากของหญิงสาวตรงหน้าท่าทีของเขาราวกับถูกมารสิง

            “ไป๋เซี่ยเหอ หากเจ้าไม่ยอมเป็นสัตว์เลี้ยงที่เชื่อฟังของข้าก็ตายเสียเถิด”

            ทันทีที่ฮั่วหมิงเชินกล่าวจบ

            จู่ๆ มือที่บีบคอของไป๋เซี่ยเหอไว้ก็หายไป

            “ท่านยังคงสารเลวเช่นเคยน่าเสียดายที่ข้าไม่ตาบอดอีกต่อไป”

            บุรุษตรงหน้าถลึงตามองนางก่อนจะล้มหงายหลังทันที ท้ายทอยของเขามีรอยเลือดแผ่ขยาย

            ไป๋เซี่ยเหอนั่งยองๆ ก่อนจะเช็ดคราบเลือดที่ปิ่นปักผมกับเสื้อผ้าของฮั่วหมิงเชิน

            ริมฝีปากแดงของนางยกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่ดูกระหายเลือด“ไม่มีผู้ใดที่ทำร้ายข้าแล้วยังอยู่ดีได้!”

            “อา...ฆ่าคนแล้ว!”

            เสียงกรีดร้องดังขึ้นด้านหลังของไป๋เซี่ยเหอ

            โดยปกติแล้วบริเวณนี้ไม่ค่อยมีผู้ใดผ่านไปมาทว่าวันนี้ดันดวงไม่ดีเสียนี่

            เมื่อนางกำนัลตัวน้อยเห็นไป๋เซี่ยเหอหันหน้ามาจ้องมองตนเองก็ตกใจจนขาสั่น

            แม้แต่ไท่จื่อยังกล้าลอบปลงพระชนม์การสังหารนางกำนัลอย่างนางคงง่ายดายราวกับบี้มดไม่ใช่หรือ?

            “ผู้ใดฆ่าคน?”

            นางกำนัลตัวน้อยหันไปมองบุรุษที่ปรากฏกายอย่างกะทันหันราวกับเห็นฟางช่วยชีวิต

            นางชี้ไปทางไป๋เซี่ยเหอด้วยสีหน้าหวาดผวา“บ่าวเห็นแม่นางผู้นี้ลอบปลงพระชนม์ไท่จื่อ ท่านอ๋องทรงรีบเรียกคนมาจับมือสังหารผู้นี้นะเพคะ”

            ฮั่วเยี่ยนไหวพยักหน้าอย่างครุ่นคิดจากนั้นก็ชำเลืองมองฮั่วหมิงเชินที่นอนอยู่บนพื้น

            “เจ้าแน่ใจหรือว่าไท่จื่อตายแล้ว?”

            ฮั่วหมิงเชินนอนสลบไสลอยู่บนพื้นแม้ว่าท้ายทอยจะมีคราบเลือดวงใหญ่ ดูแล้วน่ากลัว ทว่าหน้าอกยังคงกระเพื่อม เห็นได้ชัดว่ายังคงมีลมหายใจอยู่

            “ไม่...ไม่ตายเพคะ”

            นางกำนัลตัวน้อยเริ่มงุนงง

            “เช่นนั้นเมื่อครู่เจ้าบอกเปิ่นหวังว่าอะไร?”

            “มีคนลอบปลงพระชนม์ไท่จื่อเพคะ...”

            “แล้วไท่จื่อตายหรือยัง?”

            “ลอบ...ลอบปลงพระชนม์ไม่สำเร็จเพคะ”

            นางกำนัลตัวน้อยตกใจจนแทบส่งเสียงร้องไห้ออกมาหากผู้อื่นรู้ว่านางได้พูดคุยกับเซ่อเจิ้งอ๋องหลายประโยคเช่นนี้ ไม่แน่ว่าคงตื่นเต้นจนสลบไป

            “มีเหตุการณ์เช่นนี้ด้วยหรือ? เปิ่นหวังไม่เห็นเลย”

            “…”

            หลังจากมองฮั่วเยี่ยนไหวกับไป๋เซี่ยเหอไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง

            สีหน้าของนางกำนัลตัวน้อยก็ยิ่งซีดเซียวลงเรื่อยๆ

            จากนั้นนางก็ฉีกยิ้มที่ดูอัปลักษณ์เป็นอย่างยิ่งก่อนจะรีบหลับตาลงและส่ายหน้า “บ่าวเองก็ไม่เห็นเพคะ”

            ฮั่วเยี่ยนไหวพยักหน้าอย่างพึงพอใจมีอนาคตสอนได้

            “เจ้าไปได้แล้ว”

            หลังจากนั้นบริเวณนี้ก็เหลือเพียงเขาไป๋เซี่ยเหอ และฮั่วหมิงเชินที่นอนสลบไสลอยู่บนพื้น

            ฮั่วเยี่ยนไหวยื่นมือไปหาไป๋เซี่ยเหอน้ำเสียงอ่อนโยนราวกับสายน้ำในลำธาร “ไปเถิด กลับบ้านกัน”

            ประโยคนี้มอบความอบอุ่นให้กับหัวใจของไป๋เซี่ยเหอ

            ไป๋เซี่ยเหอเสียบปิ่นปักผมลงบนศีรษะอย่างลวกๆจากนั้นนางก็สอดมือเล็กเข้าไปในฝ่ามือของบุรุษ แล้วคลี่ยิ้มอย่างสบายใจ

            “ท่านไม่ถามหน่อยหรือ?”

            ฮั่วเยี่ยนไหวยกมือขึ้นลูบเส้นผมของนางก่อนดึงปิ่นปักผมที่ถูกปักอย่างลวกๆ ออกมาเสียบให้นางอย่างพิถีพิถันอีกครา

            แววตาเย็นชาที่เยือกเย็นมานานปีสบกับแววตาที่เฉลียวฉลาดและเจ้าเล่ห์ของเด็กสาวฮั่วเยี่ยนไหวพลันยิ้มอย่างอ่อนโยน

            “ข้าเชื่อเจ้า”

            ความพึงพอใจที่อธิบายไม่ได้ผุดขึ้นในใจของไป๋เซี่ยเหอ

            นางเขย่งปลายเท้าขึ้น ใช้สองมือโอบรอบคอของบุรุษแล้วออกแรงดึงร่างเขาเข้าหานางเล็กน้อยจากนั้นก็เงยหน้าประทับริมฝีปากเล็กราวกับติงเซียง[1]ของตนเองลงไป

            ก่อนจะขบเม้มเล็กน้อยราวกับแมลงปอแตะผิวน้ำ

            “ฮั่วเยี่ยนไหวข้าดีใจมากจริงๆ!”

            ความรู้สึกของการที่ถูกคนเชื่อใจและได้รับความลำเอียงอย่างเต็มที่เช่นนี้นับว่าดีมากจริงๆ

            ดีอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

            เมื่อเห็นสตรีที่รูปโฉมงดงามตรงหน้ายิ้มแย้มราวกับดอกไม้ฮั่วเยี่ยนไหวพลันกลืนน้ำลายเล็กน้อย มือกำแน่น แววตาเย็นชาอันมืดมนและลึกล้ำมีความปรารถนาอย่างเข้มข้นอยู่ในนั้น

            รอก่อน...

            ขอเพียงรออีกสักหน่อย...

            เขาก็จะแต่งนางเป็นภรรยาได้แล้ว

            เมื่ออิ๋งเฟิงที่ถูกสั่งให้ไปทำธุระเดินเข้ามา

            ก็เห็นฉากที่ไป๋เซี่ยเหอปล้นจูบฮั่วเยี่ยนไหวพอดี

            สวรรค์!

            พระชายาใจกล้าเกินไปแล้วกระมัง

            ที่แท้ท่านอ๋องชอบแบบนี้นี่เอง

            ทว่า...เขาทำผิดอะไร? เหตุใดพอออกมาข้างนอกแล้วก็ยังต้องเห็นฉากเช่นนี้อีก?

            ไร้เรี่ยวแรงจะมองท้องฟ้า!

            หลังจากทั้งสามคนจากไป

            บุรุษที่นอนอยู่บนพื้นจู่ๆ ก็ลืมตาขึ้น ดวงตาของเขามืดมด ใบหน้าบิดเบี้ยว ความริษยาและความเกลียดชังอันเข้มข้นถาโถมเข้ามาอย่างมืดฟ้ามัวดินทำให้อารมณ์ความรู้สึกของเขาจมดิ่ง

            เมื่อไม่ได้มาก็ต้องทำลาย!

            ------------------------

            [1] ติงเซียงหมายถึง ดอกไลแลค กานพลู

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว) ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808