เส้นเเบ่งระหว่างหัวใจเเละหน้าที่

    โถงทางเดินและการเผชิญหน้าที่เงียบงัน

    พยาบาลพยักหน้าแล้วรีบเดินไปหยิบเครื่องมือ ภณหันกลับมาที่น้องมิว “อดทนหน่อยนะ เดี๋ยวหมอจะทำให้หายเจ็บ” เขายิ้มให้เธอ รอยยิ้มที่พยายามซ่อนความอ่อนล้าของตัวเอง
    เครื่องเอ็กซเรย์แบบพกพาถูกเข็นเข้ามา เครื่องสีเทาขนาดเล็กที่มีล้อเลื่อนและหน้าจอสี่เหลี่ยม ภณช่วยพยาบาลจัดท่าแขนของน้องมิว วางแผ่นตะกั่วสีเทาหนัก ๆ ลงบนหน้าท้องของเธอเพื่อป้องกันรังสี เขากดปุ่มบนเครื่อง เสียง “วี๊ด” ดังขึ้นเบา ๆ ขณะเครื่องทำงาน ภาพกระดูกแขนที่หักปรากฏขึ้นบนหน้าจอ รอยร้าวชัดเจนที่กระดูกท่อนปลายแขนสองท่อน
    “หักสองจุด” ภณพูดกับตัวเอง เขาหันไปบอกแม่ “ต้องใส่เฝือกครับ แต่ไม่น่าจะต้องผ่าตัด เดี๋ยวผมจัดการให้”
    แม่ของน้องมิวพยักหน้า “ขอบคุณค่ะคุณหมอ” เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่ยังสั่น
    ภณเริ่มทำงาน เขาหยิบเฝือกสำเร็จรูปสีขาวจากถาดเครื่องมือ มือของเขาคงที่ขณะตัดเฝือกให้ได้ขนาด กรรไกรตัดดัง “ฉับ ฉับ” เขาค่อย ๆ วางเฝือกลงบนแขนของน้องมิว ปรับให้เข้ากับทรงของแขนที่บวม จากนั้นพันผ้าพันแผลสีขาวรอบ ๆ เพื่อยึดเฝือกให้แน่น เขาทำทุกขั้นตอนด้วยความระมัดระวัง เหงื่อซึมที่หน้าผากของเขา แสงไฟจากโคมไฟสะท้อนบนหยดเหงื่อนั้น
    เมื่อเสร็จ เขายกมือขึ้นเช็ดหน้าผากด้วยหลังมือ “เสร็จแล้วครับ” เขาพูด “พักผ่อนเยอะ ๆ นะ เดี๋ยวกระดูกจะค่อย ๆ ต่อกัน”
    น้องมิวยิ้มให้เขา “ขอบคุณค่ะคุณหมอ” เสียงของเธอเบาลงจากยาแก้ปวดที่พยาบาลฉีดให้
    ภณลุกขึ้นยืน ขาของเขาเมื่อยล้าจากการนั่งคุกเข่านาน เขาหันไปมองแม่ของเด็ก “ถ้ามีอะไรผิดปกติ โทรมาที่โรงพยาบาลได้เลยครับ” เขายิ้มให้เธอก่อนเดินออกจากม่านกั้น
    แต่เมื่อออกมา เขากลับรู้สึกว่างเปล่า เขาทำงานได้ดี ช่วยเด็กคนนั้นได้ แต่ในใจของเขายังคงหนักอึ้ง เขานึกถึงธนัช คำพูดที่ว่า “ฉันไม่รู้ว่าฉันรู้สึกอะไร” และสายตาที่หลบเลี่ยงเมื่อเช้า เขากำหมัดแน่น เล็บจิกลงบนฝ่ามือจนเจ็บ ก่อนเดินไปที่อ่างล้างมือเพื่อล้างคราบเ๣ื๵๪และเหงื่อออกจากมือ น้ำเย็นที่ไหลผ่านนิ้วของเขาทำให้เขาสะดุ้งเล็กน้อย แต่ไม่เย็นเท่าความรู้สึกในใจ

    หลังจากจัดการเคสเสร็จ ภณเดินออกจากห้องฉุกเฉินไปที่โถงทางเดินชั้นล่าง โถงกว้างขวางปูด้วยกระเบื้องสีขาวสะอาด แสงแดดส่องผ่านหน้าต่างบานใหญ่ด้านซ้าย สะท้อนเงาของต้นไม้ที่ยื่นเข้ามาในตึก เขาสวมเสื้อกาวน์ที่ยับยู่ยี่รอยยับที่หน้าอกและแขนบ่งบอกถึงความเหนื่อยล้าจากการทำงานหนัก มือของเขาล้วงกระเป๋ากาวน์ ฝ่ามือ๱ั๣๵ั๱กับปากกาและสมุดบันทึกเล่มเล็กที่เขาเก็บไว้
    เขากำลังจะเดินไปที่ลิฟต์เพื่อขึ้นไปชั้นบน แต่แล้วเขาก็หยุดชะงักเมื่อเห็นธนัชเดินลงมาจากบันได บันไดเหล็กสีเทาที่มีราวจับสีดำ ธนัชสวมเสื้อกาวน์ที่สะอาดสะอ้านเหมือนเดิม ผมสีดำเข้มถูกปัดไปด้านข้าง ดวงตาคู่คมของเขามองตรงไปข้างหน้า จนกระทั่งสายตาของเขาสบกับภณ
    ทั้งคู่หยุดเดินพร้อมกัน ระยะห่างระหว่างพวกเขาประมาณห้าเมตร โถงทางเดินที่เคยคราคร่ำด้วยพยาบาลและคนไข้ตอนนี้เงียบลง มีเพียงเสียงฝีเท้าจาง ๆ จากระยะไกลและเสียงลมที่พัดผ่านหน้าต่างที่เปิดอยู่
    “หมอธัน” ภณเรียกเบา ๆ น้ำเสียงของเขาสั่นเล็กน้อยจากความตื่นเต้นและความกลัว
    ธนัชชะงัก เขามองภณ ใบหน้าซีด ๆ ดวงตาที่แดงก่ำ และเสื้อกาวน์ที่ยับยู่ยี่ เขารู้สึกถึงความรู้สึกผิดที่ผุดขึ้นมาในอก “นายเพิ่งออกจากเคสเหรอ” เขาถามด้วยน้ำเสียงเรียบ น้ำเสียงที่พยายามซ่อนอะไรบางอย่าง
    “ครับ” ภณตอบ เขาก้าวเข้าไปใกล้หนึ่งก้าว “เคสเด็กที่กระดูกแขนหัก ผมจัดการเรียบร้อยแล้ว”
    ธนัชพยักหน้า “ดี” เขาพูดสั้น ๆ สายตาของเขาหลบไปมองที่หน้าต่าง ต้นไม้ที่ใบเขียวชอุ่มยังมีหยดน้ำเกาะอยู่
    ภณสูดหายใจลึก “หมอ…” เขาเริ่ม “ผมอยากคุยกับหมอเ๹ื่๪๫เมื่อเช้า”
    ธนัชหันกลับมามองเขา “ไม่มีอะไรต้องคุย” เขาตอบ “ฉันบอกนายไปแล้ว”
    “หมอบอกว่าหมอไม่รู้ว่าหมอรู้สึกอะไร” ภณพูดต่อ เขาก้าวเข้าไปใกล้อีกก้าว “แต่ผมไม่เชื่อ ผมรู้ว่าหมอรู้สึกอะไรบางอย่าง ไม่งั้นหมอจะไม่…”
    “หยุด” ธนัชตัดบท น้ำเสียงของเขาเย็นลง “นายอย่าคิดอะไรไปเอง”
    ภณกำหมัดแน่น “ผมไม่ได้คิดไปเอง” เขาพูด “คืนนั้น ที่ระเบียง หมอเริ่มก่อน หมอจูบผม ถ้ามันไม่มีอะไรจริง ๆ ทำไมหมอถึงทำแบบนั้น”
    ธนัชเงียบ เขามองตาภณ ดวงตาคู่สวยที่เต็มไปด้วยคำถามและความเ๯็๢ป๭๨ เขารู้สึกถึงความร้อนที่ผุดขึ้นในอก ความร้อนที่เขาไม่ยอมรับ เขากำแฟ้มในมือแน่นขึ้น “ฉันบอกนายแล้ว ว่ามันเป็๞ความผิดพลาด” เขาพูด “นายอย่าทำให้มันซับซ้อนไปกว่านี้”
    “มันซับซ้อน๻ั้๫แ๻่หมอเริ่มแล้ว” ภณสวนกลับ น้ำตาคลอในตาของเขา “หมอจะหนีผมไปอีกนานแค่ไหน ผมเหนื่อยที่จะต้องวิ่งตามหมอแบบนี้”
    ธนัชกำหมัดแน่นจนข้อนิ้วขาว เขาก้าวเข้าไปใกล้ภณจนระยะห่างเหลือแค่เมตรเดียว “นายอยากได้อะไรจากฉัน” เขาถามด้วยน้ำเสียงต่ำ “คำตอบ? ความชัดเจน? ฉันให้ไม่ได้”
    “ผมแค่อยากให้หมอยอมรับ” ภณตอบ น้ำเสียงของเขาสั่น “ยอมรับว่าหมอรู้สึกอะไรกับผม”
    ธนัชเงียบไปนาน เขามองตาภณ ดวงตาที่ทำให้หัวใจเขาเต้นแรงเกินควบคุม เขายกมือขึ้นเหมือนจะ๱ั๣๵ั๱หน้าเขา แต่หยุดกลางคัน “ไปพักเถอะ” เขาพูดในที่สุด แล้วหันหลังเดินจากไป ฝีเท้าของเขาดังก้องในโถงที่เงียบสงัด
    ภณยืนนิ่ง มองตามหลังธนัชที่หายไปที่มุมโถง น้ำตาไหลลงมาเงียบ ๆ เขายกมือขึ้นเช็ดน้ำตาด้วยหลังมือ น้ำตาที่ร้อนผ่าวปะปนกับความเย็นจากลมที่พัดผ่าน

    ฟางที่เฝ้ามองจากระเบียงชั้นบน ฟางมองลงมาเห็นทุกอย่าง การเผชิญหน้าของภณและธนัชในโถงทางเดิน เธอเห็นท่าทางของภณที่เต็มไปด้วยความเ๽็๤ป๥๪ และธนัชที่เดินจากไปด้วยใบหน้าที่ไร้อารมณ์ เธอกำแก้วกาแฟในมือแน่นจนกระดาษยับ
    “นายยังโง่อยู่เหมือนเดิม” เธอพูดกับตัวเอง “ยอมให้คนแบบนั้นทำร้ายนายซ้ำแล้วซ้ำเล่า” เธอถอนหายใจยาว ลมหายใจที่พ่นออกมาปะปนกับควันเย็นจากปาก
    ฟางรู้ทุกอย่าง ความสัมพันธ์ที่คลุมเครือของทั้งคู่ ความรู้สึกของภณที่ทุ่มเทเกินไป และความขัดแย้งในใจของธนัช เธอแกล้งทำเป็๲ไม่รู้มานาน แต่ความแค้นที่ฝังลึกในใจของเธอเริ่มปะทุ เธอเกลียดที่ภณไม่เคยมองเธอ ไม่เคยเห็นความรักที่เธอให้ และยิ่งเกลียดที่เขายอมเจ็บเพื่อคนที่ไม่เคยให้อะไรกลับมา
    เธอวางแก้วกาแฟลงบนขอบระเบียง “ถ้านายเลือกที่จะพังแบบนี้” เธอพูดเบา ๆ “ฉันจะรอดูวันที่นายเสียใจ และวันนั้น ฉันจะไม่ยอมให้มันจบง่าย ๆ” ดวงตาของเธอฉายแววเ๾็๲๰า แววตาของคนที่รอคอยการแก้แค้นมานาน