ทางด้านของจั๋วหลาน ที่ได้ยินแบบนั้นก็ได้ตอบกลับในทันที
""เจ้าจะฝึกอะไรก็แล้วแต่เจ้าข้าไม่ห้ามเจ้าแล้ว นับตั้งแต่เจ้าฝึกกรงเล็บอสูรวายุ ได้สำเร็จข้าก็เชื่อว่าพรสวรรค์ของเจ้ามีมากพอที่จะฝึกทักษะพวกนี้ด้วยแต่เจ้าอย่าได้ถลำลึกไปยังพื้นที่ส่วนลึกของหุบเขาแห่งนิทราเพราะว่าข้าสัมผัสได้ถึงการมีอยู่ของสัตว์อสูรที่อันตรายในส่วนลึกของหุบเขาแห่งนี้""
เมื่อฉินเฟิง ได้ยินแบบนั้นก็ได้ตอบกลับในทันที
""ข้าเข้าใจแล้วข้าจะพยายามหลีกเลี่ยงการไปส่วนลึกของหุบเขาและในตอนนี้ข้าจะเริ่มศึกษาทักษะฝ่ามือทลายวิญญาณนี้ก่อน เพื่อทำความเข้าใจก่อนฝึก""
หลังจากนั้น ฉินเฟิงก็ได้ใช้เวลาไปกับการศึกษาทักษะฝ่ามือทลายวิญญาณ นานถึงครึ่งชั่วยามและดูเหมือนว่าในตอนนี้ ฉินเฟิงจะเข้ามันทั้งหมดแล้ว และฉินเฟิงก็ได้พูดขึ้น
""ดูเหมือนว่าทักษะนี้จะมีความน่าสนใจกว่าที่ข้าคิด เป็นทักษะที่ใช้ฝ่ามือ โจมตีใส่ร่างของศัตรูซึ่งมันจะสร้างความเสียหายร่างภายนอกของศัตรูแต่มันจะทำลายและสร้างความหายแก่อวัยวะภายในของศัตรูถือว่าเป็นทักษะอันตรายพอสมควรเลย เอาถอะ! ในตอนนี้ข้าควรจะฝึกมันได้แล้ว แต่ในระหว่างที่ฝึกมันข้าจะล่าสัตว์อสูรไปด้วยเพื่อรวบรวมแก่นพลังของพวกมัน และเก็บมันไว้แล้วไว้กินตอนที่จะออกจากหุบเขาแห่งนี้ ในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า""
หลังจากนั้น ฉินเฟิงก็ได้เริ่มทำการฝึกทักษะ ฝ่ามือทลายวิญญาณ ในทันที และได้ควบคู่กับการล่าสัตว์อสูรเพื่อเก็บรวบรวมแก่นพลังของสัตว์อสูรไปด้วย
ซึ่งฉินเฟิงก็ได้อยู่แบบนั้นจนกระทั้งเวลาได้ผ่านหนึ่งเดือนเต็มๆซึ่งในตอนนี้มันก็ได้ถึงกำหนดการที่ฉินจะออกจากหุบเหวแล้วและดูเหมือนว่าในตอนนี้ฉินเฟิงเอง ก็สามารถสำเร็จทักษะฝ่ามือทลายวิญญาณ ในเวลาที่ตนเองกำหนด และในจังหวะนั้นฉินเฟิงก็ได้พูดขึ้น
""เอาล่ะ!โชคดีไปที่ข้าสามารถสำเร็จทักษะฝ่ามือทลายวิญญาณ ภายในหนึ่งเดือนแบบนี้แต่คงต้องไปทดสอบความรุนแรงของมันที่กับผู้คนสำนักเพราะการจะใช้มันทดสอบกับพวกสัตว์อสูรข้าไม่สามารถประเมินความรุนแรงของมันได้เพราะมันเป็นการโจมตีที่สร้างความเสียหายจากภายใน ตอนนี้คงถึงเวลาที่ข้าต้องออกจากหุบเหวนี้แล้วแต่ก่อนหน้านั้นข้าคงต้อง....""
ไม่ทันจะพูดจบอยู่ๆฉินเฟิงก็ได้นำสิ่งที่อยู่ในแหวนมิติ ออกมา ซึ่งสิ่งนั้นก็คือแก่นพลังของสัตว์อสูร ที่ฉินเฟิงเก็บรวบรวมในหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ซึ่งมันมีมากกว่า200ดวง แต่มันก็เป็นเพียงแก่นพลังของสัตว์อสูรระดับก่อเกิดเท่านั้น
และในจังหวะนั้น ทางด้านของฉินเฟิงก็ได้พูดขึ้น
""เอาล่ะ!ดูเหมือนว่าหนึ่งเดือนที่ผ่านมาข้าสามารถรวบรวมแก่นพลังสัตว์อสูร ได้มากพอสมควรหวังว่ามันจะสามารถช่วยให้ข้าพัฒนาระดับพลังได้หลายขั้นนะ!งั้นข้าจะเริ่มกลืนกินพวกแก่นพวกนี้ เพื่อทำการดูดซับพลังเลยแล้วมาดูกันว่าข้าจะสามารถพัฒนาระดับพลังได้ถึงขั้นไหน?""
หลังจากที่พูดจบฉินเฟิงก็ได้ทำการกินแก่นพลังของสัตว์อสูรที่ตนเอง เอาออกมาจากแหวนมิติในทันทีซึ่งหลังจากนั้นฉินเฟิง ก็ได้กินมันอย่างต่อเนื่องไปหลายสิบดวง และก็เริ่มมีการพัฒนาระดับพลังขึ้นจากระดับปฐพีขั้นที่1 สู่ระดับปฐพีขั้นที่2แต่ฉินเฟิงก็ไม่ได้หยุดกินเพียงแค่นั้นฉินเฟิงก็ได้กินแก่นพลังเข้าไปเรื่อยๆ จนกระทั้งได้ผ่านไป 2 ชั่วยามเต็มๆและแก่นที่มี200กว่าดวง ฉินเฟิงก็ได้กินมันหมดไปแล้วและระดับพลังของฉินเฟิงก็ได้พัฒนาไปหลายขั้นแล้วซึ่งในตอนนี้ฉินเฟิงก็มีระดับพลังสูงถึง ระดับปฐพีขั้นที่6 และในจังหวะนั้นเฉินเฟิงก็ได้ทำสีหน้าที่ตกตะลึงพร้อมกับพูดขึ้น
""ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าข้าจะสามารถพัฒนาระดับพลังได้เร็วขนาดนี้ เห็นแบบนี้แล้วข้ารู้สึกยังไม่อยากออกจากหุบเหวนี่เลย อยากล่าสัตว์อสูรเพื่อเพิ่มระดับพลังต่อแต่ข้าก็วางเป้าหมายแล้วเพื่อไปท้าประลองกับพวกที่1ใน10อันดับศิษย์สายนอก เพื่อที่ข้าจะสามารขึ้นไปยังชั้นที่2 ของตำหนักทักษะ เพราะตัวข้าในตอนนี้ต้องการฝึกทักษะที่ใช้ในการป้องกันดังนั้นข้าจำเป็นต้องกลับไปที่สำนักจันทรานิรันดร์ก่อนและค่อยกลับมาที่หุบเหวแห่งนิทรานี้ใหม่ หลังจากเลือกทักษะป้องกันได้แล้ว!""
หลังจากที่พูดจบฉินเฟิงก็ได้รีบมุ่งหน้ากลับไปยังสำนักจันทรานิรันดร์