ศิษย์พี่จงขุยไม่ว่าอะไร ยังไงเทียนก็เป็นศิษย์น้อง จึงโอบไหล่เทียนแล้วพากันเดินเข้าไปในเมือง ที่เขาอาศัยอยู่ ระหว่างทางเดินเทียนเห็นสิ่งมีชีวิต หน้าตาประหลาดมากมาย เช่น มนุษย์สิงโต มนุษย์กระทิง มนุษย์ลิง มนุษย์ยักษ์ ร่างกายเป็นมนุษย์แต่ศรีษะเป็นรูปสัตว์ต่างๆ มากมาย รวมถึงคนแคระหูยาว ชายชราหมีแพนด้า คนประหลาดพวกนี้อยู่รวมกันเหมือนเป็นเรื่องปกติ ศิษย์พี่พาเทียนเข้าในสถานที่แห่งหนึ่ง เรียกว่า ที่ทำการมือปราบประจำเมืองจงหยวน
“ นี่คือที่ทำการมือปราบของข้า” ศิษย์พี่แนะนำ จากนั้นก็มี ลูกน้องของศิษย์พี่
ที่หน้าตาหล่อเหลาไม่แพ้กัน โผล่ออกมาอีกสี่คน
“ นี่คือศิษย์น้องเล็กของข้า ชื่อหลี่เทียน ต่อไปพวกเจ้าดูแลเขาด้วย” ศิษย์พี่แนะนำให้เรียบร้อย ทั้งสี่คน มีนามว่า ตี้อี ตี้เอ้อ ตี้ซาน ตี้ซื่อ เทียนมองก็รู้ว่า พวกเขาน่าจะมี สายเลือดมนุษย์ทั่วไปกับสายเลือดปีศาจ ผสมกัน เหมือนกับศิษย์พี่จงขุยก็มีเช่นกัน เทียนเก็บความสงสัยไว้ว่าง ๆ ค่อยถามทีหลัง
“ ศิษย์พี่ เซียนปีศาจอะไรที่ท่านว่ามันมีพลังเซียนระดับราชัน”
“ มันคือ เซียนหมาป่ากิเลนไฟ เป็น มันนำเลือดกิเลนไฟมาผสม เลือดหมาป่า ทำให้มีพลังเพิ่มขึ้นมาก เพราะเลือดกิเลนไฟ คือสายเลือด หนึ่งในแปดเจ้าอสูรที่ถูกสังหารสูญพันธุ์ไปหมดแล้ว ที่น่ากลัวกว่าคือ อสูรที่ยกเลือดให้พวกเซียนหมาป่ามากกว่าถ้าพวกมันเป็นหนึ่งในสายเลือดแปดเจ้าอสูรโบราณละก้อ วุ่นวายแน่”
“ สายเลือดหนึ่งในแปดเจ้าอสูรยังคงหลงเหลืออยู่ด้วยหรือนี่” เทียนสงสัย
“ เวลานี้มันมีเรื่องแปลกประหลาดเกิดขึ้นในดินแดนสนธยา มีพวกเซียนมนุษย์ และ เซียนราชันเข้ามาเพื่อต่างอยากได้เลือดแปดเจ้าอสูรในอดีต เวลานี้เจ้าเซียนหมาป่ากิเลนไฟ มันก็ถูกคนจำนวนมากตามล่าด้วยเช่นกัน เพื่อตามหาเบาะแสของเลือดเจ้าอสูรที่ยกเลือดให้มัน” ศิษย์พี่จงขุยอธิบาย ทันใดนั้น พู่กระดิ่งของศิษย์พี่ที่ห้อยไว้ข้างเอวก็ดังขึ้น
“ มันปรากฏตัวแถวนี้แล้ว พวกเจ้าทั้งสี่คนตามข้ามา ศิษย์น้องเล็กเจ้าก็ตามมาด้วย คอยอยู่ข้างหลังข้า อย่าเสนอหน้าเป็นอันขาด พวกนี้มันเร็วมาก เจ้าเพิ่งผ่านขั้นเซียนมาได้ไม่นาน ต้องระวังให้มาก” ศิษย์พี่จงขุย พุ่งตัวออกนอกสำนักงานมือปราบ สี่ผู้ช่วยตามไปติดๆ เทียนก็ตามพวกเขาไปโดยไม่ทิ้งระยะห่างมากนัก
พอไปถึงจุดที่เกิดเหตุ เทียนเห็นศิษย์พี่ยืนหลบอยู่ในพุ่มไม้ ยกมือให้ผู้ช่วยและเทียนให้หยุดดูเหตการณ์ เทียนเห็นมนุษย์หมาป่า เร่งพลังกลายเป็นหมาป่าตัวยักษ์ มีเกล็ดเพลิงขึ้นรอบตัวเหมือนกิเลนไฟ แต่ส่วนหัวเป็นหมาป่า ขาและแขนยืดตัวขึ้นยืน คล้ายมนุษย์ มีกรงเล็บยาวขึ้น โดยรอบๆ ตัวมัน มีเซียนราชันอยู่ถึง 4 คน
“ ไม่ยอมบอกยังงั้นหรือ ข้าจะเด็ดหัวแก แล้วควักสมองของแกมาอ่านเองก็ได้”
เทียนมาถึงได้ยินหนึ่งในสี่เซียนระดับราชันเอ่ย จากนั้น หมาป่ากิเลนไฟ ก็อ้าปากพ่นไฟเข้าใส่สี่เซียน ที่ล้อมอยู่ ทั้งสี่คนดึงเกราะโลหะออกมาป้องกันตัวเอาไว้ทั้งหมด แล้วปล่อยธนูแสงจากข้อศอกของแต่ละคนยิงเข้าใส่ หมาป่ากิเลนไฟ
ลูกธนูเพลิงพุ่งเข้าใส่หมาป่ากิเลนไฟ ฉึก ๆ ๆ ๆ ทั้งสี่ดอกถูกลำตัวหมาป่ากิเลนไฟ แล้วลำแสงที่ปล่อยธนูกลับกลายเป็นโซ่ ตรึงร่างของ หมาป่ากิเลนไฟไม่ให้ขยับไปไหนได้ แล้วหนึ่งในสี่เซียน ก็ปล่อยกรงสีทองอันเล็กออกไปครอบหมาป่ากิเลนไฟ ทำให้หมาป่ากิเลนไฟถูกจับได้อย่างง่ายดาย ทั้งสี่เซียนปล่อยโซ่เข้าไปในกรง รัดหมาป่ากิเลนจนหมดแรงดิ้น
ขณะที่ทั้งสี่เซียนจะเข้าไปตัดหัวหมาป่ากิเลน ก็ได้ยินเสียงพื้นดินสั่นหวั่นไหวไปทั่วมีตัวประหลาดโผล่มาจากพื้นดินอีกตัวหัวมันเป็นมังกร ลำตัวมันมีรูปร่างเหมือนเต่า ด้านหลังเป็นกระดองเต่าด้านหน้ามันมีเกล็ดคล้ายเกราะมังกร มันยืนสองขาเหมือนมนุษย์ แต่ตัวใหญ่เหมือนยักษ์ มันมีมือใหญ่คล้ายมือมังกรตบใส่หนึ่งในสี่เซียนทีเดียว ร่างเละติดดินทันที ที่เหลือยิงธนูโซ่เข้าใส่แต่ ไม่สามารถยิงทะลุเกราะมันได้ มันอ้าปากพ่นไฟใส่ เซียนอีกคนหลบไม่ทัน ร่างถูกเผาไหม้กลายเป็นผุยผงทันที อีกสองคนดึงทวนอันใหญ่ออกมาแล้วสองคนช่วยกันบุกเข้าแทง
ร่างเจ้าเต่ามังกรยักษ์ตัวนี้ แต่ไม่สามารถแทงทะลุเกราะมันได้ มันใช้มือยักษ์ตบเข้าหากัน สองเซียนร่างเละคามือ ตายกันหมด จากนั้นมันเอามือบีบกรงที่ ขังหมาป่ากิเลนไฟเอาไว้ จนแตกละเอียด หมาป่ากิเลนไฟเข้ามาคุกเข่าขอบคุณ เต่ามังกรตัวนี้ จากนั้นทั้งคู่ก็กำลังจากไป เทียนมองดูว่า ศิษย์พี่จะจัดการกับ เซียนปีศาจสองตัวนี้อย่างไร ศิษย์พี่จงขุยกระโดดเข้าไปขวางหน้าปีศาจทั้งสองทันที
“ ท่านเจ้าอสูรเต่ามังกร”
“ เจ้าลูกครึ่งปีศาจอย่างเจ้า กล้าขวางข้าด้วยหรือ” เจ้าอสูรเต่ามังกรหนึ่งในสายเลือดแปดอสูรในอดีต มองหน้าศิษย์พี่จงขุย แต่ยังไม่ทำอะไร
“ หมาป่ากิเลนไฟเข่นฆ่า มนุษย์ และ อสูรที่บริสุทธิ์มากมาย ข้าต้องจับเขา
ท่านก็อย่าได้เข้ามายุ่งกับมันเลยดีกว่า” จงขุยก็เอ่ยอย่างไม่กลัวเกรง
“ หาที่ตาย” อสูรเต่ามังกรคำรามออกมา แล้วฝ่ามือตบไปที่ จงขุย ร่างของจงขุยเปลี่ยนแปลงไปทันที กลายเป็นร่างมนุษย์ตัวสีแดงร่างใหญ่เท่ากับ อสูรเต่ามังกร
มีกรงเล็บแหลมคมเช่นกัน ฝ่ามือที่ตบมาเลยถูกยันเอาไว้ได้ แล้วมือขวาของจงขุยกปล่อยกรงเล็บเข้าใส่เกราะมังกร เจาะทะลุร่างอสูรเต่ามังกร มันส่งเสียงร้องแล้ว
ปล่อยไฟเข้าใส่จงขุย จนต้องถอยฉากออกมาก่อน สี่ผู้ช่วยเข้าล้อมกรอบ หมาป่ากิเลนไฟเอาไว้ไม่ให้มันหนีไปได้ มันพยายามหาช่องว่างหลบหนี มันเห็นช่องว่างที่มีเทียนซึ่งเป็นเด็กวัยรุ่นยืนอยู่คนเดียว มันพุ่งตัวเข้าหาเทียนทันทีหวังว่าทางนี้
น่าจะเป็นทางที่หนีง่ายที่สุด ทุกคนตะโกนให้เทียนหนีไปโดยเร็ว ศิษย์พี่จงขุยถีงกับ รีบออกจากการต่อสู้กับ เจ้าอสูรเต่ามังกรเพื่อที่จะเข้ามาช่วยเทียน แต่ไม่ทันแล้ว หมาป่ากิเลนไฟพุ่งกรงเล็บเพลิงอันแหลมคมพุ่งเข้าใส่เทียนแล้ว ฉัวะ !
ทุกคนเห็นร่างของหมาป่ากิเลนไฟถูกเทียนใช้ดาบผ่าออกมาเป็นสองท่อน ร่างแบะออกสองข้าง ตายโดยที่ยังไม่กระพริบตาเลย ทุกคนยืนอึ้งไปกับสภาพเช่นนี้
อสูรเต่ามังกรร้องลั่นป่า พ่นไฟไปทั่วบริเวณ ศิษย์พี่พุ่งร่างเข้ามาหาเทียนแล้วพาหลบออกมาจากรัศมีเพลิงที่ เจ้าเต่ามังกรปล่อยออกมา เทียนจะหนีกำลังจะลองอัดพลังเข้าใส่เจ้าอสูรเต่ามังกร แต่เห็นศิษย์จงขุยเข้ามาขวางเลยลดพลังลง จึงถึงศิษย์พี่จงขุยหิ้วออกมาจากที่ตรงนั้น พื้นดินทั่วบริเวณถูกไฟเผาไหม้ราบไปหมด
ร่างเจ้าอสูรเต่ามังกรมุดดินหายไปด้วยความโกรธแค้น
“ ศิษย์น้องเล็ก เกือบไปแล้วไหมล่ะ นี่หากว่าเจ้าไม่มีดาบวิเศษเล่มนี้ ร่างของเจ้าได้ถูกมันฉีกเป็นเสี่ยง ๆ ไปแล้ว” ศิษย์พี่ กับลูกน้องคนสนิททั้งสี่มองว่าที่เทียนรอดมาได้เพราะว่าใช้ดาบวิเศษ ไม่ได้มีฝีมือเลย เทียนได้แต่หัวเราะไม่อธิบายอะไร
“ คราวนี้ หนึ่งในสายเลือดปรากฏตัวออกมาหนึ่งแล้ว แสดงว่าพวกมันกำลังวางแผนทำอะไรสักอย่างแน่” ตี้อี ผู้ช่วยมือปราบเสนอความคิดเห็นออกมา
“ ข้าเกรงว่าหากพวกมันฟื้นพลังสายเลือดทั้งแปดออกมา แล้วทางแดนสวรรค์รู้เรื่องยกกองทัพมาอีก เกรงว่าประชาชนในแดนสนธยาจะถูกพวกสวรรค์กำจัดไปเหมือนเมื่อห้าหมื่นปีก่อนนั้นไปด้วย” ศิษย์พี่จงขุยเอ่ยอย่างหวั่นใจ
“ ห้าหมื่นปีก่อน กองทัพสวรรค์สังหารคนบริสุทธิ์ ด้วยหรือ” เทียนสงสัย
“ ใช่แล้ว เมื่อห้าหมื่นปีก่อนสวรรค์ส่งกองทัพเซียนลงมา เที่ยวเข่นฆ่าสังหารชาวบ้านบริสุทธิ์ในแดนสนธยาตายเกือบหมดไม่เว้นแม้แต่เด็กสตรี
คนที่รอดตายกลับเข้ามาในแดนสนธยาจดบันทึกลงในสลักหินเป็นหลักฐานเอาไว้
ให้ระวังอย่าให้มีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นได้อีก”
“ ช่างโหดเหี้ยมเกินไปแล้ว” เทียนไม่พอใจกองทัพสวรรค์เช่นกัน
“ เราจะทำอย่างไรกันดีหัวหน้า” ตี้เอ้อถามด้วยความกังวล
“ พวกมันอาจมีสายเลือดแปดเจ้าอสูรไม่ครบก็ได้ เรื่องนี้พวกเราอย่าเพิ่งร้อนใจไป
คนร้ายหมาป่ากิเลนจบชีวิตชั่ว ๆ ไปแล้ว อาจไม่มีอะไรก็ได้” จงขุยบอกกับทุกๆคน เพื่อให้สบายใจ
“ แต่ก่อนมันตายข้าสืบวิญญาณหมาป่ากิเลน มีมากกว่าร้อยตัว ไม่ใช่มีแค่มันเพียงตัวเดียวนะ” เทียนบอกไปตามความจริง
“ ฮ้า นี่เจ้าพูดจริงหรือ” พี่จงขุยเอ่ยอย่างตื่นเต้น
“ จริงแน่นอน พวกมันทุกตัวได้ดื่มเลือดของอสูรเต่ามังกร ร่างของพวกมันจึงมีพลังเพิ่มขึ้นมาอีกระดับขั้นหนึ่ง แต่พวกมันมีเซียนราชันไม่ถึง 10 ตัว แต่มีเซียนหมาป่าระดับกลางอยู่เกือบร้อยตัว” เทียนจับสัมผัสพวกมันได้เท่านี้
“ ไม่ได้การแล้ว พวกเจ้าทั้งสี่ ส่งสาสน์แจ้งเตือนเรื่องนี้ให้กับ 18 เผ่าพันธุ์ ให้รับรู้หากใครมีสืบทราบเรื่องนี้ให้รีบแจ้ง พวกเราโดยด่วน” ศิษย์พี่จงขุยสั่งการทันที
ทันใดนั้นก็มีผู้หญิงคนหนึ่งแต่งตัวเป็นชายสวมชุดเกราะวัย 15 ปี เดินเข้ามาพร้อมกลับเพื่อนๆ มีทั้งหญิงและชาย มากัน สี่ห้าคน
“ พี่ใหญ่”
“ ว่านเอ๋อมาได้ยังไงเนี่ย” จงขุยทักน้องสาวคนเดียวของตน
“ ก็พาเพื่อนๆ มาทำภารกิจในแดนสนธยา เลยชวนพวกเขามาพักที่บ้านของเรา”
“ นี่คือศิษย์น้องเล็กของพี่เอง หลี่เทียน พวกเจ้าก็มาจากสำนักเดียวกัน วัยใกล้กัน พวกเจ้ารู้จักกันเอาไว้ซะ”
“ พี่สาว” เทียนทักทาย
“ นี่ฉันแก่ขนาดนั้นเลยหรือ” ว่านเอ๋อพูดมาด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ เทียนก็แค่เรียกตามมารยาทเท่านั้น
“ นายอายุเท่าไร”
“ 15 ปี”
“ เท่ากันอย่ามาเรียกข้าว่าพี่สาวอีก เรียกข้าว่า พี่ใหญ่ก็พอ” เพื่อนๆของว่านเอ๋อหัวเราะกันใหญ่
“ พี่ใหญ่” เทียนก็เรียกส่งๆ ไปอย่างนั้น เพราะเกรงใจศิษย์พี่จงขุย
“ พอ ๆ แล้ว อย่าแกล้งศิษย์น้องของพี่เลย ว่าแต่พวกเจ้ามากันที่แดนสนธยา มาทำภารกิจอะไร ช่วงนี้มีพวกอสูรร้าย ปรากฏตัว อยู่บ่อยๆ เสียด้วย”
“ พวกเรามานำไข่อสูรกลับสำนัก ให้รอดพ้นจากการถูกมนุษย์และปีศาจ จับเอาไปกิน” ว่านเอ๋อเอ่ยกับพี่ชาย
“ ใครเป็นคนขอภารกิจนี้”
“ แม่ของอสูรเอง นางขอสวรรค์ คงเป็นเพราะว่านางทำดีมาเยอะเลยทำให้สวรรค์เห็นใจข้าเห็นว่า มันอยู่ในแดนสนธยาก็เลยช่วนเพื่อนมาทำภารกิจนี้ทันที” ว่านเอ๋อเอ่ย
“ แล้วจะไข่อสูรเวลานี้อยู่ไหน”
“ หยกบอกว่า อยู่บนยอดเขาเซียนอสูร แม่เจ้าของไข่อสูรตายไปแล้วเมื่อ พันปีก่อน ไม่รู้ว่าเมื่อไรไข่อสูรถึงจะแตก พวกเราคงได้แต่น้ำไข่อสูรกลับสำนักตามภารกิจ”
“ ถ้าตัวอสูรมันออกจากไข่ อายุพันปีแล้ว มันจะเป็นตัวอะไรกันแน่” พี่จงขุยสงสัย
“ ข้าก็ไม่รู้ แต่ว่า ภารกิจง่าย ๆ พวกเราก็เลยถือโอกาสมาเที่ยวด้วยเลย”
“ เขาเซียนอสูร ไม่มีใครขึ้นไปนานแล้ว พรุ่งนี้พาอาเทียนไปเที่ยวด้วย ที่นั่นวิวสวยมาก พี่เคยขึ้นหลายครั้งแล้ว ไม่มีสิ่งใดน่ากลัว แต่ต้องระวังตัวพวกสัตว์ป่าอาจจะโผล่มาเมื่อไรก็ได้” พี่จงขุยบอกน้องสาว ซึ่งเวลานี้หันมามองหน้าเทียนแล้วบอกว่า
“ พรุ่งนี้เดินทาง 7 โมงเช้า ห้ามสาย และเชื่อฟังคำสั่งของข้าเพียงผู้เดียว เข้าใจไหม ” ว่านเอ๋อสั่งเทียนหน้าตาขึงขัง เทียนก็อยากรู้เหมือนกัน ไข่อสูรพันปี ออกมาหน้าตาจะเป็นอย่างไร เลยพยักหน้า รับคำไป
เช้าเทียนก็ไปกับ จงว่านเอ๋อ เพื่อไปนำไข่อสูรกลับสำนัก ว่านเอ๋อมีเพื่อนมาด้วยอีก สี่คน เป็นชายสามคน เป็นหญิง อีกคน รวมเป็นห้าคน ทุกคนแต่งตัวในชุดเดินป่า พร้อมอาวุธ ครบมือ ธนู ดาบ มี กระบี่พร้อม ทั้งหมดเดินทางด้วยรถม้า
“ นี่ว่านเอ๋อ ข้าว่าเจ้าเอาเด็กน้อยนี่มาด้วยจะเป็นตัวถ่วงพวกเรานะ”
เพื่อนชายคนหนึ่งเอ่ยขึ้นมา
“ ไม่หรอกพี่ชายบอกว่าเขามีดาบวิเศษไม่มีใครทำอันตรายเขาได้ ขนาดปีศาจเซียนเขาฟันทีเดียวขาดสองซีกเลยนะ” ว่านเอ๋อบอกกับเพื้อนบนรถม้า
“ ถ้าเขาช้าพวกเราก็ไม่รอเท่านั้นเอง” เพื่อนชายอีกคนพูดแบบไม่ใส่ใจเท่าใดนัก
“ แต่ว่าเขายังเด็กอยู่นะ พวกเรารอเขาหน่อยไม่ได้เหรอ” ชายคนนี้พูดเหมือนห่วงใยเทียนเป็นพิเศษ
“ ถ้างั้นนายก็อยู่เป็นเพื่อนเขาก็แล้วกัน พวกเราจะได้นำทางขึ้นไปก่อน”
แต่ละคนยังพูดกันไม่จบ ก็มาถึงเขา เทียนมองไปบนยอดเขาเห็นมีสัตว์อสูรอยู่มากมาย เต็มไปหมด
ไม่รู้พวกมันมาชุมนุมอะไรอยู่บนยอดเขา แล้วถ้ากลุ่มเซียนน้อยพวกนี้ขึ้นไป
คงได้โดนโจมตีแน่ เทียนไม่บอก คิดว่าพวกอสูรเหล่านี้มีพลังสูงสุดแค่เซียนขั้นต้นไม่กี่ตัวเลยไม่ใส่ใจ พวกของว่านเอ๋อ มาถึงก็พุ่งร่างขึ้นเขาอย่างรวดเร็ว ไม่รอเทียน ปล่อยให้เทียนยืนอึ้งอยู่เชิงเขาเพียงผู้เดียว เทียนได้แต่ยิ้มแล้วส่ายหน้า
แล้วก็ค่อยๆ พุ่งร่างตามไปอย่างช้า ๆ...