ตอนที่34 ชัยชนะ
“หึถึงโอกาสของตูแล้วไอ้แมวน้อย แม้ก่อนหน้านี้จะใช้พลังเวทนอกร่างไม่ได้ พวกแมวๆอย่างเมิงรู้ไหม ว่าถ้ามาสัมผัสกับร่างกายตูในระยะ 1 มิลลิเมตรเป็นเวลานานๆจะเกิดอะไรขึ้น สิ่งนั้นก็คือ...”
“อย่ามาแย่งบทข้า”คิวบิลัสตะโกนขัดจังหวะแล้วหันมาทางเสือสีทองที่อยู่ตรงหน้า
“พวกหมาขี้เรื้อนอย่างเอ็งต้องตายอย่างเขียดวะฮ่า สะใจโว้ย!!!” คิวบิลัสแค่นเสียงพูดให้น่ากลัวแล้วตะโกนออกมาราวกับคนปัญญาอ่อนระหว่างที่กำลังหัวเราะอยู่นั้นก้อนดินสีทองพุ่งกระแทกศีรษะเต็มๆ
“โอ๊ย!!เอ็งปาดินใส่หัวข้าทำไมไอ้ไผ่” คิวบ์ไม่พูดเปล่าใช้มือซ้ายปั้นดินสีทองเป็นก้อนแล้วขว้างคืน
“เย้ย!!แล้วจะปาคืนมาทำไมฟร๊ะ!” ไผ่หลบก้อนดินไม่ทันเลยตะคอกกลับแต่เพียงเท่านั้นก็กลับมาให้ความสนใจกับอสูรมหาโหดสองตัวต่อ
แม้ไม่สามารถดึงพลังธรรมชาติมาใช้แต่พลังเวทมนตร์ภายในล้วนไม่เป็นปัญหา ไผ่กับคิวบิลัสสามารถกระจายพลังเวทไปทั่วร่างของอสูรทั้งสองตัวได้อย่างไม่ยากเย็นพวกเขาต่อสู้มาจะหลายวันพึ่งจะมารู้ตอนที่โดนเขาของอสูรที่ยกระดับขึ้นมาอีกขั้นแทง
ท้องของไผ่เป็นรอยบุ๋มไปตามเขาอันเหลมคมของสิ่งโตที่แทงเข้าไปแต่ไม่มีบาดแผลใดๆ ส่วนคิวบิลัสนั้นมีแผลกว้างตรงท้อง แต่ฟื้นฟูกลับมาเหมือนเดิมด้วยความเร็วอันน่าเหลือเชื่อ
ไฟสีดำเผาผลาญอสูรสิงโตขาวโดยที่มันไม่สามารถดูดกลืนพลังได้ส่วนคิวบิลัสนั้นใช้ไฟสีม่วงครอกเจ้าเสือสีทองจนมันร้องออกมาด้วยความทุกข์ทรมาน อสูรทั้งสองระเบิดพลังกระแทกไผ่กับคิวบ์เรื่อยๆจนพื้นเบื้องล่างเกิดการแตกระแหงลงเป็นระรอก แต่ไม่ได้ทำให้มือที่จับเขาของพวกมันอยู่คลายลงแต่อย่างได
ตูม!!! ตูม!! ๆ ๆ ๆ ๆ
ตูม!!!
พลังของอสูรทั้งสองที่ระเบิดออกมา ปะทะพลังหมัดเท้าเข่าศอกของไผ่และคิวบิลัสที่ต่อยไปยังเป้าหมายไม่หยุดยั้งบังเกิดคลื่นทำลายลึกลงไปใต้ดิน เสียงสนั่นหวั่นไหวของผืนดินกู่ร้องออกมาอย่างบ้าคลั่งอสูรทั้งสองยิ่งโดนโจมตีมากเท่าไหร่ก็เหมือนกับว่าพลังของมันถูกดูดเข้าไปในร่างของมนุษย์ทั้งสองแต่ละการโจมตีของไผ่กับคิวบิลัสยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น จนเกราะศีรษะของอสูรบรรพกาลเกิดรอยร้าวเล็กๆแต่ก็ฟื้นฟูกลับมาเป็นเหมือนเดิมอย่างรวดเร็ว
เกราะที่มันทั้งสองสวมใส่นี้ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องป้องกันธรรมดาสามัญมันมีความแข็งแกร่งถึงขั้นพลังโจมตีเต็มที่ของมันไม่อาจสร้างความเสียหายให้เกราะได้ การฟื้นฟูพลังของเกราะยังกะพริบรวดเร็วนับพันครั้งต่อหนึ่งวินาทีมันเป็นเกราะที่ได้รับมาจากสิ่งที่ไม่สามารถเอ่ยชื่อได้ที่มีพลังเหนือโลก
การต่อสู้ยิ่งเนิ่นนานการรัวหมัดของสองมนุษย์ยิ่งเร็วขึ้นจนไม่สามารถจับได้ทันว่าต่อยไปกี่หมื่นครั้งต่อวินาทีรู้จนกระทั่งการฟื้นฟูของเกราะไม่สามารถตามทันหมัดของทั้งคู่ได้ยิ่งนานก็ยิ่งแตกระแหงเรื่อยๆ แต่เพียงแรงกระแทกของหมัดก็ทำให้อสูรทั้งสองเจ็บปวดได้แล้วนี่ยังไม่รวมถึงการสร้างความกลัวเหนือจินตนาการให้มันอีก
แววตาที่ทำให้สิ่งที่มองต้องจมดิ่งไปกับความมืดที่หนาวเย็นไม้มีสิ้นสุดกับอีกแววตาที่ดำมืดอันแสนเกรี้ยวกราด
ตูม!!! ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ
ตูม!!! ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ
การต่อยยังคงดำเนินต่อไปไม่สิ้นสุดพลันสิ่งแวดล้อมรอบข้างสั่นสะเทือนจนเกิดรอยแตกของมิติ พลังเวทจากที่ไหนไม่รู้แทรกเข้ามาจากรอยแยกนั้นพลังเวทของไผ่กับคิวบ์เริ่มมีผลภายนอกมากขึ้นยิ่งทวีความรุนแรงและพลังโจมตีไม่มีสิ้นสุดให้กับสองสหาย
อสูรทั้งสองตัวยังคงดิ้นรนไม่มีหยุดหย่อนแต่ก็ไม่สามารถดิ้นหลุดได้จนบัดนี้เกราะตรงหัวของมันแตกกระจายไปในที่สุดและหมัดอันรัวๆนั้นก็ระดมเข้าสู่กลางหัวของมันทั้งสองอย่างจังจนร่างกายสั่นสะท้าน พลันสัมผัสได้ถึงพลังชีวิตอันแสนริบหรี่และพลังภายในร่างที่ถูกดูดกลืนออกไปเรื่อยๆ
นี่คงจะเป็นสิ่งที่เรียกว่าความตายสำหรับพวกมันสิ่งนี้มันไม่เคยสัมผัสมานานแสนนานแล้ว มนุษย์ตรงหน้ามันนั้นแข็งแกร่งเสือและสิงโตทั้งสองต่างหลับตาลงพร้อมกับยอมรับชะตากรรมของมันมันยอมศิโรราบและยอมพ่ายแพ้ต่อมนุษย์ตรงหน้าอย่างเต็มภาคภูมิ
หมัดสุดท้ายอัดพลังเวทสีดำของไผ่จนผืนดินสั่นสะเทือนราวกับว่าเป็นพลังเฮือกสุดท้าย หมัดอัดพลังเวทสีน้ำเงินของคิวบิลัสก็เช่นกันบัดนี้ได้ทุ่มพลังเวททั้งหมดเพื่อโจมตีในครั้งนี้ ถ้าหากไม่สำเร็จก็คงต้องถอยและยอมรับความพ่ายแพ้แม้ตนจะไม่ได้ตายตกไปก็ตามทีและต่อจากนี้ไผ่กับคิวบิลัสจะยอมรับว่าอสูรทั้งสองตัวตรงหน้านั้นเป็นสัตว์ที่แข็งแกร่งของจริงเป็นสัตว์อสูรที่ทำให้ทั้งคู่ใช้พลังจนถึงเฮือกสุดท้ายจริงๆและถ้าหมัดนี้ไม่ได้ผลก็คือจะถอยออกไปจากที่นี่พร้อมกับเอาแพตตี้กับนานะกลับไปด้วย
พลังอันมหาศาลกรีดมิติจนเกิดรอยแตกระแหงมันเป็นพลังที่เพิ่มขึ้นสามระดับของการทะลุขีดจำกัดสูงสุด ระหว่างที่หมัดของไผ่กำลังจะโดนสิงโตขาวและหมัดของคิวบิลัสกำลังจะโดนเสือสีทอง
พลันทั้งคู่ก็สบตากัน ไผ่สบตากับสิงโต คิวบ์สบตากับเสือแล้วฝ่ายอสูรทั้งสองเป็นฝ่ายหลับตาลง บ่งบอกว่ามันยอมแพ้โดยไม่มีข้อกังขาและหมัดสุดท้ายนี้สามารถสังหารมันได้อย่างแน่นอน
ตูม!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
ครืน!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
เปรี๊ยะๆ ๆ ๆ ๆ ๆเปรี๊ยง!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
เสียงระเบิดอันดังระหึ่ม ผืนแผ่นดินถูกคว้านออกไปมากกว่า10 กิโลเมตรเผยให้เห็นรอยแยกของดินสีทองอร่าม และฝุ่นควันเนืองๆ บุรุษทั้งสองแสยะยิ้มด้วยความรู้สึกปีติยินดีอย่างเต็มภาคภูมิ
“ฉันชนะ” เสียงอันแผ่วเบาของไผ่เอื้อนเอ่ย
“ข้าได้ชัย” เสียงอันแหบแห้งของคิวบิลัสกล่าวแล้วทั้งคู่ก็ร่วงลงไปสู่หลุมที่ถูกคว้านไปดิ่งลึกไม่รู้จะสิ้นสุดตรงไหน แต่ในขณะนั้นเอง
ควับ!! ควับ!!!
เสือทองกระโดดไปคาบร่างของคิวบิลัสไปยังพื้นดินด้านบน
ส่วนสิงโตขาวก็คว้าร่างของไผ่เช่นกัน มันทั้งสองใช้ลิ้นเลียคราบเขม่าไฟและสิ่งสกปรกออกจากร่างกายของทั้งคู่
ทำไมมันทั้งสองถึงมีชีวิตอยู่นะหรือ
ย้อนไปตอนที่หมัดสุดท้ายกำลังจะโจมตีอสูรทั้งสองไผ่ได้สบตากับสิงโตขาว พลันก็รับรู้ถึงความรู้สึกหลายๆ อย่างที่คล้ายคลึงกันสิงโตหลับตาลงเป็นอันบ่งบอกว่ามันยอมรับความพ่ายแพ้ด้วยความเต็มใจของมันส่วนคิวบิลัสก็ได้สบตากับเสือทองและมันก็หลับตาลงยอมรับความพ่ายแพ้เช่นกัน
กระนั้นไผ่กับคิวบิลัสจึงเบี่ยงหมัดออกไปด้านข้างหาได้โจมตีใส่อสูรทั้งสองแต่อย่างใด
ฮูม!!
..................................
ในอดีตกาลเมื่อนานมาหลายชั่วยุคสมัยอสูรเสือกับสิงโตไม่รู้ว่ามันนั้นเกิดขึ้นมาเมื่อไร และเกิดขึ้นได้อย่างไรเท่าที่จำได้ก็มีแต่ภาพการต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอดและสังหารสิ่งมีชีวิตต่างๆไม่มีสิ้นสุดและผ่านระยะเวลามานานแสนนานจนกระทั่งสิ่งมีชีวิตเหล่านั้นหมดลงเหลือแต่มันสองตัวที่ต่อสู้และห้ำหั่นกันมานานแต่ก็ไม่สามารถหาผู้ชนะได้จนกระทั่งยอมรับที่จะอยู่ร่วมกันเวลาผ่านมานานแสนนานก็มีสิ่งมีชีวิตที่ทรงพลังเข้ามาแล้วบอกว่าเป็นผู้กักขังมันทั้งสองสิ่งนั้นได้มอบเกราะอันแข็งแกร่งให้เพื่อปกป้องสถานที่นี้และทำลายสิ่งมีชีวิตอื่นที่เข้ามาเกราะที่มันสวมใส่ได้ซึมซับเข้าสู่ร่างกายไม่สามารถถอดได้และยังมอบพลังอันมหาศาลให้อีกทั้งนี้ยังเป็นอุปกรณ์ที่ทำให้ใช้พลังในมิติกักขังนี้ได้
นานแสนนานสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กก้าวเข้ามาพวกมันได้ทำลายทรัพยากรของที่นี่และทำให้อสูรทั้งสองโกรธเคืองจนต้องลงมือสังหารจนสิ้นซากแต่ขณะนั้นก็ยังมีผู้รอดชีวิตไปหลายสิบคน สิ่งมีชีวิตนั้นเรียกตนเองว่ามนุษย์
เวลาผ่านมาชั่วอึดใจก็เริ่มมีมนุษย์อีกกลุ่มหนึ่งเข้ามาพวกมันช่างอ่อนแอเหลือเกินแต่ก็ถูกกำจัดไปในที่สุด กระนั้นก็ยังมีเข้ามาเรื่อยๆและเรื่อยๆ จนไม่มีมาอีกระยะหนึ่งๆ เวลาผ่านไปนานแสนนานจนพวกมันเบื่อจึงหลับใหลไม่สนใจสิ่งรอบข้าง กระทั่งในที่สุดก็มีมนุษย์เข้ามา มนุษย์ที่สามารถต่อกรกับมันได้และพัฒนาตนได้แข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆมนุษย์ที่ทำให้มันทั้งสองยอมรับความพ่ายแพ้อย่างไม่มีข้อกังขา
ซึ่งคือหนุ่มน้อยที่อยู่ตรงหน้ากับบุรุษอีกคนที่นอนสลบอยู่นับจากการต่อสู้ครั้งนี้มันทั้งสองจะไม่ทำอันตรายใด ๆ ต่อผู้ชนะเพราะนี่คือกฎที่มันได้ตั้งไว้ และผู้ชนะก็สามารถสังหารมันได้ทุกเมื่อหรือก็คือชีวิตของมันได้จบสิ้นไปแล้วนั่นเอง
……………………………