ขอโทษที พอดีบรรพจารย์ผมเป็นเจ้าแห่งยมโลก [นิยายแปล]

    บทที่ 89 ร่วมมือกัน ขับรถบัสอีกครั้ง

    ผมไม่รู้ว่าเม่าจิ้งมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร แต่เขาช่วยผมไว้ได้มากจริงๆ

            เพียงแต่เขาอาจยังไม่เข้าใจถึงความร้ายกาจของวิญญาณคนขับรถตนนี้

            แม้จะใช้ทั้งกระบี่ไม้ท้อและยันต์สะกดวิญญาณแล้วแต่มันก็ยังคงอยู่

            ตอนนี้เมื่อเขามองดูวิญญาณคนขับรถที่ถูกผมตรึงไว้กับพื้นคงพอจะเข้าใจแล้วว่าทำไมผมเพียงแค่ตรึงมันไว้ แต่ไม่ได้ฆ่ามัน

            เพราะมันฆ่าไม่ตายยังไงล่ะ…

            ผมจ้องวิญญาณอาฆาตตรงหน้าแล้วสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนเอ่ยว่า “ฉันลองมาหมดแล้วดูเหมือนจะฆ่ามันด้วยวิธีธรรมดาไม่ได้”

            เม่าจิ้งขมวดคิ้วมองรอบตัวเห็นไอความมืดที่ค่อยๆ หลั่งไหลเข้ามาจากทุกทิศทาง

            บาดแผลที่เคยอยู่บนร่างของวิญญาณคนขับรถกำลังค่อยๆฟื้นตัว

            นอกจากนี้มันเริ่มมีท่าทีดุร้ายมากขึ้นพลังอาฆาตที่แผ่ออกมารุนแรงจนทำให้บรรยากาศรอบตัวหนาวเย็นขึ้นเรื่อยๆ

            เม่าจิ้งกล่าวขึ้นว่า “ที่นี่เป็นจุดเกิดเหตุ พลังอาฆาตโดยรอบจะไหลเข้าหามันโดยอัตโนมัติ หากไม่ออกไปจากที่นี่ก่อน พวกเราไม่มีทางสะกดมันได้แน่”

            ผมพยักหน้าเหลือบมองไปที่อ่างเก็บน้ำซึ่งยังคงมีน้ำขึ้นปุดๆ ราวกับกำลังเดือด แล้วกล่าวว่า “คุณควบคุมรถบัสคันนี้ได้ไหม ถ้าเราขับมันไปถึงท่าเรืออวี๋จุ่ยอาจารย์ของฉันต้องมีวิธีจัดการมันแน่นอน”

            เม่าจิ้งได้ยินดังนั้นก็พยักหน้า “นายคอยกดมันไว้ ฉันจะลองดู”

            พูดจบเม่าจิ้งก็รีบควักกระดาษยันต์และพู่กันจากกระเป๋าสะพายออกมา จากนั้นก็เริ่มเขียนอักขระลงบนกระดาษด้วยความรวดเร็ว

            เห็นได้ชัดว่าเม่าจิ้งมีฝีมือสูงกว่าผม

            ผมไม่รบกวนเขาและกลับไปควบคุมวิญญาณคนขับรถเพื่อป้องกันเหตุไม่คาดฝัน

            เหล่าวิญญาณผู้โดยสารในรถบัสต่างจับจ้องมาที่เราด้วยความหวาดกลัว

            มีเพียงวิญญาณคนขับรถเท่านั้นที่ยังคงร้องคร่ำครวญไม่หยุด“ฝังไปพร้อมกัน…ทุกคนต้องถูกฝังไปพร้อมกับฉัน…”

            เมื่อเห็นว่ามันยังคงไม่สงบผมยกเท้าถีบเข้าที่ใบหน้าของมันอย่างแรงหลายครั้ง

            “หุบปากซะ!”

            “พวกแกทุกคนคิดจะเล่นงานฉัน! ฉันจะให้แกตาย! ทุกคนต้องตาย!”

            มันดิ้นรนอย่างบ้าคลั่งกระบี่กระดูกปลาที่ตรึงมันไว้เริ่มสั่นและดูเหมือนจะสะกดมันไม่อยู่

            ผมไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากคว้าแส้กระดูกงูออกมาใช้แส้รัดคอมันแล้วพันอีกด้านเข้ากับเสาเหล็กภายในรถบัสก่อนที่มันจะดิ้นหลุดจากกระบี่

            ในขณะเดียวกันเม่าจิ้งก็เขียนยันต์เสร็จ

            ผมกวาดตาดูปรากฏว่าเป็นหมายเลขทะเบียนของรถบัสคันนี้ และเส้นทางปลายทางที่ระบุไว้คือท่าเรืออวี๋จุ่ย

            เมื่อเขาเขียนเสร็จเม่าจิ้งหันไปพูดกับวิญญาณหนุ่มรอยสักที่พยายามควบคุมรถ

            “พี่ชาย คราวนี้นายเป็นคนขับรถนะ”

            วิญญาณหนุ่มรอยสักชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะอุทาน“ฉันเหรอ ให้ฉันขับ?”

            เม่าจิ้งพยักหน้า“ใช่ นายเท่านั้นที่ขับได้ รถบัสผีต้องมีผู้โดยสารที่เป็นวิญญาณขับเท่านั้นคนเป็นขับไม่ได้ ฉันจะเผายันต์นี้ให้นายจะเข้าใจวิธีขับมันเอง”

            วิญญาณหนุ่มรอยสักได้ยินดังนั้นก็พยักหน้า“ก็ได้! ฉันจะลองดู!”

            เหล่าวิญญาณผู้โดยสารในรถเริ่มตื่นเต้น

            “สุดยอด! ในที่สุดเราก็มีโอกาสออกไปจากที่นี่!”

            “ไม่ต้องอยู่ในน้ำอีกต่อไปแล้ว!”

            “เราจะรอดแล้ว!”

            แต่น้ำในอ่างเก็บน้ำยังคงเดือดพล่านพ่นไอสีดำออกมาอย่างต่อเนื่อง

            วิญญาณคนขับรถแผดเสียงคำรามอย่างบ้าคลั่งพลังอาฆาตพุ่งกระจายออกมา

            ด้วยแรงระเบิดนั้นกระบี่กระดูกปลาที่ปักคอมันกระเด็นออกไปเสียงดัง “ปัง!”

            มันผุดลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว

            เสียงหวีดร้องของเหล่าวิญญาณผู้โดยสารดังขึ้นพวกเขารีบถอยหนีไปคนละทิศทางด้วยความหวาดกลัว

            วิญญาณคนขับรถหันขวับหมายจะกัดผม

            โชคดีที่ผมระมัดระวังตัวอยู่เสมอแถมก่อนหน้านี้ก็ใช้แส้กระดูกงูคล้องคอมันไว้แล้วและยังพันรอบเสาเหล็กของรถบัสอีกด้วย

            เมื่อเห็นว่ามันพยายามกัดผมผมจึงกระชากแส้กระดูกงูอย่างแรง

            เสียงกระดูกเสียดสีกันดัง“กึกๆ!”

            วิญญาณคนขับรถถูกกระชากไปกระแทกกับเสาเหล็กภายในรถถูกตรึงแน่นไม่ให้ขยับ

            “ให้ตายเถอะ คิดจะกัดฉันเรอะ!” ผมตวาดเสียงแข็ง มือยังคงจับแส้แน่น

            วิญญาณคนขับรถใช้กรงเล็บคว้าจับแส้ที่รัดคอตนแน่นพลางกรีดร้อง “ปล่อยฉัน! ปล่อยฉัน!”

            แน่นอนว่าผมไม่มีทางปล่อยมันผมกระชากแส้ให้แน่นขึ้นอีก

            แต่พลังของมันกลับยิ่งเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลโดยเฉพาะหลังจากดูดซับไอสีดำที่ลอยเข้ามา มันแข็งแกร่งขึ้นทุกขณะ

            เสาเหล็กแทบจะถูกมันกระชากจนหัก

            เม่าจิ้งที่อยู่ด้านหน้ารถเห็นสถานการณ์แต่แทนที่จะรีบเข้ามาช่วย เขากลับจุดไฟเผากระดาษยันต์ที่อยู่ในมือ

            “เจียงหนิง อดทนอีกหน่อย...” เขากล่าว ก่อนจะพึมพำคาถาต่อไป

            ขณะเดียวกันกระดาษยันต์ที่เขาถือก็ถูกเผาไหม้จนหมดสิ้น

            วิญญาณหนุ่มรอยสักที่นั่งอยู่ในตำแหน่งที่นั่งคนขับสามารถสตาร์ตรถได้ในที่สุด

            แต่แทนที่จะมีเสียงเครื่องยนต์ดังขึ้นรถกลับขยับไปข้างหน้าแทน

            เสียงกรีดร้องจากเหล่าวิญญาณผู้โดยสารดังขึ้น

            “ไม่ใช่ๆ! ขับผิดทางแล้ว!”

            “ถอยหลัง! ต้องถอยหลัง!”

            วิญญาณหนุ่มรอยสักหน้าซีดรีบกล่าวด้วยความกระอักกระอ่วน “ขะ...ขอโทษที ลืมเข้าเกียร์ถอยหลัง”

            พูดจบเขาเปลี่ยนเกียร์ รถบัสก็เริ่มเคลื่อนที่ไปทางด้านหลังแทน

            เม่าจิ้งพยักหน้า“ควบคุมให้มั่น อย่าเร็วเกินไป และห้ามขับผิดทางเด็ดขาด”

            “เข้าใจแล้ว!” วิญญาณหนุ่มรอยสักตอบรับ

            เม่าจิ้งเห็นว่าไม่มีอะไรผิดพลาดจึงรีบวิ่งตรงมาหาผมทันที

            แต่ในวินาทีนั้นเองวิญญาณคนขับรถก็ระเบิดพลังออกมาอีกครั้ง

            ผมรู้สึกเหมือนมีคลื่นพลังปะทะเข้ามาเต็มๆร่างของผมปลิวกระเด็นราวกับถูกรถพุ่งชน ก่อนจะกระแทกลงกับพื้นอย่างแรง

            แส้กระดูกงูที่พันรอบคอมันก็ถูกกระชากหลุดไปด้วย

            มันแสยะยิ้มอาฆาตก่อนจะคำรามเสียงต่ำ

            “รถคันนี้เป็นของฉัน! ไม่มีใครแตะต้องมันได้!”

            วิญญาณคนขับรถแผดเสียงคำรามก่อนจะพุ่งเข้าหาอย่างดุดัน

            เม่าจิ้งไม่สนใจผมที่ล้มอยู่เขาชักกระบี่ไม้ท้อออกมาแล้วฟันลงไปทันที

            ผมรู้สึกถึงความเจ็บแปลบที่แผ่นหลัง

            แต่ก็รีบลุกขึ้นมาอย่างรวดเร็วคว้ากระบี่กระดูกปลาที่ตกอยู่ข้างๆ แล้วพุ่งเข้าไปช่วย

            เหล่าวิญญาณผู้โดยสารต่างพากันหลบไปที่หัวท้ายรถร่างสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว

            มีเพียงวิญญาณหนุ่มรอยสักที่ยังคงพยายามควบคุมรถให้กลับทิศและมุ่งหน้าออกไป

            เม่าจิ้งแข็งแกร่งมากอย่างน้อยก็เหนือกว่าผมในตอนนี้ 

            เขาปะทะกับวิญญาณคนขับรถอย่างดุเดือดโดยไม่เสียเปรียบ แต่ก็ยังไม่อาจกดมันให้อยู่มือ

            เสียงดังกึกก้องจากการปะทะกันระหว่างกระบี่ไม้ท้อและกรงเล็บของวิญญาณคนขับรถดังไปทั่วรถบัสไฟสีเขียวพวยพุ่งขึ้นเป็นระยะ

            เมื่อเห็นจังหวะที่ทั้งสองปะทะกันผมฉวยโอกาสทันที

            ผมแทงกระบี่กระดูกปลาทะลวงเข้าไปที่ดวงตาของมัน

            การโจมตีสำเร็จ!กระบี่ปักทะลุเข้าที่ดวงตาของมันเต็มๆ

            วิญญาณคนขับกรีดร้องเสียงแหลมพร้อมกับยกกรงเล็บขึ้นหมายจะฉีกผมเป็นชิ้นๆ

            แต่เม่าจิ้งวาดกระบี่ลงไปที่แขนของมันอย่างเฉียบคม

            เสียงหวีดร้องด้วยความเจ็บปวดดังลั่นไปทั่วรถ

            ผมฉวยโอกาสถีบมันอย่างแรงทำให้มันกระเด็นไปกระแทกกับเบาะที่นั่ง

            เม่าจิ้งไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดลอยเขาพุ่งกระบี่ตรงไปยังอกของมัน ตรึงร่างของมันไว้กับเบาะโดยตรง

            “พวกแกทุกคนรวมหัวกันเล่นงานฉัน!”

            วิญญาณคนขับรถคำรามกราดเกรี้ยวไปทั่วทั้งคันรถ พยายามกระชากกระบี่ออกจากอกเพื่อหลุดพ้นจากพันธนาการ

            แต่เม่าจิ้งกดมันไว้แน่นไม่ให้มันขยับได้

            เมื่อเห็นดังนั้นผมรีบตะโกนขึ้น “ตรึงมันไว้ก่อน เดี๋ยวฉันจะมัดมัน!”

            พูดจบผมคว้าแส้กระดูกงูที่ตกอยู่ แล้วรีบก้าวไปทางด้านหลังของมัน

            ผมพันแส้ไปรอบตัวมันทันทีโดยไม่สนใจเสียงกรีดร้องหรือการดิ้นรนของมัน

            เมื่อแส้สัมผัสกับร่างของมันเสียง “ซี่ๆ” ดังขึ้น ควันสีดำลอยพวยพุ่งออกมา

            วิญญาณคนขับรถกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดแต่ไร้หนทางต่อต้าน

            ครั้งนี้ผมรัดแส้เป็นเงื่อนตายแน่นหนา

            เม่าจิ้งกดกระบี่ไม้ท้อทะลุหน้าอกของมันตรึงมันไว้กับเบาะโดยสมบูรณ์

            หากมันไม่สามารถฉีกแส้กระดูกงูให้ขาดหรือดึงกระบี่ไม้ท้อออกจากอกก็ไม่มีวันหลุดจากพันธนาการนี้ได้!


     

    คล้ายกับเรื่องขอโทษที พอดีบรรพจารย์ผมเป็นเจ้าแห่งยมโลก [นิยายแปล] ที่คุณอ่าน