ครึ้มครึ้ม
ทันทีที่ลูกบอลโปร่งแสงสีทองลอยออกมาทั่วทั้งป่าดาบก็เกิดเป็นสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงราวกับสวรรค์สั่นคลอนพลิกคว่ำจิตวิญญาณดาบสีเหลืองที่กระจายตัวอยู่เกิดเป็นลำแสงวูบไหวสั่นสะท้านอย่างรุนแรงกรีดร้องออกมาเป็นเสียงเล็กแหลมเหมือนกับว่าพวกมันต้องการจะฉีกกระชากบางสิ่งให้ย่อยยับ
ใบหน้าของเย่ฉียังคงไม่สะทกสะท้านเขากวาดมือออกเป็นวงโค้งพร้อมกับหลับตาลงอย่างสงบร่ายรำกระบวนท่าที่เชื่องช้าออกมาโดยไม่สนใจสายตาของผู้ใด...มันเป็นเพียงกระบวนท่าที่เรียบง่ายแต่กลับแฝงไปด้วยความลึกล้ำร้อยแปดวิถีไหลเวียนไปตามวงโคจรสร้างเป็นคลื่นจิตวิญญาณอันเบาบางแพร่สะพัดออกไปทั้งสิบทิศ!
ในเวลานี้แม้แต่จิตวิญญาณสีเขียวที่อยู่ด้านหลังก็ยังสะเทือนขึ้นมาเช่นกันการร่ายรำของเย่ฉียังคงดำเนินออกไปอย่างเชื่องช้าและถูกต้องครบถ้วนสมบูรณ์จิตวิญญาณดาบจะก่อกำเนิดขึ้นเป็นรูปร่างก็ต่อเมื่อใครบางคนสามารถรู้แจ้งถึงแก่นแท้ของวิชาดาบส่วนระดับของมันล้วนเป็นจุดเริ่มต้นทุกคนการจะพัฒนาจิตวิญญาณดาบต้องอาศัยความเพียรและทำความเข้าใจไปทีละนิด
ทว่าในขณะที่เย่ฉีร่ายรำกระบวนท่าออกมาดวงดาวที่อยู่ด้านหลังก็ราวกับกลายเป็นหลุมดำที่ดูดกลืนทุกสิ่งแรงดึงดูดนี้ทำให้จิตวิญญาณสีเหลืองนับหมื่นนับแสนที่อยู่ในป่าดาบโกรธเกรี้ยวและอาศัยแรงดึงดูดนั้นเพิ่มความเร็วในการพุ่งเข้าหาเย่ฉีเพื่อกำจัดเขาออกไปแต่ก็เป็นเพียงเวลาสั้นๆเท่านั้นก่อนที่พวกมันจะกรีดร้องอย่างหวาดกลัวและต้องการจะหลบหนี
กระบวนท่าที่เย่ฉีร่ายรำออกมานั้นก็คือเขี้ยวมังกรคราม!ท่าดาบที่เขาคิดค้นขึ้นเองและอยู่ในระดับสมบูรณ์แบบทันทีที่แสดงมันออกมาจิตวิญญาณสีเหลืองของเขาก็ก่อตัวขึ้นมาด้านหน้าเกิดเป็นพลังสยบกระจายออกไปสะกดข่มจิตวิญญาณสีเหลืองทั้งหมดที่อยู่ภายในป่าดาบจิตวิญญาณสีเหลืองที่เกิดจากการรู้แจ้งเขี้ยวมังกรครามขยายขนาดขึ้นเรื่อยๆ ราวกับจะแทงทะลุออกไปอย่างไม่มีวันสิ้นสุด!
ไท่จือและเหวยโม่นั้นใช้วิชายุทธ์ระดับสวรรค์ขั้นต้นในการปลุกจิตวิญญาณดาบและด้วยความเข้าใจของพวกเขาก็สามารถก่อร่างให้กำเนิดจิตวิญญาณดาบของตัวเองได้ยาวถึงหนึ่งจั้งแต่ในเวลานี้เพียงการรู้แจ้งของเย่ฉีดำเนินไปสองส่วนจิตวิญญาณดาบของเขาก็สูงขึ้นไปถึงสิบจั้งภาพนี้ทำให้เกิดเป็นเสียงระเบิดตูมตามดังขึ้นให้สมองของพวกเขา
“เขาใช้วิชาอะไรเพื่อก่อกำเนิดกัน?”
ไท่จือดวงจาเบิกกว้างมองไปยังเย่ฉีด้วยความตกใจส่วนเหวยโม่นั้นแม้จะไม่ต่างกันมากนักแต่ก็ยังดีกว่าหน่อยในดวงตาของเขาปรากฏแสงวูบวาบขึ้นมาก่อนจะมีรอยยิ้มที่มุมปาก
“เร็วเข้า!อย่าให้เขาทำสำเร็จ รีบจัดการเขาก่อนที่เหลือค่อยว่ากัน!”
เหวยโม่พุ่งออกไปทันทีพร้อมปล่อยจิตวิญญาณดาบสีเหลืองเข้มออกมาไท่จือก็ไม่ได้โง่สามารถเข้าใจความหมายได้ในทันทีเดิมทีก็คิดว่าเย่ฉีนั้นจะต้องเก่งกาจจึงระมัดระวังตัวแต่เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายมาที่นี่เพื่อปลุกจิตวิญญาณดาบแล้วเขายังจะต้องกลัวอะไรอีก?เรื่องระดับพลังนั้นพวกเขาก็อยู่ในขั้นเก้าระฆังทองแถมยังมีจิตวิญญาณดาบที่เกือบจะเป็นขอบเขตหยั่งรู้อยู่แล้วดังนั้นยังมีอะไรต้องกลัวอีก? คนธรรมดาจะสามารถต่อกรกับผู้ใช้จิตวิญญาณได้อย่างไร?หรือต่อให้เย่ฉีทำสำเร็จพวกเขาก็ยังมีความมั่นใจ!เพียงแต่ขนาดของจิตวิญญาณที่เย่ฉีกำลังสร้างนั้นใหญ่จนน่ากลัวเกินไปจึงต้องไม่ปล่อยให้เขาทำสำเร็จ!
“ฮ่าๆอยู่ดีๆ ก็มีแพะอ้วนเดินมาหาเสียได้!”
ก่อนหน้านี้เป็นการฝึกฝนทั้งคู่จึงค่อยๆเป็นค่อยๆ ไปแต่เพียงเวลานี้นั้นต่างกันไท่จือและเหวยโม่ระเบิดพลังปราณออกมาทั่วร่างก่อเป็นระฆังทองอันเลือนรางสิบแปดใบลอยเด่นอยู่เบื้องหลังเพียงพริบตาเดียวก็เข้ามาใกล้เย่ฉีถึงสามจั้งสายตาอันเหยียดหยามปะปนกับความโลภจ้องมองไปยังเย่ฉีก่อนที่เหวยโม่จะโบกมือเกิดเป็นคมดาบสายลมสิบเล่มพุ่งเข้าหาเย่ฉีที่กำลังร่ายรำกระบวนท่าอยู่!
อย่างไรก็ตามท่าทางของเย่ฉียังคงไม่เปลี่ยนไปดวงตาของเขายังคงสงบอยู่เช่นเดิมและร่ายรำกระบวนท่าต่อไปในตอนที่หลี่หลินหงใช้เขี้ยวมังกรครามนั้นเกิดขึ้นเพียงแค่ชั่วลมหายใจเดียวเท่านั้นแต่การจะก่อร่างจิตวิญญาณขึ้นมาต้องอาศัยการรู้แจ้งและเย่ฉีจะต้องร่ายรำออกมาทั้งหนึ่งร้อยแปดวิถีการฟาดฟันก่อนผสานรวมออกมาเป็นคมเขี้ยวมังกรเพื่อให้จิตวิญญาณดาบและร่างกายตอบรับ!
เจ้ามังกรน้อยเสี่ยวไป๋ที่หลับมาตลอดตอนนี้ก็ค่อยๆลืมตากลมโตของมันขึ้นมาจ้องมองไปยังมนุษย์สองคนที่กำลังโจมตีเข้ามาเพียงการพ่นลมหายใจจากจมูกหนึ่งครั้งก็เกิดเป็นเรื่องสั่นสะเทือนจิตใจของไท่จือและเหวยโม่!ลมหายใจที่ดูบอบบางนั้นพัดผ่านฉีกกระชากคมดาบวายุทั้งสิบจนแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ
“เป็นไปได้อย่างไร?เพียงหนึ่งลมหายใจก็สามารถต้านคมดาบของข้าได้?”
ในใจของเหวยโม่แม้จะตกตะลึงแต่ความไม่ยินยอมกลับมีมากกว่า!
“ไท่จือช่วยข้าโจมตีเข้าไป!”
เพียงการเคลื่อนไหวเดียวของเสี่ยวไป๋ก็ทำให้ท่าทางของไท่จือและเหวยโม่จริงจังขึ้นมาคลื่นพลังปราณไหลทะลักออกจากทั้งสองมือของพวกเขาไหลวนผสานเข้ากับจิตวิญญาณดาบสีเหลืองจนเกิดเป็นดาบแสงขนาดใหญ่ชี้ไปทางเย่ฉี
“ไป!”
ทันทีที่ทั้งสองคำรามออกมาดาบสีเหลืองเข้มก็หมุนควงกันเป็นสว่านผสานการโจมตีพุ่งไปยังเยฉีการโจมตีนี้มากพอที่จะทำให้คนที่มองดูอยู่ด้านนอกต้องหน้าซีดเผือดทว่าการกระทำของเย่ฉีก่อนหน้านี้ดึงดูดความสนใจของจิตวิญญาณดาบสีเหลืองไปทั้งหมดจึงทำให้ไท่จือและเหวยโม่สามารถโจมตีได้อย่างง่ายดายไม่เช่นนั้นแล้วพวกเขาจะไม่สามารถใช้พลังขนาดนี้ได้ภายในป่าดาบเพราะจะเป็นการไปกระตุ้นให้จิตวิญญาณดาบบ้าคลั่งเช่นเดียวกับเย่ฉี
ดวงตากลมโตของเสี่ยวไป๋หดเล็กลงมองไปยังคมดาบสีเหลืองสองเล่มที่พุ่งเข้ามาด้วยความรวดเร็วนี่เป็นครั้งแรกที่มันกางปีกออกมากระพือขึ้นยืนอย่างผ่าเผยก่อนหน้านี้แทบตลอดเวลาเสี่ยวไป๋จะนอนหลับอยู่บนไหล่ของเย่ฉีราวกับว่ามันเป็นเพียงเครื่องประดับชิ้นหนึ่ง
ในตอนนี้เองที่เสี่ยวไป๋ยืนขึ้นก็ราวกับผนึกแก้วที่ถูกทำลายกลิ่นอายของราชันมังกรแผ่กระจายออกไปทั่วทั้งเขตแดนศักดิ์สิทธิ์ก่อให้ท้องฟ้าเกิดเป็นพายุเมฆพัดกระหน่ำเต็มไปด้วยอสรพิษสายฟ้า!ดวงตาสีดำนั้นจ้องมองไปยังไท่จือและเหวยโม่จนทั้งสองหน้าซีดขาวราวกับศพ! แต่กลิ่นอายก็คือกลิ่นอายเป็นนามธรรมไม่สามารถสกัดกั้นการโจมตีที่เป็นรูปธรรมได้!
แม้จะเป็นสายเลือดที่ยิ่งใหญ่แต่เสี่ยวไป๋ก็ยังเด็กมากนับจากวันที่เกิดก็ผ่านมาหนึ่งปีเท่านั้นต่อให้เติบโตได้รวดเร็วยังไงก็ยังไม่ถึงขั้นเก้าระฆังทองทว่าด้วยสายเลือดที่ยิ่งใหญ่และจิตใจอันเด็ดเดี่ยวที่ต้องการปกป้องช่วงเวลาสำคัญของเย่ฉีจึงทำให้ดวงตากลมโตของมันเกิดประกายแสงวูบหนึ่งเค้นพลังทั้งหมดที่สั่งสมออกมาไว้ที่ปลายเล็บแล้วตวัดออกไปด้านหน้าทำให้เกิดเป็นกรงเล็บขนาดใหญ่พุ่งเข้าปะทะกับดาบจิตวิญญาณสีเหลืองทั้งสองเล่มที่กำลังพุ่งเข้ามา
ทั่วทั้งร่างของเสี่ยไป๋สั่นสะท้านไปด้วยความเจ็บปวดจากการรีดเร้นพลังแต่มันก็ยังขบกรามฝืนทนเอาไว้ไม่ส่งเสียงแสดงความอ่อนแอออกมา...นี่คือเกียรติของราชัน!
กรงเล็บมังกรพุ่งเข้าปะทะกับคมดาบสีเหลืองจนเกิดเป็นคลื่นลมฟุ้งกระจายออกไปโยกคลอนต้นดาบที่ตั้งตรงราวกับภูผาจนสั่นไหวไปมาเหมือนใบหลิวการปะทะกันของสองขุมพลังรุนแรงจนผู้ที่เห็นต้องหน้าซีดแต่พลังของเสี่ยวไป๋นั้นยังอ่อนแอเกินไปกรงเล็บที่เค้นพลังออกมาทั้งหมดนั้นทำได้เพียงสกัดจิตวิญญาณดาบของไท่จือเท่านั้นส่วนของเหวยโม่นั้นยังคงพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วหมายจะฉีกกระชากมังกรน้อยเป็นชิ้นๆ
ทว่าในเวลานี้เองก่อนที่จะทันรู้ตัวเพราะสายตาของแต่ละคนมัวแต่จับจ้องไปยังการต่อสู้...จิตวิญญาณดาบสีเหลืองทั้งป่าดาบก็กรีดร้องออกมาอย่างทุรนทุรายและเพียงอึดใจต่อมาพวกมันทั้งหมดก็ถูกดูดเข้าไปโดยลูกบอลโปร่งแสงสีทองอย่างรวดเร็วในความเป็นจริงมันเกิดขึ้นแทบจะในพริบตาเท่านั้น ยามนี้จิตวิญญาณดาบของเย่ฉีได้ถือกำเนิดขึ้นอย่างสมบูรณ์แล้ว!ลำแสงขนาดใหญ่พุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้าตัดผ่านก้อนเมฆเป็นหลุมลึกสุดหยั่งลำแสงนี้ไม่ใช่สีเหลืองแต่เป็นสีทอง! มันก็คือจิตวิญญาณดาบของเย่ฉี!
ขั้นตอนการควบแน่นนั้นยังไม่เสร็จแต่เย่ฉีในตอนนี้ไร้พันธนาการแล้วโดยสิ้นเชิงวิถีทั้งหนึ่งร้อยแปดได้ผสานกันเกิดเป็นภาพมายาของคมเขี้ยวสีครามขนาดใหญ่สายตาของเขาเต็มไปด้วยจิตสังหารอันเหลือล้นเมื่อรวมกับดวงตาที่มีสีแดงฉานเพียงแค่สบตาก็ทำให้เหวยโม่และไท่จือหนาวสั่นไปถึงกระดูก!
เพียงหนึ่งก้าวอันแผ่วเบาร่างของเขาก็มาปรากฏด้านหน้าของเสี่ยวไป่ก่อนจะยื่นมือออกไปรับการโจมตีของจิตวิญญาณสีเหลืองที่กำลังพุ่งเข้ามา
หมับ!
แค่เพียงมือเปล่าเท่านั้น...หนึ่งมือที่บอบบางคว้าเอาดาบจิตวิญญาณของเหวยโม่เอาไว้เหมือนกับคีมเหล็กใบหน้าของเหวยโม่ซีดลงทันทีและพยายามจะบังคับดึงเอาจิตวิญญาณดาบกลับไปทว่า...ไม่สามารถทำได้!
“สารเลวปล่อยมือเดี๋ยวนี้!”
ความบ้าคลั่งและความหวาดกลัวของเหวยโม่ทำให้เขากล่าวออกไปอย่างร้อนรนแต่สิ่งที่ได้รับกลับมานั้นก็คือสายตาที่เย็นชาและดุร้ายใบหน้าของเย่ฉีไม่ได้แสดงสิ่งใดออกมาราวกับที่เขากำลังมองอยู่นั้นก็คือคนตาย!
“เมื่อกล้าที่จะยั่วยุข้าก็ต้องเตรียมใจรับผลที่จะตามมา!”
เมื่อกล่าวจบมือที่คว้าจับจิตวิญญาณดาบของเหวยโม่เอาไว้ก็บีบลงไปอย่างแรงเกิดเป็นเสียงแตกหักของบางอย่างดังก้องไปทั่วทั้งป่าดาบเพียงขยับเล็กน้อยก็สามารถดับทำลายดาบจิตวิญญาณได้ในพริบตาท่ามกลางความเงียบของผู้คนที่กำลังตกใจมีเพียงเสียงร้องของเหวยโม่เท่านั้นที่ดังออกมาเหมือนผีร้ายที่สิงอยู่ในป่าดาบ!