ก่อนหน้านั้นครึ่งเค่อ(7-8นาที)
หยางหลงเทียนที่อยู่ภายในห้องพักที่ทางสำนักหลวงหรือสำนักมังกรคำรามเตรียมไว้ให้อยู่นั้นกำลังนั่งฟังคนของตนเองรายงานเรื่องที่ให้ไปสืบเสาะหาบุคคลสำคัญของราชวงศ์หยางอยู่
"นายท่าน คนของเราที่ท่านส่งไปตามหาและสืบข่าวขององค์ชายใหญ่และองค์ชายรองตอนนี้คนของเราได้ข่าวมาว่าทั้งสองกลับมายังแคว้นหยางของเราแล้วขอรับและทั้งสองก็มาในฐานะตัวแทนของสำนักวายุคลั่งและสำนักเทพกระบี่ตอนนี้ทั้งสองแอบลอบเข้าไปพบฝ่าบาทแล้ว ทั้งสามพระองค์กล่าวพูดคุยกันเพียงเล็กน้อยก็แยกย้ายและคนของทางฝั่งองค์ชายสามก็น่าพอจะทราบข่าวคราวบ้างแล้วถึงการกลับมาของทั้งสองพระองค์หลังจากองค์ชายทั้งสองหายตัวไปนานนับสิบปีขอรับ"เงาของหอสังหารรายงานนายด้วยท่าทีจริงจัง
"หือ?.....ทั้งสองกลับมาแล้วรึ ให้ข้าทนรอตั้งนานในที่สุดข้าก็จะได้อยู่กับคนรักเสียทีในเมื่อทั้งสองกลับมาแล้วแสดงว่าทั้งสองพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับศัตรูของตัวเองแล้วสินะ ข้าจะได้ปล่อยวางภาระอันหนักอึ้งนี้เสียที......สั่งคนของเราออกไปให้ดูแลความปลอดภัยของทั้งสองให้ดี แต่ให้เว้นระยะห่างไว้ด้วยดูท่าแล้วคนพวกนั้นคงรู้เพียงแค่ว่าทั้งสองกลับมาแต่คงยังไม่รู้ว่าเป็นคนไหน.."หึ....คนพวกนั้นคงจะเหมือนถูกไฟรนก้นอยู่เป็นแน่ที่รู้ว่าคนที่ตนเองสั่งฆ่ายังมีชีวิตอยู่และกลับมาแล้วไม่ใช่แค่หนึ่งแต่เป็นสอง......หึหึ...หลงเทียนนึกคิดในใจอย่างรู้สึกสนุกพอดู....
"ขอรับ"
หยางหลงเทียนที่จริงมีอายุห่างจากหลานชายทั้งสองไม่มากนัก ด้วยหลงเทียนห่างจากองค์ชายใหญ่หยางจ้าวเว่ยเพียงสามปีและองค์ชายรองหยางเสวี่ยหรงเพียงหกปีแต่ด้วยตนเองทำตัวเป็นคนไร้ค่าจึงไม่มีใครสนใจจึงไม่โดนลอบสังหารเหมือนทั้งสองและเพราะทั้งสองด้วยวัยเพียงเก้าขวบปีและหกขวบปีแต่กลับมีความสามารถที่โดดเด่นจึงถูกกำจัดให้พ้นทางเสียแล้วก็เป็นหลงเทียนที่ทุกคนคิดว่าไร้ค่าได้ช่วยจ้าวเว่ยไว้และช่วยให้หลบซ่อนตัว ส่วนเสวี่ยหรงนั้นเขามาตามหาพบทีหลังและได้รู้ว่ามีชายชราช่วยเสวี่ยหรงไว้และรับไปเป็นศิษย์จากนั้นทั้งสองก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยมีเพียงจดหมายที่ส่งมาทุกๆสองปีเท่านั้นและนี่คงถึงเวลาที่ทั้งสองคงพร้อมแล้วถึงยอมกลับมา
หลังจากเห็นคนของตนออกไปแล้วกลงเทียนจึงลุกเดินเข้าไปยังห้องนอนแต่เพียงหัวที่กำลังจะถึงหมอนพร้อมที่จะนอนหลับบัดนี้กลับต้องดีดตัวขึ้นพร้อมกับพุ่งไปยังห้องนอนของคนรักทันที เพราะเมื่อครู่เขาจับสัมผัสได้ถึงจิตสังหารที่เข้มข้นมาจากฝั่งที่เป็นห้องพักของชิงเซียน
พอหลงเทียนมาถึงกับต้องพบกับม่านอักขระพร้อมๆกับจิตสังหารที่หายไปแต่ด้วยความร้อนใจจึงตัดสินใจทำลายม่านอักขระป้องกันนี้ทันที โดยเขาต้องปลดปล่อยลมปราณที่ปิดบังไว้ออกมาและมันมีระดับถึงระดับเทพเซียนขั้นต้น! และภาพที่เห็นหลังจากเข้าไปได้มันกลับทำให้เขา.....
กลับมาปัจจุบัน
"หยุด!! หยุดก่อนพี่หลงเทียน!"ข้าที่รู้อยู่แล้วว่าใครเป็นคนที่ทำลายม่านป้องกันแต่ไม่คิดว่าพี่หลงเทียนจะพุ่งเข้าไปหาพี่อากิระทันทีทันใดที่ตัวเองเข้ามาด้านในได้ด้วยความข้าตกใจจึงรีบตะโกนออกไป
หลงเทียนที่ได้ยินเช่นนั้นก็หยุดทันทีแต่ความหงุดหงิดและโมโหหึงหวงกลับมีมากขึ้นจึงถามชิงเซียนออกไปด้วยน้ำเสียงที่ติดจะไม่พอใจเอามากๆ
"ทำไมล่ะเซียนน้อย มันผู้นี้เป็นใคร ทำไมมาอยู่กับเจ้าสองต่อสองในห้องนอนยามวิกาลเช่นนี้ ไหนจะจิตสังหารที่พี่รับรู้ได้อีกเจ้านี่มันเป็นใครแล้วทำไมถึงต้องมายืนใกล้เจ้าถึงเพียงนี้!"พอถามหลงเทียนก็ถามออกมาเป็นชุดจนคนถูกถามฟังแทบไม่ทัน ส่วนบุรุษตัวต้นเหตุยืนตกใจนิ่งแข็งเป็นหินตั้งแต่เห็นเงาดำพุ่งเข้ามาแล้วเพราะมีทั้งจิตสังหารที่พุ่งเข้ามาไหนจะระดับที่เรียกได้ว่าคนตรงหน้านี่มันยิ่งกว่าปีศาจในร่างมนุษย์เสียอีก!
แต่พอได้สติบุรุษที่ถูกเรียกว่าอากิระก็เอาแต่จ้องมองใบหน้าของหลงเทียนที่ตอนนี้ไร้สิ่งปกปิดใดๆทั้งสิ้นพร้อมทั้งทำหน้าขบคิดอยู่เป็นเวลานานก่อนจะเอ่ยออกมาท่ามกลางความเงียบ
"ท่านอารึขอรับ?"ด้วยความที่ตอนนี้ยังไม่มีใครพูดจึงทำให้ห้องทั้งห้องเงียบมากและทั้งสองต่างก็ได้ยินสิ่งที่บุรุษที่นามว่าอากิระกล่าว
"หือ?......."หลงเทียนที่ได้ยินเช่นนั้นก็ทำเพียงส่งเสียงในลำคอแล้วหันมามองคนที่กล่าวพร้อมทั้งเลิกคิ้วเรียวดั่งคมกระบี่นั้นขึ้นด้วยความสงสัย
"เอ่อ....ท่านเรียกใครท่านอาเจ้าคะ?"ชิงเซียนที่เห็นทั้งสองยังไม่กล่าวอันใดออกมาจึงถามออกไป แต่ก็ได้กลับมาคือความเงียบเท่านั้นเพราะบุรุษทั้งสองเอาแต่จ้องหน้ากัน.....
ส่วนหลงเทียนก็มองหน้าบุรุษตรงหน้าอย่างพินิจพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้วไม่นานเขาก็เอ่ยออกมาแต่ก็ไม่ได้ดังมากเพราะเขาก็ไม่มั่นใจเช่นกัน ด้วยว่าเขาไม่ได้เจอคนตรงหน้ามานานกว่าสิบปีแล้วแต่หากสังเกตุดีๆบุรุษตรงหน้าก็มีเค้าโครงของใบหน้าที่เหมือนกับพี่ชายของเขาหรือก็คือหยางหลงฮ่องเต้แต่ติดที่อีกฝ่ายใบหน้าออกจะค่อนไปทางหวานนิดๆเหมือนกับเยว่ฮองเฮาเสียมากกว่า
".....เสวี่ยหรง?...."แม้จะเบาแต่คนถูกเรียกก็ได้ยินอย่างชัดเจน
"ขอรับท่านอาข้าเอง หยางเสวี่ยหรงขอรับ"ด้วยทั้งสองถูกเลี้ยงดูกันมาในช่วงวัยเด็กจึงชอบพูดคุยหรือเรียกหากันด้วยคำศัพท์ธรรมดาไม่ได้ใช้คำราชาศัพท์แต่อย่างใด และอากิระที่เข้ามาอยู่ร่างนี้ก็ได้ความจำของร่างเก่ามาด้วยจึงไม่เป็นปัญหาแต่อย่างใดและตลอดสิบปีเข้าก็ได้รับความช่วยเหลือจากคนที่มีศักดิ์ฐานะเป็นอาของร่างนี้ตลอดแม้จะไม่เคยเห็นหน้าแต่ก็ได้ข่าวอยู่เนืองๆ
"เอ๋?......พวกท่านกล่าวถึงเรื่องอันใดกันเจ้าคะข้าไม่เห็นจะเข้าใจเลยสักนิด......"ชิงเซียนนางทำเพียงมองหลงเทียนและอากิระสลับกันไปมา
"อ้อ....เซียนน้อยนี่คือองค์ชายรองหยางเสวี่ยหรงโอรสของฮ่องเต้และฮ่องเฮา.....ว่าแต่เจ้ารองเจ้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรแล้วเจ้าเข้ามาทำอันใดในห้องนอนของว่าที่หวางเฟยของอากัน...."
"ห๊ะ!!.....วะ ว่าที่หวางเฟย! @#฿฿@#฿฿฿#฿฿#฿฿฿#@฿####฿#@฿%฿#@@@"เสวี่ยหรงที่ตกใจมากจนอุทานออกมาแล้วหันไปทางชิงเซียนก่อนจะลืมตัวพูดกับชิงเซียนด้วยภาษาญี่ปุ่นในโลกเก่าของเขาและนั่นก็เรียกความสงสัยให้แก่หลงเทียนได้ไม่มากก็น้อยเลยทีเดียว
"ใช่เจ้าจะตกใจอันใดกัน....หรือเจ้าคิดอันใดกับคนรักของอา หึ อย่าแม้แต่จะคิดไม่เช่นนั้นหลานข้าก็ไม่เอาไว้! แล้วเจ้ากล่าวอันใดอาฟังไม่รู้ความภาษาอันใดของเจ้ากัน?"
"ปะ เปล่าๆขอรับ....อะ เอ่อ ข้าเพียงตกใจเท่านั้นและที่ข้ามาที่นี่เพราะ เอ่อ ข้าเพียงรู้สึกคุ้นๆกับนางเพียงเท่านั้นเลยจะมาถามให้แน่ใจว่าข้ากับนางเคยเจอกันหรือไม่แม้นางจะปิดใบหน้าตอนแรกก็ตามแต่ข้ากับรู้สึกว่าเคยรู้จักนางหน่ะขอรับท่านอา...จริงๆนะขอรับข้าหาได้คิดอันใดกับนางจริงๆ...."ฟู่.....เกือบไปแล้วนี่น้องชายผู้น่ารักของข้ากำลังจะมีสามีหรือนี่....ม่าย....แล้วจะให้ข้าบอกท่านได้อย่างไรว่าข้ากับเรนรู้จักกันตั้งเเต่ภพก่อนแล้วยังจะมาหึงกับข้าอีกนี่ถ้าท่านเห็นข้ากับเรนอาบน้ำและนอนด้วยกันในโลกก่อนคงไม่จับข้าฆ่าหั่นศพเลยรึ มันหนักกว่าที่ท่านเทพบอกมาซะอีกไอ้ความหึงหวงนี่แต่ไม่คิดเลยว่าท่านอาจะเป็นคู่ของเรนแม้จะไม่ได้คิดอะไรกับเรนเกินเลยไปมากกว่าน้องชายแต่พอมารู้ว่าน้องชายตัวน้อยๆของเขามีคนรักแล้วก็อดน้อยใจไม่ได้...เรนจะรักเราน้อยลงไหมน่ะ เสวี่ยหรงได้แต่พร่ำเพ้อคนเดียวในใจ
"ท่านคงคิดอันใดแปลกๆอีกแล้วหล่ะสิพี่อากิระแล้วก็ไม่ต้องปิดบังพี่หลงเทียนหรอก เพราะพี่หลงเทียนรู้ทุกเรื่องของเรนรวมถึงเรื่องของเรนในโลกเดิมด้วยและที่พี่มาที่นี่ได้คงเพราะท่านตาท่านคงให้พี่มาช่วยพวกเราเรื่องศึกที่จะเกิดขึ้นสินะ"
"นายรู้?....."
"นี่พวกเจ้าทั้งสองกล่าวอันใดกันให้ข้ารู้เรื่องหน่อยได้รึไม่พูดภาษาอันใดแปลกๆ"
"อ้อเรื่องมันเป็นเช่นนี้ขอรับท่านอา"จากนั้นอากิที่อยู่ในร่างของเสวี่ยหรงก็บอกเล่าความเป็นมาของตนเองและภารกิจที่ได้รับจากท่านเทพหรือองค์มหาเทพหลงจินเพื่อแลกกับการที่ได้มาเจอเรนน้องร่วมสาบานหรือชิงเซียนในภพนี้อีกครั้งและได้บอกถึงสิ่งที่ค้างคาใจที่ไม่มีโอกาสได้บอกกล่าวก่อนอีกฝ่ายจะจากไปแล้วมาอยู่ ณ ที่แห่งนี้
"หมายความว่า....เจ้ารองไม่อยู่อีกต่อไปแล้ว?"หลงเทียนกล่าวด้วยเสียงที่เบาหวิวและสายตาที่แสดงถึงความเสียใจอย่างชัดเจน
"หาใช่เช่นนั้นขอรับท่านอา ข้าคือเขาและเขาก็คือข้าขอรับ"
"หมายความว่าเช่นไร?"
"หมายความว่าข้าที่เข้ามาอยู่ในร่างนี้ไม่ได้เป็นวิญญาณของผู้อื่นแต่ข้าคือเสี้ยวนึงของจิตวิญญาณของเสวี่ยหรงและที่ข้ามาอยู่ในร่างนี้ได้ไม่ใช่การสิงร่างแต่เป็นการหลอมรวมจิตวิญญาณขอรับท่านอา ที่จริงข้าต้องแตกดับแต่ด้วยเจตจำนงที่หนักแน่นท่านเทพจึงเห็นใจและทำการหลอมรวมดวงจิตวิญญาณให้ข้าขอรับ หากกล่าวให้ถูกคือข้าสามารถระลึกชาติได้ขอรับ.....ท่านพอจะเข้าใจใช่หรือไม่ขอรับ?"
"อืม...ข้าพอจะเข้าใจได้แม้จะไม่หมดก็ตาม....."
"เอาหล่ะหากพวกท่านเข้าใจกันแล้วข้าก็โล่งใจ หากไม่เช่นนั้นข้าคงจะไม่มีห้องไว้นอนกันพอดี..."ชิงเซียนที่เห็นทั้งสองเข้าใจกันแล้วก็กล่าวอย่างโล่งอก
"เจ้าไปนอนกับพี่ก็ได้นะเซียนน้อย....หึหึ"
"พี่หลงเทียน!.....ฮึ่ย...ใครเขาจะไปนอนกับท่านกัน! แล้วท่านไม่อายรึอย่างไรเราหาได้อยู่กันเพียงสองคนนะเจ้าคะ.....หนายิ่งนัก!"
"อะไรหนารึเซียนน้อย?"
"ก็.....หน้าท่านอย่างไรเล่า!"
"หึ...เจ้าไม่เคยได้ยินรึ...ด้านได้อายอดหน่ะฮ่าๆๆๆๆ"หลงเทียนกล่าวไปหัวเราะไป ยิ่งเห็นว่าใบหน้างามๆนั้นแดงระเรื่อยิ่งทำให้หลงเทียนพอใจยิ่งนัก
"อะ แฮ่มๆ.....อะ เอ่อ ข้ายังอยู่นะขอรับ...."เสวี่ยหรงยืนมองดูทั้งสองโต้ตอบกันไปมาและดูเหมือนว่าเขาจะเป็นส่วนเกินไปเสียแล้ว น้องน้อยของเขากลับมาเป็นคนร่าเริงแล้วสินะ ดีจังเขาจะได้หมดห่วงสักทีต่อไปนี้เจ้าตัวเล็กคงมีคนคอยปกป้องแล้วเขาคงทำได้แต่เป็นเพียงพี่ชายที่แสนดีต่อไปและคงวางใจได้แล้ว คงถึงเวลาที่จะไปหาคนรักเป็นของตัวเองเสียที หึหึ.....เสวี่ยหรงได้แต่คิดยินดีภายในใจที่น้องน้อยของตัวเองมีคนรักเสียทีเขาจะได้สละโสดซะทีเก็บความโสดไว้สามสิบกว่าปีแล้วถามรวมถึงชาตินี้ด้วยก็นะ....
"อืม.....ว่าแต่เจ้ารองเจ้า.....ไม่ได้คิดอันใดกับคนรักของข้าใช่หรือไม่...ตอบดีๆหล่ะ......"ขณะที่หลงเทียนกล่าวถามเพื่อความแน่ใจอีกครั้งก็ปล่อยแรงกดดันให้ผู้เป็นหลานชายไปด้วยเพื่อส่งสัญญาณว่าตอบดีๆนะข้าเอาจริง!
"ขอรับ! ข้ารักนางในฐานะพี่ชายเท่านั้นขอรับหาได้คิดเป็นอื่นไม่!..."เสวี่ยหรงตอบด้วยเสียงที่หนักแน่น ส่วนผู้ที่ถูกกล่าวถึงอย่างชิงเซียนนางทำเพียงยิ้มน้อยๆเท่านั้นเพราะนางรู้ดีว่าคนผู้นี้ไม่เคยคิดกับนางเกินเลยกว่าพี่น้องเลยแม้แต่ครั้งเดียว และดูเหมือนว่าตอนนี้จะมีคนในใจแล้วซะด้วย!
"ดี! เช่นนั้นตอนนี้ก็แยกย้ายกันได้แล้วไว้ค่อยคุยกันวันหลังยามนี้มันก็ดึกมากแล้วด้วยเซียนน้อยของข้าจะได้พักผ่อน"
"ขอรับท่านอา งั้นเซียนเออร์พี่ไปก่อนนะและพี่ก็สบายใจแล้วที่ได้บอกความจริงทุกอย่างกับเจ้าหวังว่าเจ้าจะยกโทษและให้อภัยแก่พี่ชายที่ไม่ได้เรื่องคนนี้ด้วย....."
"เจ้าค่ะ ข้าไม่โกธรท่านและเข้าใจทุกอย่างดีแล้ว"เสวี่ยหรงที่ได้ยินดังนั้นก็พุ่งเข้าไปกอดชิงเซียนทันทีด้วยความดีใจและความเคยชิน
ด้วยทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมากชิงเซียนนางก็หาได้ตั้งตัวไว้ไม่จึงทำให้ตอนนี้ตกอยู่ในอ้อมกอดของเสวี่ยหรงเป็นที่เรียบร้อย พอรู้ตัวจึงทำเพียงกอดตอบแบบครั้งก่อนๆเหมือนในโลกเดิมพร้อมทั้งนำมือเล็กตบไปที่แผ่นหลังกว้างเบาๆเพื่อปลอบโยนคนผู้ที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นพี่ชายคนเดียวและลูกน้องที่ซื่อสัตย์ที่สุด
แต่ทั้งสองคงลืมไปว่ามีคนที่แบกน้ำส้มไหใหญ่ยืนอยู่และตอนนี้ไหน้ำส้มที่แบกไว้ได้ถูกโยนทิ้งจนแตกกระจายไม่เหลือชิ้นดีเสียแล้ว ทั้งสองที่ตอนนี้กอดกันอยู่นั้นรับรู้ว่าทั้งสองทำเรื่องที่ไม่ควรทำไปเสียแล้วจึงรีบผละออกจากกันทันทีพร้อมทั้งหัวเราะแห้งๆส่งไปยังหลงเทียนที่ยืนใบหน้าบอกบุญไม่รับเพียงเท่านั้น
"แหะๆๆ....ข้าลืมตัวไปหน่ะขอรับท่านอา....."
"อย่า-ได้-มี-เป็น-ครั้ง-ที่-สอง!!"หลงเทียนทำเพียงสะกดกลั่นอารมณ์ไม่พอใจและหึงหวงเอาไว้พร้อมทั้งกล่าวเสียงเรียบลอดไรฟันออกมาช้าๆและเน้นๆให้คนตรงหน้าฟังชัดๆ
"ขอรับ!!"
"ท่านอย่าได้หึงโหดไปเลยเจ้าคะ อย่างไรข้าก็รักท่านแต่เพียงผู้เดียวเจ้าค่ะพี่หลงเทียน"ชิงเซียนกล่าวเสียงอ่อนเสียงหวานเพื่อคลายความไม่พอใจของหลงเทียน
"หึ! ข้าก็รักเจ้าแต่เพียงผู้เดียวเซียนน้อย..."
"โห้! หวานซะไม่เกรงใจคนโสดอย่างข้าเลยนะ...ฮึ...ไปดีกว่าเหม็นความรัก....พรึบ"
เมื่อเห็นเจ้าก้างใหญ่จากไปแล้วหลงเทียนจึงจะไปบ้างแต่ก่อนไปหลงเทียนก็รีบสาวเท้าไปใกล้ๆชิงเซียนพร้อมทั้งก้มลงไปหอมแก้มนวลแล้วก็เลื่อนริมฝีปากไปกระซิบที่ใบหูชิงเซียนเบาๆก่อนจะจากไป
"ฝันดีที่รัก....."
ตอนนี้ในห้องเหลือเพียงคนที่ยืนนิ่งในหัวใจของชิงเซียนตอนนี้มีแต่ความสุขอิ่มเอมใจยิ่งนัก แม้ความจริงที่ได้รู้ก่อนหน้านี้จะเจ็บปวดแต่มันก็เป็นสิ่งที่ผ่านไปแล้วแล้วมันก็กลับไปแก้ไขอะไรก็ไม่ได้ นางจึงทำเพียงปล่อยวางเพียงเท่านั้นและบอกตัวเองว่า
เรื่องที่ผ่านไปแล้วไม่สามารถกลับไปแก้ไขได้แต่จงนำเรื่องที่เคยผ่านมามาเป็นประสบการณ์และแรงขับเคลื่อนเพื่อที่จะก้าวเดินต่อไปข้างหน้าเพียงเท่านั้น!
ไม่มีพรุ่งนี้ ไม่มีมะรืนนี้ มีแต่วันนี้ที่ต้องทำให้ดีที่สุดและจงมีความสุขกับสิ่งที่ตนเองเลือกและกระทำลงไปเพราะทุกสิ่งล้วนแล้วแต่เราเป็นคนตัดสินใจเลือกเดินเอง......
ข้าจะวางเรื่องทุกอย่างที่ผ่านมาไว้ข้างหลังและข้าจะมีความสุขกับคนที่นี่ที่ๆพวกเขารักข้าอย่างจริงใจและข้าสัญญาข้าจะทำให้ทุกคนมีความสุขไปพร้อมๆกับข้าแต่หากใครคิดจะทำลายความสุขนี้ของข้า มันผู้นั้นข้าจะส่งมันไปทัวร์ยังที่ปรโลกเอง ด้วยมือคู่งามคู่นี้!