ตอนที่ 53 กับอีแค่ เนื้อเสียบไม้
“ร้านอาหารสามเวลา? ใช่ร้านของ มาร์คัส อะไรนี้หรือเปล่า?” ชายหัวหน้ากลุ่มเอ่ยถาม
“ใช่แล้วครับท่าน แมท นั้นไง มาร์คัสอยู่ตรงนู้นแล้ว”
นักผจญภัยตอบกลับ หัวหน้ากลุ่มที่ชื่อว่า แมท ด้วยความสุภาพ
แม้อายุของ แมท จะยังดูหนุ่มแน่นเพียงแค่ 37 ปี แต่ในขบวนกลุ่มนักผจญภัยที่ติดตามอยู่ด้านหลัง ต่างก็เกรงใจในตัวของแมทกันอยู่พอสมควร ไม่สิ...คงต้องบอกว่าเกรงใจในอำนาจของผู้เป็นบิดาของแมทต่างหากถึงจะถูก
พ่อของแมท เป็นที่รู้จักในวงกว้างของ หมู่บ้านดาราฉาย ด้วยศักดิ์ฐานะที่เป็นถึง หัวหน้าหมู่บ้านที่ดำรงตำแหน่งมามากกว่าหลายสิบปี ทำให้ตระกูลของแมทนั้นเรืองอำนาจมากพอสมควรในเขตพื้นที่นี้
ดังนั้นใครต่อใคร จึงพากันพะเน้าพะนอ ตามใจแมท จนหลงละเลิงลำพองตน เสียนิสัยยิ่งกว่า มาร์คัส เสียอีก
แมทและคณะนักผจญภัยในสังกัดกว่า 50 คน พากันเดินเข้าไปยังเขตร้านอาหารสามเวลาที่เนืองแน่นไปด้วยกลุ่มนักผจญภัยที่เป็นคนของคาห์น
ส่วนทางด้านมาร์คัส ที่เตรียมจะย้ายสำมะโนครัวไปยังหมู่บ้านดาราฉายในวันนี้ ก็พลันต้องสะดุ้งตื่นขึ้นมาตั้งแต่เช้าตรู่ เนื่องด้วยกลิ่นหอมของหมูปิ้งที่หอมจนอดใจไม่ไหว จนแทบจะลุกออกจากเตียง เพียงแต่เมื่อเปิดประตูบ้านออกมาพร้อมๆ กับภรรยาและลูกของมัน
มาร์คัสก็พบว่าต้นตอของกลิ่นหอมทั้งหมด นั้นมาจาก ‘ไลท์’ คนที่มันเหม็นขี้หน้าเสียยิ่งกว่าอะไร แต่ถึงแม้ว่ามันจะเกลียดขี้หน้าของไลท์มากสักแค่ไหน...แต่ในวันนี้จะเป็นวันสุดท้ายที่มันจะไม่ต้องทนเห็น ไลท์และร้านอาหารโทรมๆ นี้อีกต่อไป
“พ่อ...ผมหิว ผมขอไปกินอาหารกับคุณตา คุณยายจะได้ไหม” มาร์วิน พยายามพาร่างกายที่อ้วนฉุของตัวเอง เพื่อมุดหน้าออกมาจากประตูบ้านที่มีมาร์คัสและยูริ กำลังยืนบดบังทางเดินเอาไว้อยู่
“ไม่ได้!” มาร์คัสตวาดใส่ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนโดยไม่ได้ตั้งใจ ทั้งหมดเป็นเพราะในช่วงเวลาเดียวกันนั่นเอง
มันได้เหลือบสายตาไปเห็นว่า ยูริ ผู้เป็นภรรยาของมัน กำลังยืนมองไลท์ที่อยู่อีกฟากหนึ่ง ด้วยสายตาอันมีจริตจะก้าน
“ทำไม ทำไม ทำไม” มาร์วินที่มีนิสัยตะกละ เริ่มแสดงออกถึงความไม่พอใจที่ถูกสั่งห้าม
เด็กชายเริ่มแผดเสียงร้องออกมา พลางขว้างปาข้าวของที่เตรียมจะขนย้าย จนกระจัดกระจายไปทั่วทั้งบ้าน ซึ่งในขณะเดียวกันทางด้านของมาร์คัสที่พยายามจะเข้าไปห้ามการกระทำของลูกชาย
ก็ได้เห็นถึง ‘แมท’ ผู้เป็นลูกชายของหัวหน้าหมู่บ้านดาราฉาย กำลังเดินตรงมาทางนี้
“เอาไอ้หนู ถ้าหิวก็กินขนมปังนี้ซะสิ” แมท โยนขนมปังแห้งๆ ให้กับมาร์วินที่กำลังดีดดิ้นอยู่บนพื้น
ตุบ~! ขนมปังที่ถูกโยน ได้ร่วงตกลงกับพื้น...หากแต่มาร์คัสกลับยินยอมที่จะหยิบขนมปังที่ตกลงพื้นไปแล้ว ส่งให้กับลูกชายได้กิน...เสียอย่างนั้น
“พ่อมันตกพื้นแล้วนะ!” เด็กชายถึงจะมีนิสัยตะกละและขี้โมโห แต่มาร์วินก็รู้ว่าอะไรเป็นอะไร…อาหารที่ตกพื้นมันไม่สมควรกิน
อย่างไรก็ตามมาร์คัส ยังคงคะยั้นคะยอให้ลูกของมันกิน เนื่องด้วยเกรงกลัวในอิทธิพลของ แมท จนไม่กล้าปฏิเสธ ดังนั้นเมื่อเห็นว่าทำอย่างไรมาร์วินก็ไม่กินสักที มาร์คัสเลยต้องจำใจกินขนมปังก้อนนั้นด้วยตัวเอง
“ท่าน แมท มาทำอะไรที่นี่ครับ” มาร์คัสถามอย่างสุภาพ
“เขตป่าดาราฉายก็เป็นหนึ่งในพื้นที่ของพ่อฉัน ฉะนั้นฉันจะทำอะไรหรือจะไปที่ไหน ฉันคงไม่ต้องรายงานแก่หรอกใช่ไหม” แมท ปัดความรำคาญที่มีต่อมาร์คัส ด้วยคำพูดที่เย่อหยิ่ง
ซึ่งในระหว่างที่แมทและมาร์คัส กำลังคุยกันอยู่นั่นเอง หมูปิ้ง ไก่ปิ้งและเนื้อปิ้ง ก็พลันถูกวางลงบนเตาย่างพอดิบพอดี
‘ฟุดฟิด~’
ควันจากถ่านที่ย่างเนื้อบนเตา ได้ลอยฟุ้งกระจายไปทั่ว แมทและพรรคพวกกว่า 50 คนที่อยู่ใกล้ๆ ต่างก็ได้กลิ่นหอมจากเตาปิ้งนี้ และสูดดมไปเต็มปอด
“หอมมาก!” แมทและคนอื่นๆ ต่างก็ร้องอุทานออกมาพร้อมๆ กัน เมื่อสัมผัสเข้ากับกลิ่นหอมที่ลอยโชยมา
“ท่านแมท ดูสิ่งที่ถืออยู่ในมือของ ท่านคาห์นสิครับ...กลิ่นหอมนี้คงจะมาจากเนื้อเสียบไม้พวกนั้นอย่างแน่นอน”
มีคนในกลุ่มนักผจญภัย ได้ชี้มือไปทางคาห์นที่กำลังสวาปามกิน เนื้อเสียบไม้ จนสองกระพุ้งแก้มของคาห์นนู่นออกมาราวกับลูกมะนาว ด้วยท่าทางเอร็ดอร่อย
“เนื้อปิ้งก็อร่อยเหมือนกัน พวกนายลองกันหรือยัง?” คาห์นแทบจะไม่ได้สนใจกับกลุ่มคนราวๆ 50 คน ที่ยืนอยู่อีกฟากหนึ่งเลย
ชายวัยกลางคน มัวแต่ตื่นเต้นกับเนื้อปิ้งที่กำลังกินอยู่ พลางแบ่งปันประสบการณ์และรสชาติของเนื้อเสียบไม้พวกนี้กับกลุ่มของตนเอง ที่แต่ละคนต่างก็แวะเวียนไปซื้อมันมาเป็นรอบที่สองแล้ว
“ผมว่าไก่ปิ้งเนื้อแน่นมากๆ ยิ่งตรงที่มีคราบดำๆ พวกนี้ยิ่งอร่อยเข้าไปใหญ่...แต่น่าเสียดายที่เชฟไลท์ดันตัดทิ้งไปเสียได้” ลูกหาบคนสนิทของคาห์น แสดงออกถึงน้ำเสียงที่ดูเสียดายกับรอยไหม้บนเนื้อที่ถูกไลท์ตัดทิ้ง
เพราะถึงแม้ว่าพวกมันจะเป็นรอยไหม้ แต่การถูกตัดทิ้ง ไปเสียส่วนใหญ่ มันทำให้ลูกหาบคนนั้น รู้สึกเหมือนกับว่ากำลังขาดทุน
“เชฟไลท์บอกแล้วไม่ใช่เหรอ...ว่ารอยไหม้พวกนี้กินมากไปจะไม่ดีต่อร่างกาย ฉะนั้นเชื่อฟังเขาหน่อยจะเป็นอะไร อีกอย่างราคาของเนื้อพวกนี้ หากเจ้าไปกินในเมืองที่มีราคาแพงจนหูฉีก ก็ยังไม่ได้รสชาติที่อร่อยแบบนี้หรอกนะ”
หลังจากคาห์นได้มาอุดหนุนเนื้อเสียบไม้เป็นรอบที่สอง
ตัวของคาห์นก็ได้ถามถึง การที่ไลท์ได้ตัดส่วนไหม้ๆ บนเนื้อออกด้วยความเสียดายเช่นเดียวกัน
ซึ่งทางด้านของไลท์ก็ได้อธิบายถึงการกินของไหม้ๆ พวกนี้ ว่ามันอาจส่งผลเสียต่อร่างกายและทำให้เป็นมะเร็งในวันข้างหน้าได้
แน่นอนว่า โรคมะเร็งคือโรคที่คนในโรคนี้นั้นไม่รู้จัก เนื่องด้วยวิทยาการทางด้านการแพทย์ของคนในโลกนี้ นั้นใช้พลังเวทในการช่วยรักษาเป็นหลัก ต่อให้จะเป็นโรคร้ายแรงอะไรมา
พลังแห่งแสงจากนักบวชศาสนจักรก็ช่วยรักษาได้ทั้งหมดอยู่ดี...ฉะนั้นคนในโลกนี้จึงไม่ค่อยกลัวต่อโรคภัย ไข้เจ็บเท่าไหร่นัก และนี้คือความแตกต่างจากโลกเดิมของไลท์ ดังนั้นพ่อครัวหนุ่มจึงยังมีความกลัวต่อโรคและบ่อเกิดที่ทำให้เกิดโรคนี้อยู่มากพอสมควร ไฉนเลยที่เขาจะกล้าให้ลูกค้ากินเนื้อไหม้ๆ พวกนี้
คาห์นและนักผจญภัยภายในกลุ่ม ต่างเพลิดเพลินไปกับการเนื้อเสียบไม้กันอย่างออกรส สีหน้าของทุกคนยิ้มแย้มไปกับความอิ่มเอมที่ได้กินของอร่อย จนวงสนทนาของคาห์นดูสนุกสนานและมีชีวิตชีวาเป็นอย่างมาก
“ก็แค่เนื้อทั่วๆ ไป มันจะอร่อยสักแค่ไหนกันเชียว?” แมท มองดูด้วยความแปลกใจ
“ท่านแมทพูดถูก มันก็แค่เนื้อทั่วๆ ไป ท่านแมทอย่าได้สนใจของไร้ค่าแบบนั้นเลยครับ หากท่านอยากรับประทานอาหารอร่อยๆ เอาไว้ผมจะทำให้รับประทานเอง” ทางด้านแมทนั้นรู้อยู่แล้วว่ามาร์คัสและครอบครัว จะย้ายไปอยู่ที่หมู่บ้านดาราฉายในวันนี้
เพราะก่อนหน้านี้ทางด้านของมาร์คัสก็ได้มาสอบถามถึงการสร้างบ้านและร้านอาหารจากพ่อของมันที่เป็นหัวหน้าหมู่บ้านอยู่หลายครั้ง
“อืม ถ้าฉันมีเวลาว่าง จะไปเหยียบร้านของแกสักครั้งก็แล้วกัน” แมทยังคงตอบด้วยน้ำเสียงเย่อหยิ่งและจองหอง แต่ทว่าสายตาของแมทกลับไปหยุดอยู่ที่ ไลท์
“เจ้าหนุ่มนั้นเป็นใคร? ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน...ทำไมถึงมาช่วยพ่อกับแม่แกขายเนื้ออยู่ตรงนั้น” แมทสังเกต ชายหนุ่มที่กำลังยืนขายเนื้อ มาสักพักใหญ่ๆ แล้ว แต่ก็พบว่าไม่เคยเห็นหน้าหรือคุ้นเคยกับคนนี้มาก่อน
“. . .” มาร์คัส อ้ำอึ้งไปเล็กน้อย ถึงแม้ว่าตนเองจะไม่ชอบขี้หน้าของไลท์มากแค่ไหนก็ตาม แต่ถ้ามันไปกล่าวหาว่าไลท์ เป็นคนนอกรีต มั่วซั่ว ดีไม่ดีตัวของพ่อกับแม่และครอบครัวของมัน จะพาลเดือดร้อนไปเสียเปล่าๆ
ฉะนั้นมาร์คัสจึงไม่กล้ากล่าวหาว่าไลท์เป็นคนนอกรีตเหมือนที่ผ่านๆ มา “เอ่อ เป็นญาติห่างๆ ห่างมากๆ ที่มาจากดินแดนทางเหนือครับ” มาร์คัสยอมพูดโกหก ตามการนัดแนะของพ่อกับแม่ที่ได้แจ้งเตือนถึงเรื่องนี้กับเขาเอาไว้
“งั้นเหรอ? นี้ก็นานมากแล้ว ที่ฉันไม่ได้กินอาหารฝีมือพ่อกับแม่ของแก ไหนๆ วันนี้ก็มาถึงนี้แล้ว คงต้องแวะมากินสักหน่อย” แมทเดินก้าวอาดๆ ออกไปพร้อมกับคนสนิทอีกจำนวนหนึ่ง
ในทันทีที่แมทเดินใกล้เข้ามา ทางด้านของคาห์นก็พลันสังเกตเห็นอีกฝ่ายด้วยเช่นกัน
คาห์นนั้นไม่ได้มีปัญหาอะไรกับแมทมาก่อน เพียงแต่ชายวัยกลางคนก็รู้ถึง กิตติมศักดิ์ของแมท ว่าเป็นคนเช่นไรมาบ้าง
“ไม่คิดจะทักทายผู้อาวุโสคนนี้สักหน่อยเหรอ แมท?” คาห์นได้เดินเข้ามาขวาง ก่อนจะเอ่ยทักถึงมารยาทจากแมท
ตามหลักแล้ว คาห์นนั้นมีความเป็นผู้อาวุโสทั้งด้านอายุและพลังเวทที่มากกว่าจริงๆ โดยพลังเวทของคาห์นนั้นอยู่ในระดับ 2 ดาวขั้นต่ำ มากกว่าแมทที่ยังคงติดอยู่ที่ 2 ดาวอยู่หนึ่งช่วงตัว
เพียงแต่ที่ทำให้ แมท ทำท่าทางโอหังกับคาห์น หรือแม้แต่พูดจาว่าร้ายลับหลังคาห์นได้ เห็นจะเป็นเพราะบารมีของผู้เป็นพ่อของมันที่เป็นหัวหน้าหมู่บ้านแห่งนี้ต่างหาก
“โอ๊ะ! ท่านคาห์นนี้เอง ขอโทษด้วยที่ผู้น้อยไม่ทันเห็น” แมท แสร้งทำเป็นมองไม่เห็นคาห์น
โดยคาห์นเองก็รู้ว่าแมทนั้นเห็นตนเองมาตั้งแต่ต้น เพียงแต่ต้องการที่จะหมางเมินตนเองด้วยความตั้งใจก็เท่านั้น
คาห์นและแมท ต่างเดินเคียงคู่กันมา บทสนทนาระหว่างทั้งสองคน ต่างก็เป็นคำพูดที่แอบจิกกัดกันอยู่เนืองๆ แม้ภายนอกทั้งสองคนจะดูยิ้มแย้ม ประหนึ่งรักใคร่ แต่จริงๆ แล้วภายในของทั้งสอง ร้อนรุ่มเสียยิ่งกว่าไฟบรรลัยกัลป์เสียอีก
“ผู้น้อยเห็นท่านคาห์น กินเนื้อเสียบไม้ พวกนี้แล้วดูน่าอร่อยเหลือเกิน จึงอยากรู้ว่ามันมีราคาเท่าใดกันเชียวและอีกอย่างมันจะอร่อยเหมือนเนื้อที่ขากับท่านพ่อเคยกินที่งานประชุมในเมืองดาราฉายหรือไม่?” นี้ก็เป็นอีกหนึ่งในบทสนทนาของทั้งสองคน
แมทมองไปที่ ห่อใบไม้ที่เต็มไปด้วยเนื้อเสียบไม้ที่ถืออยู่ในมือของคาห์น หวังที่จะยกเนื้อย่างที่ตัวเองเคยกินที่ร้านอาหารในเมืองดาราฉายมาเปรียบเทียบกับเนื้อย่างในร้านอาหารสามเวลา
“อ้อ เนื้อร้านในเมืองดาราฉายนะเหรอ? ตอนสมัยที่ฉันยังเป็นทหารของอาณาจักรก็เคยไปกินอยู่ แน่นอนว่าตอนนั้นฉันชอบมันมาก...แต่สำหรับตอนนี้ ร้านนั้นไม่อยู่ในสายตาของฉันแล้ว” คาห์นพูดอย่างตรงไปตรงมา
เมื่อก่อนเขาอาจจะชอบร้านอาหารแพงๆ เพราะเชื่อว่า ยิ่งอาหารมีราคาแพงเท่าไหร่ ความอร่อยก็จะยิ่งมากขึ้นเท่านั้น
ทว่า...นับตั้งแต่เขาได้มาลิ้มลองอาหารที่ร้านอาหารสามเวลา ที่ทำโดยพ่อครัวหนุ่มที่ชื่อว่า ‘ไลท์’ ความคิดของคาห์นก็เปลี่ยนไปในทันที
“ฉันพูดจริงๆ นะ ถ้าอย่างนั้นลองกิน เนื้อย่างเสียบไม้ที่ร้านนี้ ถ้าให้ดีลองกินทั้งสามเนื้อเลยเป็นไง เพราะราคาของมันแค่ 3 ไม้ ต่อ 1 เหรียญทอง” คาห์นพยักหน้าให้กับแมท เพื่อเป็นการท้าทาย
ว่าคนอย่าง แมท ที่เย่อหยิ่งและจองหอง ดูสิ จะทำหน้ายังไงเมื่อต้องเจอกับ...เนื้อเสียบไม้ฝีมือไลท์
...โปรดติดตามตอนต่อไป...
เข้าไปร่วมพูดคุยกับไรท์หรือสมาชิกนักอ่านคนอื่นๆ ได้ที่แฟนเพจตามลิงค์ด้านล่างเลยนะครับ
www.facebook.com/writelazy
ตารางการลงนิยายทุกวันเวลา 18.00
(ในอนาคตอาจมีการปรับตารางลงใหม่เพื่อให้ตัวผู้แต่งมีเวลาพัก ขอบคุณครับ)