เสียงหัวเราะที่ดังขึ้นจากมุมมืดของดาดฟ้าทำให้ทุกคนหยุดนิ่ง
“…ใครอยู่ที่นั่น?” กรณ์ถามเสียงสั่น ขณะที่ขยับตัวเข้าใกล้ธันวาและแพรไหมโดยไม่รู้ตัว
ไม่มีเสียงตอบรับ มีเพียงลมเย็นที่พัดผ่านราวกับกำลังลูบไล้ต้นคอของพวกเขา
ธันวาจ้องไปที่มุมนั้น เขาไม่แน่ใจว่ามันเป็แค่เงามืดของดาดฟ้าหรือมีใครบางคนซ่อนอยู่ในนั้นจริง ๆ แต่สัญชาตญาณของเขากำลังเตือน… บางอย่างอยู่ตรงนั้น
“…เราต้องออกไปจากที่นี่” แพรไหมเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเธอสั่นเครือ
กรณ์พยักหน้าอย่างรวดเร็ว “ใช่! ตอนนี้เราอยู่ที่ดาดฟ้า ถ้าหาทางลงไปข้างล่างได้ เราอาจจะหาทางออกจากอาคารนี้”
ธันวาหันไปมองทางเข้าอาคารที่พวกเขาวิ่งขึ้นมา ประตูยังคงปิดสนิท แต่เมื่อครู่มันยังเปิดอยู่… ใครเป็คนปิดมัน?
เขาไม่อยากจะคิดให้มากกว่านี้ ธันวาสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนจะพยายามตั้งสติ “เราไปกันเถอะ”
ทั้งสามคนเดินกลับไปที่บันได พวกเขาผลักประตูทางขึ้นดาดฟ้าออกช้า ๆ …
และพบว่าบันไดที่พวกเขาเพิ่งใช้ขึ้นมาเมื่อครู่… กลายเป็ทางเดินยาวที่ทอดไปในความมืดแทน
“…ไม่นะ” กรณ์กระซิบ “เมื่อกี้มันยังเป็บันไดอยู่เลย…”
ธันวารู้สึกถึงบางอย่างที่ผิดปกติอย่างร้ายแรง ภาพที่อยู่ตรงหน้าพวกเขาไม่ใช่ภาพของทางลงดาดฟ้า แต่กลับเป็โถงทางเดินที่มีห้องเรียนเรียงรายกันอยู่สองข้าง—โถงทางเดินที่ไม่ควรจะอยู่ที่นี่
“…นี่มันชั้นไหน?” แพรไหมพึมพำ
“ไม่รู้” ธันวาตอบเสียงเบา
เขามองไปรอบ ๆ ทางเดินนี้ดูเก่าแก่กว่าที่พวกเขาเคยเดินผ่านมา พื้นไม้มีรอยเปื้อนที่ดูคล้ายคราบเืแห้ง กระดานดำในห้องเรียนที่เปิดแง้มไว้มีข้อความเขียนไว้ด้วยลายมือหวัด ๆ
'อย่าลืมเรา'
ธันวารู้สึกได้ว่ามือของแพรไหมกำแน่นอยู่ที่แขนของเขา เธอหายใจแรงและสั่นน้อย ๆ
“เราควรกลับไปทางเดิม” กรณ์เสนอ
แต่ทันใดนั้น—
เสียง 'ติ๊ก…ติ๊ก…ติ๊ก…' ดังขึ้นจากปลายทางเดิน
มันเป็เสียงของนาฬิกาที่กำลังเดิน…แต่ที่แปลกคือมันดังก้องทั่วทั้งทางเดิน ทำให้ทุกคนััได้ถึงบรรยากาศกดดันที่ค่อย ๆ คืบคลานเข้ามา
“พวกเธอจำไม่ได้เหรอ…?”
เสียงเด็กชายดังขึ้นจากที่ไหนสักแห่ง เสียงนั้นแ่เบาแต่ชัดเจนราวกับกระซิบอยู่ข้างหูของพวกเขา
“…จำอะไร?” ธันวาพูดออกไปโดยไม่รู้ตัว
“จำเื่ของพวกเราไง…”
ทันใดนั้น แสงไฟในทางเดินกะพริบแรง ก่อนจะดับลงทั้งหมด
ทุกอย่างตกอยู่ในความมืดมิด
แพรไหมกรีดร้อง แต่เสียงของเธอถูกกลบด้วยเสียงกระซิบที่ดังขึ้นรอบตัว
“พวกเธอลืมพวกเราไปแล้วจริง ๆ เหรอ?”
ไฟติดขึ้นอีกครั้ง… และตรงหน้าพวกเขา ปรากฏเงาของเด็กนักเรียนหลายคนยืนเรียงรายอยู่ในโถงทางเดิน ดวงตาของพวกเขาว่างเปล่า ร่างของพวกเขาเลือนรางราวกับหมอก
ธันวาไม่เคยรู้สึกถึงความเย็นะเืเท่านี้มาก่อนในชีวิต
“…พวกเขาเป็ใคร?” กรณ์ถามเสียงเบา
ธันวากลืนน้ำลาย “ฉันไม่รู้…แต่พวกเขากำลังมองมาที่เรา”
แพรไหมตัวสั่น มือของเธอกำแน่นที่แขนของธันวา “…พวกเขาไม่ใช่คนใช่ไหม?”
เงาเด็กเ่าั้ไม่ได้ขยับ ไม่ได้พูดอะไรอีก พวกมันแค่ ยืนมองพวกเขา ด้วยดวงตาที่ว่างเปล่า
แล้วเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากกลุ่มเงาเด็กนักเรียนหลายสิบคนที่ยืนเรียงรายอยู่ตรงหน้า ดวงตาของพวกเขาว่างเปล่า แต่กลับให้ความรู้สึกเหมือนกำลังจ้องมองลึกเข้าไปในจิตใจของธันวา กรณ์ และแพรไหม
“ยินดีต้อนรับกลับมา…”
เสียงหนึ่งดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มันไม่ได้มาจากกลุ่มเงาเด็กนักเรียน…แต่ดังขึ้นจากทุกทิศทางรอบตัวพวกเขา
“พวกนาย…เห็นอะไรไหม” แพรไหมกระซิบเบา ๆ น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความกลัว
“เห็น” กรณ์ตอบสั้น ๆ เขากลืนน้ำลายอย่างยากลำบากก่อนจะกระซิบกลับ “แต่นายเห็นแบบเดียวกับฉันรึเปล่า?”
ธันวาไม่ตอบ เขากำมือแน่น ก่อนจะก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว “พวกนายเป็ใคร?”
เด็กนักเรียนกลุ่มนั้นไม่ได้ตอบ แต่พวกเขาขยับออกจากกันทีละนิด เปิดเผยให้เห็นเงาของใครบางคนที่ยืนอยู่ตรงกลางระหว่างพวกเขา
เด็กชายคนหนึ่ง…สวมชุดนักเรียนมัธยมปลายเก่าคร่ำคร่า เขามีร่างกายเป็ปกติ ไม่เหมือนเงาเด็กคนอื่น ๆ แต่ใบหน้าของเขากลับเลือนรางราวกับเป็ภาพสะท้อนในน้ำ
“…วีรัช?”
ชื่อที่เขาพูดออกไปทำให้ทุกอย่างเงียบลงทันที
เด็กชายเงยหน้าขึ้น สบตากับธันวา ก่อนจะพึมพำด้วยเสียงแ่เบา “…จำฉันได้เหรอ?”
“นายคือวีรัชจริง ๆ ใช่ไหม?” แพรไหมถามเสียงสั่น
“…ใช่…และไม่ใช่”
วีรัชก้าวออกมาจากกลุ่มเงา พวกมันถอยหลังราวกับหวาดกลัวเขาเอง
กรณ์เบิกตากว้าง “หมายความว่าไง?”
วีรัชก้มหน้าลงเหมือนกำลังพยายามนึกอะไรบางอย่างออก “…พวกเธอลืมอะไรไปบางอย่าง”
“ลืม?” ธันวาทวนคำ
วีรัชเงยหน้าขึ้น ดวงตาของเขาสะท้อนแสงวูบหนึ่ง “โรงเรียนนี้เคยมีนักเรียน 13 คนที่หายตัวไปใช่ไหม?”
“…ใช่” แพรไหมตอบ
วีรัชยิ้มมุมปากอย่างเศร้า ๆ “ไม่ใช่ 13 คนหรอก… มันมีคนที่ 14 ด้วย”
เงียบ…
ความเงียบที่ปกคลุมทำให้บรรยากาศกดดันรอบตัวพวกเขายิ่งหนักอึ้ง
“…คนที่ 14?” กรณ์กระซิบเสียงแ่
วีรัชพยักหน้า “ใช่…และคนคนนั้นก็คือหนึ่งในพวกเธอ”
ธันวารู้สึกถึงหัวใจของตัวเองหยุดเต้นชั่วขณะ ความหนาวเย็นที่เขารู้สึกอยู่ก่อนหน้านี้เปลี่ยนเป็แรงกดดันมหาศาลราวกับมีบางสิ่งกำลังกัดกินความทรงจำของเขาไปทีละนิด
“เป็ไปไม่ได้…” แพรไหมพูดเสียงสั่น “เราเพิ่งเข้ามาเรียนที่นี่…”
วีรัชหัวเราะเบา ๆ “เธอแน่ใจเหรอว่า ‘เพิ่ง’ เข้ามาเรียนที่นี่?”
ภาพความทรงจำบางอย่างแวบเข้ามาในหัวของธันวาอย่างกะทันหัน—
ภาพของเขายืนอยู่ในห้องเรียนเก่า โต๊ะเรียนว่างเปล่า…เสียงกริ่งโรงเรียนที่ดังขึ้นในตอนเที่ยงคืน… และเสียงใครบางคนกระซิบว่า “อย่าลืมฉัน”
ธันวารู้สึกเหมือนหัวของเขาจะะเิ เขายกมือขึ้นกุมขมับ ภาพในหัวของเขาปั่นป่วนไปหมด
“หนึ่งในพวกเธอ…ไม่เคยออกไปจากที่นี่จริง ๆ” วีรัชพูดเสียงเ็า “พวกเธอลืมมันไปแล้ว”
“…เราต้องออกไปจากที่นี่” กรณ์พึมพำอย่างตื่นตระหนก
“ไม่มีทางออกหรอก” วีรัชพูดช้า ๆ “ตราบใดที่คนที่ 14 ยังอยู่ที่นี่ โรงเรียนก็จะไม่มีวันปล่อยพวกเธอไป”
แพรไหมมองไปที่ธันวาและกรณ์ ใบหน้าของพวกเขาซีดเผือด…เพราะตอนนี้พวกเขากำลังคิดเหมือนกัน
“ใครในหมู่พวกเราที่ไม่ใช่คน?”