ในขณะที่หญิงสาวกำลังตัดสินใจทำลายชีวิตของตนเองนั้นเสียงเรียกของใครบางคนที่เรียกชื่อเธอก็ได้ดังขึ้น ดังนั้นเธอจึงมองไปที่ชายหนุ่มคนหนึ่งที่เรียกเธอ ตอนแรกนั้นเธอสงสัยว่าชายที่เรียกเธอนั้นเป็นใคร อย่างไรก็ตามอยู่ๆ เธอก็รู้สึกเหมือนกับว่าคุ้นเคยกับอีกฝ่ายอย่างบอกไม่ถูก อย่างไรก็ตามคนที่เธอคิดกับคนเบื้องหน้าเธอนั้นแตกต่างกันอย่างมาก โดยเฉพาะแววตาของทั้งสอง แต่ทั้งสองนั้นมีสิ่งที่เหมือนกันอยู่นั่นคือน้ำเสียงและไฝใต้ดวงตาของเขา
ย้อนกลับไปในความทรงจำของหญิงสาวในโลกที่เธอจากมา เอลลี่นั้นเป็นหญิงสาวที่มีผลการเรียนดีเด่นและหน้าตาบุคลิกที่ดีเยี่ยม ด้วยความที่ดีเกินไปนั่นจึงทำให้เธอถูกอิจฉาและถูกเพื่อนๆ ของเธอตีตัวออกหาก
….
เอลลี่นั้นยังเกิดมาในครอบครัวที่ร่ำรวยซึ่งมีกิจการโรงพยาบาลจำนวนมาก และโรงพยาบาลในเมืองนั้นก็เป็นของครอบครัวเธอ และหญิงสาวมักจะมาเยี่ยมโรงพยาบาลแห่งนี้เสมอ เธอมีความฝันที่อยากจะเป็นหมอ และการได้พูดคุยให้กำลังใจกับผู้ป่วยนั้นมันก็ทำให้เธอรู้สึกดี
แต่ในโรงพยาบาลแห่งนั้นกลับมีเพื่อนร่วมชั้นของเธอคนหนึ่งที่มักจะแวะเวียนมาเป็นประจำ เพื่อนร่วมชั้นของเธอคนนี้แน่นอนว่าไม่ใช่ใครอื่นแต่เป็นเซน เซนนั้นมีบุคลิกที่ประหลาดอย่างมากเขาทำตัวเหมือนกับพวกหมกมุ่นจึงทำให้เพื่อนในชั้นต่างไม่ต้องการจะเข้าใกล้และเป็นเพื่อนกับเขา
อย่างไรก็ตามด้วยความสงสัยของเธอ เธอจึงได้ถามพยาบาลและรู้มาว่าเซนนั้นมักจะมาเยี่ยมผู้ป่วยและช่วยดูแลคนชราในโรงพยาบาลแห่งนี้เสมอ ในตอนแรกนั้นพวกพยาบาลต่างรังเกียจเพราะรูปลักษณ์ภายนอกของเขา อย่างไรก็ตามชายหนุ่มผู้มีบุคลิกมืดมนคนนี้กลับเป็นที่ชื่นชอบของคนชราในโรงพยาบาลแห่งนี้อย่างมาก เขามักจะสร้างความสุขให้พวกนั้นเสมอ นั่นทำให้มุมมองของพวกพยาบาลที่มีต่อเขานั้นเปลี่ยนไป
ในวันหนึ่งนั้นเอลลี่ได้พยายามจะเข้าไปทำความรู้จักกับเซน แม้ว่าเขาและเธอจะเป็นเพื่อนร่วมชั้นกันตั้งแต่อยู่ประถมและก็ตามแต่เธอและเขานั้นแทบไม่เคยพูดคุยกันเลย เพราะเธอนั้นกลัวว่าหากตนเองไปคุยกับเซนนั้นจะโดยเพื่อนคนอื่นๆ รังเกียจ แต่นั่นเป็นสิ่งที่เธอล้วนคิดไปเอง
ด้วยการรวบรวมความกล้าทั้งหมดเธอจึงตามเซนไปเมื่อเขามาถึงโรงพยาบาลในเวลาเดิมที่เขามักจะมาเป็นประจำ อย่างไรก็ตามวันนี้กลับแปลกเพราะเซนนั้นไม่ได้เดินไปหาคนชราในวันนี้ แต่กลับไปที่ห้องผู้ป่วยห้องหนึ่ง ด้วยความสงสัยของหญิงสาวเธอจึงได้แอบดูเซน และพบว่าชายหนุ่มนั้นกำลังเฝ้ามองหญิงวัยกลางคนคนหนึ่งที่นอนไร้สติอยู่ในห้องนั้น
“แม่เป็นยังไงบ้าง วันนี้ผมได้เพื่อนใหม่อีกแล้วนะ แม่ไม่ต้องห่วง”
“อืม…ใช่ครับผมดูแลตัวเองได้แล้ว…”
“ผมสัญญาว่าถ้าผมเรียนจบผมจะมารักษาแม่ให้ได้ และจะเป็นคนทำหน้าที่ดูแลแม่เอง…”
นั่นเป็นคำพูดของชายหนุ่มไร้เดียงสาคนหนึ่งที่พูดคุยกับแม่ของเขาที่ไร้สติ อย่างไรก็ตามสีหน้าของชายหนุ่มนั้นไม่เคยดูเศร้าหมองเลยเมื่อเข้ามาในห้องผู้ป่วยนี้ เขากลับทำสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสอย่างที่ไม่เคยทำในโรงเรียนมาก่อน
ชายหนุ่มนั้นมักจะมาพูดคุยกับแม่ของเขาที่ไร้สติอยู่เสมอทุกวัน อย่างสม่ำเสมอและเวลาเดิม จนในวันหนึ่งผู้จัดการโรงพยาบาลก็ได้บอกข่าวร้ายกับชายหนุ่ม ซึ่งทำให้ชายหนุ่มนั้นล้มทั้งยืน
เอลลี่ที่พึ่งมาถึงโรงพยาบาลเมื่อเห็นเซนกำลังก้มกราบและขอร้องอ้อนวอนผู้จัดการโรงพยาบาลผู้นั้นก็รู้สึกสะเทือนใจกับภาพที่เห็นไม่น้อย ไม่ใช่แค่หญิงสาวเท่านั้นมันรวมไปถึงเหล่าคนชราที่เซนรู้จักและคุ้นเคย และเหล่าพยาบาลอีกด้วย
“ผมขอร้อง ขอเวลาผมอีกไม่กี่ปีผมจะหาเงินมาจ่ายแน่นอน ขอแค่ให้แม่ของผมได้อยู่โรงพยาบาลนี้ต่อ…ผมจะยอมทำทุกอย่าง!”
นั่นคือคำพูดที่เซนใช้ขอร้องผู้จัดการโรงพยาบาล สภาพของชายหนุ่มในตอนนั้นกลับดูต่ำต้อยในสายตาคนอื่นอย่างมาก อย่างไรก็ตามในสายตาของหญิงสาวนั้นมันกลับดูสูงส่งกว่ามนุษย์คนไหนๆ แต่คำตอบของผู้จัดการโรงพยาบาลนั้นแทบจะทำให้จิตใจของชายหนุ่มแตกสลาย
“เป็นไปไม่ได้หรอก เงินของเธอที่ให้มามันไม่เพียงพอ โรงพยาบาลของเราไม่มีนโยบายที่จะรักษาล่วงหน้าด้วย การที่เธอทำเช่นนี้ทำให้โรงพยาบาลเสียรายได้จำนวนมาก ลำพังเพียงแค่เธอรับผิดชอบมันไม่ไหวแน่นอน!”
ผู้จัดการโรงพยาบาลกล่าวด้วยความเย็นชา ก่อนที่จะทิ้งชายหนุ่มที่คุกเข่าขอร้องอย่างไม่ไยดีและเดินจากไปทำเรื่องของตนเองต่อ
สภาพของเซนนั้นเหมือนกับคนไร้วิญญาณตอนนั้น เหล่าคนชราและพยาบาลต่างช่วยพยุงร่างกายที่อ่อนแอของเซนขึ้น อย่างไรก็ตามพวกเขาก็ทำได้แค่นั้น
“ฉันต้องการจะช่วยเขา!”
เอลลี่ตัดสินใจใช้อำนาจของเธอเพื่อพูดคุยกับผู้จัดการโรงพยาบาล และแน่นอนว่าเธอทำมันสำเร็จเธอสามารถเจรจาให้แม่ของเซนนั้นอยู่โรงพยาบาลนี้ต่อได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย แต่ต้องแลกมากับการที่เธอต้องทะเลาะกับคนที่บ้าน อย่างไรก็ตามหญิงสาวไม่ได้สนใจเรื่องนั้นสักนิด
และในที่สุดหญิงสาวก็ได้พบกับเซน แม้จะไม่ใช่การพบกันแบบตัวต่อตัว แต่เป็นพบกันบนโลกออนไลน์ เซนนั้นรู้ว่ามีคนช่วยเขาให้ผ่านเรื่องในครั้งนี้ดังนั้นจึงหาทางติดต่อกับคนที่ช่วยเขา
เซนนั้นได้อีเมลของอีกฝ่ายมาและเขามักจะส่งข้อความขอบคุณไปให้อีกอีกฝ่ายเสมออย่างน้อยก็เกือบทุกวัน และนั่นก็ทำให้เอลลี่รู้ว่าเซนนั้นมีชีวิตอยู่ต่อไปได้เพราะความหวังเพียงหนึ่งเดียวที่เขาเหลืออยู่นั่นคือแม่ของเขา แม้ว่าชีวิตของเขาจะแย่ขนาดไหนก็ตาม แต่ชายหนุ่มไม่เคยคิดจะฆ่าตัวตายเหมือนกับที่เด็กคนอื่นทำ เพราะเขานึกถึงแม่เขาอยู่เสมอ
…..
“เซน…เจ้ายังมีชีวิตอยู่ นั่น…ใช่เจ้าจริงๆ ใช่ไหม?”
เอลลี่กล่าวถามออกมาด้วยน้ำเสียงอ่อนแรงพร้อมกับปรากฏน้ำตาในดวงตาคู่นั้นของเธอ เซนนั้นมองเธอด้วยความไม่อยากเชื่อ เขาไม่คิดว่าหญิงสาวนั้นจะจำเขาได้ทันทีเมื่อพบกันในสภาพเช่นนี้ ที่ชายหนุ่มแปลกใจก็คือกลับมีคนร้องไห้เมื่อได้พบกับเขาอีกครั้งด้วย แถมคนนั้นยังเป็นคนที่โดดเด่น และเป็นถึงดาวประจำโรงเรียน
เมื่อเห็นเซนแสดงสีหน้าที่ตกตะลึงออกมาเอลลี่ก็มั่นใจทันที ว่าชายเบื้องหน้าเธอนั้นเป็นคนที่เธอรู้จักจริงๆ แม้ว่าเขาจะไม่รู้จักเธอก็ตาม แต่เธอนั้นรู้จักเขาดีมากๆ เพราะเธอเฝ้ามองเขามาตลอด ดังนั้นการจากไปของเซนเมื่อสองปีก่อนในพื้นที่กลางมหาสมุทรนั้นจึงทำให้เธอเสียใจอย่างมาก ผิดกับเพื่อนคนอื่นๆ ที่ไม่คิดอะไรถึงการตายของเซน
แต่แล้วมันกลับเกิดปาฏิหาริย์ เมื่อคนที่เธอคิดว่าตายไปแล้วกลับมาปรากฏตัวอยู่เบื้องหน้าเธอ แถมยังมีสภาพร่างกายที่สมบูรณ์อีกด้วย
เซนนั้นนั่งเงียบไปสีหน้าของชายหนุ่มที่เรียบนิ่งมาตลอดตอนนี้มันกลับไม่สามารถควบคุมได้ มีความคิดมากมายหลั่งไหลเข้ามาภายในหัวของชายหนุ่ม ในขณะเดียวกันเสียงของชายคนหนึ่งก็ได้ดังขึ้นปลุกให้เซนตื่นจากความคิด
“เจ้าหนุ่มเจ้าคงไม่อยากตายหรอกใช่ไหม ดูเหมือนว่าเจ้ากับเอลลี่จะรู้จักกันด้วยสินะ ทำไมเจ้าไม่มาสนุกกับร่างกายเธอกับพวกเราล่ะ พวกเราจะให้เจ้าต่อคิวก็ได้นะ”
แฮมเมอร์ได้กล่าวขึ้นกับเซน เขานั้นไม่กล้าที่จะทำอะไรไม่คิดเพราะถึงอย่างไรคนที่เข้ามายังดินแดนแห่งการทดสอบครั้งนี้นั้นล้วนแล้วแต่แข็งแกร่งทั้งสิ้น ดังนั้นการไม่มีปัญหากันจะดีที่สุด
เอลลี่เมื่อได้ยินเช่นนั้นสีหน้าของเธอก็กลับมาสิ้นหวังอีกครั้งเธอไม่แน่ใจว่าหากเป็นเซนจะตอบตกลงอีกฝ่ายหรือเปล่า เพราะในจิตใจของเธอตอนนี้นั้นมองผู้ชายไปในทางเลวร้ายเกือบทั้งหมด
“หากเจ้าอยากทำให้ข้าตายทำไมไม่ลองดูล่ะ?”