ยอดยุทธ์จ้าวจักรวาล เทียนภาค 5 (จบแล้ว)

    ตอนที่ 33 วิญญาณอาฆาต

    ตำราที่อักขระเวทย์ที่เทพโอดินได้เขียนมานั้นเพียงเศษเสี้ยวของ ศิลานักปราชญ์จริงๆ

    เฟยหลงฝึกเขียนอักขระเวทย์ลงบนกระดาษยันต์ กลายเป็นยันต์ต่างๆ มากมาย เช่น  ยันต์ระเบิด ยันต์ล่องหน ยันต์รักษา ยันต์เพิ่มพลังยุทธ์ ยันต์สะกดจิต เฟยหลงไม่อยากเชื่อเลยว่าการเขียนอักขระเวทย์เช่นนี้  จะทำให้มีอานุภาพมากมาย แต่ว่า ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ขึ้นอยู่กับ พลังจิตของตน เฟยหลงไม่ได้รีบที่จะ เข้าไปศึกษาในโลกฝึกฝนในแคปซูล ต่างลองศึกษากับอาจารย์ ศิลานักปราชญ์ก่อน พร้อมกับ ดูดซับ ทองที่อาจารย์ศิลานักปราชญ์ขับถ่ายออกมา อีก สิบกองจนหมด ทำให้บัดนี้ พลังจิตของเฟยหลงพุ่งขึ้นมาอยู่ในระดับ 6 แล้วครบกำหนดสามเดือนของการฝึกฝน ก็นำปะการังสีเลือด ที่เป็นอัญมณีระดับจักรพรรดิ ที่พ่อของเขาเก็บเอาไว้ให้ มาดูดซับ

    พลังจ้าวจักรวาลของเขาพุ่งขึ้นเป็นขั้นที่ 5 ทันที คราวนี้ ความสามารถพิเศษทำให้เขาหายใจในน้ำได้ สามารถอยู่ในน้ำได้โดยไม่มีปัญหาเรื่องการหายใจ

    จากนั้นเมื่อพร้อม เขาอยากกลับไปพิสูจน์ว่า โลกฝึกฝน ยังเป็นโลกใบเดียวกันหรือไม่ จึงให้พี่เซกิ พาไปที่ ตึกอักขระเวทย์  เพื่อเข้าไปในแคปซูลฝึกฝน

    พี่เซกิก็พาเฟยหลงเข้าไปที่หน้าตึก ครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ก็มาสอบถาม เฟยหลงแบบเดิมแล้วสนใจ จะเรียนรู้ อักขระยันต์ประเภทใดก่อน เขามีให้เลือก อักขระยันต์ให้เลือกโหลด 6 แบบ ซึ่งเฟยหลงอ่านดูแล้วก็ขอปฏิเสธ 

    “ ไม่ต้อง ข้าได้รับการสอนสั่งจากท่านอาจารย์มาแล้ว”

    เจ้าหน้าที่ก็ได้แต่ปิดแคปซูลแล้วเปิดเครื่อง แล้วคิดว่า เฟยหลง คงได้โหลด คู่มือการฝึก และ แผนที่มาเรียบร้อยแล้ว

    ร่างของเฟยหลงมาอยู่ เมืองใหญ่แห่งหนึ่ง มีป้ายเขียนว่าเมืองซูโจวในแผนที่บอกว่าเมืองซูโจว เป็นเมืองหลวง ของแคว้นต้าโจว มีกษัตริย์โจวลี่หวังปกครอง

    เฟยหลงค้นตัวเองว่ามีอะไรติดตัวมาหรือไม่ พบว่า มีแหวนมิติ ที่บรรจุกระดาษยันต์ไว้หลายร้อยใบ และมี แผ่นทองแดง หลายร้อยแผ่น พร้อมปากกา พู่กัน หมึกสี และ เหล็กแกะสลัก มีไว้สำหรับ นักเขียนอักขระยันต์ และมีเงินเหรียญติดตัวมา 50 เหรียญ

    เฟยหลงเดินเข้าเมืองหลวงซูโจวทันที  พอเข้าไปด้านใน ก็พบว่าด้านในมีผู้คนรวมตัวกันเป็นจำนวนมาก เฟยหลงอยากรู้เลยเดินเข้าไปดู พบว่า ด้านหน้านั้น เป็นลานประหาร พวกเขากำลังทำการประหารนักโทษ จำนวน 10 คน เฟยหลงฟังเจ้าหน้าที่ควบคุมลานประหาร อ่านประวัติชั่วของโจรทั้งสิบคน ทั้งหมดเป็นโจรพวกเดียวกัน ก่อคดี  ปล้นฆ่า ข่มขืน ชิงทรัพย์  มาหลายร้อยคดี ครั้งนี้ ถูกจับได้ยกทั้งหมด โดยมีชายไว้หนวดเคราผมสีแดง ตัวใหญ่เป็นหัวหน้าโจรชื่อว่า จอมโจรกระทิงแดง ด้านหลังมีมือเพชฌฆาต อยู่สองคน เป็นชายหนุ่มหนึ่งคน เป็นเพชฌฆาตผู้ช่วย 

    ส่วนอีกคนเป็นมือเพชฌฆาตชาย วัยสูงวัยอายุประมาณ 60 ปี แต่ร่างกายบึกบึน ถือดาบใหญ่ สลักลวดลาย อักขระยันต์ เฟยหลงมองดูก็รู้ว่า เป็นยันต์สำหรับส่งวิญญาณเพื่อส่งไปแดนยมโลก แขนและขา มือเพชฌฆาตล้วนสักลายที่ลำตัวสี่จุด แขนขวาพิฆาต สักรูป ท่านจงขุยปราบมาร แขนซ้ายสักรูปพญาราชสีห์เพื่อให้มีอำนาจข่มวิญญาณ สักขาทั้งสองข้างเป็นรูปพญาหมี เพื่อให้ขาทั้งสองข้างยืนหยัด สู้ไม่ถอย  หน้าท้องสักรูปยันต์เสือคาบดาบ ป้องกันไอปีศาจเข้าร่างกายของตน  แต่ดูเหมือนจะไม่สามารถป้องกันได้ มีเงาวิญญาณอาฆาตรายล้อมเขาเต็มไปหมด

    แล้วก็ถึงเวลาประหาร ฉัวะ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ !!  เพชฌฆาตมือที่ 1 กับ มือที่ 2 ตัดหัวหลุดไปแล้ว 9 คน เฟยหลงมองเห็น วิญญาณทั้งเก้า ถูกธรณีสูบลงไปแดนยมโลก ทุก ๆ คน  เหลือหัวหน้าเพียงคนเดียว คือจอมโจรกระทิงแดง มันพยามดิ้นรนจนเสาค้ำหัก ทหารเข้ามาใช้ไม้รุมกระหน่ำฟาดมันเข้าไป จนหน้าตาบวมปูด 

    แล้วใช้ไม้กระบองขัดที่หลังมันไว้  คนสุดท้ายนี้ เพชฌฆาตมือที่ 1 เดินวนสามรอบ แล้วท่องเวยทย์ควบคุมวิญญาณลงไป แล้วอมเหล้าสีแดง เป่าไปที่ดาบสังหาร แล้วตวัดดาบลงใส่ทันที  ฉัวะ !!  อ๊ากกกกก !!  ดาบฟันคอมันไม่ขาด เข้าไปเพียง 1 นิ้วเท่านั้น เพชฌฆาตมือ 1 ถอยหลังออกไปด้วยความตกใจ เพชฌฆาตมือที่ 2 เห็นเช่นนั้น ก็เข้า ฟันใส่อีกรอบฉัวะ !!  เข้าไปอีกแค่ ครึ่งนิ้ว  จอมโจรกระทิงแดงกัดฟัน หัวเราะลั่นออกมาเสียงดังว่า

    “ เพชฌฆาตเจ้าประหารข้าไม่ตาย ในดาบเดียว เจ้าคงรู้ซินะ ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ฮ่า ฮ่า ฮ่า”  ฉัวะ !!  หัวของจอมโจรคราวนี้ ถูกตัดขาดไปในทันที 

    วิญญาณของมันไม่ถูกดูดลงไปที่พื้นดิน กลับยืนมองซากศพของตน แล้วก็มองหน้าเพชฌฆาตมือ1 ตาไม่กระพริบ ส่วน เพชฌฆาตมือ1 เอง ก็มองจ้องหน้าไม่หวั่นเกรงเช่นกัน แล้วจากนั้นวิญญาณโจรร้าย ก็ลอยหายไป

    เฟยหลงเห็น เพชฌฆาตมือ 1 ถอนหายใจออกมา คล้ายกับว่า จะหมดแรงที่จะเดิน จนชายหนุ่มผู้ช่วยต้องเข้ามา ช่วยประคองเอาไว้

    เฟยหลงเดินเข้าไปแล้ว เอ่ยถามเพชฆาตมือ 1 ที่กำลังนั่งพัก ด้านข้างอย่างหมดแรง มองดูเจ้าหน้าที่มาจัดการกับศพโดยมีเด็กสาววัย 15 ปีค่อยหนวดหลัง ส่วนเด็กหนุ่มผู้ช่วยวัย 20 ปี เป็นคนนวดขาอยู่

    “ ท่านลุง ข้าอยากรู้ว่า ที่โจรร้ายก่อนตาย บอกว่าหากประหารมันไม่ตายภายในดาบเดียว แล้วจะเกิดอะไรขึ้น?”

    “ ไอ้หนู นี่ไม่ใช่เรื่องของเด็กอย่างเจ้า จะไปไหนก็ไป อาจารย์ของข้าจะต้องการพักผ่อน”

    “ อาเหว่ย อย่าเสียมารยาท พ่อหนุ่มนี่ช่างสังเกต และ ช่างจดจำ เจ้าอยู่ตั้งไกล สามารถได้ยินมันพูดอะไร นับว่า เจ้าไม่ธรรมดา ข้าจะบอกให้ก็ได้ วิถีของเพชฌฆาตนั้น ต้องตัดหัวนักโทษให้ขาดภายในดาบเดียว มิเช่นนั้น วิญญาณนักโทษจะไม่สามารถเดินทาง สู่ยมโลกได้ และจะทำให้มันกลายเป็นวิญญาณร้าย  หากว่ามันเป็นจอมเวทย์ด้วยแล้ว จะทำให้มันยิ่งน่ากลัวยิ่งขึ้นไปอีก ข้าแก่ชราไปแล้วจริงๆ”

    “ แล้วจะทำอย่างไรถึงจะส่งมันไป ดินแดนยมโลกได้ล่ะขอรับ” เฟยหลงสงสัย

    “ ข้าต้องทำพิธี อัญเชิญยมทูตขึ้นมา เพื่อมานำวิญญาณของมันกลับไปยมโลกในคืนนี้”

    “ ถ้าเช่นนั้น ข้าขอดูด้วยได้ไหม?”

    “ ไอ้นี่ เรื่องนี้เป็นเรื่องภายในสำนักของเรา เจ้ายุ่งเกี่ยวอะไรด้วย” อาเหว่ยพูดใส่เฟยหลง

    “ ไม่เป็นไร ข้าอนุญาต ว่าแต่เจ้าเป็นใคร แล้วมาเมืองซูโจวนี้ทำไม?”

    “ ข้าชื่อ เจียงเฟยหลง เป็นศิษย์ของสำนัก อีสต์ฟอเรสต์ กำลังอยู่ในช่วยฝึกตนเลยต้องไป ในสถานที่ต่างๆ  เพื่อหาประสบการณ์ขอรับ”

    “ อืม ถ้าเช่นนั้น เจ้าก็ไปพักที่บ้านของข้า ก็แล้วกัน”

    “ ขอบคุณขอรับ”  เฟยหลงได้มีโอกาสเข้าชมงานพิธี อัญเชิญยมทูต เพื่อจับวิญญาณร้ายในคืนนี้ ซึ่ง  นั่นคือ ภารกิจแรกของเขา ในการผ่านด่านครั้งที่ 1

    คือ ส่งวิญญาณจอมโจรกระทิงแดง สู่ยมโลก

    ตอนกลางคืน ที่บ้านของท่านอาจารย์จางเหยียน เพชฌฆาตมือที่ 1 ได้มีการสร้างแท่นพิธี มีเลือดหมาดำ มียันต์ มีกระบี่ไม้ ลูกประคำ ชุดนักพรต ข้าวสารเสก มีไก่เป็นๆ ทุกสิ่งอย่างเตรียมเอาไว้พร้อมเสร็จสรรพ อาจารย์จางเหยียน ก็เดินออกมาด้วยความอ่อนเพลีย โดยมีอาเหว่ย กับเสี่ยวฉี หลานสาวประคองมา

    เฟยหลงมองเงาดำที่ปกคลุมร่างอาจารย์จางเหยียนแล้วอดเป็นห่วงไม่ได้ คงต้องช่วยเสียหน่อยแล้ว

    พออาจารย์จางเหยียนขึ้นยืนที่ แท่นบูชา ก็เริ่มจุดเทียนสีแดงใหญ่ แล้วธูปยักษ์ พอปักลงไป  ท้องฟ้าที่มืดอยู่แล้ว กับมีเสียงฟ้าแลบออกมาเป็นระยะ  เฟยหลงสงสัยว่า ยมทูตอยู่ในใต้ดินไม่ใช่หรือ แล้ว สายฟ้าเบื้องบนเกี่ยวข้องอะไรด้วย? แต่ไม่ทันได้คิด ก็มองไปที่อาจารย์จางเหยียน ก็เริ่มรำดาบ แล้วแทงไปที่ยันต์สีเหลือง แล้ว จี้ไปที่แผ่นยันต์แผ่นใหญ่ ที่อาจารย์บอกว่า จะส่งเรื่องไปรายงานต่อท่านยมทูต ให้ขึ้นมารับวิญญาณ โจรกระทิงแดง แต่ว่ายันต์ไม่ทันไหม้หมด

    กลับมี ชายร่างใหญผู้หนึ่ง กระโดดข้าม กำแพงเข้ามาทำลายยันต์ส่งสารทิ้ง แล้วมันก็เอ่ยขึ้นมาว่า

    “ จางเหยียน เจ้าเป็นต้นเหตุที่ทำให้ข้าไปเกิดใหม่ไม่ได้ เจ้าต้องตาย” โจรกระทิงแดงมันสิงร่างชายคนนี้ นี่เอง แล้วมันลอยตัวเข้ามาหา ท่านจางที่กำลังตกใจ ขว้างยันต์บนโต๊ะใส่มัน พรึบ !!  แต่ว่ามันไม่เป็นอะไรเลย เฟยหลงเห็นยันต์แล้วไม่อาจทำอะไรมันได้หรอก นี่มันเป็นวิญญาณผีตายโหง ยันต์ที่อาจารย์จางเหยียนเขียนนั้น เป็นยันต์สำหรับผีแร่รอน ไร้พิษภัยเท่านั้น  แท่นบูชาถูกปีศาจทำลายไปจนหมด ในมือของอาจารย์จางเหยียนเหลือกระบี่ไม้เล่มเดียวแทงเข้าร่างปีศาจมันก็ แตกหักไปจนเหลือแต่ด้าม ปีศาจโจรกระทิงแดงพุ่งเข้าไปบีบคออาจารย์

    อาเหว่ยกับ เสี่ยวฉี ช่วยกันจับแขนปีศาจเอาไว้ เฟยหลง จึงนำยันต์ออกมา แล้วกำเอาไว้ในมือ แล้วพุ่งไปด้านข้างต่อยเข้าขมับปีศาจ เปรี้ยง !  วิญญญาณของจอมโจรหลุดลอยออกจากร่างชายที่ถูกสิงอยู่ จากนั้น เฟยหลง ก็เอายันต์ที่อยู่ในมือปล่อยออกไปกลาย เป็นตาข่ายยันต์ ครอบวิญญาณโจรกระทิงแดงเอาไว้

    มันร้องออกมาอย่างโหยหวน เฟยหลง นำยันต์ของอาจารย์จางเหยียน ที่ล่องลอยอยู่ ส่งเข้าไปแปะร่างวิญญาณของปีศาจเอาไว้ แล้ว ท่องคาถาเปลี่ยนยันต์ธรรมดากลายเป็นเพลิงเผา ปีศาจ  พรึบ !!  วิญญาณโจรร้ายถูกเผาไหม้สลายกลายเป็นไอ ไม่ต้องได้ไปผุดไปเกิดอีกต่อไป

    อาจารย์จางเหยียน และศิษย์ทั้งสอง ต่างมองด้วยความตะลึง ไม่คิดว่า เฟยหลงจะรู้เวทย์มนตร์ปราบปีศาจด้วย

    “ นี่เจ้า รู้วิชาเหมาซานด้วยหรือ?”

    “  ข้าไม่รู้หรอก ข้าเพียงแต่ใช้ ยันต์ของท่าน แล้วท่องคาถาปราบมารเข้าไปเท่านั้น” แขนของเขามีแถบสีขาวเกิดขึ้นอีกหนึ่งแถบ แสดงว่าเขาผ่านด่านที่ 1เรียบร้อยแล้ว

    “ ไม่ว่ายังไง ก็ต้องขอบใจเจ้า ข้าคงต้องลาออกจาก เพชฌฆาตมือ1แล้ว

    อาเหว่ย ต่อไปเจ้าต้องทำหน้าที่แทนข้าต่อแล้ว”

    “ ขอรับ อาจารย์ ข้าจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด”

    “ ท่านอาจารย์จาง ภายในร่างกายของท่านมีเงาวิญญาณอาฆาตเฝ้ากัดกินพลังชีวิตของท่านอยู่  หากว่าขับไล่พวกมันไป ท่านก็น่าจะหายดี สามารถทำงานต่อได้อีก”

    เฟยหลงเห็นแล้วอดที่จะช่วยไม่ได้

    “ พ่อหนุ่ม อย่าพูดเล่น ข้ามียันต์เสือคาบดาบ ป้องกันวิญญาณร้ายเข้าตัว พวกมันกัดกินพลังชีวิตข้าไม่ได้หรอก”

    “ อาเหว่ย เสี่ยวฉี เจ้าลองดูอาจารย์ของเจ้าก็แล้วกัน” เฟยหลงใช้ยันต์เบิกเนตรให้ทั้งสองคนเห็นเงาวิญญาณอาฆาต ที่เกาะกิน ร่างของอาจารย์ ก็ส่งเสียงร้องอย่างตกใจ

    “ อา...จารย์ข้าเห็นเงาวิญญาณกำลังดูดพลังชีวิตของท่านจริงๆ ด้วย” 

    “ พี่เฟยหลงท่านช่วยท่านปู่ข้าได้ไหม?”

    อาจารย์จางหน้าซีดเข้าไปอีก เพราะไม่คิดว่า จะเป็นเรื่องจริง แล้ว ยันต์ที่เขียนให้เขานี่มันใช้ไม่ได้เลยหรือยังไงกัน?

    เฟยหลง หยิบยันต์ขับไล่ไอปีศาจออกมา แล้วก็ปล่อยเข้าไปในร่างของ อาจารย์จางเหยียน เงาวิญญาณอาฆาตทั้งหลาย ก็ค่อยๆ ถูกเผาไหม้หายไป  พลังชีวิตของอาจารย์จางเหยียน ก็ค่อยๆ กลับคืนมา ร่างกายแข็งแรง เหมือนเดิม

    “ ท่านปู่ วิญญาณสลายไปหมดแล้ว”

    “ ข้ารู้สึกว่า ข้าแข็งแรงเหมือนเดิมแล้ว ขอบคุณเจ้าจริงๆ”

    “ แล้วต่อไปข้าจะเป็นเหมือน อาจารย์หรือไม่”

    “ ไม่ต้องห่วง เอายันต์ขับไล่ไอปีศาจนี้เก็บไว้กับตัว ต่อไปพวกมันก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว”  เฟยหลงมอบยันต์ให้ อาเหว่ย  ที่รับมาอย่างดีใจ 

    ตอนเช้าเฟยหลงก็อำลา ทั้งสามคน เพื่อไปสำนักราชวงศ์โจว ซึ่งวันนี้เป็นวันเปิดรับสมัคร ศิษย์ใหม่ ซึ่งในคู่มือฝึกฝน เฟยหลงต้องมาฝึกเขียนอักขระยันต์ที่สำนักแห่งนี้ แต่ว่า เฟยหลงเรียนมาก่อนแล้ว แต่ก็ต้องเข้าไปให้ได้ เพราะว่าในสำนักราชวงศ์โจว มีด่านที่เขาต้องฝ่าไปหลายด่านทีเดียว

    พอมาถึง ก็พบว่า มีคนมาสมัครเข้าเรียนไม่น้อย มีทางเดินขึ้นสำนักอยู่สามเส้นทาง

    ทางแรก กับ ทางที่สอง ไม่เห็นมีคนรอคิว แต่มีทางที่สามคนรอกันยาวเป็นกิโล

    เฟยหลงถามคนข้างๆ ว่า เพราะอะไร

    “ ทางแรก เป็นเส้นทางของ ลูกหลานในราชวงศ์และ ราชสำนัก พวกเราไม่มีสิทธิ์เข้าไป ส่วนทางที่ สองนั้นมีศิษย์พี่ คอยดักอยู่ สิบคน หากโค่นพวกเขาได้ก็จะได้เข้าสำนักไป โดยไม่ต้อง รอคิวแบบนี้”

    เฟยหลงฟังจบ ก็เดินขึ้นไปทางที่สองทันที พร้อมกับ ข้อความด่านที่สองปรากฏ

    โค่นรุ่นพี่ที่ขวาง ทั้งสิบคน เพื่อเข้าสำนักราชวงศ์โจว....

    คล้ายกับเรื่องยอดยุทธ์จ้าวจักรวาล เทียนภาค 5 (จบแล้ว) ที่คุณอ่าน