การทดสอบที่สอง
"ตูม!!!!!!!!!!!!!!"เสียงของหมัดอู่หมิงเข้าปะทะกับเสาหินอย่างรุนแรงทำให้เวทีประลองเกิดการสะเทือนเล็กน้อย แต่นั่นก็ต้องทำให้ชายชราที่เป็นผู้อาวุโสของหอกระบี่ต้องเด้องตัวขึ้นมาอย่างรวดเร็วและจ้องมองไปยังอู่หมิงอย่างไม่วางตา"อู่หมิงปราณปฐพีขั้นสูงสุด" ศิษย์ของหอกระบี่กล่าวออกมาแต่คำกล่าวนั้นต้องทำให้ราชันและครึ่งก้าวสู่ราชันมากมายต้องสั่นสะท้านพวกเขาต่างก็รู้ว่าอู่หมิงนั้นอยู่ปราณปฐพีขั้นกลางชัดๆแต่พวกเขาก็ไม่แน่ใจว่าทำไมศิษย์ของหอกระบี่ถึงขานแบบนี้"เจ้าบ้าเจ้ากล่าวผิดแล้วเด็กคนนั้นอยู่ปราณปฐพีขั้นกลางเท่านั้น" ชายชรากล่าวออกมา"เอ๋!!! แต่ผู้อาวุโสพลังที่ปล่อยออกมาเมื่อกี้มันปราณปฐพีขั้นสูงสุดชัดๆเลยไม่ใช่เหรอ" ศิษย์ของหอกระบี่กล่าวอย่างไม่เข้าใจ"เจ้าไม่จำเป็นต้องเข้าใจและจดไปว่าชายหนุ่มคนนี้อยู่ปราณปฐพีขั้นกลางก็พอส่วนเรื่องที่เหลือเจ้าจะได้รู้เองภายหลัง" ชายชรากล่าวผู้คนรอบด้านต่างก็สามารถสัมผัสได้ถึงความยินดีของชายชราแม้แต่องค์ราชันก็ยังต้องแสดงสีหน้าคล้ำลงเพราะในตอนนี้พลังของอู่หมิงได้ดึงดูดสายตาของผู้อาวุโสไปแล้ว และการที่จะทำอะไรอู่หมิงก็ไม่ใช่เรื่องง่ายอีกต่อไป แต่ทางด้านองค์ชายเจ็ดนั้นหาได้สนใจไม่ ในใจขององค์ชายเจ็ดยังเต็มไปด้วยไฟแค้นและความเกลียดชัง"คอยดูเถอะ เมื่อข้าได้เข้าหอกระบี่เมื่อไหร่ข้าจะบดขยี้เจ้าไม่ให้เหลือแม้แต่กระดูก และไม่ใช่แค่นั้นข้าจะสังหารมารดาของเจ้ารวมถึงตระกูลอู่ของเจ้าด้วย" องค์ชายเจ็ดกัดฟันกล่าวในใจเหล่าคนในราชวงศ์เองก็แสดงสีหน้ามืดมนแต่บางคนก็แสดงสีหน้าสนใจออกมาอย่างองค์ชายเก้าผู้ที่กำลังมองอู่หมิงด้วยความสนใจ อีกด้านคนตระกูลหวงต่างก็แสดงสีหน้าไม่พอใจแต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้เพราะในตอนนี้อู่หมิงโดดเด่นเกินไปและถ้าเกิดอะไรขึ้นกับอู่หมิงคนที่น่าสงสัยที่สุดคงเป็นพวกตน"เอาละการทดสอบแรกผ่านไปแล้ว ต่อไปจะเป็นการทดสอบที่สอง การทดสอบที่สองเป็นการทดสอบความสามารถ ข้าจะให้พวกเจ้าต่อสู้กับศิษย์สายนอกที่ข้านำมาด้วย แน่นอนว่าเงื่อนไขว่าระดับพลังต้องเท่ากัน ขอเพียงแค่เจ้าสามารถรับการโจมตีของศิษย์สายนอกได้ 10 กระบวนท่าก็ถือว่าผ่านหรือใครที่สามารถเอาชนะศิษย์สายนอกเหล่านี้ได้ก็จะได้ราวัลพิเศษจากข้าไปด้วย" ชายชรากล่าวด้วยรอยยิ้ม"รางวัลพิเศษจากท่านผู้อาวุโสงั้นหรือ" เหล่าอัจฉริยะต่างพากันตื่นเต้น"ข้าจะต้องชนะให้ได้เพื่อจะได้รางวัลพวกนั้น" เฟิงอวิ้นกล่าว"ในขั้นเดียวกันข้าไม่มีทางแพ้แน่ " องค์ชายเจ็ดกล่าวด้วยความหยิ่งยโส"เหอะ เจ้าพวกโง่คิดว่าจะเอาชนะพวกเราได้ง่ายๆงั้นหรือชั่งเป็นฝันลมๆแร้งๆจริงๆ" พวกศิษย์สายนอกของหอกระบี่ทั้ง 10 คนกล่าวเย้ยหยันทันที"แน่นอนว่ารางวัลที่ข้าจะมอบให้กับพวกเจ้าไม่ใช่สิ่งธรรมดา แต่ก็อย่าลืมถ้าพวกเจ้าไม่สามารถทนได้ถึง 10 กระบวนท่าพวกเจ้าก็จะไม่ผ่านและไม่สามารถเข้าร่วมกับหอกระบี่ได้ เอาละพวกเรามาเริ่มกันเถอะ" ชายชรากล่าวด้วยรอยยิ้ม"คนแรก เฟิงอวิ้น ปราณปฐพีขั้นสูงสุด" ศิษย์ที่จดบันทึกกล่าวเฟิงอวิ้นกระโดดขึ้นไปบนสนามประลองด้วยสีหน้าหยิ่งผยอง และฝ่ายตรงข้ามศิษย์สายนอกปราณปฐพีขั้นสูงสุดก็ขึ้นมาบนเวทีประลองเช่นกันศิษย์สายนอกแสยะยิ้มออกมาอย่างชั่วร้าย"ดูเหมือนเจ้าจะเป็นอัจฉริยะของอานาจักรแห่งนี้สินะ แต่ข้าขอเตือนอะไรเจ้าหน่อยว่าสำหรับหอกระบี่พวกเราอัจฉริยะอย่างพวกเจ้านับเป็นเพียงแค่คนธรรดาเมื่ออยุ่ในหอกระบี่เพราะงั้นอย่าได้สำคัญตัวเองผิดไปซะละ " ศิษย์หอกระบี่กล่าว"เหอะ เจ้าที่เป็นเพียงศิษย์สายนอกยังมีหน้ามาสั่งสอนข้า ถ้าเกิดข้าเป็นเจ้าข้าคงลาออกจากหอกระบี่ไปแล้วดีกว่าอยุ่ให้ตัวเองต้องรู้สึกอับอาย" เฟิงอวิ้นกล่าว"บัดซบกล้าดูถูกข้า ข้าจะทำให้เจ้าพ่ายแพ้ก่อน 10 กระบวนท่า" ศิษย์หอกระบี่กล่าวพร้อมกับนำกระบี่ปราณปฐพีออกมา"กระบี่ทงเทียน" ศิษย์ของหอกระบี่ตะวาดพร้อมกับใช้ทักษะกระบี่ทันที"กระบี่ทะลวงนภา" เฟิงอวิ้นเองก็ใช้ทักษะเช่นกัน"ตูม!!!!!"การโจมตีของทั้งสองเสมอกันไม่สิต้องบอกว่าศิษย์ของหอกระบี่ได้เปรียบเล็กน้อย แต่เฟิงอวิ้นก็ไม่ได้แปลกใจอะไร เพราะไม่ว่าอย่างไรศิษย์สายนอกคนนี้ก็อยู่ในหอกระบี่มา 1 ปีเต็มแน่นอนว่าต้องได้รับกรสั่งสอนจากผู้อาวุโสมาบ้างซึ่งจุดนี้ถือว่าได้เปรียบตน แต่ในใจก็ไม่ยอมรับเพราะเฟิงอวิ้นอยากจะได้รับรรางวัลพิเศษและอีกอย่างตนไม่อยากแพ้ให้กับอู่หมิง"ตูม!!!" "ตูม!!!"ในตอนแรกเฟิงอวิ้นก็สามารถต้านรับ 5 กระบวนท่าแรกได้อย่างง่ายดายแต่ 5 กระบวนท่าหลังนั้นเฟิงอวิ้นต้องต้านรับได้อย่างยากลำบาก"พอแค่นั้นแหละ เฟิงอวิ้นผ่านการทดสอบ" ชายชรากล่าวเฟิงอวิ้นแสดงสีหน้าดีใจเล็กน้อยเพราะตนไม่สามารถเอาชนะศิษย์สายนอกได้ทำให้ความมั่นใจในตัวเองของเฟิงอวิ้นลดลง แต่นี่ก็เป็นสิ่งที่ชายชราต้องการเพราะส่วนใหญ่อัจฉริยะจากอานาจักรเล็กๆแบบนี้มักจะหยิ่งยโสอย่างมากแต่เมื่อเข้าไปในหอกระบี่แล้วตัวตนของพวกเขาก็ไม่ต่างจากมดปลวกเมื่อเจอกับอัจฉริยะที่แท้จริงต่อมาเหล่าอัจฉริยะก็เริ่มขึ้นมาประลองแต่ส่วนใหญ่ต่างก็พ่ายแพ้ไปอย่างง่ายดาย ขนาดองค์ชายเจ็ดก็ยังไม่สามารถเอาชนะได้ ต่อมาองค์ชายเก้าได้ไล่ต้อนอีกฝ่ายจนเกือบพ่ายแพ้แต่ก็ไม่สามารถทำได้ แต่ในเวลานั้นเองเมื่อจิงเสวี่ยนขึ้นมาบนเวทีประลองกลับ ผู้คนก็ต้องตกตะลึงเพราะใช้เวลาเพียงไม่นานศิษย์ของหอกระบี่ก็ต้องกล่าวยอมแพ้"เป็นไปได้ยังไงทำไมอีกฝ่ายถึงยอมแพ้ละก็เห็นๆกันอยู่ว่าจิงเสวี่ยนกำลังเสียเปรียบ" องค์หญิงห้ากล่าวออกมาด้วยสีหน้าไม่ยอมรับ"เหอะ เจ้าพวกนั้นมันคงหลงความงามของจิงเสวี่ยนและคิดจะเอาอกเอาใจเพื่อจีบนางแน่ๆ" องค์ชายเจ็ดกล่าวด้วยความไม่พอใจคนอื่นๆอาจจะไม่รู้แต่เหล่าราชันและอู่หมิงต่างก็มองออกว่าศิษย์หอกระบี่คนนั้นไม่ได้ตั้งใจกล่าวยอมแพ้แต่เป็นเพระาอีกฝ่ายถูกโจมตีทางวิญญาณและถูกควบคุมเล็กน้อยทำให้อีกฝ่ายเห็นภาพของบุคคลที่หวาดกลัวที่สุด"สมกับเป็นกายผ่านจิต ชั่งน่าหวาดกลัวโดยแท้แต่ก็นะ ยังไงนางก็ต้องตกเป็นของอู่หมิงอยู่ดี" เสี่ยวฮุ่ยบ่นพึมพำก่อนจะยิ้มชั่วร้ายและในช่วงนั้นเองที่จิงเสวี่ยนหันมามองอู่หมิงเพียงเสี้ยวพริบตาที่ทั้งสองสบตากันหัวใจของจิงเสวี่ยนก็เต้นโคมคามราวับจะระเบิดใบหน้าของนางแดงซ่านในทันที----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------