สวรรค์นิรันดร์กาล

    ลอบโจมตี

            อีกด้านกลุ่มนักฆ่าที่ถูกฝึกโดยซงเทียนเองก็ได้กระจายตัวกันออกไปและสืบหาที่อยู่ของนิกายเทพกระบี่อย่างช้าๆและสุดท้ายก็มาถึงจุดภูเขาทั้งห้าลูก

            “เป็นที่นี่แหละ”

            “ถ้างั้นส่งสัตว์เล็กๆออกไปตรวจสอบ”

            ชายชุดดำทั้ง10 คนได้ใช้พลังจิตควบคุมสัตว์ขนาดเล็กให้เข้าไปตรวจสอบแทนตนที่จริงคนเหล่านี้ไม่ได้แข็งแกร่งอะไรเลยทั้งหมดอยู่ระดับจักรพรรดิไม่ก็ราชันเท่านั้นแต่พวกเขากลับเชี่ยวชาญการลบตัวตนและกลิ่นอายของตนเอง

            “หืมแย่แล้วศัตรูอยู่แถวนี้รีบหลบซ่อนเร็ว” ขณะที่กำลังสำรวจอยู่พวกเขาก็พบกับกลุ่มของอัจฉริยะของนิกายเทพกระบี่ที่กำลังตรวจสอบพื้นที่รอบๆอยู่

            “ดูเหมือนว่าที่แห่งนี้จะไม่มีแม้แต่สัตว์ร้ายที่แข็งแกร่ง”ซุนมู่ หลานชายของซุนเต๋ากล่าวขึ้น

            “ศิษย์พี่ซุนกล่าวถูกต้องแล้วดูท่าพวกเราสามารถโจมตีพวกนั้นได้ง่ายๆเลย” ศิษย์อีกคนกล่าว

            “พวกนั้นไม่มีทางรู้ว่าพวกเราจะโจมตีตรงจุดใหนเพราะงั้นพวกนั้นจึงป้องกันไม่ได้และนี่คือโอกาสของพวกเรา”ซุนมู่กล่าว

            กลุ่มของซุนมู่ประกอบไปด้วยศิษย์ของนิกายเทพกระบี่20 คน และกลุ่มอื่นๆที่กระจายกันออกไปอีกสองถึงสามกลุ่มก็เป็นคนของนิกายพิษและสมาคมผู้ใช้พลังจิต

            “ไปกันเถอะพวกเรากลับไปรายงานผู้อาวุโสกันก่อน” ซุนมู่กล่าวพร้อมกับจากไป

            “เฮ้อดูเหมือนว่าพวกเราจะซ่อนตัวได้ดี”

            “ไม่คิดเลยว่าอัจฉริยะกลุ่มนั้นจะมีแต่เซียนขึ้นไปแถมยังเป็นเซียนขั้นที่แข็งแกร่งอยุ่ในกลุ่มอีก”

            “โชคดีที่พวกเราอยู่ใกลและสลายพลังจิตได้ทันไม่งั้นพวกเราคงไม่รอดไปกันเถอะข้อมูลแค่นี้ก็น่าจะเพียงพอแล้วที่เหลือต้องให้ท่านฉางเฟิงจัดการต่อ”ชายชุดดำทั้งสิบคนรีบเคลื่อนใหวจากไปทันที

            หลังจากฉางเฟิงได้รับข้อมูลก็ได้บอกให้กับผู้นำตระกูลซวนหยวนรู้ทันทีจากนั้นคนทั้งหมดก็ออกเดินทาง

            “พวกเราไม่รู้ว่าอีกฝ่ายมีจักรพรรดิเซียนมากน้อยแค่ใหนเพราะงั้นพวกเราไม่ควรประมาท”ผู้นำตระกูลซวนหยวนกล่าว

            “ข้ามีข้อเสนอทำไมเราไม่ใช้แผนล่อเสือออกจากถ้ำละ” เถี่ยหลี่ ผู้อาวุโสจากนิกายอัคคีฟ้ากล่าว

            “ถึงจะเป็นแผนที่ดีแต่ว่าถ้าเราไม่รู้ความแข็งแกร่งของศัตรูคนที่จะเสียเปรียบก็คือเรา” ฉางเฟิงกล่าว

            “แต่การจะสืบข้อมูลจากอีกฝ่ายมันไม่ง่ายเลย”เอี้ยหลาง ผู้อาวุโสจากนิกายปฐพีเร้นลับส่ายหัว

            “แน่นอนว่าพวกเราเข้าไปสืบตรงๆไม่ได้แต่พวกเราสามารถจับอัจฉริยะสักคนของอีกฝ่ายมาสืบข้อมูลได้ไม่ใช่เหรอ” ฉางเฟิงยิ้ม

            “เป็นความคิดที่ดีก่อนอื่นพวกเราควรจะเตรียมพื้นที่สำหรับซ่อนตัวกันก่อนค่อยออกเคลื่อนไหว”

            หลังจากนั้นพวกฉางเฟิงก็ได้เจอกับถ้ำแห่งหนึ่งซึ่งพวกฉางเฟิงใช้เป็นที่หลบซ่อนตัวชั่วคราวฉางเฟิงและโหลวหลานช่วยกันสร้างค่ายกลอำพลางเอาไว้รอบๆถ้ำหลังจากนั้นก็แบ่งคนออกเคลื่อนไหวแน่นอนว่าคนที่จะเคลื่อนใหวได้อย่างเงียบเชียบนั้นต้องเป็นคนที่แข็งแกร่งพอตัว

            เพราะงั้นงานนี้จึงมีแต่ระดับจักรพรรดิเซียนที่เคลื่อนไหวส่วนฉางเฟิงกลับแยกตัวออกไป

            กลิ่นอายของฉางเฟิงในตอนนี้ได้หายไปทันทีราวกับเป็นคนธรรมดาเพราะมีภาพสวรรค์นิรันดร์คอยช่วยปกปิดกลิ่นอายให้แม้แต่จักรพรรดิเทพก็อย่าหวังว่าจะสัมผัสถึงกลิ่นอายของฉางเฟิงได้

            “นายน้อยไม่คิดว่ามันอันตรายไปหน่อยงั้นเหรอ”ภาพสวรรค์นิรันดร์กล่าวเพราะฉางเฟิงแอบเข้ามาในเขตของศัตรู

            “ไม่เข้าถ้ำเสือแล้วจะได้ลูกเสือได้อย่างไร”ฉางเฟิงค่อยๆแอบเข้าไปใกล้ภูเขาทั้งห้าลูกอย่างช้าๆโดยที่ไม่มีใครพบเห็นเลยแม้แต่น้อย

            “นี่มันค่ายกลงั้นเหรอพวกนั้นถึงกับวางค่ายกลไว้รวดเร็วขนาดนี้” ฉางเฟิงตกใจ

            “ข้าสามารถช่วยเปิดช่างว่างให้กับนายน้อยได้”วิญญาณภาพสวรรค์นิรันดร์ปรากฎและยื่นมือออกไปม่านค่ายกลก็เปิดออกเป็นช่องเล็กๆร่างของฉางเฟิงก็เคลื่อนไหวเข้าไปในพริบตา

            “หืม...”ปรมาจารย์ค่ายกลของโลกกระบี่รู้สึกถึงความผิดปกติเล้กน้อยแต่เมื่อตรวจสอบอีกครั้งก็ไม่พบสิ่งใดจึงไม่สนใจอีก

            ส่วนฉางเฟิงได้เข้ามาข้างในเรียบร้อยแล้วฉางเฟิงมองไปยังกลุ่มคนจำนวนมากที่อยู่ในหมู่บ้าน กองกำลังที่อีกฝ่ายนำมาเห็นได้ชักว่าเต็มไปด้วยจักรพรรดิเซียนอย่างน้อย30 คน และมีขั้นเซียนอีกเกือบหนึ่งพันคนระดับจักรพรรดิอีกสองพันคน

            “กำลังคนขนาดนี้มากกว่าพวกเราสองถึงสามเท่าเลยนะ”ฉางเฟิงถึงกับขมวดคิ้ว

            “ถ้าสู้กันตรงๆละก็ทางเราไม่มีทางชนะแน่”วิญญาณภาพสวรรค์นิรันดร์กล่าว

            “ไหนๆก็เข้ามาแล้วทำไมเราไม่ตัดกำลังของอีกฝ่ายสักหน่อยละ”ฉางเฟิงคิดแผนออกมาได้ทันที

            “เสียดายถ้าเสี่ยวจินและเสี่ยวเฮ่ยอยู่การลอบโจมตีจะทำให้อีกฝ่ายเสียหายหนักมากแน่ๆ”ฉางเฟิงคิด

            เพราะด้วยเต๋ามิติและพลังสายเลือดที่ช่วยในการหายตัวของทั้งสองมีประโยชน์ต่อการลอบโจมตีอย่างมาก

            “อย่าโทษกันเลยนะแต่มันคือสงคราม”ฉางเฟิงกล่าว

            ในพริบตานั้นเองระเบิดเพลิงสังหารนับร้อยลูกก็ปรากฎฉางเฟิงควบคุมระเบิดเพลิงสังหารให้พุ่งออกไปตามจุดต่างๆทันที

            “หืมใครกัน!!!!!!!!!!!” ซุนเต๋าที่กำลังนั่งอยู่ในที่พักสัมผัสได้ถึงพลังของฉางเฟิงจึงคำรามออกมา

            “ไป!!!!!!!!!!”ฉางเฟิงไม่รอช้าพุ่งออกไป วิญญาณภาพสวรรค์นิรันดร์รีบเปิดช่องทางของค่ายกลให้กับฉางเฟิงทันทีร่างของฉางเฟิงพุ่งออกไปด้วยความเร็ว

            “ตูม!!!!!!!!!!!!!!!!!!”

            พริบตาเสียงระเบิดที่รุนแรงออกอย่างต่อเนื่องนับร้อยครั้งการระเบิดนี้ทำให้ระดับจักรพรรดิเซียนและขั้นเซียนพากันแตกตื่นส่วนระดับจักรพรรดิพวกเขาล้วนแต่ถูกแรงระเบิดสังหารไปในพริบตา

            “ศัตรูมันบุกเข้ามาได้ยังไงค่ายกลของเรามันไม่ทำงานงั้นเหรอ”ซุนเต๋าคำรามออกมา

            “ค่ายกลของเราถูกยอดฝีมือเข้าควบคุมอีกฝ่ายถึงขั้นสร้างช่องโหล่ขนาดเล็กเพื่อเข้าออกได้อย่างง่ายดาย” ปรมาจารย์ค่ายกลกล่าวด้วยความโกรธ

            “นี่มันเกิดอะไรขึ้น”ชายชราชุดเขียวและหญิงชราชุดขาวพากันปรากฏตัว ทั้งสองโกรธมากเพราะการระเบิดเมื่อครู่แม้แต่ขั้นเซียนยังต้องตายไปเกือบร้อยคน

            “ศัตรูลอบเข้ามาโจมตีพวกเราแต่พวกนั้นสามารถสร้างอาวุธสังหารแบบนั้นได้อย่างไร”

            “ตามมันไปพวกมันยังหนีออกไปได้ไม่ใกลหรอก”ซุนเต๋าพุ่งออกไป

            “ตอนนี้ได้โอกาสของพวกเราแล้วถ้าซุนเต๋าจับอีกฝ่ายมาไม่ได้พวกเราสามารถให้ซุนเต๋าชดใช้ได้และพวกเราก็จะแยกตัวออกไปได้”ชายชราชุดเขียวสื่อสารกับหญิงชราชุดขาวทันที

            “ไม่ผิดนี่คือโอกาสของพวกเรา” หญิงชราชุดขาวยิ้มในใจ

            แม้การโจมตีครั้งนี้ทั้งสองจะได้รับความสูญเสียเล็กน้อยแต่ทั้งสองก็ไม่สนใจมากต่างจากคนของนิกายเทพกระบี่ที่ตกตายเป็นพันคนนี่ทำให้ซุนเต๋าโกรธแค้นอย่างถึงที่สุดการต่อสู้ยังไม่ทันเริ่มพวกเขาก็สูญเสียกำลังคนไป 3 ใน 10 ส่วนแล้ว