ตอนที่ 24: บำบัดกลุ่มในความมืด
ยามบ่ายวันถัดมาท่ามกลางบรรยากาศอันแสนตึงเครียดและเป็ทางการในห้องประชุมแพทย์แผนกศัลยกรรมของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง ผมนั่งอยู่ที่ตำแหน่งที่ปรึกษาด้านการออกแบบและปรับปรุงสถาปัตยกรรมของโครงการศูนย์สุขภาพจิตและกายแบบครบวงจร ฝั่งตรงข้ามกับแพทย์หญิงลัลน์ลลินที่กำลังทำหน้าที่นำเสนอรายงานสรุปผลงานวิจัยทางการแพทย์และการบำบัดสุขภาพจิตของเธอต่อหน้าคณะกรรมการบริหารโรงพยาบาลอย่างคล่องแคล่วและสุขุม
หมอลินสวมแว่นตาสายตากรอบบางเฉียบ สวมเสื้อกาวน์แพทย์สีขาวสะอาดทับชุดเดรสทำงานผ้าไหมสีสุภาพเรียบร้อย มวยผมรวบตึงงดงามดูเป็มืออาชีพและสูงส่งจนไม่มีใครในห้องประชุมเอื้อมถึง ท่าทีภายนอกที่ดูเ็า สงบนิ่ง และถือตัวเป็ผู้ดีสะท้อนความสง่างามตามแบบฉบับจิตแพทย์หญิงผู้สูงส่ง โดยมีหมอกวินศัลยแพทย์หนุ่มมาดเนี้ยบในชุดสูทแพทย์เรียบกริบขยับนั่งอยู่เคียงข้างคอยสนับสนุนข้อมูลด้วยท่าทางเคารพนบนอบตามแบบฉบับรุ่นน้องที่ดี
ทว่าไม่มีใครรู้เลยว่า ภายใต้พิมพ์เขียวแผ่นใหญ่และแบบแปลนระบบเสียงที่ผมจงใจกางแผ่ออกบนโต๊ะประชุมเพื่ออธิบายงานออกแบบระบบบำบัดแบบฝังผนัง นิ้วเท้าของผมที่จงใจถอดรองเท้าหนังออกข้างหนึ่งได้ขยับถูไถลากไล้ผ่านเนื้อผ้าร่มเรียบๆ ของถุงน่องบางเบาตรงหน้าแข้งเรียวและต้นขาอ่อนของหมอลินเบาๆ ร่างบางของจิตแพทย์คนเก่งสะดุ้งตัวโยนกึกจนเสียงพูดวิชาการนำเสนอสะดุดติดขัดไปเสี้ยววินาที ใบหน้าขาวผุดผ่องหันมาสบตากับผมอย่างตระหนกใ แววตาอบอุ่นและสุภาพใจดีคราวพ่อของผมที่ส่งกลับไปสะท้อนเงาดำสนิทของเสือร้ายผู้กุมความลับกามารมณ์อันดาร์กดำของเธอจากคืนที่ผ่านมาในห้อง Sensory Deprivation
หมอลินต้องใช้สองมือเรียวบางจิกขอบโต๊ะประชุมไม้สักแน่นจนข้อนิ้วขึ้นสีขาวเพื่อสะกดกลั้นความกระสับกระส่ายสั่นเทาที่แล่นพล่านในท้องน้อย เธอพยายามบังคับน้ำเสียงสั่นสะท้านให้อ่านตัวเลขสถิติทางวิชาการต่อไปราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทว่าหัวใจของเธอกลับเต้นรัวกระหน่ำในอกเสื้อกาวน์จนร่างระหงส์เกร็งสะพัด ขณะที่หมอกวินซึ่งนั่งอยู่ข้างๆ คอยก้มหน้าก้มตาจดบันทึกและปรับสไลด์การนำเสนออย่างตั้งอกตั้งใจ โดยที่หมอหนุ่มกามารมณ์ไม่มีทางล่วงรู้เลยว่ารุ่นพี่สาวที่เขาเคารพรักและแอบหลงใหลกำลังถูกผมลวนลามทางจิตวิทยาและร่างกายอย่างร้ายกาจใต้โต๊ะประชุมนั้นเอง
หมอลินหลบสายตาวูบลงต่ำอย่างขลาดกลัว ก้มมองกระดาษรายงานในมือสั่นระริก แก้มเนียนซับสีเืแดงระเรื่อด้วยความอายปนเสียวสยิวสั่นสะท้านในท้องน้อยยามนึกถึงเนกไทผ้าไหมสีดำที่มัดข้อมือของเธอไว้กับเก้าอี้หนังแท้เมื่อคืนนี้ ทรวงอกอวบอิ่มชูชันของเธอสะท้อนความปั่นป่วนทางอารมณ์จนเห็นได้ชัดผ่านปกเสื้อกาวน์สีขาวที่ขยับไหวตามแรงหายใจกระชั้นชื้นที่หอบสะท้านเบาๆ
หลังสิ้นสุดการประชุม คณะกรรมการท่านอื่นทยอยเดินออกจากห้องไปจนเหลือเพียงพวกเราสามคน ผมเสนอตัวชวนหมอลินและหมอกวินให้มาร่วมตรวจสอบ 'ระบบนำทางเสียงและห้องนิรภัยใต้ดินส่วนตัว' ที่คฤหาสน์หรูอัจฉริยะของผมในค่ำคืนนี้เพื่อปรับแต่งโปรแกรมสำหรับศูนย์บำบัดแห่งใหม่ หมอลินมีสีหน้าหวาดกลัวและลังเลใจอย่างชัดเจนด้วยความระแวงว่าความลับจะรั่วไหล ทว่าน้ำเสียงเชิงขอร้องแกมสั่งการของผมประกอบกับการที่กวินแสดงท่าทางกระวนกระวายตื่นเต้นสนับสนุนว่า้าไปศึกษาดูงานระบบเสียงอัจฉริยะ ทำให้สุดท้ายแพทย์หญิงผู้สูงส่งก็ไม่อาจขัดขืนข้อตกลงลับนี้ได้และจำยอมตกลงในที่สุด
ตึก... ตึก...
เวลาสามทุ่ม คฤหาสน์หรูอัจฉริยะของผมริมแม่น้ำเ้าพระยาเงียบสงบและปิดล็อกแ่าด้วยระบบรักษาความปลอดภัยอัตโนมัติ ผมพาคนทั้งสองเดินลงมายังห้องลับใต้ดินที่กั้นด้วยผนังกระจก One-Way ชนิดพิเศษ ด้านในเป็ห้องนอนเตียงไม้สักขนาดใหญ่ที่มีกรงเสาสี่มุมบุกำมะหยี่หนานุ่ม ด้านนอกเป็ห้องควบคุมของช่างเทคนิคที่ติดตั้งจอมอนิเตอร์เสียงและความร้อนครบครัน สามารถมองเห็นกิจกรรมด้านในได้อย่างชัดเจนโดยที่คนข้างในไม่มีวันเห็นฝั่งนี้เด็ดขาด
ผมแยกตัวหมอลินเข้าไปในห้องนอนลับ จัดแจงบีบบังคับกึ่งล่อลวงให้เธอยอมรับการทดสอบบำบัดขั้นรุนแรงโดยอ้างเื่การวิเคราะห์สภาพเสียงเงียบ หมอลินที่ไร้ทางสู้และกลัวความลับเปิดเผยจำใจยอมถอดเสื้อกาวน์แพทย์และชุดทำงานออกจนหมดสิ้น เผยเรือนร่างระหงส์เปลือยเปล่าเนียนขาวชูเต้าอวบอิ่มใหญ่โตสะดุดตา ยอดปทุมถันสีหวานแข็งชูชันสั่นระริกยามที่ผมใช้กุญแจมือโซ่เหล็กเส้นเล็กสีเงินยึดตรึงข้อมือทั้งสองข้างของเธอไว้กับเสาหัวเตียงกำมะหยี่สีครีม จากนั้นใช้ผ้าปิดตาสีดำสนิทผูกปิดดวงตาคู่สวยของเธอไว้แ่า ตัดระบบมองเห็นออกไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงเรือนร่างเปรียบเปลือยที่นอนบิดส่ายสะโพกสั่นระทึกอย่างสยบยอมรอััจากความมืดที่ไร้ขอบเขต
ผมเดินกลับมาในห้องควบคุม สบตากับกวินที่ยืนเกาะกระจก One-Way จ้องมองร่างเปลือยเปล่าของหมอลินที่ถูกพันธนาการปิดตาอยู่บนเตียงอย่างไม่วางตา ลมหายใจของหมอหนุ่มมาดเนี้ยบหอบถี่กระชับอย่างรุนแรง แก่นกายสะโพกของเขาขยับสั่นในกางเกงสแล็กอย่างคลั่งไคล้ด้วยแรงตัณหาที่ท่วมท้นจนเขาไม่สามารถควบคุมสติของตนเองได้อีกต่อไป
“หมอกวินครับ... เห็นรุ่นพี่สาวแสนดีของหมอที่นอนแก้ผ้าปิดตารอการสอดใส่บำบัดอยู่ตรงนั้นไหมครับ” ผมกระซิบบอกเขาเสียงต่ำ ปลดกระดุมเสื้อสูทและเสื้อเชิ้ตของกวินออกช้าๆ เผยให้เห็นแผงอกแกร่งของชายหนุ่มวัย 29 ปี “เธอไม่รู้หรอกว่าใครจะเป็คนก้าวเข้าไปจับต้อง ย่ำยี หรือบดขยี้ร่างกายอวบอัดของเธอในความมืดนั้น... ก้าวเข้าไปสิครับ ถอดสูทออก ซุกซ่อนเสียงของหมอ แล้วทำตามความปรารถนาที่หมอซ่อนไว้ตลอดหลายปีที่ผ่านมาซะ อาจะคอยควบคุมเกมนอกห้องกระจกและส่งคลื่นเสียงนำทางบงการให้หมอเอง”
กวินหอบหายใจกระตุก ตัณหาราคะเบื้องลึกทำลายขอบเขตศีลธรรมแพทย์จนพังพินาศ หมอหนุ่มสลัดเสื้อสูทและเสื้อเชิ้ตทางการออกจนเผยร่างกายท่อนบนที่แข็งแกร่งสมชายชาตรี แก่นกายใหญ่โตยาว 7.5 นิ้วตึงเขม็งชี้หน้าสู้ลมหายใจร้อน กวินเปิดประตูล็อกและก้าวเดินเข้าสู่ห้องนอนมืดสลัวที่หมอลินนอนบิดกายสั่นระริกอยู่บนเตียงกำมะหยี่สีครีม
ครึก... ประตูปิดล็อก กวินขยับตัวเข้าใกล้เตียงอย่างเงียบเชียบตามคำสั่งผ่านสายหูฟังที่ผมส่งไป
หมอลินสะดุ้งสุดตัวเมื่อััได้ถึงแรงยวบของที่นอนและกลิ่นอายร้อนระอุของเนื้อกายชายฉกรรจ์ที่คืบคลานเข้าหาเธอในความมืดมิด “ลุงนนท์... ใช่ลุงนนท์ไหมคะ... หรือ... ใคร...” เธอกระซิบถามเสียงสั่นครางระเส่า ยามที่ข้อมือสั่นเกร็งทำให้โซ่สีเงินขยับส่งเสียงดังกริ๊กๆ สะท้อนกังวานห้องเงียบสงัด
กวินไม่ตอบคำถามตามที่ผมบงการ เขากรุยทางปีนขึ้นเตียงแล้วโน้มร่างแกร่งลงทับร่างบาง สองฝ่ามือหนาร้อนลากไล้ขยำเต้าอวบอิ่มล้นมือของหมอลิน บดเค้นน้ำหนักแรงป่าเถื่อนเต็มเหนี่ยวจนยอดปทุมถันบิดบี้ หมอหนุ่มซุกไซ้เรียวปากบดจูบซอกคอขาวระหงส์ของเธออย่างกระหายสวาทสะกดอารมณ์รัก หมอลินครางหลงแอ่นสะโพกตอบรับััเถื่อนดิบของ 'ชายแปลกหน้า' ในความมืดทันที ร่องรักสีหวานพ่นน้ำหวานชุ่มชื่นออกมาเสียงเฉอะแฉะคลุกเคล้าเต็มง่ามขาเนียนสั่นสะท้าน ผิวขาวนุ่มนิ่มสั่นริ้วสะกดอารมณ์กระสันสยิว
ผมกดสวิตช์ไมโครโฟน พูดบงการส่งเสียงผ่านลำโพงฝังผนังเข้าไปในห้องนอนลับเสียงทุ้มต่ำ “ดีมากค่ะหมอลิน... ััแปลกหน้าที่กำลังครูดเค้นหน้าอกใหญ่โตของหนูมันร้อนและกระสันเสียวสยิวดีใช่ไหมคะ... หมอกวิน สไลด์มือของหมอลงไปบดบี้ร่องรักเปียกชื้นของเธอ Feel ดูสิว่ามันเฉอะแฉะต้อนรับกระบอกฉีดของหมอขนาดไหนแล้ว”
กวินทำตามคำสั่ง เขาลากปลายนิ้วผ่านหน้าท้องแบนราบลงไปกรีดกรายแยกกลีบเนื้อชุ่มฉ่ำของหมอลิน แทรกนิ้วหนาร้อนล่วงล้ำขยับบดบี้ปุ่มสวาทแดงก่ำอย่างรวดเร็วและดิบเถื่อนแรงเค้นกระตุ้นอารมณ์
แจ๊ะ... แจ๊ะ... แจ๊ะ...
“อ๊าาา... เสียว... อานนท์ขา... ใครคะ คนนี้คือใคร... นิ้วมือแข็งเหลือเกิน อ๊างงง... เสียวร่องจะตายแล้ว...” หมอลินหวีดร้องครางระเส่าเสียงหวานหลง ขาเรียวถ่างออกกว้างบิดส่ายสะโพกตอบรับนิ้วหนาของรุ่นน้องกวินอย่างสยบยอม ยอมจำนนต่อตัณหาอย่างไร้ความถูกต้อง โดยไม่ได้ฉุกใจคิดว่าร่างชายหนุ่มที่ทับอยู่บนกายของเธอนั้นไม่มีกลิ่นอายวัย 50 ปีของผมอยู่เลย ร่างกายนุ่มลื่นสั่นโยกคลอนไปตามแรงนิ้วที่ครูดบี้กลีบเนื้อแดงระเรื่อชุ่มเยิ้มไปด้วยน้ำรักใสคาว
ผมยิ้มเ้าเล่ห์ดึงสายตาชื่นชมในความร่านลึกของจิตแพทย์คนเก่ง ผละจากโต๊ะควบคุมแล้วเดินก้าวเข้าไปในห้องนอนลับด้วยตัวเอง ถือเข็มขัดหนังสัตว์สีดำเส้นหนาในมือ ผมก้าวขึ้นไปยืนข้างเตียงนอน มองภาพกวินที่กำลังเหงื่อท่วมร่างคร่อมร่างเปลือยเปล่าของหมอลินที่ครางกระเส่าสะบัดหน้าไปมาด้วยไฟราคะที่ลุกโชนสลับกับแรงกระหายที่พลุ่งพล่านเต็มห้องปิดตาย
ผมเอื้อมมือไปแก้ปมผ้าปิดตาสีดำของหมอลินออกครึ่งหนึ่ง เผยดวงตาคู่สวยชุ่มน้ำตาราคะให้ตื่นมองแสงสลัว และเมื่อหมอลินกะพริบตาจูนภาพได้ชัดเจน ร่างบางของเธอก็สะดุ้งตัวสั่นเทาหวาดระทึกสุดขีดเมื่อเห็นใบหน้าของกวิน ศัลยแพทย์หนุ่มรุ่นน้องคนสนิทของเธอเองที่กำลังจ้องมองเธอด้วยดวงตาแดงก่ำกระหายตัณหาดุจสัตว์ร้ายที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อ มือหนาของกวินกำลังสาวแก่นกายใหญ่โต 7.5 นิ้วร้อนผ่าวและเปียกชุ่มไปด้วยเยลหล่อลื่นจ่ออยู่ตรงปากร่องรักชุ่มแฉะของเธอตรงๆ โดยมียอดอกใหญ่ของเธอบดเบียดกับอกหนาของชายหนุ่ม
กวินโน้มตัวลงมากระซิบข้างหูของหมอลินด้วยน้ำเสียงแหบพร่าสั่นระริกแต่อัดแน่นไปด้วยความใคร่ดิบเถื่อนที่กักเก็บไว้ทั้งชีวิต
“ผมขอโทษครับพี่ลิน... แต่ร่างกายของพี่กระหายผมเหมือนที่ผมกระหายพี่มาตลอดชีวิตเลยครับ... ให้ผมบำบัดรักษาพี่นะครั้งนี้”
หมอลินสะดุ้งหวีดร้องครางในลำคอจ้องมองแก่นกายใหญ่โตของรุ่นน้องที่สั่นระริกเตรียมกระแทกสวนปากทางสวาทของเธอด้วยหัวใจที่เต้นรัวกระหน่ำหวาดกลัวสะคนระริกสยิวสุดขีดปนเปความเสียวซ่านในความสัมพันธ์ต้องห้ามที่กำลังจะปะทุะเิออกในความมืดมิดปิดตายแห่งนี้!