บทที่ 51
การล่าอสูร
เหล่าศิษย์มากมายรวมตัวอยู่บริเวณใจกลางลานกว้างของสำนักในตอนนี้ตัวของพวกมันรวมตัวอยู่ภายในสถานที่แห่งนี้เพื่อที่จะทำการเข้าร่วมงานเทศกาลออกล่าสัตว์อสูรที่มันกำลังจะเริ่มขึ้น
ในขณะที่ผู้คนมากมายรวมตัวอยู่ภายในสถานที่แห่งนี้ดวงตาของพวกมันมองเห็นว่ามีกลุ่มคนกำลังก้าวเดินเข้ามาภายในสถานที่แห่งนี้
“ นั่นมันศิษย์พี่ใหญ่!!! ”หนึ่งในเสียงของเหล่าลูกศิษย์ทำการพูดดังขึ้นมา
ดวงตาของมันมองตรงไปที่บริเวณทางเดินเข้ามาภายในลานกว้างของสำนักผู้ที่เดินเข้ามาไม่ได้มีเพียงแค่ลูกศิษย์ด้านหน้าหุบเขาแต่ว่าผู้ที่ปรากฏกายอยู่เบื้องหน้าสายตาของพวกมันในตอนนี้คือพี่ใหญ่ของสำนัก
เกาเทียนปรากฏกายออกมาพร้อมกับบริเวณด้านหลังมีไป๋ลู่และลู่หมิงเดินทางติดตามมาด้วย
ดวงตาของพวกมันจ้องมองอย่างไม่กระพริบตาภายในใจนั้นเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกตกใจในขณะที่มีคำถามปรากฏขึ้นเช่นเดียวกัน
โดยทั่วไปแล้วลูกศิษย์หลังเขาจะไม่ปรากฏกายออกมาภายในงานเทศกาลแบบนี้
เหตใดในตอนนี้ลูกศิษย์หลังเขาถึงปรากฏกายออกมาบริเวณด้านหน้าของพวกมันและผู้ที่ปรากฏกายออกมาในตอนนี้ยังเป็นศิษย์พี่ใหญ่ของสำนักอย่างเกาเทียน
การที่คนผู้นี้ปรากฏกายออกมาภายในงานเทศกาลออกตัวของพวกมันรู้ได้ในทันทีว่าอย่างไรเสียพวกมันเองก็ไม่มีทางชนะ
ระดับฝีมือแตกต่างกันออกไปขอบเขตของชายผู้นี้ขึ้นไปอยู่ในระดับที่เรียกว่าปรมาจารย์ไปแล้ว
กล่าวถึงความสามารถของเขาคงจะก้าวนำพวกเหล่าลูกศิษย์จำนวนมากภายในสำนักไปอย่างไม่เห็นฝุ่นภายในสำนักแห่งนี้มองถึงเหล่าลูกศิษย์ภายในสำนักคงจะมีเพียงแค่น้อยนิดที่สามารถเผชิญหน้าหรือปะทะกับเขาได้
“ ต้องดูนั่นสิไม่ใช่เพียงแค่ศิษย์พี่ใหญ่แต่ว่าศิษย์คนรองของท่านเจ้าสำนักก็เดินทางมา”
“ นี่มันอะไรกันลูกศิษย์คนรองของท่านเจ้าสำนักผู้คนส่วนใหญ่บอกว่าเขาเป็นคนเก็บตัวอยู่หลังเขาไม่ออกมาบริเวณด้านหน้าหุบเขามาเป็นเวลาหลายสิบปี ”
“ แล้วเหตุใดตอนนี้จึงปรากฏกายออกมาภายในสถานที่แห่งนี้กัน”
“ ข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกันเหตุใดคนผู้นั้นถึงปรากฏกายออกมางานเทศกาลไปครั้งนี้มันอะไรกัน ”
“ ไม่เพียงแค่นั้นเจ้าดูนั้นเจ้าลู่หมิงเองก็เดินทางติดตามมาด้วยแสดงว่าลูกศิษย์หลังเขาต้องการเข้าร่วมงานเทศกาลออกล่าครั้งนี้ของสำนักอย่างงั้นรึ”พวกลูกศิษย์ที่อยู่บริเวณด้านหน้าพากันตั้งคำถาม
พวกมันตั้งคำถามกับสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้ใช้ดวงตามองตรงไปที่เหล่าลูกศิษย์ทั้งสามของหลังหุบเขาที่ปรากฏกายออกมา
ทั้งสามเดินตรงเข้ามาเข้าร่วมแถวบริเวณลานกว้างใจกลางสำนักเมื่อทำการเดินมาจนถึงบริเวณนี้เหล่าลูกศิษย์มากมายบริเวณรอบๆใช้ดวงตาจับจ้องอย่างไม่กระพริบตา
ลู่หมิงแสดงใบหน้าที่เรียบเฉยสัมผัสได้ถึงดวงตามากมายที่จ้องมองมาที่ตนเองรู้ดีว่าแววตาพวกนั้นที่จ้องมองมาที่ตนมีทั้งแววตาที่เต็มไปด้วยความอิจฉาริษยาแถมมีแววตาที่เต็มไปด้วยความเครียดแค้น
สำหรับผู้คนมากมายภายในสำนักพวกมันนั้นหวังตำแหน่งลูกศิษย์สายตรงของท่านเจ้าสำนักอยู่แล้ว
ในตอนนี้ตัวของพวกมันมองเห็นลู่หมิงที่ไร้ความสามารถตัดหน้าแย่งชิงตำแหน่งมันไปพวกมันเองก็ย่อมแสดงใบหน้าที่เต็มไปด้วยความไม่พึงพอใจแบบ
เกาเทียนผู้ที่ยืนอยู่บริเวณด้านหน้าทำการพูดกับลู่หมิง “คนพวกนั้นใช้สายตามองมาที่ตัวของพวกเราเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว ”
“ ลูกศิษย์หลังหุบเขามีฐานะที่แตกต่างออกจากลูกศิษย์บริเวณด้านหน้าหุบเขา”
“ พวกเขามีการจัดระเบียบอย่างชัดเจนมีการแบ่งขั้นหรือว่าแบ่งความสามารถ”
“ แต่ว่าตัวของพวกเราเป็นตัวตนที่ถูกแบ่งแยกออกจากพวกนั้นทั้งหมดฐานะของพวกเราสูงกว่าพวกเขาแน่นอนว่าดวงตาของพวกเขาเมื่อมองเห็นพวกเราย่อมจับจ้องด้วยสายตาแบบนั้น”
“ ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้ตัวของเจ้าจะมีฐานะต่ำต้อยภายในสำนักแต่ในตอนนี้ก็ถือว่าเป็นลูกศิษย์ของท่านอาจารย์แน่นอนว่าการที่เป็นลูกศิษย์ของท่านอาจารย์ควรจะแสดงท่าทางห้าวหาญเข้าไว้”
“ ยืดอกตงไม่ต้องแสดงความรู้สึกอะไรออกจากใบหน้า” ผู้ที่เป็นศิษย์พี่ธามการชี้แนะเกี่ยวกับการวางตัว
พวกเขาที่เป็นศิษย์หลังเขาจำเป็นจะต้องมีท่าทางและก็กันวางตัวที่ดีมากกว่าพวกลูกศิษย์บริเวณด้านหน้าหุบเขาหลายเท่า
ตอนนี้ไม่ควรจะหวั่นเกรงหรือว่ารู้สึกอะไรกับการที่พวกของพวกคนเหล่านั้นแสดงท่าทางนั้นออกมา
เกาเทียนที่กำลังยืนอยู่เหลือบสายตาไปมองบริเวณรอบๆตัวของมันใช้ดวงตาของตนเองทำการสำรวจรอบๆอยู่ตลอดเวลา
ตัวของพวกมันทั้งหมดที่อยู่ภายในแห่งนี้ยังคงไม่ลืมว่าตนเองเดินทางมาที่สถานที่แห่งนี้เพราะจุดประสงค์อะไร
ตัวของพวกมันจำเป็นจะต้องตามหาคนที่แฝงตัวเข้ามาภายในสำนักเกาเทียนยืนอยู่คิดภายในใจ “ จำนวนลูกศิษย์มากมาย ”
“ ในตอนนี้ถ้าจะทำการแยกแยะคงสามารถแยกแยะได้ยากเย็น”
“ ถึงแม้ว่าจะเป็นตัวของค่าแต่ว่าพวกมันคงจะแฝงตัวอยู่ภายในสำนักมาสักพักใหญ่ๆแล้วคงจะไม่สามารถหาพบเจอได้ง่ายดายนัก”
“ จำเป็นจะต้องลในตอนนี้อย่างน้อยก็รอให้หลุดพ้นช่วงเวลานี้ไปก่อน ถ้าสมมุติงานเทศกาลเริ่มขึ้นและพวกมันตั้งใจจะลงมือจริงๆพวกมันเองก็คงจะเปิดเผยตนเองออกมา”เกาเทียนทำการคิดออกมาอย่างสงบใจเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้
ลูกศิษย์ที่มารวมตัวอยู่ภายในสถานที่แห่งนี้น่าจะมีจำนวนสักประมาณสองร้อยถึงสามร้อยคน
ตัวของพวกมันทั้งหมดเป็นลูกศิษย์ที่มีความสามารถของสำนักแน่นอนว่าความสามารถของมันบางคนกล้าทะลุไปสู่ระดับที่อยู่ขอบเขตเหนือระดับเริ่มต้นไปแล้ว
เรียกง่ายๆว่ามันมีพลังมากกว่าลู่หมิงหลายเท่าลุ่หมิงที่เข้ามาอยู่ภายในสถานที่แห่งนี้แม้ว่าจะไม่ได้มีระดับที่ต่ำที่สุดแต่ตัวของมันเองก็ไม่ได้มีระดับที่สูงสุดด้วยเช่นเดียวกัน
ท้าให้ลองเปรียบเทียบขอบเขตพลังระดับเริ่มต้นที่อยู่ในระดับสีม่วงอย่างตัวของมันถือว่าอยู่ในระดับต่ำ
ในขณะที่รอเวลาอยู่สักพักคนที่ควบคุมการทดสอบในครั้งนี้มันเองก็ปรากฏกายออกมา
ผู้ที่ปรากฏกายออกมาบริเวณด้านหน้าร่างกายปรากฏกายออกมาดังฝุ่นควันคนผู้นั้นมีระดับวรยุทธ์ที่สูงกว่าคนธรรมดาทั่วไป
ร่างกายที่ปรากฏกายออกมาไม่ปรากฏเสียงการเคลื่อนไหวเลยแม้แต่น้อยบ่งบอกถึงทักษะระดับสูงในการเคลื่อนไหว
ผู้ที่ปรากฏกายออกมาค่อยๆเผยรูปลักษณ์ของตนเองให้มองเห็นตัวของมันเป็นชายชราคาดการณ์จากใบหน้าน่าจะอายุราวๆสักหกสิบถึงเจ็ดสิบปี
คนผู้นี้เป็นผู้อาวุโสที่มีผมและหนวดเคราสีขาวปรากฏกายออกมาโดยที่ชุดทั่วทั้งร่างกายของมันสวมใส่เป็นชุดอาวุโสสีน้ำเงินเข้ม
ชายชราผู้นี้มีร่างกายผอมสูงมันมีบุคลิกที่ดูสุขุมหลังจากที่ปรากฏกายออกมาบรรยากาศบริเวณรอบๆร่างกายนั้นเต็มไปด้วยแรงกดดัน
มองดูจากภายนอกชายชราผู้นี้ดูเป็นคนที่สุขุมและก็เปี่ยมล้นไปด้วยความคิดหลังจากที่ชายชราผู้นี้ปรากฏกายออกมาพวกที่อยู่บริเวณรอบๆ เหล่าลูกศิษย์ของสำนักหุบเขากระบี่ก้มศีรษะของตนเองลงไปอย่างรวดเร็ว
พวกมันทุกคนทำการเข้ามาออกมาด้วยเสียงดังลั่น “ คารวะผู้อาวุโสหนึ่ง!!! ”
ผู้ที่ปรากฏกาpอยู่บริเวณด้านหน้าในตอนนี้มันเป็นหนึ่งในสามผู้อาวุโสของสำนักหุบเขากระบี่
ลู่หมิงใช้ดวงตาจ้องมองไปที่ชายชราผู้นั้นอย่างไม่กระพริบตาแม้ว่าตนเองจะเคยได้ยินชื่อแต่ก็ไม่เคยเห็นคนผู้นี้กับตาของตนเอง
หลังจากที่ได้มองเห็นมันก็รู้ได้ทันทีว่าขอบเขตพลังของคนพวกนี้อยู่เหนือกว่าศิษย์พี่ของมันเสียอีกผู้อาวุโสหนึ่งปรากฏกายออกมาดวงตาที่เต็มไปด้วยความสงบนิ่งมองไปรอบๆ
ก่อนที่น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเคร่งขรึมจะพูด “มากันครบแล้วขาดแบบนั้นก็เริ่ม ”
“ การทดสอบในครั้งนี้ไม่มีอะไรมากพื้นที่บริเวณรอบๆภายในหุบเขากระบี่แห่งนี้คือสมรภูมิ”
“ ผู้ที่สามารถสังหารสัตว์อสูรและทำการนำเอาพวกมันกลับมาได้มากที่สุดจะได้รับชัยชนะไป”
“ ส่วนคนที่ได้รับชัยชนะในครั้งนี้ของรางวัลที่จะได้รับก็คือของที่ภายในผมนับจัดเตรียมเอาไว้ให้ยาโอสถเพลิงตะวัน ”
“ ยาโอสถเพลิงตะวัน!!! ”หลังจากที่ได้ยินของรางวัลเหล่าลูกศิษย์ภายในสำนักพากันแตกตื่น
จบบท