กว่าสตีฟจะเคลียให้องค์หญิงเงือกทั้งสองเข้าใจว่าเขาไม่ได้วางยาพิษในน้ำก็กินเวลาไปหลายนาที
“น้ำทะเลนี่ดีมากเลยล่ะท่านพี่” ไอวีน่าหันมาพูดกับพี่สาวของเธอหลังได้ลองลงไปในสระเกลือ
“นั่นสิความเค็มกำลังดีไม่เค็มจนมากเกินไปแถมสีน้ำก็ยังใสมากๆ นี่เจ้ามนุษย์เจ้าทำได้ยังไงกัน” ไอรีนถามสตีฟที่ยืนดูอย่างข้างบน
“ไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้นแหละเจ้าเครื่องนั่นเป็นคนทำต่างหากล่ะ” สตีฟชี้ไปที่เครื่องทำสระเกลือ
“ช่างเป็นสิ่งมีชีวิตที่ยอดเยี่ยมจริงๆ นี่เจ้ามนุษย์เราเอาเจ้าสิ่งมีชีวิตนี่กลับไปด้วยได้หรือเปล่า” ไอรีนถาม
น่านเอาเข้าไปนั่นมันเครื่องจักรนะเห้ยไม่ใช่สิ่งมีชีวิต แล้วก็เอากลับไปไม่ได้หรอกนะบ้านเธออยู่ใต้น้ำเครื่องนี่ลงน้ำแล้วมันจะช็อตเอาเฟ้ย สตีฟคิดก่อนจะตอบกลับไป
“ไม่ได้หรอกเจ้านี่ถ้าเอาไปลงใต้น้ำมันจะตาย(เสีย)น่ะสิ” สตีฟตอบตอนนั้นเองจู่เขาก็ได้ยินเสียงแอนนาข้างหลัง
“งือ...คุณลุงคะทำไมไม่ปลุกหนูเลยแล้วนี่เมื่อไหร่จะเตรียมอาหารเช้าคะหนูหิวแล้ว” แอนนาเดินงัวเงียมาหาสตีฟ
จริงสิก่อนหน้านี้จะเอาอาหารให้องค์หญิงพวกนี้นี่หว่าไปเตรียมก่อนแล้วกัน สตีฟนึกขึ้นได้
“ถ้าอย่างนั้นหนูแอนนาไปล้างหน้าแปรงฟันก่อนนะคะ แล้วเดี๋ยวลุงจะไปเตรียมอาหารมาให้ ล้างหน้าแปรงฟันเสร็จแล้วมาอยู่เป็นเพื่อนเล่นกับองค์หญิงเงือกพวกนี้ทีนะ” สตีฟพูดพลางชี้ไปในสระน้ำ
“อ๊ะพวกพี่สาวเงือกตื่นแล้วเหรอคะ” แอนนาพึ่งจะสังเกตุเห็นในสระน้ำ
“ใช่พวกพี่สาวเขาตื่นแล้วรีบไปล้างหน้าล้างตาป่ะจะได้มาอยู่เป็นเพื่อนพวกพี่สาวเงือกพวกนี้” สตีฟพูด
“ค่ะ” แอนนาพยักหน้ารัวๆก่อนจะรีบวิ่งไปล้างหน้าแปรงฟันทันทีเพราะเธอจะได้มาทำความรู้จักกับองค์หญิงเงือกทั้งสองคนที่หน้าเหมือนพวกพี่สาวฝาแฝดไวๆ
ส่วนสตีฟก็รีบลงไปในครัวที่อยู่ห้องใต้ท้องเรือเพื่อเตรียมอาหารให้แอนนาและเงือกทั้งสอง
สตีฟนั้นไม่กลัวแอนนาเป็นอันตรายเลยสักนิดเพราะเขาคิดว่าต่อให้แอนนาเจอสัตว์กลายพันธ์เลเวลเกินห้าร้อยเป็นสิบๆตัวลุมเขาคิดว่าเธอคงไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วนแน่ๆหลังจากได้รู้ค่าสถานะล่าสุดของเธอเมื่อคืน
ครึ่งชั่วโมงต่อมา
“สูงอีกค่ะสูงอีก !!!”
สตีฟที่กำลังถือจานอาหารออกมาจากใต้ท้องเรือได้ยินเสียงแอนนาตะโกนโหวกเหวกโวยวายอยู่ข้างบน
“หึ !! ให้แอนนาที่เป็นเด็กไปคุยง่ายกว่าจริงๆด้วยสินะ” สตีฟยิ้มออกมาพลางเดินขึ้นไปดู
เมื่อเดินขึ้นมาดูที่ดาดฟ้าเรือสตีฟก็เห็นแอนนานั้นลอยอยู่สูงขึ้นไปจากพื้นเรือกว่าห้าสิบเมตร
“เล่นอะไรกันล่ะเนี่ย” สตีฟแปลกใจว่าสององค์หญิงเงือกและแอนนานั้นเล่นอะไรกันอยู่ตอนนั้นเองสตีฟก็ได้ยินบทสนทนาของไอวีน่าองค์หญิงคนเล็กเข้า
“ทะ ทะ ท่านพี่หรือว่าเผ่าพันธ์ที่ชื่อว่ามนุษย์จะเป็นตัวตนที่สูงส่งกัน” ไอวีน่าพูดด้วยน้ำเสียงหวาดกลัว
“พะ พะ พี่ก็ไม่รู้เหมือนกันแต่พี่ลองโจมตีใส่เด็กเผ่ามนุษย์คนนี้ด้วยทุกอย่างที่พี่มีแล้วแต่เด็กคนนี้ไม่เป็นอะไรเลย” ไอรีนพูดเธอนั้นโจมตีใส่แอนนามาได้สักพักแล้วเพราะจู่ๆเมื่อยี่สิบกว่านาทีก่อน เด็กที่ชื่อแอนนาคนนี้ก็กระโดดลงมาทับเธอและน้องสาวที่ว่ายน้ำเล่นอยู่ในสระเธอจึงหวังโจมตีสั่งสอนว่าเผ่าพันธ์ที่ต่ำต้อยกว่าไม่ควรจะมาแตะต้องเนื้อตัวราชวงศ์อย่างพวกเธอซึ่งมีศักดิ์เป็นถึงองค์หญิง
“มะ มะ ไม่แน่ว่าพวกเราอาจจะเข้าใจผิดไปก็ได้ท่านพี่บางทีเผ่าพันธ์ที่ชื่อว่ามนุษย์นั้นอาจจะเป็นตัวตนอันสูงส่งดูอย่างเจ้าผู้ชายเมื่อเช้านั่นขนาดโดนท่านพี่โจมตีไปเต็มๆยังไม่เป็นอะไรเลย ไหนจะเด็กคนนี้อีก” ไอวีน่าพูดพลางว่ายน้ำมาหลบหลังไอรีนพี่สาวเธอ
สตีฟที่ได้ยินบทสนทนาของทั้งคู่ก็อดถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ไม่ได้
สรุปไม่ได้กำลังเล่นกันอยู่นี่เองยัยองค์หญิงเงือกพวกนี้กำลังจะทำร้ายแอนนาเพื่อสั่งสอนอยู่แต่ก็นะหนูแอนนาน่ะตัวแท้งระดับเทพ ดูเธอสิสนุกใหญ่เลยโดนโจมตีจนลอยละลิ่วไปบนฟ้าแบบนั้น สตีฟมองดูแอนนาที่หัวเราะไม่หยุด
ตู้ม !! แอนนาตกลงมาในสระน้ำก่อนเธอจะว่ายน้ำเข้ามาหาพวกองค์หญิงเงือกทั้งสองอีกครั้ง
“ยะ ยะ แย่แล้ว !!” ไอวีน่าอุทานออกมาเบาๆเธอมองไปที่แอนนาด้วยสายตาหวาดกลัว
“หลบหลังพี่เอาไว้” ไอรีนทำหน้าที่พี่สาวได้อย่างดีเธอว่ายมาบังไอวีน่าน้องสาวเธอเอาไว้
สตีฟมองดูเงือกทั้งสองที่กำลังหวาดกลัวเด็กสิบขวบอยู่ก็อดขำในใจไม่ได้
“อ่ะแฮ่ม !!’ สตีฟแกล้งกระแอมออกมา
“หยึ๋ย !!x2” ทันทีที่ทั้งสองคนได้ยินเสียงสตีฟก็สะดุ้งทันทีพวกเธอหันมาก่อนจะเห็นสตีฟยืนอยู่ทำให้พวกเธอรีบว่ายไปเกาะขอบสระอีกฝั่งทันที
“คุณลุงมาแล้วเหรอคะ” แอนนาว่ายมาหาสตีฟพลางถาม
“อืม...เลิกเล่นได้แล้วขึ้นมากินข้าวเช้าก่อนมา” สตีฟเรียกให้หนูแอนนาขึ้นมา
“ค่ะ...เอาไว้กินเสร็จแล้วหนูจะไปเล่นกับพวกพี่สาวเงือกอีกสนุกมากเลยค่ะ” แอนนาบอกกับสตีฟ
“อืม.” สตีฟพยักหน้าพลางอมยิ้ม
“เอ้าพวกเธอเองก็มากินด้วยสิ” สตีฟเรียกเงือกสาวทั้งสองคน
“ระ ระ เราไม่หิ...” ไอรีนพูดยังไม่ทันจบเสียงท้องของเธอก็ร้องออกมาเสียก่อน
จ๊อก !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
“นั่นน่ะเหรอไม่หิวมากินเร็วเถอะน่าอย่าให้โมโห” สตีฟแกล้งทำเป็นโกรธพลางจะเดินไปที่อีกฝั่ง
“หยุดเรากินแล้วเราจะกิน...วางเอาไว้ตรงนั้นเดี๋ยวเราจะเข้าไปเอาเอง” ไอรีนรีบหยุดสตีฟทันทีก่อนจะบอกให้สตีฟวางจานอาหารของพวกเธอเอาไว้ที่ขอบสระ
แกร๊ก !! สตีฟวางจานอาหารเอาไว้ขอบสระก่อนจะเดินถอยออกมาหลายเมตรเพราะดูท่าพวกเธอทั้งสองจะกลัวเขาและแอนนาที่เป็นมนุษย์เสียแล้ว
หลังจากสตีฟถอยออกไปแล้วเงือกสองพี่น้องก็ค่อยๆว่ายกลับมาอย่างกล้าๆกลัวๆ
“ท่านพี่อาหารนี่มันอะไรกัน” ไอวีน่าถามไอรีน
“พี่เองก็ไม่รู้แต่น่าจะกินได้นะ” ไอรีนเองก็ไม่เคยเห็นอาหารแบบนี้มาก่อนแต่เธอเห็นเด็กสาวมนุษย์ที่ชื่อแอนนาก็กินอาหารแบบนี้เช่นกัน
เออเว้ยลืมถามพวกเธอไปเลยว่ากินสเต็กปลาแบบนี้ได้มั้ยเพราะพวกเธอก็เป็นนางเงือกปลาพวกนี้คงเป็นญาติห่างๆพวกเธอล่ะมั้ง สตีฟที่แอบฟังอยู่คิดในใจก่อนจะเห็นไอรีนค่อยๆหยิบสเต็กปลาในจานขึ้นมาชิมโดยไม่ได้ใช้มีดและส้อมที่เขาเตรียมให้เลย
หงับ !! ทันทีที่ไอรีนกัดปลาเข้าไปเธอก็เบิกตากว้างทันที
“ท่านพี่ท่านเป็นอะไรกันหรือว่ามันไม่อร่อย” ไอวีน่าที่เห็นพี่สาวเธอนิ่งไปรีบถามอย่างเป็นกังวล
“อ๊ะ...” ไอรีนที่ได้ยินเสียงน้องสาวเรียกก็รู้สึกตัวขึ้นมาก่อนจะรีบหันมาบอกน้องสาวเธอ
“ไม่มันอร่อยมากจนพี่ตกใจไปหน่อยน้องลองดูสิ” ไอรีนแบ่งปลาในจานให้น้องสาวเธอ
“จริงด้วยท่านพี่มันอร่อยมากเลย ข้านึกไม่ถึงเลยว่าอาหารของมนุษย์จะอร่อยขนาดนี้ นี่มันอร่อยกว่าสาหร่ายสีรุ้งของโปรดข้าอีกนะ” ไอวีน่าพูดออกมาทันทีที่ได้ชิม
อ้อที่แท้ยัยพวกนี้ก็กินสาหร่ายเป็นอาหารนี่เอง สตีฟที่แอบได้ยินพยักหน้าเข้าใจ
“คุณลุงคะขอเติมหน่อยค่ะ” แอนนาพูดหลังจากกินในจานของเธอหมด
“อืม...” สตีฟจัดการเติมอาหารให้แอนนา
หลังจากเสร็จสิ้นอาหารมื้อเช้าสตีฟก็เตรียมตัวลงไปเก็บเลเวลอีกครั้ง
“นี่บ้านพวกเธออยู่ไหนจะได้ไปส่ง” สตีฟถามเงือกทั้งสองคน
“จะไปส่งข้าและท่านพี่ที่วังอย่างนั้นเหรอ” ไอวีน่าถาม
“ใช่” สตีฟพยักหน้า
“เราไม่กลับเจ้าปล่อยเราไว้ที่นี่แหละ” ไอวีน่าพูด
“ปล่อยไว้ที่นี่จะบ้าหรือไงใครจะดูแลพวกเธอทางนี้ไม่ว่างหรอกนะมีธุระเหมือนกัน” สตีฟพูด
“ถ้าอย่างนั้นเจ้าก็ปล่อยเราลงทะเลเบื้องล่างนั่นเราจะไปตามทางของเรา” ไอรีนพูดบ้างพลางชี้ไปในทะเลข้างล่าง
“นี่พวกเธอมีเหตุผลอะไรที่ไม่กลับบ้านกันฮะ พ่อแม่ไม่เป็นห่วงรึไง” สตีฟถาม
“ท่านคงไม่ห่วงพวกเราหรอกเพราะถ้าท่านห่วงคงไม่ส่งพวกเราให้ไปแต่งงานกับเจ้ามิคาเอล” ไอวีน่าพูดอย่างโมโห
“พวกพี่สาวเงือกจะแต่งงานเหรอคะ” แอนนาที่ฟังอยู่ถามอย่างตื่นเต้น
“ไม่พวกเราไม่คิดจะแต่ง เพราะอย่างนั้นพวกเราถึงหนีออกจากวังมายังไงล่ะ” ไอรีนหันไปตอบแอนนา
“อ้อที่แท้ก็หนีออกจากบ้านเพราะจะโดนจับคลุมถุงชนนี่เอง” สตีฟพยักหน้าพลางเข้าใจเรื่องราว
“ทำไมพี่สาวไม่แต่งล่ะคะ เจ้าบ่าวไม่หล่อเหรอ” แอนนาถามอย่างสงสัย
“ใช่หน้าตามันไม่ได้เรื่องเลย” ไอวีน่าพูด
“หน้าตาเจ้าบ่าวเป็นอย่างไรเหรอคะ” แอนนาอยากรู้
“แบบนี้ยังไงล่ะ” ไอวีน่าตอบก่อนจะวาดมือขึ้นมาก่อนน้ำที่อยู่ในสระจะค่อยๆลอยขึ้นมา
วู่บ !! น้ำที่อยู่ในสระลอยขึ้นมาก่อนมันจะค่อยๆเปลี่ยนรูปร่างกลายเป็นหน้าของอะไรบางอย่าง
“ตัวอะไรฟระเนี่ย !!” สตีฟพูดพลางทำหน้าหยี๋เพราะภาพที่เขาเห็นมันคือภาพของปลาตัวหนึ่งที่มีลำตัวยาวๆ ครีบบริเวณลำตัวของมันนั้นยื่นยาวออกมาจนคล้ายแขนของมนุษย์ แล้วนั่นถ้าเขามองไม่ผิดปลาตัวนี้มันลงพุงอยู่ชัดๆ ถ้าให้มองเปรียบเทียบเป็นมนุษย์ล่ะก็ปลาตัวนี้คือตาแก่ลงพุงหน้าตาหื่นๆชัดๆเลย
มิคาเอล“นี่คือเจ้ามิคาเอล” ไอรีนพูด
“นี่คือคุณเจ้าบ่าวเหรอคะ” แอนนาเองก็อึ้งไม่แพ้กันเพราะภาพที่เห็นนี่มันปลาดุกชัดๆ
“ใช่นี่คือมิคาเอลองค์ชายจากเผ่าปลาดุกทะเล” ไอรีนยืนยันว่านี่คือมิคาเอล
ซู่ม !! ไอวีน่าวาดมือลงมาก่อนน้ำที่ลอยขึ้นไปจะตกลงมาเธอนั้นไม่อยากนึกถึงหน้าเจ้ามิคาเอลเท่าไหร่
“เหอะๆชื่อมิคาเอลอย่างเท่ แต่ดันเป็นปลาดุกตัวหนึ่งซะงั้นอ่ะตามตำนานที่เคยอ่านสมัยก่อนมิคาเอลนี่มันชื่อหัวหน้าอัครเทวทูตสวรรค์เลยนะเฟ้ย นี่ถ้าเทพมิคาเอลมีจริงคงเสียใจแย่ที่มีคนเอาชื่อตัวเองไปตั้งให้ปลาดุก” สตีฟพูด
“น่าสงสารพวกพี่สาวเงือกจังเลยค่ะคุณลุง หน้าตาเจ้าบ่าวไม่หล่อเลย” แอนนาหันมาพูดกับสตีฟ
“เฮ้อ...ยังไงก็ไม่ยอมกลับบ้านสินะ” สตีฟถามอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ
“ใช่ยังไงพวกเราก็ไม่กลับถึงแม้เจ้าจะจับพวกเราโยนลงไป หรือจะลากเราไปเราก็จะหาทางหนีออกมาอยู่ดี” ไอวีน่ายืนยันหนักแน่นเธอและพี่สาวนั้นไม่อยากไปเป็นภรรยาของเจ้ามิคาเอล
“งั้นอยู่บนเรือไปก่อนแล้วกัน หนูแอนนาดูแลพวกพี่สาวเงือกพวกนี้ให้ลุงได้มั้ย” สตีฟหันไปถามแอนนาเพราะเขาเองก็ไม่อยากให้หนูแอนนาตามไปเท่าไหร่ให้เธอรออยู่บนเรือนี่จะดีกว่า
“ได้ค่ะ หนูเองก็ยังอยากเล่นกับพวกพี่สาวเยอะๆ” แอนนาพยักหน้า
“ถ้าอย่างนั้นฝากด้วยแล้วกัน ตรงนั้นมีโทรทัศน์และเครื่องเล่นอยู่ลองเปิดหนังให้พวกพี่สาวเงือกดูก็ได้เดี๋ยวลุงเอาหลังคาขึ้นก่อนเผื่อฝนมันตก” สตีฟพูดก่อนจะเดินไปกดปุ่มที่เรือสองสามปุ่มเพื่อยกหลังคาขึ้น
“คุณลุงจะไปเก็บเลเวลนานเท่าไหร่คะ” แอนนาถามหลังจากสตีฟเดินกลับมา
“ก็สักวันสองวันนั่นแหละอยู่ได้ใช่มั้ย” สตีฟถาม
“ได้ค่ะ” แอนนาพยักหน้า
“อืมอย่าซนมากล่ะรู้มั้ย นี่อาหารเอาไปติดกระเป๋าไว้ด้วย” สตีฟหยิบอาหารที่มีติดกระเป๋ามิติเอาไว้ออกมาให้แอนนากองใหญ่ซึ่งที่สตีฟเอาออกมานั้นสามารถกินได้หลายอาทิตย์เลยล่ะนะ
“จะไม่ดื้อไม่ซนเลยค่ะ” แอนนารับปาก
“เด็กดี” สตีฟยกมือขึ้นลูบหัวแอนนาก่อนจะเดินไปที่ท้ายเรือเพื่อลงทะเลเก็บเลเวลอีกครั้ง
อีกด้านหนึ่ง
“องค์หญิงทำไมพวกท่านถึงไม่กินสักหน่อยล่ะ นี่น่ะอาหารโปรดของพวกท่านเลยนะฝ่าบาทบอกให้ข้าเอามาให้องค์หญิงเป็นพิเศษเลย” อเล็กซานดร้าพูดพลางมองอาหารที่เธอเอามาซึ่งองค์หญิงของเธอทั้งสองนั้นไม่แตะมันเลย
“เอ่อ.....” ไอรี่ไม่รู้จะตอบกลับไปอย่างไรดีเพราะอาหารตรงหน้านั้นมีแต่สาหร่าย สาหร่าย และสาหร่ายแถมยังเป็นสาหร่ายสดๆทั้งนั้นเลยด้วย
“อ๊ะหรือว่าท่านจะยังไม่หิวถ้าอย่างนั้นท่านกินนี่รองท้องไปก่อนเป็นยังไง” อเล็กซานดร้าพูดก่อนจะหยิบบางอย่างออกมา
“ปะการัง !!” ไอวี่อุทานเบาๆหลังจากเห็นว่าพี่เลี้ยงเงือกเอาอะไรออกมา
“ใช่นี่เป็นปะการังเขากวางขาวอายุ สี่ร้อยปีที่ข้าแอบหยิบมาจากครัวเมื่อเช้าเลยนะ” อเล็กซานดร้าพูดก่อนจะวางมันลงตรงหน้าไอรี่และไอวี่ก่อนจะว่ายน้ำออกไปเพื่อให้องค์หญิงของเธอทั้งสองคนได้กินอาหารเช้ากันไปเพราะองค์หญิงของเธอทั้งสองคนนั้นไม่ชอบให้คนอื่นรบกวนเวลากินอาหารนั่นเอง
“นี่พวกเราต้องกินจริงๆเหรอ” ไอวี่หยิงปะการังเขากวางขึ้นมาก่อนจะลองกัดดู
“ไม่ไหวหรอกไอรี่จะกินไปได้ยังไงกัน” ไอรี่พูดพลางหยิบสาหร่ายขึ้นมาดมซึ่งมันเหม็นเขียวมากๆ
“นั่นสิจะกินไปได้ไงกันฟันแทบหักน่ะปะการังอะไรแข็งเป็นบ้าเลย ไหนจะสาหร่ายนั่นอีกพวกเราไม่ใช่เต่านะ” ไอวี่พูดหลังจากทดลองกัดปะการังในมือดูแล้ว
“เฮ้อ.....x2” ทั้งสองคนถอนหายใจออกมาก่อนจะว่ายน้ำขึ้นมานอนบนพื้นที่แห้งๆเพราะพวกเธอนั้นแช่น้ำจนตัวเปื่อยหมดแล้ว
แถมพวกเธอก็ไม่กล้าถอดชุดว่ายน้ำนางเงือกนี่ออกเพราะไม่รู้เงือกพี่เลี้ยงจะโผล่มาเมื่อไหร่ เพราะถ้าโผล่มาตอนที่พวกเธอไม่ได้ใส่ชุดเอาไว้ล่ะก็ความแตกแน่ๆแล้วถ้าความแตกพวกเธอก็ไม่รู้จะเจอกับอะไรบ้าง
จบ...