จอมอักขระ จ้าวศาสตรา

    บทที่ 56 การต่อสู้ของเอี้ยเสวียน

    เอี้ยเสวียนทะยานออกจากอารามราวกับพายุโหมเสียงกู่ก้องของการต่อสู้และเสียงหวีดหวิวของอาวุธที่ปะทะกันดังกระหึ่มขึ้นเรื่อยๆ ราวกับกลองรบที่กำลังตีรัว เมื่อเขาวิ่งฝ่าถนนที่มืดสลัวและตรอกซอกซอยที่คุ้นเคยภาพตรงหน้าบีบเค้นหัวใจเขาจนปวดร้าว

    ท้องถนนแปรสภาพเป็นขุมนรกผู้คนต่างกรีดร้องและวิ่งหนีตายอย่างสิ้นหวัง หญิงสาวคนหนึ่งกอดลูกน้อยแนบอกใบหน้าซีดเผือดเหลียวมองหาที่กำบัง ชายชราคนหนึ่งพยุงภรรยาที่เดินแทบไม่ไหวท่ามกลางใบหน้าที่เปื้อนน้ำตาของทุกคนมีแต่ความหวาดกลัวและสิ้นหวังจับใจ

    "ใครก็ได้ช่วยเราด้วย!"เสียงร้องขอชีวิตดังแหลมขึ้น

    "น้องน้อย! อย่าร้องไห้เลย พี่จะไม่ทิ้งเธอ!"หญิงสาวคนนั้นซุบซิบปลอบลูกน้อยในอ้อมแขน แม้ตัวเองจะหวั่นไหว"เราจะผ่านพ้นไปได้... เราจะไปพบคุณปู่ที่วัดใหญ่กัน"

    "ภรรยาของข้า... ยังไหวอยู่ไหม?" ชายชราน้ำเสียงสั่นเทา

    "ยังไหว... ยังไหว... แค่ขาแก่จะชา...จะชาเอาไปทำไม" หญิงชราตอบด้วยเสียงอ่อนหวาน"เราผ่านพ้นเหตุร้ายหลายครั้งแล้ว คราวนี้ก็จะผ่านไปได้"

    เอี้ยเสวียนเห็นทหารและมือปราบจำนวนหนึ่งวิ่งหนีตายไปพร้อมกับชาวเมืองด้วยความตื่นตระหนกแต่ก็มีอีกหลายคนที่ยืนหยัดปกป้องประชาชนอย่างสุดกำลังราวกับเป็นปราการด่านสุดท้าย

    "ไปที่จวนเจ้าเมืองไป! รีบไป!"ทหารคนหนึ่งตะโกนก้อง ใบหน้าเต็มไปด้วยเหงื่อและเลือด เขาถูกโจรสองคนรุมล้อมหอกในมือสะบัดเป็นวงโค้งต้านทานคมดาบแต่เห็นได้ชัดว่ากำลังจะเสียเปรียบเพราะจำนวนที่เหนือกว่า

    "ไปก่อนเถอะ! ข้าจะตามมาทีหลัง!"เขาตะโกนให้ชาวบ้านที่ยังลังเลอยู่

    "ไม่เอา! ท่านลุงช่วยพ่อข้าด้วย!"เด็กชายตัวเล็กๆ วิ่งกลับมาดึงแขนเสื้อของทหารคนนั้น

    "เจ้าหนูนี่! ไปซะ!"ทหารคนนั้นผลักเด็กชายไปอย่างรวดเร็วขณะหลบคมดาบ "ลุงสัญญาว่าจะพาพ่อเจ้าไปหาเจ้าทีหลัง!"

    "เอ้อหนิวรีบมา!" มือปราบคนหนึ่งตะโกนเสียงดังใส่เพื่อนร่วมทีมที่บาดเจ็บหนักในขณะที่มือปราบคนนั้นพยายามจะบุกเข้าไปช่วยเพื่อน ถึงแม้เลือดจะไหลเป็นทางจากบาดแผลที่แขน

    "ซาเป่า... เจ้าไปก่อน..."เพื่อนร่วมทีมที่บาดเจ็บสาหัสหอบหายใจรวดเร็ว "ข้าเป็นภาระ..."

    "หุบปาก!เราเคยสัญญากันไว้แล้วว่าจะกลับไปหาครอบครัวด้วยกัน!" ซาเป่าใช้ดาบสั้นฟาดโจรที่พุ่งเข้ามา"ข้าไม่ทิ้งเพื่อนไว้ให้ตาย!"

    เอี้ยเสวียนเร่งฝีเท้าเข้าสู่ใจกลางเมืองที่เสียงการต่อสู้ดุเดือดที่สุดเมื่อมาถึงลานกว้างหน้าศาลาว่าการเมืองภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำให้ลมหายใจเขาแทบหยุดลง

    โจรป่าหลายสิบคนกำลังบุกเข้าปล้นร้านค้า หัวเราะร่าอย่างอำมหิตอาวุธครบมือทั้งดาบยาว ขวาน และหอกวับวาวสะท้อนแสงไฟที่ริบหรี่การเคลื่อนไหวที่รุนแรงและแม่นยำของพวกเขาบ่งบอกชัดเจนว่าไม่ใช่โจรธรรมดาที่หาได้ทั่วไป

    "ฮ่า! ดูซิ! ทองคำอยู่เต็มไปหมด!"

    "ข้าจะเอาของมีค่าทุกอย่างไป!"

    "วันนี้เราจะกลายเป็นเศรษฐีกันเสียที!"

    สิ่งที่น่าตกตะลึงที่สุดคือเงาร่างขนาดใหญ่ที่อยู่กลางลานหัวหน้าโจรนั่งอยู่บนหลัง ม้าอสูรสีดำทะมึน ที่มีเขาโค้งสง่างามดวงตาของมันเปล่งประกายสีแดงก่ำราวถ่านไฟ หัวหน้าโจรสวมชุดเกราะหนักสีทมิฬในมือถือ ดาบใหญ่สีดำมืด ที่ส่องประกายเย็นยะเยือก

    "ฟังให้ดี พวกหนูที่น่าสมเพช!"หัวหน้าโจรตะโกนด้วยเสียงก้องกังวานราวฟ้าร้อง "ข้าคือหูเสี่ยวเฉิน! หัวหน้าผู้กล้าแห่งเขาแปดเสาหิน!วันนี้เราจะเอาทุกอย่างที่มีค่าไปจากเมืองนี้ใครที่ยอมมอบทรัพย์สมบัติจะได้รับความปรานี แต่ใครที่ขัดขืนจะไม่มีวันได้เห็นดวงอาทิตย์อีก!"

    "ใช่แล้ว! เราจะรวยไม่รู้เรื่อง!"โจรคนหนึ่งตะโกนด้วยความฮึกเหิม

    "ข้าจะเอาเหล้าที่ดีที่สุดมาดื่มให้ฉ่ำปอด!และจะเอาสาวสวยที่สุดมาเล่น!" อีกคนหัวเราะอย่างหยาบคาย

    เอี้ยเสวียนสังเกตเห็นว่าโจรป่าที่มากับหูเสี่ยวเฉินมีประมาณ 4-5 คนที่สวมชุดเกราะและขี่ม้าเช่นกัน ดูจะเป็นผู้นำรองส่วนลูกน้องที่เหลือประมาณหนึ่งร้อยคนวิ่งตามเข้ามาในเมืองปราณสังหารที่แผ่ออกมาจากตัวเสี่ยวเฉินรุนแรงอย่างไม่น่าเชื่อ เอี้ยเสวียนประเมินได้ว่าคนผู้นี้มีพลังไม่ต่ำกว่านักฆ่าชั้นสูงของหอหมื่นโลหิตและที่น่าเป็นห่วงคือผู้นำรองของเขาก็มีพลังไม่ธรรมดาเช่นกัน

    "ไฟไหม้บ้าน! ไฟไหม้บ้าน!"เสียงร้องขอความช่วยเหลือดังขึ้นจากฟากตะวันออกของเมือง

    "พ่อค้าหลี่ถูกฆ่าแล้ว!"เสียงโหยหวนด้วยความเศร้าโศกดังตามมาติดๆ

    "ไม่นะ! ลุงหลี่เป็นคนดี!"เสียงร้องไห้ของเด็กๆ ดังแทรกเข้ามา

    หัวใจของเอี้ยเสวียนถูกทิ่มแทงด้วยความเจ็บปวดทุกเสียงร้องที่ได้ยินทำให้เขาย้อนนึกถึงฝันร้ายที่หมู่บ้านของเขาเองเคยประสบเขาพยายามสลัดภาพความทรงจำอันเลวร้ายนั้นออกไปเมื่อได้ยินเสียงคำสั่งที่ดังมาจากด้านหลัง

    "ตั้งแถวป้องกันหน้าสำนักงานเจ้าเมือง!อย่าให้พวกมันเข้าไปได้!"เสียงชายวัยกลางคนที่ฟังดูมีประสบการณ์และสุขุมดังขึ้น

    เอี้ยเสวียนหันไปมอง พบทหารผู้หนึ่งสวมเกราะบางเบา ถือดาบยาวใบหน้าเข้มมีรอยแผลเป็นพาดผ่านแก้ม ดวงตาฉายแววเคร่งเครียดกำลังบัญชาการทหารและมือปราบอีกประมาณ 20 คนที่รวมตัวกันอย่างรวดเร็ว

    "ท่านหัวหน้า! พวกเราจะต้านพวกมันได้หรือ?"ทหารหนุ่มคนหนึ่งถามเสียงสั่นเทา มือที่ถือหอกเล็กๆ สั่นเทา

    "ข้าเพิ่งแต่งงานได้สองเดือน..."อีกคนหนึ่งพูดอย่างเศร้าเศร้า "ภรรยาข้ากำลังตั้งครรภ์..."

    "ต้องทำ!" ผู้นำตอบอย่างหนักแน่นพร้อมยกมือวางบนไหล่ทหารหนุ่ม "ถ้าเรายอมแพ้ ชาวเมืองก็ไม่มีใครปกป้องแล้ว!และครอบครัวของเจ้าก็จะอันตรายเช่นกัน!"

    "แต่ท่านครับ..." ทหารอีกคนหนึ่งกลืนน้ำลาย"พวกมันเยอะจัง..."

    "ข้ารู้ว่าพวกเจ้ากลัว"ผู้นำมองทุกคนด้วยสายตาเข้าใจ "ข้าเองก็กลัวเหมือนกันแต่จำไว้ว่าเบื้องหลังเรามีคนที่เรารัก มีเมืองที่เราเกิดและโตมาเมืองที่เราเรียกว่าบ้าน! ถ้าวันนี้เราไม่ยืนหยัด ใครจะปกป้องพวกเขา?"

    ทหารหนุ่มคนนั้นเงยหน้าขึ้นมองดวงตาเริ่มเปลี่ยนจากความกลัวเป็นความมุ่งมั่น

    "ท่านพูดถูก..." เขาพูดเสียงแรงขึ้น"ข้าจะไม่ปล่อยให้ลูกของข้าเกิดมาในโลกที่เต็มไปด้วยโจรป่า!"

    "ใช่แล้ว!" ทหารอีกคนหนึ่งตะโกน"เมืองนี้คือบ้านเราสู้ตาย!"

    "เราจะปกป้องบ้านเรา!" เสียงผูกพันดังก้อง

    เอี้ยเสวียนรีบเดินเข้าไปหาพวกเขา "ท่านนายทหาร!"เขาเรียกเสียงดัง

    ผู้นำคนนั้นหันมามอง ดวงตาฉายแววประเมินเอี้ยเสวียนอย่างรวดเร็ว"เจ้าเป็นใคร? ทำไมไม่หนีไปกับชาวเมืองคนอื่นๆ?"

    "ข้าชื่อเอี้ยเสวียน"เขาตอบด้วยน้ำเสียงมั่นคง "ข้าต้องการช่วยในการต้านทานโจรป่าพวกนี้!"

    "เอี้ยเสวียน?" นายทหารคนนั้นเลิกคิ้วประหลาดใจก่อนที่จะถามด้วยความสงสัย"เจ้าเป็นใคร?ทำไมข้าต้องเชื่อเจ้า?"

    เอี้ยเสวียนรู้ดีว่านายทหารคนนี้ไม่รู้จักตนย่อมไม่ยอมเชื่อคนแปลกหน้าที่โผล่เข้ามาแน่ดังนั้นเอี้ยเสวียนจึงยื่นตราสัญลักษณ์ของนักจารึกอักขระ 9 ดาวทองออกไปพลางกล่าวว่า "ข้าคิดว่าท่านนายทหารน่าจะเคยเห็นตราสัญลักษณ์นี้และรู้จักมัน?”

    ทันที่นายทหารผู้นั้นเห็นตราสัญลักษณ์ก็ทำตาโตพร้อมทั้งกล่าวด้วยความตื่นเต้น“ท่านปรมาจารย์ 9 ดาวทอง” ข้าน้อยขอคาราวะ

    เอี้ยเสวียนรีบกล่าวว่า”เวลาขับคันไม่ต้องมากมารยาท สถานการณ์เป็นอย่างไรบ้าง? ตอนนี้เรามีทหารอยู่กี่คนกันแน่?"

    "ปรมาจารย์ 9 ดาวทอง!"ทหารหนุ่มคนนั้นตะโกนด้วยความตื่นเต้น "พวกเรามีทางรอดแล้ว!"

    "ท่านมาช่วยเราจริงๆ เหรอ?" อีกคนหนึ่งถามด้วยความหวัง

    "ใช่แล้ว!" เอี้ยเสวียนยิ้มแห้งพร้อมทั้งกล่าวว่า"เอิ่มแต่ว่าตอนนี้ข้าไม่มีพลังด้วยเหตุผลบางประการดังนั้นไม่ใช้ข้าแต่เป็นพวกเราที่จะปกป้องเมืองนี้ด้วยกัน!"

    นายทหารและบรรดามือปราบน้อยใหญ่ได้ยินดังนั้นใบหน้าที่ตื่นเต้นยินดีก็กลายเป็นซีดเผือด ก่อนที่นายทหารคนนั้นจะถอนหายใจกล่าวว่า "ข้าชื่อเก่าหนิงหัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัยเมืองนี้ สถานการณ์ไม่ดีนักรบฝีมือดีส่วนใหญ่ออกไปตามล่าพวกหอหมื่นโลหิต" เขาชี้ไปทางฝูงโจรป่า"หัวหน้าโจรนั่นคือหูเสี่ยวเฉิน เขาเป็นนักสู้ระดับปฐพีชั้นกลางและมีผู้ช่วยอีกสี่ห้าคนที่ในระดับชำระล้างขั้นสูงแข็งแกร่งไม่แพ้กัน"

    "ลูกน้องของเขามีจำนวนเท่าไหร่?" เอี้ยเสวียนถาม

    "ประมาณร้อยคน" เก่าหนิงตอบเสียงหนัก"ส่วนเรามีแค่ยี่สิบคน และในจำนวนนั้นมีที่เรียกได้ว่ามีฝีมือจริงๆแค่เจ็ดแปดคนเท่านั้น"

    "ท่านเอี้ยเสวียน..."ทหารหนุ่มคนนั้นพูดเสียงเบา "เราสู้ไหวไหม? เราน้อยกว่าพวกมันมาก..."

    เอี้ยเสวียนมองหน้าทุกคนด้วยสายตาที่อบอุ่น "ฟังข้าสิ ทุกคน!ตัวเลขไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่าง พวกเจ้าต่างหากที่มีสิ่งที่พวกโจรไม่มี"

    "อะไรครับ?" ทหารหลายคนถามพร้อมกัน

    "พวกเจ้ามีหัวใจที่ต้องการปกป้องสิ่งที่รักพวกเจ้าต่อสู้เพื่อครอบครัว เพื่อเพื่อน เพื่อบ้านเกิด"เอี้ยเสวียนพูดเสียงแข็งขัน "ส่วนพวกโจรต่อสู้เพื่อความโลภพวกเขาจะแตกแยกเมื่อเจอปัญหา แต่พวกเจ้าจะยืนหยัดไปด้วยกัน!"

    "ท่านพูดถูก!" เก่าหนิงยิ้มครั้งแรกในคืนนี้"ข้าไม่เคยคิดจะวิ่งหนี!"

    "ใช่แล้ว! เราจะสู้!" ทหารหนุ่มคนนั้นตะโกน"เพื่อลูกเมียของข้า!"

    "เพื่อพ่อแม่ของข้า!"

    "เพื่อเมืองที่เราเกิด!"

    เอี้ยเสวียนมองสถานการณ์ที่กำลังย่ำแย่ลงทุกขณะเขาตัดสินใจอย่างเด็ดขาด สถานการณ์บีบคั้นให้ต้องแสดงไพ่เด็ดเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและดึงศักยภาพทั้งหมดที่มีออกมาใช้

    "ท่านเก่าหนิงในเมืองนี้มีสาขาของสมาคมนักจารึกอักขระหรือไม่? หรือมีนักจารึกอักขระคนอื่นอยู่บ้างไหม?"

    เก่าหนิงเบิกทำท่าครุ่นคิดก่อนที่จะตอบว่า "ไม่มีสาขาของสมาคมครับแต่มีนักจารึกอักขระระดับ 3 ดาวเงินอยู่ประมาณ 4-5 คนพวกเขาอาศัยอยู่กับตระกูลใหญ่ในเมืองนี้ครับ"

    "ดี!" เอี้ยเสวียนกล่าวอย่างกระตือรือร้น"รบกวนท่าส่งคนไปเรียกพวกเขาทั้งหมดมาที่นี่โดยเร็วบอกพวกเขาว่ามีงานเร่งด่วนเพื่อปกป้องเมือง!"

    "ท่านเอี้ยเสวียน!" ทหารคนหนึ่งถาม "พวกเราจะทำอะไรได้บ้าง?"

    ขณะที่เก่าหนิงรีบร้อนส่งคนออกไปเอี้ยเสวียนก็หันไปที่นายทหารอีกคนพร้อมสั่งการทันที

    "ท่าน! ให้ทหารและชาวเมืองที่ยังหลงเหลืออยู่รีบรื้อบ้านร้างหรือสิ่งของที่สามารถใช้ได้มาสร้างเป็นสิ่งกีดขวางบนถนนสายหลักต่างๆมุ่งเน้นไปที่การบีบให้พวกโจรไปในทิศทางเดียวให้ได้มากที่สุด!"

    "ครับ!" นายทหารรับคำสั่งอย่างกระตือรือร้น

    "รอสักครู่!" ทหารหนุ่มคนนั้นถาม"จะให้ชาวบ้านช่วยด้วยเหรอครับ? พวกเขาไม่ใช่ทหาร..."

    "ใช่แล้ว!" เอี้ยเสวียนพูดเสียงแข็งขัน"ชาวเมืองทุกคนต้องร่วมมือกัน! นี่คือการต่อสู้เพื่อปกป้องบ้านเรา!"

    เมื่อทหารวิ่งไปหาชาวเมืองที่ยังคงลังเลอยู่ในที่ต่างๆ

    "ฟังข้าสิ! ทุกคน!"ทหารคนหนึ่งตะโกนให้ชาวเมืองฟัง "เราต้องการความช่วยเหลือจากพวกเจ้า!"

    "ช่วยไม่ได้! ข้าไม่เป็นทหาร!"ชายวัยกลางคนคนหนึ่งส่ายหน้า "ข้าเป็นแค่ช่างไม้!"

     "ท่านลุงท่านเป็นช่างไม้!"ทหารคนนั้นหันมาหา "ท่านถนัดเรื่องการสร้างสิ่งของใช่ไหม? เราต้องการให้ท่านช่วยสร้างสิ่งกีดขวางเพื่อปกป้องเมือง!"

    "แต่ข้าไม่เป็นทหาร..." ช่างไม้ลังเล

    "ท่านไม่จำเป็นต้องเป็นทหาร!"เอี้ยเสวียนเดินเข้ามาแทรก "ท่านเป็นคนของเมืองนี้ นี่คือบ้านของท่าน!"

    เมื่อเห็นเอี้ยเสวียนที่บุคลิกสง่างามถึงแม้ว่าจะแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าเนื้อหยาบแต่ก็ไม่สามารถบดบังรัศมีของเอี้ยเสวียนได้ทำให้ชาวบ้านต่างๆเริ่มสงบลง

    เอี้ยเสวียนพูดเสียงอ่อนโยน"ความชำนาญของท่านจะช่วยชีวิตคนได้มากมาย"

    ช่างไม้เก็บท่าทาง พยักหน้าแข็งขัน "ได้! ข้าจะช่วย!บอกข้าเถอะว่าต้องทำอะไร!"

    ในขณะเดียวกัน ชาวเมืองคนอื่นๆ ที่ได้ยินการสนทนาก็เริ่มรวมตัวกัน

    "ใช่แล้ว! นี่คือบ้านเรา!"ชายชราผู้พยุงภรรยาตะโกนตอบ

    เอี้ยเสวียนหันไปหาเก่าหนิง "ท่านเก่าหนิงตอนนี้เรามีกำลังพลจำนวนเท่าไหร่กันแน่?"

    "ทหารฝีมือดีมีประมาณ 8 คนทหารทั่วไปอีก 12 คน" เก่าหนิงรายงาน"ถ้านับชาวเมืองที่สามารถต่อสู้ได้ด้วยแล้ว อาจจะมีประมาณ 40-50 คน แต่ส่วนใหญ่ไม่มีประสบการณ์ในการต่อสู้"

    "ดี!ตอนนี้ให้ส่งคนไปเรียกนักจารึกอักขระทั้งหมดมาโดยด่วน"เอี้ยเสวียนสั่งการอย่างรวดเร็ว "บอกพวกเขาว่าเป็นคำสั่งจากนักจารึกอักขระ 9ดาวทอง เพื่อปกป้องเมือง!"

    "ครับ!" ทหารคนหนึ่งรีบวิ่งออกไป

    "ท่านเก่าหนิง!"เอี้ยเสวียนหันไปหาหัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัย"ข้าต้องการให้ท่านสั่งการในสนามรบให้คนไปรื้อบ้านร้างและสร้างสิ่งกีดขวางบนถนนหลักเราจะบีบให้พวกโจรไปในทิศทางที่เรากำหนด"

    "เข้าใจแล้วครับ!" เก่าหนิงพยักหน้า"แต่ท่านต้องการให้พวกมันไปทางไหน?"

    "ในเมืองนี้มีที่ไหนที่เหมาะสำหรับการซุ่มโจมตีบ้าง?"เอี้ยเสวียนถาม

    เก่าหนิงคิดสักครู่ "ถนนที่มุ่งหน้าไปยังจวนเจ้าเมือง!ถนนสายนั้นกว้างมากพอให้ม้าวิ่ง ทำให้พวกโจรจะไม่ระแวง" เขาชี้ไปทางทิศเหนือ"และบ้านที่สร้างอยู่รอบๆ ส่วนใหญ่เป็นบ้านของตระกูลใหญ่ในเมืองมักมีผู้คุ้มครองหรือบ่าวไพร่จำนวนมาก กำแพงที่สูงสามารถซุ่มซ่อนมือธนูได้"

    "ยอดเยี่ยม!" เอี้ยเสวียนยิ้ม"ให้สร้างสิ่งกีดขวางที่ค่อยๆ บังคับให้พวกโจรไปตามเส้นทางที่กำหนดอย่าให้เห็นชัดจนเกินไป"

    "ครับ!" เก่าหนิงเริ่มสั่งการทันที"ท่านช่างไม้! ท่านช่างเหล็ก! มาที่นี่!"

    ขณะที่ทหารคนหนึ่งวิ่งไปหาเจ้าเมืองซึ่งกำลังตื่นตระหนกอยู่ในจวน

    "ท่านเจ้าเมือง!" ทหารคนนั้นกรีดร้อง"โจรป่าบุกเข้าเมือง!ทหารเค้าหนิงขออนุญาตให้ตระกูลใหญ่ช่วยปกป้องเมือง!"

    เจ้าเมืองซึ่งเป็นบัณฑิตและไม่เคยเจอเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อนใบหน้าซีดขาว "โจรป่า!? จะทำอย่างไร? ทหารเรามีจำนวนน้อย..."

    "ท่านครับ! มีนักจารึกอักขระ 9 ดาวทองมาช่วยเราแล้ว!" ทหารคนนั้นรายงานด้วยความตื่นเต้น

    เจ้าเมืองประหลาดใจ "นักจารึกอักขระ 9 ดาวทอง? ดี! ดีมาก! ไปแจ้งตระกูลหลี่ ตระกูลหวางตระกูลเฉิน ให้เตรียมกำลังพลทันที!"

    "ครับท่าน!"

    ในขณะที่เสียงการต่อสู้ดังก้องมาจากด้านนอกเมือง หัวหน้าโจรหูเสี่ยวเฉินเริ่มสังเกตเห็นว่าทหารที่ต้านทานแทบไม่มีอะไรเลย

    "ฮ่า! ทหารห่วยแตกเหล่านี้!" เขาหัวเราะก้อง"ไม่มีอะไรต้องกลัวเลย! บุกเข้าไป!"

    "ใช่แล้วหัวหน้า!" ลูกสมุนตะโกนตอบ"พวกมันแทบไม่ได้ต่อสู้เลย!"

    "ดู! พวกทหารวิ่งหนี!"โจรคนหนึ่งชี้ไปที่ทหารที่กำลังถอยกลับ "ทิ้งอาวุธไปตามพื้น!"

    "ขี้ขลาดจริงๆ!" อีกคนหัวเราะ

    เสี่ยวเฉินเห็นถนนกว้างที่ไม่มีสิ่งกีดขวาง และทหารที่กำลังวิ่งหนีก็รู้สึกย่ำใจ

    "ฟังให้ดี!" เขาตะโกน"เราจะเข้าไปยึดจวนเจ้าเมือง! ตรงนั้นจะมีทรัพย์สมบัติมากมาย!"

    "บุกเข้าไป ฆ่ามัน!" โจรทั้งหมดตะโกนตอบ

    บรรดาโจรทั้งหมดพุ่งเข้าสู่ถนนกว้างที่มุ่งหน้าไปยังจวนเจ้าเมืองม้าอสูรเหล่านั้นวิ่งนำหน้า โดยไม่รู้ว่าพวกเขากำลังตกอยู่ในกับดัก

    เมื่อโจรทั้งหมดเข้าไปอยู่ในถนนแล้ว ทันใดนั้น!

    "ตอนนี้!"เสียงสั่งการดังขึ้นจากกำแพงทั้งสองข้าง

    มือธนูและมือโล่ห์ผุดออกมาปิดทางทั้งหัวถนนและท้ายถนนพร้อมกับนั้นไหน้ำมันก็โปรยลงมาจากกำแพงทั้งสองข้าง

    "นี่อะไรเนี่ย!?" โจรเริ่มตื่นตระหนก

    "เราถูกดักแล้ว!" คนหนึ่งตะโกน

    "ไฟ!" มือธนูยิงธนูเพลิงเข้าไปทันใดนั้นเปลวไฟก็ลุกโหมไปทั่วถนน

    "อ๊าก!" "ช่วยด้วย!"เสียงกรีดร้องของลูกสมุนดังขึ้นเป็นระเบิด

    หูเสี่ยวเฉินและผู้นำรองที่ขี่ม้าอสูรเห็นสถานการณ์ไม่ดี

    "บุกไปที่หัวถนน!" หูเสี่ยวเฉินตะโกน"ทำลายกำแพงโล่ห์!"

    ม้าอสูรทั้งหมดพุ่งตรงไปที่หัวถนน อาศัยความเร็วและความดุดัน

    แต่เมื่อใกล้ถึงแล้ว กำแพงโล่ห์ก็ถอยออกไป!

    "ตอนนี้!" เสียงเอี้ยเสวียนดังก้อง"ยันต์อักขระแห่งแสง!"

    "ยันต์ระเบิด!"

    "ยันต์อักขระปฐพี!"

    ในทันใดนั้น ยันต์แห่งแสงที่จารึกโดยนักจารึกอักขระ 3 ดาวเงิน ก็พุ่งออกมาเป็นจำนวนมาก แสงสีขาวสว่างวาบขึ้นอย่างแรง

    "อ๊า!"ม้าอสูรที่เห็นแสงฉับพลันตกใจจนสะบัดคนขี่ลงมาที่พื้น

    "โว้ย!" เสี่ยวเฉินตกจากหลังม้ารวมทั้งผู้นำรองด้วย

    ทันทีที่บรรดาโจรตกมาถึงพื้นกำแพงดินจากยันต์อักขระปฐพีก็พุ่งขึ้นมาครอบคลุมโจรทั้งหมด

    "อะไรเนี่ย!"เสี่ยวเฉินต่อสู้กับดินที่พันตัวเขาไว้ "ยันต์อักขระ!?"

    แม้ว่ายันต์อักขระปฐพีที่สร้างโดยนักจารึกอักขระ 3 ดาวเงิน จะไม่แข็งแกร่งมากนัก แต่ด้วยจำนวนมากก็สามารถหน่วงเหนี่ยวบรรดาหัวหน้าโจรได้

    เมื่อเสี่ยวเฉินและลูกสมุนตั้งหลักได้อีกครั้งก็พบว่าพวกเขาถูกล้อมรอบไปหมด

    "ยอมจำนนเถอะ!" เสียงเก่าหนิงดังขึ้น"พวกเจ้าไม่มีทางรอด!"

    ทหาร มือปราบ นักจารึกอักขระ และชาวเมืองจำนวนมากล้อมวงกลมไว้มีอาวุธต่างๆ ในมือ

    "เป็นไปไม่ได้!" เสี่ยวเฉินตะโกนแต่เห็นลูกสมุนส่วนใหญ่ได้รับบาดเจ็บจากไฟไหม้แล้ว

    "หัวหน้า... เราต่อสู้ไม่ได้แล้ว..."ผู้นำรองคนหนึ่งพูดเสียงอ่อน

    "ลูกสมุนตายไปเกือบครึ่งแล้ว..." อีกคนรายงาน

    เสี่ยวเฉินมองไปรอบๆ ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความโกรธและความหวาดกลัวเขารู้ว่าแพ้แล้ว

    "ฆ่าตัวข้าซะ!" เขาตะโกน"แต่ข้าไม่ยอมแพ้!"

    "ไม่จำเป็นต้องฆ่า" เสียงเอี้ยเสวียนดังขึ้น"จับมัดเอาไว้ ส่งให้ท่านเจ้าเมืองตัดสิน"

    เมื่อทุกอย่างคลี่คลายลงแล้ว เจ้าเมืองรีบเดินมาหาเอี้ยเสวียน

    "ท่านเอี้ยเสวียน!" เจ้าเมืองน้อมตัวลงต่ำ"ขอบคุณอย่างยิ่งที่ช่วยปกป้องเมืองเรา! ข้าจะรายงานเรื่องนี้ไปยังราชธานีและขอความเห็นชอบให้มีการสดุดีท่านอย่างเป็นทางการ!"

    "ไม่จำเป็นครับ ท่านเจ้าเมือง"เอี้ยเสวียนส่ายหน้า "ข้าไม่ได้ทำอะไรเลย เพียงแค่รวบรวมกำลังเท่านั้นคนที่ปกป้องเมืองจริงๆ คือทุกคนที่อยู่ที่นี่"

    "แต่ท่าน..." เจ้าเมืองจะโต้แย้ง

    "ขอให้ท่านไปปลอบใจผู้เสียหายดีกว่า" เอี้ยเสวียนขัดจังหวะ"และดูแลให้ทหารและชาวเมืองที่บาดเจ็บได้รับการรักษาอย่างดีนั่นสำคัญกว่า"

    เจ้าเมืองพยักหน้าด้วยความประทับใจ"ท่านเป็นคนที่มีจิตใจสูงส่งจริงๆ"

    เก่าหนิงเดินเข้ามาหา "ท่านเอี้ยเสวียนการต่อสู้ครั้งนี้สอนข้าได้มากการที่ทุกคนร่วมมือกันนั้นแข็งแกร่งกว่าการต่อสู้คนเดียวเสียอีก"

    "ใช่แล้ว" เอี้ยเสวียนยิ้ม"ความแข็งแกร่งที่แท้จริงคือการรู้จักร่วมมือกัน"

    นักจารึกอักขระ 3 ดาวเงินหลายคนเดินมาแนะนำตัว

    "ท่านปรมาจารย์ข้าเป็นนักจารึกอักขระหลี่เหว่ย" คนหนึ่งน้อมตัว"วันนี้ข้าได้เรียนรู้ว่ายันต์อักขระไม่ใช่เพียงแค่พลังเดี่ยวแต่เป็นการประสานงาน"

    "ใช่แล้ว" เอี้ยเสวียนพยักหน้า"ยันต์อักขระที่ใช้อย่างชาญฉลาดย่อมดีกว่ายันต์อักขระที่ทรงพลังแต่ใช้อย่างไร้สาระ"

    ขณะที่ท้องฟ้าเริ่มสางแสง เอี้ยเสวียนก็เดินทางกลับไปที่อารามนักพรต

    นักพรตชราที่ยังนั่งอยู่ใต้ต้นโพธิ์ มองเขาด้วยรอยยิ้ม

    "กลับแล้วหรือ?" นักพรตชราถาม

    "ครับ" เอี้ยเสวียนนั่งลงข้างๆ"ขอบคุณสำหรับคำสอนเมื่อคืน"

    "ข้าไม่ได้สอนอะไรเลย" นักพรตชรายิ้ม"เจ้าเองแหละที่ได้คำตอบจากการกระทำ"

    พวกเขานั่งคุยกันอยู่ครู่หนึ่ง ในความเงียบที่สงบ

    "ท่าน ข้าจะไปแล้ว" เอี้ยเสวียนลุกขึ้น"ขอบคุณอย่างยิ่งสำหรับสิ่งที่ท่านมอบให้"

    "เจ้าได้คำตอบที่ต้องการแล้วหรือ?" นักพรตชราถาม

    เอี้ยเสวียนหยุดนิ่งสักครู่ แล้วหันมายิ้มใส"คำตอบบางอย่างไม่ใช่สิ่งที่ค้นหา แต่เป็นสิ่งที่สร้างขึ้นด้วยการกระทำ"

    นักพรตชราพยักหน้าด้วยความยินดี "ไปเถอะ หนุ่มน้อยเส้นทางข้างหน้ายังยาวไกล"

    เอี้ยเสวียนคำนับอย่างสุภาพ แล้วหันกายเดินจากอารามไปแสงแรกของวันใหม่ส่องทางให้เขาเดินไปยังเส้นทางข้างหน้า

    คล้ายกับเรื่องจอมอักขระ จ้าวศาสตรา ที่คุณอ่าน