“งั้น นี่คือสวนสนุก!”
เมืองตงชวน ข้างนอกสวนสนุกขนาดใหญ่ ด้านซ้ายฉินเฉาคือเหลียวชาชา ข้างขวาของเขาคือหยูลู่ พวกเขาทั้ง 3 คนกำลังยืนต่อแถวเพื่อซื้อตั๋วเข้าไปด้านใน
ฉินเฉาผู้ที่ยังคงใส่โค้ตยาวสีดำเหมือนเดิม โชคดีที่ซูเฟยซื้อให้เขาหลายชุด แม้ว่าเขาจะทำมันขาดไปหนึ่งแล้วก็ตาม อย่างน้อย ก็ยังเหลืออีกตัวไว้ให้เขาเปลี่ยน
โค้ตยาวสีดำนี้ เป็นของที่สั่งตัดเพื่อเขาโดยเฉพาะ เมื่อเขาใส่มัน มันจึงเหมาะกับเขาสุดๆ ออร่าป่าเถื่อนของเขาถูกขับเน้นออกมาอย่างเย็นชา
หูข้างหนึ่งของเขาใส่หูฟังไว้ นี่คือสิ่งที่ทำให้การดูแลเหลียวชาชาง่ายขึ้น อย่างเช่นถ้ามีเรื่องอะไรเกิดขึ้นจะได้ติดต่อเขาได้ง่าย ก่อนหน้านั้น พวกเขาได้คำนวณพื้นที่ของสวนสนุกแห่งนี้ ตราบเท่าที่อยู่ในสวนสนุก สัญญาณวิทยุของพวกเขาจะมีสัญญาณเสมอ
วันนี้เหลียวชาชามาในชุดเดรสหรูหรา ชุดเจ้าหญิงสีม่วง พร้อมกับกระโปรงฟูฟ่อง ขาของเธอใส่ถุงน่องสีดำ ขณะที่เท้าของเธอเหยียบอยู่บนรองเท้าบูตหนังคู่เล็ก สาวน้อยจริงๆ แล้วไม่ได้แต่งตัวเซ็กซี่อะไรเลย แต่ในสายตาของหยูลู่ ชุดนี้แสดงความน่ารักของเธอออกมาอย่างสมบูรณ์แบบ
สำหรับหยูลู่ เธอใส่ชุดเดรสสีเทาอ่อนที่แขวนอยู่บนตัวเธอทั้งตัวจนถึงขาอ่อน ท่อนล่างของเธอใส่ยีนสีเข้ม ซึ่งห่อหุ้มขาที่แสนเซ็กซี่ของเธอไว้ เมื่อมองไปที่ขานี้ ฉินเฉาเป็นต้องกลืนน้ำลายตัวเองเสมอ เนื่องจากจำได้ถึงคืนที่พวกเขาผ่านพ้นมาด้วยกัน ซึ่งมีขาคู่นั้นกวัดเกี่ยวอยู่บนตัวเขา
แต่หลังจากคืนนั้น เขาก็ไม่เคยได้เพลิดเพลินกับการดูแลแบบนั้นอีกเลย
แม้ว่าในใจของหยูลู่จะร้อนรุ่มดั่งไฟ แต่พื้นฐานนิสัยของเธอเป็นประเภทสุภาพอ่อนโยนราวกับน้ำเย็น ซึ่งสามารถใช้ดับไฟได้
“มันดูน่าสนใจจริงๆ ...” ยืนอยู่นอกสวนสนุก เหลียวชาชาเงยหน้าบนคอขาวๆ ของเธอ มองไปที่ชิงช้าสวรรค์ไซส์ยักษ์ ด้วยดวงตาที่ฉายแสงแห่งความปรารถนาออกมา
แต่ไม่นาน เธอก็เห็นผู้คนที่ต่อแถวอย่างยาวเพื่อเข้าไป และอดบุ้ยปากแดงๆ ของเธอไม่ได้
“ทำไมแถวมันยาวนักล่ะ....”
เป็นธรรมดาที่เหลียวชาชาจะบ่นออกมา สำหรับประสบการณ์ใหม่ของเธอ ตลอดชีวิต 17 ปี นี่เป็นครั้งแรกที่เธอมาเที่ยวสวนสนุก ตั้งแต่ครั้งล่าสุดที่ฉินเฉาพาเหลียวชาชาออกมาจากวงล้อมของคน 300 คน ขณะเดียวกันก็ล้มคนมากกว่า 50 คน และฆ่าคน 2 คน ก็ไม่มีใครกล้ามาวุ่นวายกับเหลียวชาชา ตราบเท่าที่มีฉินเฉาอยู่ข้างๆ เธอ
ดังนั้น การไปโรงเรียนทุกวัน จึงกลายมาเป็นกิจวัตรประจำวัน และเรื่องที่ต้องทำ นี่ทำให้เหลียวชาชาเริ่มมีความคิดอย่างอื่น หนึ่งในนั้นคือในซีรี่ส์เกาหลีที่เธอชอบดูนั้น มันมีฉากหนึ่งที่นักแสดงนำมาสวนสนุก ดังนั้น เธอจึงลากฉินเฉาและหยูลู่มาเล่นในสวนสนุกนี้ในสุดสัปดาห์
ด้วยเหตุนี้ นี่จึงเป็นทริปแรกของเธอ แต่เหลียวชาชากลับละเลยเรื่องหนึ่งไป นั่นคือ สวนสนุกในซีรี่ส์สนุกมากก็จริง แต่ในชีวิตจริงนั้น พวกเขาต้องต่อแถวเพื่อซื้อตั๋ว
โดยเฉพาะช่วงสุดสัปดาห์อย่างนี้ จึงมีคนมาสวนสนุกมากเป็นพิเศษ เมื่อมองไปที่แถวที่ยาวเหยียด เหลียวชาชาจึงบ่นในใจของเธอว่านโยบายสำหรับเด็กมาช้าจริงๆ
“ทนหน่อย” ฉินเฉาพูดพร้อมรอยยิ้ม “ตอนนี้เป็นวันหยุด ดังนั้น ทุกคนจึงมาเล่นที่นี่”
“น่าเบื่อจริงๆ” เหลียวชาชาเก็บคำบ่นไว้ “ถ้าฉันรู้ว่าจะต้องใช้เวลาทำแบบนี้ ฉันคงส่งคนมาซื้อตั๋วให้เราแล้วล่ะ”
“ชาชา” เมื่อเห็นท่าทางไม่พอใจของเหลียวชาชา หยูลู่ก็ถามอย่างรักใครว่า “งั้นเราค่อยมาเล่นวันพรุ่งนี้มั้ย ให้คนน้อยกว่านี้ก่อนค่อยมา?”
“เยี่ยมเลย!” เมื่อเหลียวชาชาได้ยินสิ่งนี้ เธอรีบกระโดดขึ้นมาทันที “พรุ่งนี้โดดเรียนเลย!”
“ไม่มีทาง!” คำพูดสองคำนี้ของฉินเฉาทันใดนั้นก็ลบไอเดียนี้ทิ้งไป “ลู่ลู่ เธอไม่ต้องเอาใจเธอเลย ถ้าเธออยากจะเล่น เธอก็ต้องรู้จักเข้าแถวซื้อตั๋วด้วย”
“คนเลว!” ทันใดนั้นเหลียวชาชาก็จับแขนฉินเฉาไว้ และเลื้อยไปตามตัวเขา “ช่วยฉันด้วย ฉันไม่อยากเข้าแถว”
เมื่อฉินเฉากำลังจะพูดอยู่ ทันใดนั้นที่แถวข้างหน้าก็ปั่นป่วนขึ้น พวกเขาเห็นเหล่าเด็กชายจู่ๆ ก็แทรกแถวเข้าไปตรงหน้า ข้ามคิวซื้อตั๋วคนอื่น
“เฮ้ เฮ้ เฮ้! พวกนายทำอะไรน่ะ!”
“ไปเข้าแถว! ไม่รู้จักเข้าแถวหรือไง!”
“เวรเอ๊ย ทำไมถึงมีคนหน้าไม่อายแบบนี้อยู่ด้วย!”
ผู้คนที่อยู่ข้างหลังด่าออกมา แต่เด็กหนุ่มที่อยู่ข้างหน้า ทำสีหน้าและคำรามออกมา
“ทำไม พ่อเอ็งคนนี้จะลัดคิว แล้วใครจะทำไม?”
เมื่อเห็นท่าทางก้าวร้าวของเด็กพวกนี้ ผู้คนข้างหลังก็กลืนคำด่าของพวกเขากลับคืน
“ทำไมพวกเขาถึงทำเรื่องแบบนี้กัน” หยูลู่สั่นหัวแล้วพูด “ไม่มีมารยาทเลย”
“บัดซบ เมื่อกี้ใครแม่งด่าข้ากันวะ?” หัวหน้ากลุ่มเด็กเหล่านั้นได้ยิน และทันใดนั้นก็รีบเข้ามาด้วยท่าทางข่มขู่ “ยอมรับมา หรือ จะให้ข้าจัดการพวกแกที่นี่!”
เมื่อเห็นเด็กคนนี้ ฉินเฉายิ้มออกมา
“ตั๋วของเรามาแล้ว” เขาพูดกับหยูลู่และเหลียวชาชา จากนั้น ก็เดินไปข้างหน้า
“นี่ไม่ใช่หลี่เจ๋ออัน นายน้อยหลี่หรอกเหรอ? นายก็มาเล่นในสวนสนุกนี้ด้วย?”
“บัดซบ นาย....” หลี่เจ๋ออันสบถ เขาอยู่ในอารมณ์ไม่ดีวันนี้ ตอนแรก เขาชวนอู๋ซิ่นมาเดทแต่เธอปฏิเสธ โดยไม่มีทางเลือกอื่น เขาจึงชวนเพื่อนร่วมห้องกว่าครึ่ง ซึ่งในนั้นก็มีเพื่อนอู๋ซิ่นอยู่ด้วยให้ออกมาด้วยกัน ในนาม “กิจกรรมโรงเรียน” ดังนั้นอู๋ซิ่นจึงยอมมาด้วย
แผนการเดทสุดเพอร์เฟคของเขาตอนนี้ถึงเวลาเก็บเกี่ยวแล้ว
ดังนั้น เขาจึงกระโดดเข้าไปที่หน้าแถว คนอย่างหลี่เจ๋ออันจะเข้าแถวได้ยังไง! ยิ่งกว่านั้น คนพวกนี้กล้าด่าเขาจริงๆ นี่เป็นเหตุผลสุดเพอร์เฟคให้เขาระบายความโกรธของเขาออกมา
เขาแสยะยิ้มครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ใครจะรู้ เมื่อเขามองขึ้นไปเห็นชายคนนั้น ขาของเขาทันใดนั้นก็อ่อนแทบทรุดลงกับพื้น
“ฉิน ฉิน ฉินเฉา?”
“นี่ต้องเป็นโชคชะตาแน่ๆ เลย นายน้อยหลี่” ราวกับกำลังทักทายคนคุ้นเคยเก่า ฉินเฉารีบเดินเข้าไปหาหลี่เจ๋ออันและกอดเขาอย่างแรง ฉินเฉากระตือรือร้นอย่างมาก นี่ทำให้หลี่เจ๋ออันรู้สึกราวกับถูกปูหนีบ ออกซิเจนในปอดของเขาถูกพ่นออกมา และแทบทำให้เขาขาดอากาศ
“แค่ก...แค่ก...” เมื่อฉินเฉาปล่อยเขา หลี่เจ๋ออันก็กุมหน้าแดงๆ ของเขา และไอออกมา
เหล่าเด็กชายข้างหลังเขาไม่กล้าออกมา พวกเขาได้เห็นการต่อสู้ครั้งก่อนที่หน้าโรงเรียนระหว่างฉินเฉา และอันธพาล 300 คน คนที่กล้าหาเรื่องชายคนนี้ คือคนที่หาเรื่องตาย!
“นายน้อยหลี่ ไม่ใช่ว่าเรายังมีเรื่องต้องเคลียร์กันหรอกเหรอ?” ฉินเฉา พร้อมกับกอดแขน เขาแสยะยิ้ม มองไปที่หลี่เจ๋ออันที่กำลังไออยู่ตรงหน้าเขา และพูด “นายจำได้มั้ย ไม่กี่วันก่อนในโรงอาหาร นายเอาม้านั่งมาฟาดหัวฉัน?”
“นั่นเข้าใจผิด เข้าใจผิดแล้ว.....” ใจของหลี่เจ๋ออันบีบแน่น เขาลืมแม้กระทั่งไอ และพูดอย่างไม่ลังเลว่า “เป็นเพราะฉัน หลี่เจ๋ออันไม่มีตาเอง คุณเป็นชายผู้ยิ่งใหญ่ ได้โปรดปล่อยผมไปเถอะ”
“ดูสิ ดูที่นายพูดสิ?” ฉินเฉาพูดออกมา จุดบุหรี่และสูบอย่างเกียจคร้าน “เรื่องนี้ ฉันยังจำได้ดีเลย คำที่นายน้อยหลี่พูดวันนั้น ฉันยังจำได้ว่านายพูดว่า ให้รอฉันก่อน อะไรอย่างนี้”
“พี่ใหญ่ พี่ใหญ่ดูสิ!” หัวใจของหลี่เจ๋ออันราวกับถูกแมวจับไว้ และรีบพูดว่า “ผมผิดไปแล้ว ผมขอโทษ ได้โปรดอย่าใส่ใจมันเลยนะ พี่ใหญ่”
“เรื่องนี้ ฉันจะปล่อยไปก่อนละกัน” ฉินเฉามองเขาด้วยรอยยิ้มคลุมเครือ “ฉันต้องไปเข้าคิวซื้อตั๋วเป็นเพื่อนสุภาพสตรีก่อน และฉันไม่มีเวลามาจัดการกับนาย เมื่อฉันเสร็จ...”
“พี่ใหญ่ ทำไมพี่ต้องเข้าแถวด้วย?” หลี่เจ๋ออันพูด และรีบยัดตั๋ว 3 ใบใส่มือฉินเฉา “วันนี้ผมเลี้ยงเอง พี่ใหญ่เข้าไปเล่นตามสบายเลย ตามสบาย”
“จะทำอย่างนี้ได้ยังไง? นี่มันน่าอายออก” ฉินเฉาส่ายหัว และทำท่าเหมือนกับว่าจะคืนตั๋วให้เขา
“ไม่ ถ้าพี่ใหญ่คืนมันให้ผมล่ะก็ ผมจะตบหน้าตัวเอง!” หลี่เจ๋ออันพูด แล้วยื่นมือออกมาตบหน้าตัวเองอย่างแรงสองครั้ง “พี่ใหญ่ ดูสิ ถ้าพี่ไม่รับมันไว้ล่ะก็ มันก็เหมือนกับตบหน้าผมนั่นแหละ”
“อืมม นายน้อยหลี่เกรงใจไปแล้ว ฉันไม่ปฏิเสธอีกต่อไปแล้วกัน งั้นก็ ลาก่อน” จากนั้นฉินเฉาก็รับตั๋ว 3 ใบไว้ด้วยรอยยิ้ม และเดินเข้าไปในสวนสนุกพร้อมกับสาวสวยสองคน
หลี่เจ๋ออันถอนหายใจด้วยความโล่งอก พลางมองไปที่ทางที่ฉินเฉากำลังเดินไป ในดวงตาของเขาฉายประกายมุ่งร้าย ‘ฉินเฉา วันนี้แกทำให้ฉันขายหน้า วันหนึ่ง ฉันจะให้แกใช้คืน 10 เท่า!’ เขาคิด
“เฮ้ เมื่อกี้ เราเหมือนกับปล้นคนรวยช่วยคนจนเลย!” นี่เป็นครั้งแรกที่เหลียวชาชา เห็นหลี่เจ๋ออันผู้น่ารังเกียจนั่นตกอยู่ในสถานการณ์ยากลำบาก ด้วยเหตุนี้ เธอจึงตื่นเต้น และดึงแขนฉินเฉาไปด้วยพูดไปด้วย
“ปล้นคนรวยช่วยคนจนอะไรกัน!” หยูลู่ผู้ที่เห็นฉากเมื่อกี้จากด้านข้าง อดไม่ได้ต้องกลอกตาของเธอ “นี่มันทำเรื่องส่วนตัวในนามส่วนรวมชัดๆ!”
“เธอพูดอย่างนั้นไม่ได้” ฉินเฉาลูบจมูก และพูดพร้อมรอยยิ้มว่า “ในเรื่องนี้ เขาซื้อตั๋วนี้ด้วยการลัดคิว ถ้าเราไม่เอาคืนเขาด้วยเรื่องเล็กๆ น้อยๆ นี่ มันจะไม่ง่ายสำหรับเขาไปหน่อยเหรอ”
“นายพูดหยาบไปแล้ว!” หยูลู่เหมือนจะคิดเรื่องอื่น จึงหน้าแดง
“เฮ้ มันเป็นเพราะเธอคิดอกุศลต่างหาก!” ฉินเฉาเหมือนจะรู้ว่าเธอกำลังคิดเรื่องอะไร
“นายน่ะสิคิดอกุศล! ฉัน ฉันไม่ได้คิดอะไรสักหน่อย!”
“พี่ลู่ลู่ พี่คิดเรื่องอะไร? ทำไมพี่ถึงหน้าแดง?”
“ฉะ..ฉันไม่คุยกับพวกเธอสองคนแล้ว”
ทั้งสามคนเดินเสียงดังเข้าไปในสวนสนุก ที่ทางเข้า ที่ตรวจตั๋ว พวกเขาได้รับกระดาษเทปมาสามแผ่น แต่ละคนเอามันมารัดไว้ที่แขนของตัวเอง
“อย่าทำมันพัง ถ้ามันพังล่ะก็ พวกเธอจะไม่สามารถเล่นได้” ชายที่ให้กระดาษพวกเขาเตือน กระดาษเทปนี้เหมือนจะเป็นการ์ดบอกสถานะผู้ถือครอง ดังนั้น มันจึงแยกระหว่างคนที่ไม่อยากเล่น แต่อยากเอาไปขายให้นักท่องเที่ยวคนอื่น
“หือ? งั้น ทำไมมันถึงทำมาจากกระดาษล่ะ!” เหลียวชาชาถาม เธอกังวลนิดหน่อย “ถ้าเราเล่นแรงเกินไป กระดาษนี่จะไม่ขาดหรอกเหรอ!”
“อย่าห่วงไปเลย!” ฉินเฉาผู้มีประสบการณ์มาก่อน เมื่อตอนเขาอยู่ในมหาลัย เขาและหยางฉานฉาน ได้มาที่สวนสนุกเป็นครั้งแรก “เทปนี้แข็งแรงมาก เธอไม่สามารถทำให้มันขาดได้ด้วยมือของเธอหรอก”
จู่ๆ เขาก็นึกถึงความทรงจำเมื่อครั้งก่อน เมื่อเขาและหยางฉานฉาน มาที่สวนสนุกด้วยกันเป็นครั้งแรก พวกเขาก็ได้รับกระดาษเทปนี้ไว้บนมือเหมือนกัน พวกเขาทั้งคู่ต่างพากันเล่นอย่างระมัดระวังจนกระทั่งออกจากสวนสนุก เมื่อเขาลองเอาเทปออก เขาก็พบว่าเทปนี้แข็งแรงมาก และเขาไม่สามารถดึงมันออกได้
“เฮ้ย!” เพียงแค่เขาล่องลอยไปในความทรงจำ ทันใดนั้น เหลียวชาชาก็เปิดปากออกมา และกัดกระดาษเทปอย่างแรง กระดาษนั้นถูกเธอกัดจนขาด
“ดูสิ พังแล้ว” เหลียวชาชา เมื่อเห็นท่าทางตะลึงของหยูลู่และฉินเฉา ทันใดนั้นก็เบ้ปากของเธอ และพูดด้วยความไม่พอใจ “ฮือฮือฮือ มันพังแล้ว....”
“สหาย...ขอโทษที่สร้างปัญหา แต่คุณพอจะให้เราอีกอันได้มั้ย...” ฉินเฉาที่อายนิดหน่อย ขอกระดาษเทปอีกอันจากเจ้าหน้าที่
เจ้าหน้าที่ที่เหงื่อตกกับความฟุ่มเฟือยนี้ และรีบเอาอีกอันมารัดแขนเหลียวชาชาไว้
“เอิ่ม...อย่ากัดอีกนะ...”
“อืม ฉันจะพยายาม”
ทั้งสองคนอายมาก โอ้ เวร อะไรคือ ‘ฉันจะพยายาม’
จบตอน