แสงแดดยามสายสาดส่องผ่านหน้าต่างห้องทำงานของใต้เท้าหลี่ ทอดเงายาวลงบนโต๊ะไม้เนื้อดีที่เต็มไปด้วยกองเอกสารราชการ บรรยากาศภายในห้องวันนี้ดูเงียบเหงากว่าปกติ เหมือนกับว่าอากาศหนาวเหน็บที่พัดผ่านหน้าต่างได้นำพาความเศร้าโศกเข้ามาด้วย กลิ่นหอมจากกำยานที่เคยอบอวลไปทั่วห้องกลับจางลงจนแทบจะไม่รู้สึก แทนที่ด้วยกลิ่นอับชื้นของเอกสารเก่าและความเงียบงันที่น่าอึดอัด
ซูซินเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับสมุดบันทึกการเรียนของหลี่เหมยในมือ หัวใจของนางเต้นระรัวด้วยความคาดหวังที่ปะปนไปกับความกังวล หลังจากเหตุการณ์เมื่อคืนที่ผ่านมา นางไม่อาจหลับสนิทได้เลย ภาพััอันเร่าร้อนของใต้เท้าหลี่ยังคงติดตรึงอยู่ในความทรงจำ ทำให้ร่างกายของนางรู้สึกร้อนผ่าวและโหยหาการััของเขาอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน นางตั้งใจจะมารายงานความคืบหน้าตามปกติ แต่ในใจลึกๆ นางหวังจะได้เห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความปรารถนาของเขาอีกครั้ง หวังจะได้รับการััที่ทำให้นางรู้สึกเหมือนจะละลายไปกับความเสียวซ่าน
แต่ทันทีที่ก้าวพ้นประตู นางกลับรู้สึกถึงมวลอากาศที่เปลี่ยนไป เหมือนกับว่ามีกำแพงล่องหนหนาทึบกั้นระหว่างเธอกับเขา ความอบอุ่นและความใกล้ชิดที่เคยมีกลับกลายเป็ความห่างเหินที่เ็า
ใต้เท้าหลี่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน ใบหน้าคมเข้มที่เคยดูสง่างามและมั่นคง บัดนี้กลับดูหม่นหมองและเศร้าสร้อยอย่างเห็นได้ชัด แผ่นหลังที่เคยตั้งตรงด้วยความมั่นใจกลับโค้งงอลงเล็กน้อย ราวกับแบกรับภาระหนักที่มองไม่เห็น ดวงตาที่เคยเปล่งประกายด้วยความปรารถนาและความเ้าเล่ห์ บัดนี้กลับดูเศร้าหมองและไร้ชีวิตชีวา ไม่ได้จ้องมองมาที่นางด้วยความปรารถนาซ่อนเร้นเหมือนทุกครั้ง แต่กลับเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างไร้จุดหมาย เหมือนกับว่าจิตใจของเขาลอยไปอยู่ที่ไหนสักแห่งที่ไกลแสนไกล
เมื่อเขารู้สึกถึงการมาของนาง เขาเพียงแค่ปรายตามามองสั้นๆ ด้วยสายตาที่ดูเหนื่อยล้าและไร้ความสนใจ ก่อนจะก้มหน้าลงมองเอกสารตรงหน้าด้วยท่าทางที่ห่างเหิน เหมือนกับว่านางเป็เพียงคนแปลกหน้าที่เข้ามารบกวนความสงบของเขา ไม่ใช่สตรีที่เขาเคยโอบกอดและจูบอย่างเร่าร้อนเมื่อคืนที่แล้ว
"คารวะใต้เท้าหลี่เ้าค่ะ" ซูซินย่อกายคำนับอย่างอ่อนช้อย เสียงของนางแ่เบากว่าปกติเพราะความรู้สึกโหวงเหวงที่จู่ๆ ก็จู่โจมเข้ามาในอก ความคาดหวังที่เคยมีเริ่มแปรเปลี่ยนเป็ความกังวลและความไม่แน่ใจ
"อืม... วางไว้ตรงนั้นเถอะอาจารย์ซู" เขาตอบด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบและเ็า ไม่มีความอบอุ่นหรือความใกล้ชิดที่เคยมี จนซูซินรู้สึกเหมือนถูกผลักออกไปไกลแสนไกล เหมือนกับว่าเขากำลังสร้างกำแพงล่องหนขึ้นมาระหว่างพวกเขา "ข้ามีงานด่วนต้องรีบจัดการ หากไม่มีอะไรสำคัญ เ้าก็กลับไปพักผ่อนเถอะ"
คำพูดที่ดูเหมือนจะไล่กลายๆ นั้นทำให้ซูซินใจหายวาบ เหมือนกับถูกน้ำเย็นสาดใส่หน้าอย่างไม่ทันตั้งตัว นางไม่เคยเห็นเขาในมุมที่ดูอ่อนแอและห่างเหินเช่นนี้มาก่อน ความรู้สึกผิดหวังและโหยหาเริ่มก่อตัวขึ้นในใจนางอย่างรวดเร็ว ปะปนไปกับความสับสนที่ไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรผิดไป หรือเหตุการณ์เมื่อคืนเป็เพียงความฝันที่นางหลงใหลไปเอง
นางก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานของเขาอีกนิด หวังจะเห็นปฏิกิริยาบางอย่างจากเขา หวังจะเห็นแววตาที่เคยเต็มไปด้วยความปรารถนา หรืออย่างน้อยก็ความสนใจที่เคยมีต่อนาง แต่สิ่งที่นางได้รับกลับเป็เพียงความเงียบงันและสายตาที่หลีกเลี่ยงการสบตา
"แต่... ซูซินมีเื่อยากจะปรึกษาเกี่ยวกับพัฒนาการของหลี่เหมยในสัปดาห์นี้เ้าค่ะ" นางพยายามหาข้ออ้างเพื่อที่จะได้อยู่ใกล้เขาให้นานขึ้น หวังว่าจะสามารถทำลายกำแพงแห่งความห่างเหินที่เขาสร้างขึ้นได้ "นางมีความก้าวหน้าในการเขียนอย่างมาก และ..."
ใต้เท้าหลี่ถอนหายใจยาว แผ่นหลังของเขาดูแบกรับภาระหนักอึ้ง เหมือนกับว่าการมีนางอยู่ในห้องนี้เป็สิ่งที่ทำให้เขารู้สึกเหนื่อยล้ามากขึ้น "ไว้วันหลังเถอะ วันนี้ข้าไม่มีอารมณ์จะฟังเื่ใดทั้งสิ้น" เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยหน่าย ราวกับว่าการพูดคุยกับนางเป็ภาระที่หนักหนาสาหัส
ความห่างเหินที่เขาจงใจสร้างขึ้นกลับกลายเป็แรงดึงดูดที่รุนแรงสำหรับซูซิน ยิ่งเขาถอยห่าง นางกลับยิ่งอยากเข้าหา ยิ่งเขาทำตัวเ็า นางกลับยิ่งรู้สึกร้อนผ่าวในใจ เหมือนกับว่าความปรารถนาของนางถูกปลุกเร้าด้วยการปฏิเสธและความไม่แน่ใจ ในขณะนั้นเอง กลิ่นหอมเข้มข้นจากกำยานในห้องที่ผสมผสานกับกลิ่นกายเฉพาะตัวของบุรุษเพศเริ่มทำงานร่วมกับฤทธิ์ของน้ำชาที่นางเพิ่งดื่มเข้าไปก่อนหน้านี้
แม้ว่าใต้เท้าหลี่จะทำตัวห่างเหิน แต่เขาก็ไม่ได้ลืมที่จะเตรียมการล่วงหน้า กลิ่นหอมในห้องยังคงมีฤทธิ์กระตุ้นอารมณ์กำหนัด และน้ำชาที่นางดื่มก่อนมายังคงส่งผลต่อร่างกายของนาง
ซูซินรู้สึกถึงความร้อนผ่าวที่เริ่มแล่นพล่านไปตามกระแสเื เหมือนกับมีกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ วิ่งผ่านเส้นประสาทไปทั่วร่าง ใบหน้าของนางเริ่มแดงก่ำ ไม่ใช่เพราะความอาย แต่เพราะความร้อนผ่าวที่เกิดขึ้นภายในร่างกาย ดวงตาคู่สวยเริ่มฉ่ำวาวด้วยความรัญจวนใจที่ยากจะควบคุม ลมหายใจของนางเริ่มติดขัดและถี่กระชั้นขึ้น เหมือนกับว่าอากาศในห้องเริ่มบางลงจนแทบจะหายใจไม่ออก
หน้าอกอิ่มภายใต้ชุดผ้าไหมเนื้อบางเริ่มกระเพื่อมไหวตามจังหวะหัวใจที่เต้นรัว ยอดปทุมถันเริ่มคัดตึงและชูชันขึ้นอย่างน่าอาย เด่นชัดผ่านเนื้อผ้าบางๆ ความรู้สึกแปลกประหลาดที่กึ่งกลางกายเริ่มทวีความรุนแรงขึ้นจนนางรู้สึกถึงความเปียกชื้นที่ซึมออกมา ร่องรักเบื้องล่างเริ่มเต้นตุบๆ และชุ่มฉ่ำจนความรู้สึกที่เกิดขึ้นในร่างกายของนางไม่ใช่เื่บังเอิญ แม้ว่าใต้เท้าหลี่จะแสดงท่าทีห่างเหิน แต่เขาก็ไม่ได้ลืมที่จะเตรียมการล่วงหน้า กลิ่นหอมในห้องยังคงมีฤทธิ์กระตุ้นอารมณ์กำหนัด และน้ำชาที่นางดื่มก่อนมายังคงส่งผลต่อร่างกายของนาง ทำให้ความปรารถนาที่ถูกปลุกเร้าเมื่อคืนกลับมาอีกครั้งด้วยความรุนแรงที่เพิ่มขึ้น
นางไม่รู้เลยว่าอาการเหล่านี้เกิดจากฤทธิ์ของน้ำชาและกลิ่นอายที่ใต้เท้าหลี่จงใจจัดเตรียมไว้เพื่อกระตุ้นสัญชาตญาณของนาง แม้ว่าเขาจะทำตัวห่างเหิน แต่การควบคุมสถานการณ์ยังคงอยู่ในมือของเขาอย่างสมบูรณ์
ใต้เท้าหลี่แกล้งทำเป็ขยับตัวลุกขึ้นเพื่อจะหยิบเอกสารจากชั้นหนังสือที่อยู่ข้างๆ โต๊ะทำงาน การเคลื่อนไหวของเขาดูเป็ธรรมชาติและไม่ได้ตั้งใจ แต่ในความเป็จริงแล้ว ทุกอย่างล้วนเป็การคำนวณอย่างพิถีพิถัน มือของเขาเฉียดผ่านแขนของนางไปเพียงนิดเดียว การััที่เกิดขึ้นนั้นสั้นมากจนแทบจะไม่รู้สึก แต่สำหรับซูซินที่ร่างกายกำลังอ่อนไหวอยู่แล้ว การััเพียงเล็กน้อยนั้นกลับรู้สึกเหมือนถูกไฟลวก
ความปรารถนาที่พุ่งสูงขึ้นทำให้นางเผลอตัวแอ่นกายเข้าหาเขา ร่างกายของนางเคลื่อนไหวด้วยสัญชาตญาณที่ไม่อาจควบคุมได้ หวังจะได้รับััที่โหยหา หวังจะได้ััความอบอุ่นจากกายของเขาอีกครั้ง หวังจะได้รู้สึกถึงการโอบกอดที่ทำให้นางรู้สึกเหมือนจะละลายไปด้วยความเสียวซ่าน แต่ในจังหวะที่นางกำลังจะเข้าถึงตัวเขานั้น ใต้เท้าหลี่กลับเบี่ยงกายหลบและถอยห่างออกไปอย่างรวดเร็ว เหมือนกับว่าการััของนางเป็สิ่งที่เขาไม่้า
การกระทำของเขาทำให้ซูซินรู้สึกเหมือนถูกปฏิเสธอย่างโหดร้าย ความผิดหวังและความอับอายถาโถมเข้าใส่นางจนแทบจะหายใจไม่ออก
"ขออภัย ข้าไม่ได้ตั้งใจจะแตะต้องตัวเ้า" เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ดูเหมือนจะสำนึกผิดแต่กลับแฝงไปด้วยความเ็า เหมือนกับว่าการัักับนางเป็สิ่งที่ไม่เหมาะสม "ข้าไม่ควรล่วงเกินอาจารย์เช่นนี้ ขออภัยจริงๆ"
ซูซินยืนค้างอยู่ในท่าทางที่น่าอายนั้น ร่างกายของนางยังคงโน้มเอียงไปหาเขา แต่เขากลับถอยห่างจนมีระยะห่างที่ปลอดภัย ความกระอักกระอ่วนใจพุ่งเข้าจู่โจมนางจนทำอะไรไม่ถูก นางรู้สึกเหมือนตัวเองเป็สตรีที่ไร้ยางอายที่พยายามจะยั่วยวนบุรุษที่กำลังโศกเศร้า เหมือนกับว่านางเป็ผู้หญิงที่ไร้ศีลธรรมที่พยายามจะฉวยโอกาสจากความอ่อนแอของเขา
ความอับอายผสมปนเปไปกับความโหยหาที่ยังไม่ได้รับการตอบสนอง ทำให้ร่างกายของนางสั่นสะท้านด้วยอารมณ์ที่ปะปนกัน ความ้าทางกายที่ถูกปลุกเร้าแต่ไม่ได้รับการสนองตอบทำให้นางรู้สึกทรมานจนแทบจะทนไม่ไหว นางต้องรีบขอตัวลาออกมาจากห้องนั้นทันที ก่อนที่ความอับอายจะทำลายศักดิ์ศรีที่เหลืออยู่ของนาง
"ซู... ซูซินขอตัวก่อนเ้าค่ะ" นางเอ่ยด้วยเสียงที่สั่นเครือ ก่อนจะรีบเดินออกจากห้องด้วยก้าวที่เร่งรีบ ทิ้งให้ใต้เท้าหลี่ยืนมองตามด้วยรอยยิ้มบางๆ ที่ซ่อนอยู่มุมปาก
คืนนั้น ซูซินนอนกระสับกระส่ายอยู่บนเตียง ความรู้สึกโหวงเหวงในใจและความร้อนรุ่มในกายยังไม่จางหายไป แม้จะผ่านไปหลายชั่วโมงแล้ว แต่ร่างกายของนางยังคงรู้สึกถึงผลจากกลิ่นหอมและน้ำชาที่ดื่มเข้าไป ภาพใบหน้าที่เศร้าสร้อยและความห่างเหินของใต้เท้าหลี่วนเวียนอยู่ในหัวของนางไม่หยุด ปะปนไปกับความทรงจำเกี่ยวกับการััที่เร่าร้อนเมื่อคืนก่อน
นางพลิกตัวไปมาบนเตียงอย่างไม่สงบ ชุดนอนที่สวมใส่รู้สึกคับแน่นและร้อนอบอ้าว ยอดปทุมถันยังคงคัดตึงและอ่อนไหว ร่องรักเบื้องล่างยังคงชุ่มฉ่ำและเต้นตุบๆ ด้วยความปรารถนาที่ไม่ได้รับการปลดปล่อย ความรู้สึกหวิวๆ ปนเสียวซ่านยังคงแผ่ซ่านไปทั่วร่างจนนางแทบจะทนไม่ไหว
'ทำไมเขาถึงเปลี่ยนไปเช่นนี้? หรือข้าทำอะไรให้เขาไม่พอใจ?' นางครุ่นคิดด้วยความสับสน แต่ยิ่งคิด ความโหยหากลับยิ่งทวีคูณ 'เมื่อคืนเขายังโอบกอดและจูบข้าอย่างเร่าร้อน แต่วันนี้เขากลับทำเป็ไม่รู้จักข้า เหมือนกับว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็เพียงความฝัน'
นางลุกขึ้นนั่งบนเตียง มือกุมผมยุ่งเหยิงด้วยความหงุดหงิด ความรู้สึกผิดบาปต่อเหวินเซี่ยนที่เคยแรงกล้าเริ่มจางหายไปทีละน้อย แทนที่ด้วยความปรารถนาที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ต่อใต้เท้าหลี่ นางเริ่มตระหนักว่านางไม่สามารถทนเห็นเขาห่างเหินเช่นนี้ได้อีกต่อไป ความ้าที่จะได้อยู่ใกล้เขา ได้รับการััจากเขา และได้เห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความปรารถนาของเขากลายเป็สิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตของนาง
"หากท่านถอย... ข้าจะเป็ฝ่ายเดินหน้าเอง" ซูซินพึมพำกับตัวเองในความมืด ดวงตาของนางฉายแววมุ่งมั่นที่ปะปนไปกับความปรารถนาที่ลุกโชน "ข้าจะไม่ยอมให้ท่านหลีกหนีไปได้อีกต่อไป"
นางเริ่มวางแผนการเข้าหาใต้เท้าหลี่อย่างจริงจังในคืนนั้น แผนการที่แยบยลและแเีที่สุดเท่าที่นางจะคิดได้ นางรู้ดีว่าการเข้าหาโดยตรงอาจไม่เป็ผล โดยเฉพาะหลังจากที่เขาแสดงท่าทีห่างเหินเช่นนี้ นางจึงตัดสินใจที่จะใช้ "หลี่เหมย" เป็สะพานเชื่อมความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
นางวางแผนที่จะสร้างสถานการณ์ "บังเอิญ" ให้มากขึ้น เช่น การพาลูกสาวของเขาไปเดินเล่นในสวนใน่เวลาที่เขามักจะออกมาพักผ่อน หรือการแกล้งทำเป็มีปัญหาเื่การสอนที่ต้องขอคำปรึกษาจากเขาเป็การส่วนตัวในยามค่ำคืน นางจะใช้ความอ่อนโยนและความเอาใจใส่ที่มีต่อหลี่เหมยเป็เครื่องมือในการซื้อใจเขา และจะค่อยๆ แทรกซึมเข้าไปเป็ส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของเขาจนเขาขาดนางไม่ได้
นอกจากนี้ นางยังคิดถึงการยั่วยวนอย่างเป็ธรรมชาติ นางจะเริ่มจากการเปลี่ยนกลิ่นกายให้เย้ายวนขึ้น การเลือกชุดที่ดูเรียบร้อยแต่เน้นสัดส่วนให้เด่นชัด และการใช้สายตาที่สื่อความหมายในยามที่เขาเผลอ นางจะทำให้เขารู้สึกว่านางคือสตรีที่เข้าใจเขามากที่สุด และเป็เพียงคนเดียวที่สามารถปลอบประโลมความเศร้าในใจของเขาได้
นางจะแสดงความห่วงใยและความเข้าใจต่อความเศร้าโศกที่เขาแสดงออก จะเป็ผู้ฟังที่ดี และจะทำให้เขารู้สึกว่านางคือที่พึ่งทางใจที่เขา้า นางจะใช้ความอ่อนหวานและความเปราะบางของตัวเองเป็อาวุธในการทำลายกำแพงที่เขาสร้างขึ้น
ซูซินยิ้มออกมาอย่างผู้ชนะในความมืด ความมุ่งมั่นที่จะได้ใต้เท้าหลี่มาเป็ของตัวเองเผาไหม้อยู่ในดวงตาของนาง นางไม่รู้เลยว่าทุกความคิดและทุกการกระทำของนางในตอนนี้ ล้วนเป็ไปตาม "กลยุทธ์ถอยเพื่อรุก" ที่ใต้เท้าหลี่วางหมากไว้ั้แ่ต้น เขารู้ดีว่าสตรีอย่างซูซิน ยิ่งถูกปฏิเสธจะยิ่งอยากเอาชนะ และยิ่งเขาทำตัวน่าสงสาร นางจะยิ่งอยากเป็ผู้เยียวยา
การแสดงความห่างเหินและความเศร้าโศกของเขาเป็เพียงหน้ากากที่ออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน เพื่อกระตุ้นสัญชาตญาณของนางในการเป็ผู้ให้และผู้ปลอบโยน เขารู้ว่าการถูกปฏิเสธจะทำให้ความปรารถนาของนางรุนแรงขึ้น และการที่เขาทำตัวเศร้าโศกจะทำให้นางรู้สึกว่าตัวเองมีความสำคัญและจำเป็ต่อเขา
หมากกระดานนี้ ใต้เท้าหลี่เป็ผู้คุมเกมอย่างสมบูรณ์แบบ และซูซินก็กำลังเดินเข้าสู่กับดักแห่งความปรารถนาที่เขาขุดไว้ด้วยความเต็มใจของนางเอง ทุกก้าวที่นางคิดว่าเป็การตัดสินใจของตัวเอง ล้วนเป็ไปตามแผนการที่เขาวางไว้ล่วงหน้าทั้งสิ้น