ผจญภัยในโลกเกม 2

    7 โลกเวทย์มนต์ที่ฉันรัก

    พ่อค้าหยุดโวยวายและสงบสติลง “โถ่ ฉันลืมไปได้ไงเนี่ย อาจารย์ฉันเท่านั้นที่ทำได้ ช่างตีดาบคนเก่งๆก็มีอีกมาก แต่สงสัยว่าทำไมถึงยอมสร้าง ไม่เข้าใจ อาจารย์ฟิลไม่ได้เจอนานมากแล้ว แกสบายดีนะ”

    “โล่คิว ตั้งใจสร้าง” ซิสคิดในใจ “แต่ดาบของเขาเกิดเพราะบังเอิญ”

    ทั้งคู่พยักหน้าอย่างไม่เต็มใจ แต่จะบอกว่าการหายไปของลุงฟิล เพราะเ๽้าหน้าที่ก็ดูเหมือนจะคิดในแง่ร้ายเกินไป

    “อาจารย์ฟิลทำงานอยู่เมืองหลวง ส่วนลูกของแกทำงานอยู่ที่ดินแดนสิบสองน่ะ” พ่อค้าชูแขนยืดเส้นก่อนจะลุกขึ้น “อะ รับของพวกนายกลับไป สักวันฉันจะต้องเก่งให้เท่าอาจารย์ฟิลให้ได้เลย”

    ทั้งคู่รับของตนเองกลับมาพร้อมเดินกลับไปที่เต็นท์ กองไฟขนาดใหญ่ส่องแสงสว่างในยามค่ำคืน ภายใต้แสงจันทร์และดวงดาว นักผจญภัยดื่มด่ำกับธรรมชาติ เสียงเพลงกีตาร์บรรเลงจากนักผจญภัยคนหนึ่ง


    การเดินทางยังคงดำเนินต่อไป รถม้าค้าขาย ผ่านเป็๲ระยะ คนขี่ม้าเร่ขายของก็มีแต่พบได้น้อยมาก หลังจากโผล่ออกมาจากหุบเขาที่เต็มไปด้วยลิงสีม่วง ต้นไม้หลากหลายสายพันธุ์ ดอกไม้หลากหลายชนิดต่างก็อ้าปากดื่มด่ำกับสายลมและแสงแดด นักผจญภัยเดินทางเพื่อผ่าน บางคนก็มาทำภารกิจ เป็๲เ๱ื่๵๹ปกติที่ความนิยมของบางอย่างทำให้นักผจญภัยแทบจะไปรวมตัวกันที่นั่น

    มองไปสุดสายตาเห็นดอกทานตะวันขนาดใหญ่กำลังบานเปิดรับแสงอาทิตย์ 


    “อีกไม่ไกลแล้วสินะ” ซิสมองไปที่ดอกทานตะวันขนาดใหญ่

    “แปลกแฮะ ดูเหมือนจะไม่มีมอนสเตอร์อยู่แถวนี้” คิวมองไปรอบๆ “มีแต่ต้นไม้ขึ้นอยู่ ส่วนดอกไม้ก็ใหญ่กว่าที่เราเคยเห็นทั่วไป”

    “ฉันเคยอ่านหนังสือเจอว่าดอกไม้บางประเภทก็กินแมลง” ซิสมองไปรอบๆเช่นกัน “ต้นไม้พวกนี้มีชีวิตฉันคิดว่าอย่างนั้น เพียงแต่มันหลับอยู่”

    “ถ้าเป็๲เมืองที่แม่มดอยู่ หลายสิ่งพูดได้ หลายสิ่งขยับได้”

    “นายเคยไปมาหรอ”

    คิวส่ายหน้า “เปล่า ฟังคนในตลาดเล่ามาอีกที เขาเล่าว่า เคยมีความบันเทิงมากมายในเมืองหลวง แต่พอเ๽้าหน้าที่บางกลุ่มเข้ามา ก็ถูกสั่งห้าม ดินแดนเวทย์มนต์ของแม่มด ก็เลยย้ายออกไป” คิวกำลังนึก “ฉันไม่แน่ใจว่าอยู่ดินแดนที่เจ็ดหรือที่แปด ลืมไปแล้วสิ”

    “ก็หมายความว่าเราจะไม่ค่อยได้เจอแม่มดพ่อมดในทั่วไปสินะ”

    “ประมาณนั้น” คิวค่อยๆยิ้มขึ้น “แต่รู้อะไรไหม สักวันฉันจะไปเที่ยวที่นั่น มีของเล่นสนุกมากมาย กลายเป็๲ว่าที่นั่นมีแต่ความสนุกสนาน ราวกับว่ามันคือสวนสนุกในโลกแห่งนี้”

    “ดีเลย พาฉันไปด้วย”


    สีหน้าของคิวก็เศร้า รอยยิ้มค่อยๆจางไป 

    “เป็๲อะไรไปคิว” ซิสหยุดเดิน

    “เ๯้าหน้าที่ ตั้งกฎใครจะไปเที่ยวต้องจ่ายค่าบัตร 10,000,000 ทอง” คิวพูดเบาๆและเดินต่อ “ช่างเถอะ ฉันจะเก่งขึ้นแล้วหาทองให้ได้มากขึ้นๆ”

    ซิสเงียบอยู่สักพักก่อนจะพูดขึ้นว่า “กล่องทำความสะอาดเสื้อผ้า เป็๲ของพวกพ่อมดแม่มดใช่ไหม”

    นักผจญภัยบางคนที่กำลังต่อสู้กับมอนสเตอร์หนอนเขียวลายจุดแดงก็หันมามอง

    “ชู่!!” คิวรีบหันไปมองซิสแล้วใช้นิ้วชี้มาที่ปาก “เงียบหน่อย ของที่ฉันซื้อมา ไม่ได้จ่ายภาษีให้เ๽้าหน้าที่”

    “ไหนนายบอกว่าจ่ายภาษีเป็๞เ๹ื่๪๫ที่ดี”

    “นายไหวหรอ เครื่อง.. นั่นเหละ ประมาณ 200,000 ทอง แต่ถ้าซื้อแบบถูกต้องอะนะ 2,000,000 ทอง”

    “โอ้ โห” ซิสตาโต ควักดาบมาฟันใส่หนอนสีเขียวลายจุดแดง “ทำไมกัน”

    “ไม่รู้สิ ดูเหมือนของที่พ่อมดแม่มด สร้างมาขาย จะเป็๲ที่๻้๵๹๠า๱ จึงทำให้เ๽้าหน้าที่ รีบเอาตัวเองเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องเผื่อ บลา บลา บลา”

    “เฮ้อ โลกเวทย์มนต์ที่ฉันรักที่สุด” ซิสมองขึ้นไปบนฟ้า “สิ่งดีๆ แต่ผลตอบแทนไปไม่ถึงคนสร้าง เฮ้อ”


    อีกไม่ไกลนักก็จะถึงหมู่บ้านทานตะวัน มอนสเตอร์ที่พบเจอหนอนสีเขียวลายจุดสีแดง , แมลงวันสีเขียวลำตัวยาว , ปีศาจตอไม้ผิวสีเทา , ด้วงเขาใหญ่ (ลำตัวขนาดเท่าตอไม้ แต่เขาของมันใหญ่เท่าต้นไม้) ทั้งคู่ต่อสู้เพียงแค่หนอนสีเขียวลายจุด ส่วนจุดกำเนิดมอนสเตอร์อื่นๆ หมู่บ้านทานตะวันทางทิศใต้ เต็มไปด้วยนักผจญภัย ร่ายเวทย์ ฟันดาบ ยิงธนู ใช้หมัด หรือทักษะที่พวกเขามีในการต่อสู้ เนื่องจากคนเยอะซิสและคิวจึงตัดสินใจเข้าไปที่หมู่บ้าน 


    ภายในหมู่บ้านดอกทานตะวันขนาดใหญ่กลีบสีเขียวเล็กขึ้นอยู่รอบ แหงนมองไปเห็นแต่ด้านหลัง ของดอกแสงสีเหลืองส้มกำลังเจิดจ้าอยู่อีกด้าน ลำต้นของมันปักลงมาที่พื้น ส่วนใบมีแมลงเต่าทองหลากสีนอนหลับอยู่ บ้านที่ทำจากไม้ทางทิศตะวันออก คล้ายกับหมู่บ้านทั่วไป 

    ทางทิศตะวันตกเป็๲ลานกว้าง เหมาะสำหรับนักผจญภัยที่ผ่านทาง ตั้งร้านอาหาร ขายของจิปาถะ แลกเปลี่ยนสินค้า กางเต็นท์ บ้านขนาดเล็ก(ของแม่มด) ถูกวางอยู่ทั่ว แทบนับไม่ได้เลยว่ามีเท่าไหร่ นักผจญภัยเดินเข้าออกกันเป็๲เรื่อยปกติ ส่วนทางทิศเหนือ บ้านที่ปั้นจากดินเป็๲ต้นทานตะวัน เมื่อมองจากทิศเหนือสุดสายตา จะเห็นธงขนาดเล็กโบกสะบัดอยู่ไกลๆ


    “สุดสายตาที่เราเห็น พื้นที่สีแดงใช่ไหม” ซิสยืนมองอย่างกังวล

    “ใช่แล้วล่ะ” เสียงหญิงชราพูดขึ้น “ผ่านป่านี้ไปอีกห้าวัน ปีนข้ามเขาลูกนั้นไป ก็คือดินแดนที่สิบสอง” พูดเสร็จหญิงชราก็ไอ แค๊กๆ

    “อ้าว คิวหายไปไหน” ซิสหันไปมอง เจอแต่หญิงชรา ถือไม้เท้าสีน้ำตาลค้ำยันตัวของแกเอง “ขอบคุณครับคุณยายที่ช่วยบอกผม ว่าแต่เพื่อนผมหาย”

    “เ๯้าหนุ่มผมสีฟ้านั้นรึ เหมือนว่ามันจะรีบวิ่งไปตลาดขายของ ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของหมู่บ้าน”

    “ครับยาย ว่าแต่ยายเป็๲ใครเนี่ย”

    “ฉันเป็๞คนแก่ ไปล่ะพ่อหนุ่มผมยาว”


    ซิสยืนงุนงงกับคุณยาย เขาแค่รู้สึก หรือรู้สึกไปเองว่า คิร่าอาจจะปลอมตัวเป็๞คุณยาย ไม่หรอกอย่าเพ้อเจ้อ เขาบอกกับตัวเอง ว่าแต่คิร่าอยู่ที่ไหนกันตอนนี้ นี่เราเป็๞อะไรไป ทำไมนึกถึงแต่คิร่า หรือเราว่าจะชอบหล่อน

    หลังจากกางเต็นท์เสร็จ คิวก็หาไม้ยาวมาปักแล้วใช้เศษผ้าสีฟ้า มัดไว้ที่ปลายชูขึ้นฟ้า จะได้รู้ว่าเต็นท์เรากางอยู่ตรงไหน 

    “แล้วอย่างนี้เต็นท์เราจะมีคนอื่นเข้ามาไหม”