สี่หนิงเหอ อนุภรรยาท้ายเรือน

    ตอนพิเศษ ก้อนแป้งน้อยของข้า

             

    ตอนพิเศษ ก้อนแป้งน้อยของข้า

     

    ข้าหลุดเสียงหัวเราะออกมาอย่างหักห้ามไว้มิได้เมื่อเห็นเจ้าก้อนแป้งน้อยพยายามสาวเท้าก้าวเดินไปด้านหน้าอย่างเชื่องช้า ล้มลุกคลุกคลานไปบ้างหากก็มิได้ย่อท้อเลยและยังจะแสดงออกให้ข้าเห็นว่ามีความสุขกับสิ่งที่เกิดขึ้นมากแค่ไหน

            อี้หยุนเล่อเป็นนามแท้จริงของเจ้าก้อนแป้งน้อยที่ก่อนถือกำเนิดสร้างวีรกรรมเอาไว้อย่างมากมายมีอันใดบ้างนั่นหรือ...

            ช่วงแรก...พาข้าทานเซ่าปิงกับถังหูลู่ทุกค่ำคืนทานเสียจนพอข้าได้เห็นสองสิ่งนั้นถึงกับต้องรีบเบือนหน้าหนี  

            พอผ่านไปได้ระยะหนึ่งก็พาข้าเล่นซน...มิได้ซนธรรมดาหากเป็นซนที่พาเอาท่านพี่ถึงกับวิตกกังวลด้วยกลัวว่าข้าจะได้รับบาดเจ็บก็เจ้าก้อนแป้งน้อยพาข้ากระโดดขึ้นไปนั่งกินลมชมวิวอยู่บนปลายยอดไม้...ยิ่งสูงเท่าไหร่ก็ยิ่งดีเท่านั้นบางครั้งก็ใช้สองขาเกี่ยวกิ่งไม้เอาไว้แล้วห้อยหัวลงมาจับหูเตี๋ย (ผีเสื้อ)

            มิได้มีเพียงแค่นั้นบางวันนึกสนุกขึ้นมาก็พาข้ากระโดดลงไปเล่นในน้ำ ดำลงไปราวกับว่าหายใจในน้ำได้ หากมีสิ่งที่ทำให้ท่านพี่ถึงกับใจหายใจคว่ำรีบสั่งการเจ้าก้อนแป้งน้อยมิให้กระทำการเช่นนั้นอีก

            เจ้าตัวดีทำอันใดนะหรือ...ก็แค่พาเสอ (งู) สี่ห้าตัวมาเล่นด้วยนะสิ จับเหวี่ยงไปมาหากท่านพี่มิเห็นก่อนก็คงจะพากันนอนกอดไปแล้ว

            คิดหรือว่าที่ท่านพี่ห้ามปราบไปเจ้าตัวดีจะเชื่อฟัง ยังคิดหาทางโต้คืนด้วยซ้ำหากก็ต้องยอมแพ้ด้วยว่า...

            “หากเจ้าพาท่านแม่ไปเล่นซนเช่นนี้อีก พ่อจะมิทำอาหารและขนมอร่อย ๆให้ทาน”  

            ตอนนั้นในหัวข้ากลับมีคำกล่าวว่า...หากรีบไปเล่นและรีบกลับเรือนก่อนที่ท่านพ่อจะกลับมาหากท่านพ่อมิเห็น ก็มิเป็นอันใด ข้ายังได้ทานอาหารและขนมอร่อย ๆ อยู่ดีท่านแม่จะช่วยลูกใช่ไหมขอรับ

            “อย่าคิดว่าจะหนีไปเล่นยามที่พ่อไปทำงานและอ้อนท่านแม่ให้ช่วยปกปิดหากพ่อรู้...เจ้ารักท่านแม่คงมิอยากเห็นท่านแม่ถูกพ่อลงโทษมิให้ทานอาหารอร่อย ๆใช่หรือไม่”

            ข้าได้แต่หัวเราะขณะที่เจ้าก้อนแป้งน้อยแสดงอาการให้ข้ารู้ว่าหงุดหงิดใจด้วยว่าติดใจในรสชาติอาหารทุกอย่างที่ท่านพี่ทำ จึงยอมทำตาม...อารมณ์เป็นครั้งคราว

            “เจ้ารู้ไหมว่าท่านแม่เหน็ดเหนื่อยมากแค่ไหน หากเจ้ายังเอาแต่ใจตนเองพาท่านแม่ไปเล่นซน หากท่านแม่เป็นอันตรายขึ้นมาเล่า เจ้ายังอยู่ในท้องอาจจะช่วยเหลือมิไหวและมิทันท่วงทีด้วย”ท่านพี่วางมือบนท้องของข้าที่มันโตขึ้นมากพลางลูบไล้แผ่วเบา

            “ที่พ่อตักเตือนก็ด้วยว่าพ่อรักและเป็นห่วงทั้งเจ้าและแม่ของเจ้าอยากให้ปลอดภัยด้วยกันทั้งคู่ ก้อนแป้งน้อยคนเก่งจะช่วยท่านพ่อดูแลท่านแม่ได้หรือไม่”

            นับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ก้อนแป้งน้อยก็ซนน้อยลง มิคิดเล่นอะไรโลดโผนทำให้ข้าเหน็ดเหนื่อยข้าสบายตัวมากขึ้น ยกเว้นก็ตอนที่ได้พบกับเสี่ยวเป่าที่มักจะพากันเล่นซนจนบ้างครั้งข้าเหนื่อยเผลอหลับทั้งที่ยังนั่งเล่นอยู่ด้วยซ้ำร้อนถึงท่านพี่ที่ต้องขอร้องซินหลิงว่าอย่าพาเสี่ยวเป่ามาเยี่ยมบ่อยนัก ให้ข้ามีเวลาพักผ่อนบ้าง

            อายุครรภ์ที่โตขึ้น ข้ายิ่งมีอาการอ่อนเพลียและเหนื่อยง่าย ทำเอาทุกคนเป็นกังวลต้องพากันมาคอยดูแลอย่างใกล้ชิดท่านพี่เป็นห่วงข้าจนแทบมิเป็นอันทำงาน หากมิใช่เพราะเสี่ยวฝานบอกว่า ข้ามิเป็นอันตรายก้อนแป้งน้อยเป็นสายเลือดของราชามังกร เต็มไปด้วยพลังที่สามารถปกป้องคุ้มครองข้าและตนเองให้ปลอดภัย

            “ก้อนแป้งน้อยของแม่ ท่านพ่อคงใกล้จะถึงเรือนแล้วเราไปรอรับท่านพ่อกันดีกว่าลูก” ข้ารีบเดินไปหาก้อนแป้งน้อยที่เมื่อได้ยินว่าข้ากล่าวอันใดก็รีบยื่นมือให้ข้าอุ้มเพื่อไปรอรับท่านพี่ที่ประตูเรือนก้อนแป้งน้อยมิได้คิดถึงท่านพี่มากมายหรอกนะ หากคิดถึง..อาหารและขนมที่ท่านพี่มีติดตัวกลับมาทุกครั้งยามที่ออกจากเรือนไปส่งสินค้าต่างหากเล่า

            นี่ถ้าท่านพี่รู้ว่าก้อนแป้งน้อยคิดถึงขนมมากกว่าตนเองละก็...คงจะต้องน้อยใจเป็นอย่างมากแน่เลยข้าต้องมิหลุดปากบอกให้ท่านพี่ล่วงรู้

     

    “ขนม...”

            ข้ามิอาจจะกลั้นเสียงหัวเราะเอาไว้ได้จึงต้องรีบหันหน้าไปทางอื่นด้วยเพียงเห็นหน้าผู้เป็นบิดา เจ้าก้อนแป้งน้อยที่แม้จะมีอายุเพียงแค่ขวบกว่า หากสามารถยืนและเดินด้วยตนเองได้หลายก้าวแล้วอีกทั้งยังเป็นเด็กที่พิเศษมากสามารถร้องเรียกท่านพ่อท่านแม่และของที่ตนเองต้องการได้แล้ว ดังเช่นครั้งนี้...ที่มิเพียงแค่เอ่ยปากขอขนมหากยังจะยื่นมือไปขอขนมจากผู้เป็นบิดาด้วย

            “หนิงเหอ...” ท่านพี่มองเจ้าก้อนแป้งน้อยสลับกับมองข้า

            “นอกจากจะหัดเดินได้หลายก้าวแล้ว ยังจะพูดได้หลายคำด้วยขอรับ...ข้าว่าท่านพี่ควรรีบให้ของที่ลูกต้องการดีกว่า”ข้าต้องรีบบอกด้วยว่าเจ้าก้อนแป้งน้อยเดินมาเกาะขาท่านพี่ เขย่าและพยายามที่จะเขย่งเท้าขึ้นเพื่อดึงเอาของที่อยู่ในมือบิดามาให้ได้

            “ก้อนแป้งน้อยต้องให้พ่อกอดก่อนนะ พ่อถึงจะให้แป้งย่างกับขนมเถาซู”

            “ท่านแม่...หอม”

            เจ้าก้อนแป้งน้อยยื่นใบหน้าอิ่มเอิบราวกับซาลาเปามาให้ข้าเป็นผู้กอดและหอมมิใช่ให้ท่านพี่เป็นผู้กอดและหอมตนเอง มันทำให้ข้าหลุดเสียงหัวเราะออกมา

            “เจ้านี่ช่าง...” แม้กระทั่งท่านพี่เองก็หลุดเสียงหัวเราะออกมาเช่นกัน“ให้ท่านพ่อกอดและหอมท่านแม่ดีกว่า จากนั้นเราก็ไปอาบน้ำกัน พ่อจะพาเจ้ากับแม่ไปเล่นกับหลิ่นกวาง”ท่านพี่หมายถึงบุตรของพี่ใหญ่กับพี่ห้า “เสี่ยวเป่าและฉีเทียน”

            “ซินหลิงกับหย่งอี้มาหรือขอรับ” ข้าไต่ถามด้วยความกังวลใจ ด้วยว่าครั้งล่าสุดที่ซินหลิงมาได้นำข่าวมิดีจากภายนอกมาให้รู้ด้วยบอกให้พวกเราระวังตัวให้ดี

            “มิได้มีเรื่องร้ายแรงอันใดหรอกหนิงเหอ แค่ซินหลิงกับหย่งอี้บอกว่าเสี่ยวเป่าคิดถึงเจ้าก้อนแป้งน้อย รบเร้าจะมาเล่นกับน้องเท่านั้นเอง”

            ข้ามองสบสายตากับท่านพี่ก่อนถอนหายใจอย่างโล่งอก  

            “ท่านป้าหย่งอี้นำขนมอร่อย ๆ มาให้เจ้าเยอะแยะเลยด้วย”

            “ท่านแม่...หอม”

            ข้ารู้ว่าเจ้าชอบขนม แต่ลูกข้า...เจ้าจะทำเช่นนี้มิได้นะ หากข้าก็มิได้กล่าวอันใดออกไปรีบทำตามความต้องการของเจ้าก้อนแป้งน้อยเขย่งเท้าขึ้นหอมแก้มท่านพี่ที่รีบหันหน้ามาหาและประกบจูบกับข้าโดยที่คราวนี้เจ้าก้อนแป้งน้อยมิได้ขัดขวางแม้แต่อย่างใด

            “คืนนี้เจ้าก้อนแป้งน้อยคงจะต้องนอนกับเสี่ยวเป่าแน่เลยถ้าเช่นนั้นเรา...”

            ท่านพี่มองข้าด้วยสายตารักใคร่และแทบจะกลืนกินข้าไปจนหมดทั้งตัว ขณะที่มือก็ลูบไล้หลังมือข้าแผ่วเบาพลางถือโอกาสที่เจ้าก้อนแป้งน้อยยังคงสนใจแป้งทอดและขนมเถาซูกอดและจูบข้าอีกชุดใหญ่

            “ฮื่อ” ข้าพยักหน้าแดงระเรื่อรับ ก่อนจะรีบจัดการพาเจ้าก้อนแป้งน้อยไปชำระล้างร่างกายเปลี่ยนอาภรณ์ตัวใหม่จากนั้นก็ออกเดินทางไปหาซินหลิงกับครอบครัวของเราที่มิเคยทอดทิ้งกันแม้ในวันที่ยากลำบาก...

     

    “ท่านพี่”ข้าส่งเสียงประท้วงออกมาเบา ๆ เมื่อหลับไปแล้วกลับต้องตื่นขึ้นมาเพราะแรงจุมพิตที่บ่งบอกให้รู้ว่า...รักและปรารถนาในตัวข้ามากเพียงใด

            “คืนนี้เจ้าก้อนแป้งน้อยไปนอนกับเสี่ยวเป่า ข้าขอ...”

            ข้ามอบสบกับดวงตาคมเข้มที่เต็มไปด้วยความเว้าวอน อีกทั้งมือหนายังสอดเข้ามาสัมผัสกับผิวกายข้าพลางแนบจูบลงบนใบหน้าแผ่วเบาและอ่อนโยน

            ความจริงแล้วมิต้องบอกท่านพี่ก็ทำในสิ่งที่ต้องการได้ หากเพราะรู้ว่าข้าเหน็ดเหนื่อยกับการเลี้ยงเจ้าก้อนแป้งน้อยจมซนเมื่อเกิดความปรารถนาจึงต้องบอกกล่าวเพื่อมิให้ข้าเหน็ดเหนื่อยจนเกินไปนัก

            ข้าตอบความต้องการของท่านพี่ด้วยการยกสองแขนขึ้นพาดบนบ่ากว้าง “ความปรารถนาและความสุขของท่านพี่ก็คือของข้าเช่นกันขอรับ”

            แล้วความสุขจากรสสัมผัสและความรักของท่านพี่ก็โอบล้อมรอบกายข้า

            นับตั้งแต่วันนั้นที่เรารู้ตัวว่ารักกันจวบจนวันนี้ก็มิได้ลดน้อยถอยลงมีแต่จะมากขึ้น...ตลอดไป

            ข้าได้เรียนรู้แล้วว่า...จะมีความสุขได้ จะต้องเริ่มต้นมาจากตนเอง การเปลี่ยนแปลงความคิดของตนเองแล้วลงมือปฏิบัติหากแม้นเรามิรักตนเองแล้วใครจะมารักเรา...

            สิ่งที่เคยเกิดขึ้น จะดีหรือร้าย ล้วนเป็นเรื่องราวในอดีตที่มิอาจย้อนกลับไปแก้ไขได้อีกแล้วหากปรารถนาให้ชีวิตในภายภาคหน้ามีแต่สิ่งที่ดีและราบรื่นก็จะต้องคิดและปฏิบัติในสิ่งที่ดี.

             




    คล้ายกับเรื่องสี่หนิงเหอ อนุภรรยาท้ายเรือน ที่คุณอ่าน