ณ คอนโดหวาน
หวานใช้เวลา่เช้าเช็กอีเมลและเคลียร์งานที่ค้างคาอยู่ให้เสร็จ เช้านี้มีงานแปลเข้ามาอีกสี่รายการและหวานตัดสินใจปฏิเสธไปทั้งหมด หลังเขียนอีเมลตอบปฏิเสธงานทั้งสี่บริษัทเสร็จ หวานเอนพิงพนักเก้าอี้ ตายังจ้องจอคอมตรงหน้าก่อนถอนใจยาวด้วยความรู้สึกเสียดาย งานแปลที่หวานทำมีทั้งแปลเว็บไซต์ทั้งเว็บ หนังสือทั้งเล่ม หรือแม้แต่ทำซับลงซีรี่ส์ทั้งซีซั่นป้อนเน็ตฟลิกซ์ แทบทุกงานใช้เวลานานและเดดไลน์กระชั้นเสียจนแทบไม่ได้หลับไม่ได้นอน ปกติหวานจะรับงานเกือบทุกงานที่เรทเงินค่าตอบแทนดี เพราะยิ่งรับมากก็ยิ่งได้เงินมาก แต่งานล่ามที่เธอไปรับมานี่สิ ทำให้ตารางงานของเธอวุ่นวายไปหมด
"พรุ่งนี้มารับผมบ่ายโมงนะครับ" คุณการันต์ เ้านายชั่วคราวของเธอสั่งไว้เมื่อคืน ใบหน้าหล่อเหลาโผล่ขึ้นมาในใจ ริโกะซังบอกเธอว่าเขามาเมืองไทยเพื่อหาซื้อที่ดินในกรุงเทพฯเพื่อการลงทุน แต่ดูเหมือนเขามีแผนการอื่นที่ไม่อยากให้คนที่บริษัทรู้ เมื่อคืนหลังส่งเขาที่โรงแรม ก่อนแยกกันเขาพูดกับหวานว่า:
"หวานซัง พรุ่งนี้ผมอยากให้คุณมารับผมด้วยรถอีกคัน"
"รถอีกคันเหรอคะ" หวานทวนคำถามงงๆ
"รถที่ไม่เรียกสายตาคนอื่นจนเกินไปน่ะ" การันต์ตอบ
"เอ่อ.. ขอโทษนะคะ ฉันไม่รู้ว่าคุณไม่ชอบรถหรู แค่คิดว่าอยากให้คุณได้นั่งสบายๆ น่ะค่ะ" หวานเอ่ยปากขอโทษก่อนจะยั้งปากตัวเองไว้ทัน นึกด่าตัวเองในใจที่เป็คนชอบออกตัวเอ่ยปากขอโทษเร็วเกินไปตลอดทั้งๆ ที่จริงๆ ไม่ได้ทำผิดอะไรสักหน่อย "ว่าแต่.. พรุ่งนี้จะไปไหนเหรอคะ?"
"แพคเสื้อผ้าสัก 3-4 ชุดนะครับ พรุ่งนี้เราต้องเดินทางไกล"
หวานเลิกคิ้ว
"พรุ่งนี้.. เราจะไปเกาะกำพันกัน" เขาพูดเสียงเรียบ
หวานเบิกตากว้าง "เกาะกำพันเหรอคะ ถามได้มั้ยคะว่าไปที่นั่นทำไม"
การันต์มองตาหวานตรงๆ "พรุ่งนี้นะ.. ไว้พรุ่งนี้ผมจะเล่าทุกอย่างให้ฟัง"
_______
หวานถอนใจยาวอีกครั้งก่อนหันไปมองกระเป๋าเสื้อผ้าบนเตียง 'นี่แกจะบ้าไปแล้วเหรอวะหวาน เก็บเสื้อผ้าตามผู้ชายงี้เลยเนี่ยนะ' เธอบ่นกับตัวเองในใจ เธอไม่ได้แพคอะไรเยอะ เพราะก็ไม่รู้รายละเอียดอะไรมากมาย มีแค่ชุดลำลอง 2 ชุด ชุดทำงาน 2 ชุด ชุดนอน ชุดชั้นใน และของจิปาถะเผื่อไว้อย่างไฟฉาย ไฟแช็ก พาวเวอร์แบงค์
ด้วยเหตุผลบางอย่าง หวานไม่คิดว่าเขาบินมาที่เมืองไทยเพื่อหาซื้อที่ดิน เขาดู.. เคร่งเครียดและเศร้าเกินไป อะไรคือเหตุผลที่ทำให้ทายาทมหาเศรษฐีพันล้านของญี่ปุ่นมีสีหน้ามุ่งมั่นและเศร้าหมองในเวลาเดียวกัน? อะไรคือเหตุผลที่เขาเดินทางมาไกลถึงที่นี่คนเดียวเงียบๆ โดยหลอกคนที่บริษัทว่ามาหาซื้อที่ดิน? และที่สำคัญ..
'เขาจะไปทำอะไรที่เกาะกำพันนะ..'
_________
4.30 น.
การันต์ตื่นเช้าเป็พิเศษ ไม่สิ.. เขายังไม่ได้นอนเลยต่างหาก ความตื่นเต้นปนตึงเครียด ที่ในที่สุดจะได้เดินทางไปยังบ้านเกิดของแม่นภาทำให้เขานอนไม่หลับทั้งคืน เขายืนมองออกไปนอกหน้าต่าง ฟ้ายังมืดอยู่แต่เริ่มมีผู้คนเดินไปมาบ้างแล้ว แม่ค้าแผงลอยเริ่มลากรถเข็นมาตั้งขายข้างถนนตรงนั้นตรงนี้ รถราเริ่มวิ่งกันขวักไขว่
หวานซังดูจะเป็คนที่ไว้ใจได้ ั้แ่พบกันครั้งแรกเมื่อวาน การันต์ไม่เคยเห็นท่าทีเอาอกเอาใจเขาเกินไปเหมือนที่คนอื่นรอบตัวเขาแสดงออก ทั้งที่เธอรู้ถึงฐานะและยศตำแหน่งของเขาเป็อย่างดี แต่ก็ยังปฏิบัติต่อเขาเฉกเช่นเ้านายธรรมดาคนหนึ่ง การันต์ยิ้มเล็กๆ เมื่อนึกภาพหญิงสาวหน้าตาสะสวยหากแต่ไร้เครื่องสำอางใดๆ 'ยังมีผู้หญิงแสนธรรมชาติแบบนี้อยู่ในโลกอีกเหรอ?' เขาคิดในใจ
ถ้าเขาคิดจะหาสาเหตุการตายของแม่ให้พบ เขาจะ้าความช่วยเหลือของหวานซัง นั่นหมายถึง.. เขาจะต้องเปิดใจเล่าเื่ทั้งหมดให้เธอฟัง... และบอกเธอถึงเหตุผลที่แท้จริงที่เขาเดินทางมาที่นี่
เขาตั้งใจไม่ลงไปทานอาหารเช้าโรงแรมและใช้เวลา่เช้าเตรียมตัวเดินทางไกลไปที่เกาะกำพันบ่ายวันนี้แทน หวานซังดูแปลกใจเมื่อได้ยินคำว่า "เกาะกำพัน" เขาเองไม่ได้ถามถึงเหตุผล แต่คิดว่าคงเป็เพราะเธอคิดว่าระยะทางจากกรุงเทพถึงที่นั่นไกลพอสมควรก็เป็ได้ เขาเลือกสวมเสื้อโปโลสีฟ้าอ่อนคาดแถบสีขาว่หน้าอกกับกางเกงยีนส์ จากแผนที่ ระยะทางขับรถระหว่างกรุงเทพและเกาะกำพันต้องใช้เวลา 6 ชั่วโมงเลยทีเดียว เขาหวังว่าวันนี้หวานซังจะเลือกใส่เสื้อผ้าลำลองสบายๆ หน่อย ไม่อย่างนั้นการขับรถทางไกลในชุดทำงานคงให้ความรู้สึกอึดอัดน่าดู
เขาลงมานั่งที่ห้องอาหารของโรงแรมหรูเพื่อรอหวานซังโดยมีประเป๋าเดินทางใบเล็กอยู่ข้างกาย ไม่นานนัก หวานซังเดินผ่านประตูร้านอาหารเข้ามาพลางยกมือนิดๆ มาทางเขาเป็การทักทาย เสื้อเชิ้ตผ้านุ่มเบาสีครีมสว่างและกางเกงสแล็คสีกากีดูเข้ากันดีกับร่างบางน่าทะนุถนอม การันต์ยกมือตอบ เขาเผลอจ้องเธอนานเกินจำเป็ เขารู้ว่าหวานซังเป็หญิงสาวหน้าตาดีั้แ่ครั้งแรกที่ได้พบเธอ แต่วันนี้เธอดูผ่อนคลายและยิ่งดูน่ารักเป็พิเศษ มีบางอย่างเกี่ยวกับเธอที่มีสเน่ห์ดึงดูดใจ บางอย่างที่เขาก็ยังไม่แน่ใจว่าคืออะไร
"สวัสดีครับ เชิญนั่งก่อน" เขาผายมือไปทางเก้าอี้ตรงข้าม
"ขอบคุณค่ะ" หวานตอบพลางลงนั่ง
"ทานอะไรมาหรือยังครับ สั่งได้เลยนะ ไว้เราคุยกันเื่ทริปวันนี้ตอนทานอาหารเลยแล้วกัน" การันต์พูดพร้อมรอยยิ้ม
หวานรู้สึกเกรงใจ "เอ่อ ไม่เป็ไรค่ะ ฉันยังไม่หิวเลย"
จ๊อกก....
เสียงท้องร้องดังเจื้อยแจ้วมาจากท้องหวาน เธอหลับตาเม้มปาก ขมวดคิ้วมุ่นก่อนเอามือปัดปอยผมออกจากกรอบหน้าแดงระเรื่อด้วยความละอาย
การันต์กลั้นยิ้ม เขาหันไปหาเด็กเสิร์ฟที่ยืนอยู่ไม่ไกล แล้วพูดเป็ภาษาอังกฤษ "ขอเมนูหน่อยครับ" จากนั้นหันมาทางหวาน "สั่งเถอะครับ ทานเป็เพื่อนผมนะ ผมเองก็ยังไม่ได้ทานอะไรเลยมาั้แ่เช้า"
หวานยิ้มเขินๆ ก่อนเอื้อมมือไปรับเมนูจากพนักงานเสิร์ฟ
พออาหารเสิร์ฟแล้ว ทั้งสองนั่งทานอาหารด้วยกันไปพลางคุยกันเื่ทริปไปพลาง
"อย่างที่บอกเมื่อคืน วันนี้เราจะเดินทางไปเกาะกำพันกัน" การันต์เริ่มพูด
หวานมองเขาพลางพยักหน้าเร็วๆ "ค่ะ"
การันต์มองเธออยู่พักใหญ่ "จะไม่ถามเหรอครับว่าไปทำอะไร"
หวานเหลือบมองเขา "ไปทำอะไรคะ"
"ผมไม่ได้มาที่นี่เพื่อการลงทุนหรอก ที่จริง.. ผมมาที่นี่ด้วยเื่ส่วนตัวต่างหาก" การันต์พูดเสียงเครียด ใบหน้าอ่อนโยนเมื่อครู่ตอนนี้เคร่งขรึม "ผมมาตามหาข้อมูลเกี่ยวกับการตายของแม่ผมเมื่อสิบแปดปีที่แล้ว"
หวานที่มือตักอาหารกำลังจะเอาเข้าปากชะงักค้าง "คุณหมายความว่าแม่ของคุณเสียชีวิตที่เกาะกำพันเมื่อสิบแปดปีที่แล้วเหรอคะ?"
การันต์พยักหน้า "ตอนผมอายุแปดขวบ แม่ผมเดินทางกลับมาที่นี่เพื่อเยี่ยมบ้านเกิด และนั่นเป็ครั้งสุดท้ายที่ผมได้เห็นแม่ ไม่มีใครที่บ้านบอกผมว่าเกิดอะไรขึ้น ทุกคนปิดปากเงียบแม้แต่พ่อของผมเอง ผมรอวันนี้มาตลอดสิบแปดปี ผมต้องรู้ให้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับแม่"
การันต์พูดจบ รู้สึกเหมือนความหนักอึ้งของความหลังถูกยกออกจากอก เขามองหวานเงียบๆ รอดูปฏิกิริยา
หวานวางช้อนส้อมลงทั้งที่ยังกินไม่เสร็จ "เกาะกำพัน.." หวานพูดช้าๆ ตามองตาชายตรงหน้า "เป็บ้านเกิดของฉันเองค่ะ"
-- จบตอน --