“ เจ้า...เจ้าทำอะไรข้าเนี่ย?” เจินเจินรีบนำผ้าทีหลุดลุ่ยมาใส่อย่างรีบด่วน
เสี่ยวเทียนก็ไม่ทันได้ตอบ ยังตกใจไม่หาย คิดว่ากำลังนอนอยู่กับวาวา แบบไม่เคยไม่เคยทำเช่นนี้มาก่อน กำลังฝันหวาน แต่พอตื่นมาทำไม เป็นเจินเจิน
“ อาจารย์มันเกิดอะไรขึ้น”
“ พวกเจ้าถูกพิษปลุกกำหนัด เรียกว่า น้ำพรากวิญญาณ”
“ แล้วทำไม อาจารย์ไม่ช่วยข้า?”
“ ก็มีแม่หนูเจินเจิน ช่วยอยู่แล้วข้าจะช่วยทำไมล่ะ เจ้าก็ได้ช่วยถอนพิษให้กับแม่หนูเจินเจินนั้นด้วย แล้วเจ้าก็รู้ด้วยสัญชาติญาณของเจ้าเอง ว่าต้องทำอย่างไร ต่อไปเวลาเจ้า นอนในห้องหอ กับแม่หนูวาวา เจ้าจะได้เป็นสามีที่ถูกต้องเสียที”
“ อาจารย์ นี่ท่านรู้ด้วยหรือ?”
“ เด็กโง่ มัวแต่เล่นเป็นเด็กมาได้ตั้งนาน ตอนนี้เจ้าโตพอที่จะเป็นผู้ใหญ่ได้แล้ว ไปรับผิดชอบสิ่งที่เกิดขึ้นเสีย”
“ วาวารู้เข้า ต้องโกรธข้าแน่เลย แล้วข้าจะบอกวาวายังไงดี ?”
“ บอกความจริง” อาจารย์ลู่เอินเอ่ยจบก็ไม่มีเสียงใดใด เอ่ยออกมาอีก
เสี่ยวเทียนใส่เสื้อผ้าเสร็จ ก็เดินมาใกล้กับเจินเจิน แล้วเอ่ยว่า
“ เราสองคนถูกวางยาพิษปลุกกำหนัด เรียกว่า น้ำพรากวิญญาณ ทำให้เราทั้งสองคนขาดสติไป เลยทำเรื่องแบบนี้ เจินเจิน ข้าจะรับผิดชอบเจ้าเองไม่ต้องห่วง แต่ข้าต้องบอกเอาไว้ก่อน ข้ามีภรรยาเอกอยู่แล้ว ชื่อว่า วาวานะ” เสี่ยวเทียนกล่าวไปตามความรู้สึกที่แท้จริง
“ ลืมเรื่องนี้ซะ ต่อไปไม่ต้องพูดเรื่องนี้ขึ้นมาอีก” เจินเจิน ยังรับเรื่องนี้ไม่ได้เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทำเอาเสี่ยวเทียนรู้สึกผิดไปเลย
ทั้งสองเดินทางกลับไป โดยที่ไม่ได้พูดอะไรกันอีกเลย รุ่งเช้า เจินเจินก็มาทำการสอนวิชาฝ่ามือสุญญตา ให้กับเสี่ยวเทียนตามปกติ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
สอนเสร็จ ก็ไม่พูดเรื่องใดใด แล้วก็กลับไป ส่วนเสี่ยวเทียนบัดนี้สามารถบรรลุถึงฝ่ามือสุญญตาขั้นที่ 8 แล้ว
วังที่ประทับของจักรพรรดินี เจินเหลียน
“ เจินเจิน หมู่นี้เจ้าเป็นอะไร หน้าตาเหมือนมีใครรังแกเจ้า” จักรพรรดินีมองหน้าเจินเจินด้วยรอยยิ้มเหมือนรู้อะไรบางอย่างมา
“ ใครจะกล้า ลูกเป็นธิดาเทพแห่งอาณาจักรใต้พิภพนะ”
“ ลูกแม่ อาณาจักรของเรามีปัญหามากมาย ที่ต้องแก้ไข หากว่าแม่ไม่อยู่แล้ว ตัวเจ้าเองก็ต้องมารับผิดชอบทั้งหมด เจ้าคงต้องเหนื่อยยากลำบากแล้ว”
“ เสด็จแม่ยังแข็งแรง ต้องอยู่กับลูกต่อไปนานๆ อยู่แล้ว” ธิดาเทพเข้ามากอดจักรพรรดินีเจินเหลียนเอาไว้
“ เด็กโง่ ไม่มีใครอยู่ค้ำฟ้าหรอก เจ้าว่าเฉินเสี่ยวเทียนเป็นคนยังไง”
ธิดาเทพเจินเจิน นิ่งอึ้งไปสักพัก ค่อยตั้งสติเอ่ยออกมาว่า
“ เขาฉลาดมาก ข้าสอนเขาแค่ไม่ถึงเดือน บัดนี้เขาฝึกฝ่ามือสุญญตาก้าวข้ามลูกไปแล้ว ลูกว่าน่าจะถึงชั้นแปด หากเขาฝึกต่อไปน่าจะไปถึงชั้นเก้าได้ไม่ยาก”
“ แม่ไม่ได้ถามเรื่องนี้ หากให้เขามาช่วยดูแลลูกตลอดไป ลูกจะว่าอย่างไร”
เจินเจินเวลานี้ถึงกับหน้าแดงพูดไม่ออก แต่พอนึกถึงเวลาที่เสี่ยวเทียนบอกว่า มีภรรยาอยู่แล้ว ก็รู้สึกน้อยใจขี้นมาอีก
“ เจ้าเด็กนั่นมันบอกว่า มันมีภรรยาอยู่แล้ว นะเสด็จแม่”
“ ฮ่า ฮ่า มันบอกกับลูกแม่อย่างนั้น จริงๆ รึ?” จักรพรรดินีทรงหัวร่อออกมาเล็กน้อย
“ เสด็จแม่ ไม่เชื่อก็เรียกเขามาถามดูซิ”
“ เอาละ ถึงเสี่ยวเทียนจะมีภรรยาอยู่แล้ว ก็ไม่เป็นไร ผู้ชายที่มีความสามารถระดับนี้ คงต้องมีภรรยาคอยช่วยเหลือมากกว่า 1 คน เป็นเรื่องธรรมดา ว่าแต่ลูกเถอะ ถ้าแม่จะจัดงานแต่งให้ลูกกับเฉินเสี่ยวเทียน ลูกจะว่าอย่างไร”
“ เสด็จแม่จะให้ลูกเป็นภรรยาน้อยอย่างนั้นหรือ?”
“ ลูกต้องเป็นจักรพรรดินีปกครองดินแดนแห่งนี้ เสี่ยวเทียนนั้นต้องคอยช่วยเหลือลูก ในแผ่นดินใต้พิภพนี้ ลูกต้องอยู่เหนือเขา แต่พออยู่ในห้อง ก็ต้องยอมให้เขาบ้าง เสี่ยวเทียนมีร่างกายาอมตะ บุตรหลานที่กำเนิดมาจะต้องไม่ใช่คนธรรมดา อนาคตของอาณาจักรจะมั่นคงอีกนานหรือไม่ ก็ต้องขึ้นอยู่กับบุตรหลานว่าเข้มแข็งอ่อนแอแค่ไหน ลูกแม่เฉินเสี่ยวเทียน เป็นคนดี ครั้งแรกที่แม่เจอเขา จักรพรรดินีหยูจีประกาศยก ลูกของนางให้เฉินเสี่ยวเทียน แม่ออกปากยกแผ่นดินให้เขาปกครองถ้าหากช่วยสังหาร หยูจีได้ แต่เขากลับปฏิเสธทั้งหยูจีกับแม่ บอกว่าเขามีภรรยาอยู่แล้ว และมีอาณาจักรที่ต้องไปปกครองอยู่แล้ว ผู้ชายที่ชื่อสัตย์เพียบพร้อมเช่นนี้ แม่ว่า ลูกไม่ควรปล่อยให้หลุดมือไปนะ”
“ แล้วเขาจะยอมแต่งกับลูกหรือเสด็จแม่เขารักภรรยาเขาขนาดนั้น” เจินเจินเริ่มใจอ่อนขึ้นมาแล้ว
“ ไม่ต้องห่วงลูก เขากับเจ้าเป็นสามี ภรรยากันแล้ว เขาไม่ใช่คนที่ไม่รู้จักรับผิดชอบหรอก”
“ เสด็จแม่รู้เรื่องแล้ว ?”
“ เรื่องราวในดินแดนนี้ ไม่มีสิ่งใดรอดพ้นสายตาแม่ไปได้หรอก”
เสี่ยวเทียนที่ยังคร่ำเคร่งฝึกตนจนร่างกายแข็งแรงเกินกว่าเด็กชาย 10 ปีโดยทั่วไป
หากไม่รู้จักมาก่อน ถ้าบอกอายุไป 14 ปี ต้องเชื่อแน่นอน บัดนี้เสี่ยวเทียน ฝึกฝ่ามือสุญญตาจนถึงระดับที่เก้า เป็นที่เรียบร้อยไปแล้ว ตูม !!!! กำแพงที่ใช้ฝึกพังกระจายไปจนหมดไม่มีเหลือ
เสี่ยวเทียนใช้เวลาอยู่ในดินแดน ใต้พิภพมาแล้วสามเดือน ในที่สุดก็ฝึกวิชาฝ่ามือสุญญตาจนสำเร็จ แล้ววันนี้ จักรพรรดินีเจินเหลียน ก็เรียกเสี่ยวเทียนเข้าไปพบ
ด้านข้างมีเจินเจินยืนหน้าแดงอยู่ด้วย
“ เฉินเสี่ยวเทียน เจ้าช่างบังอาจนัก เจ้ากล้ารังแก เจินเจินของข้าเชียวรึ?”
เสี่ยวเทียนตกตะลึง ที่จู่ๆ ก็ถูกกล่าวหากันเช่นนี้ แต่พอนึกถึงวันนั้น ก็เลยนิ่งเงียบไม่กล้าเอ่ยสิ่งใดออกมา หรือว่า จักรพรรดินีจะรู้เรื่องแล้ว
“ บอกมา เจ้าจะรับผิดชอบเรื่องนี้อย่างไร”
“ กระหม่อม พร้อมรับผิดชอบเรื่องนี้อยู่แล้ว” เสี่ยวเทียนยืนตอบอย่างหนักแน่น
“ ดี ถ้าเช่นนั้น พรุ่งนี้ข้าจะจัดพิธีแต่งงานให้เจ้ากับเจินเจิน แล้วประกาศให้ทุกคนทราบโดยทั่วกัน” แล้วจักรพรรดินีก็ทรงยิ้มอย่างพอพระทัย ส่วนเจินเจินก็ได้แต่หน้าแดง ยืนก้มหน้านิ่ง เสี่ยวเทียนได้แต่ยิ้มแห้งๆ ไม่รู้จะเอ่ยอะไรออกมา
ลูกผู้ชายทำสิ่งใดไว้ต้องรับผิดชอบเสมอ อาจารย์ลู่เอินเคยบอกเสี่ยวเทียนเอาไว้
เย็นวันก่อนพิธี เสี่ยวเทียนมาพบกับ เจินเจิน แล้วก็พา เจินเจินเข้าไปในมิติฟ้าครามเพื่อพบกับวาวา ซึ่งเสี่ยวเทียนเล่าเรื่องทั้งหมดให้วาวา ฟังเรียบร้อยแล้ว
“ พี่วาวา”
“ น้องเจินเจิน น้องสวยกว่าที่พี่จินตนาการไว้เสียอีก นับว่าเป็นบุญของ สามีที่ได้น้องมาเป็นภรรยาอีกคน”
“ พี่วาวาไม่โกรธน้องรึ?”
“ ไม่หรอก พี่รู้เรื่องราวทั้งหมดแล้ว มันเป็นพรหมลิขิต”
เสี่ยวเทียนไม่กล้าฟังสาวทั้งสองคนคุยกัน ได้แต่มานั่งที่สระเทพเจ้าคุยกับอาจารย์ลู่เอิน กับไป๋น้อยและตงตง ที่เลื้อยผ่านเสี่ยวเทียนไปมา ไม่ยอมโตสักที เหมือนกันกับเจ้าไป๋น้อย ยังตัวเท่าฝ่ามือเหมือนเดิม
“ อาจารย์ ท่านว่า หลังจากแต่งงานแล้ว ข้าไปที่โลกเก่าก่อนดีไหม”
“ ก็ดี ข้าก็อยากเห็นเหมือนกัน ว่าโลกเก่านั้นเป็นอย่างไร”
เสี่ยวเทียนเห็นสองสาวคุยกับอย่างสนิทสนม ก็รู้สึกเบาใจ หลังจากนั้นเสี่ยวเทียนก็พาเจินเจิน ไปส่งที่ห้องพัก
ในวันรุ่งขึ้น เสี่ยวเทียนก็เข้าพิธีวิวาห์เป็นครั้งที่สองกับ เจินเจิน หลังจากคืนเข้าหอครานี้ เสี่ยวเทียนก็ไม่ทำให้อาจารย์ลู่เอินผิดหวังเขาสามารถปฏิบัติตนเป็นสามีได้อย่างสมบูรณ์ เสี่ยวเทียนใช้ชีวิตอยู่ ในดินแดนใต้พิภพอีก สามเดือน ก็เอ่ยลาทุกๆ คน เพื่อกลับไปพิภพชั้นสี่ เพื่อไปตามหาพ่อ ทำให้เจินเจินรู้สึกอาลัยอาวรณ์เสี่ยวเทียนยิ่งนัก
“ สามี ท่านต้องรีบไปรีบกลับนะ”
“ ไม่ต้องห่วง ข้าจะรีบกลับมาอย่างแน่นอน” เสี่ยวเทียนกอดเจินเจินอีกครั้ง แล้วหอมแก้มซ้ายขวา และหน้าผาก แล้วเดินจากไป พอเสี่ยวเทียนกลับออกมา จากดินแดนใต้พิภพ ก็เดินทางกลับวังหลวงทันที
ระหว่างทางก็รู้สึกว่ามีคนคอยติดตาม มาตลอด แต่สิ่งที่ติดตามตนมานั้นไม่ใช่มนุษย์ กลับเป็นวัตถุลอยได้
“ อาจารย์มันคืออะไร?”
“ โดรน มันอาวุธจากโลกเก่า รุ่นนี้มีอาวุธปืนกลติดตั้งมาด้วย ทำลายมันซะ”
อาจารย์ลู่เอินบอกออกไป เสี่ยวเทียนยิงดัชสีสายฟ้าเข้าใส่ เปรี้ยง ! โดรนลำเล็กระเบิดไปในทันที แต่จากนั้นมันมาอีกเรื่อย ๆ จนเต็มท้องฟ้าไปหมด
“โอ้โห มันมากมายขนาดนี้เลยหรือนี่” เสี่ยวเทียนชูมือขวาไปที่บนฟ้า เรียกอัสนีสายฟ้าลงมาจัดการ ทันใดนั้น ท้องฟ้าเกิดมืดครี้ม มีฟ้าแล็บแปร๊บ แล้วก็มีพายุสายฟ้า เริ่มผ่าลงมาโดยรอบ โดรนทั้งหลายยิงกระสุนระเบิด และปืนกลเข้าใส่เสี่ยวเทียนเป็นจำนวนมาก แต่เสี่ยวเทียนปล่อยพลังเกราะเทพเจ้าออกไป กระสุนระเบิด และ ปืนกลไม่อาจทำอะไรได้ จากนั้นพายุสายฟ้า ก็กระหน่ำฟาดลงมา โดรนกว่าพันลำ ระเบิดกระจายไปทั่วท้องฟ้า เป็นประกายคล้ายพลุไฟ สวยงาม
“ ทางตอนเหนือของเมืองมีคนคอยควบคุม ฝูงโดรนเหล่านี้ ไปกวาดล้างพวกมันให้หมดเลย" อาจารย์ลู่เอินกล่าวเตือน เสี่ยวเทียนขึงเรียกเมฆขาวออกมา แล้วขี่ไปอย่างรวดเร็ว พอเห็นค่ายทหารที่มีชื่อเรียกว่า หน่วยรบหมาป่าโลกันต์
เสี่ยวเทียนก็เรียก พายุสายฟ้าซัดเข้าใส่ ค่ายทหารทันที โครม !! เหล่าทหารที่ไม่ทันได้ตั้งตัว ก็ถูกสายฟ้าผ่าร่างแยกออกเป็นสองส่วน กำลังทหารที่เหลือหลบหนีชุลมุนไปหมดทั้งค่าย มีบางคนเห็นเสี่ยวเทียนยืนควบคุมพายุ ก็เริ่มหาอาวุธปืนกล เอ็ม16 เล็งใส่เสี่ยวเทียน ปัง ๆๆๆๆๆๆ !! กระสุนทุกนัดปะทะเข้ากับเกราะเทพเจ้าไม่มีทางทะลุผ่านได้แม้แต่ดอกเดียว เสี่ยวเทียนยังรู้สึกไม่พอใจ จึง นำวายุทมิฬมาเพิ่มอีกสามลูก แล้วปล่อยออกไปซ้ำอีก เพียงไม่กี่อึดใจกองทหาร ของนักรบหมาป่าโลกันต์ ถูกพัดไปเหลือแต่พื้นที่ราบๆ ไม่เหลืออะไรให้เห็นอีกต่อไป
เสี่ยวเทียนขี่เมฆกลับไปทันที ท่ามกลายสายตาของคนกลุ่มหนึ่งที่ยืนมองอยู่ห่างๆ
“ ท่านราชันจอมเวทย์ เด็กน้อยคนนี้ ควบคุมธาตุสายฟ้า กับ ธาตุวายุได้พร้อมกัน
พวกเราจะจัดการกับมันอย่างไรดี ขอรับ”
“ นึกไม่ถึงดินแดนเช่นนี้ กลับปรากฏเด็กน้อยสองธาตุขึ้นมา หากอยู่ในดินแดนจอมเวทย์บรรพกาล ของเรา เขาต้องเป็นอัฉริยะฟ้าประทานแน่ น่าเสียดายดันทำร้าย บุตรชายของประมุขสุขสำราญ บาดเจ็บสาหัส พวกเราต้องทำตามคำสั่งท่านจักรพรรดิจอมเวทย์ ไม่ว่ายังไงก็ต้องจับตัวมันไปลงโทษให้ได้ ตามมันไป แล้วใช้ ค่ายกลเวทย์ วารีพิฆาต จัดการกับมัน”
ราชันจอมเวทย์หัวหน้าครั้งนี้เอ่ยจบก็ใช้คทาเขียนยันต์เคลื่อนย้าย ทั้ง 6 คนพอก้าวเข้าไป ก็หายวับไปในทันที
เสี่ยวเทียนใกล้จะเข้าเมืองหลวง ก็พบเหตุการณ์ประหลาด เมฆที่เคลื่อนตัวหยุดกึก ทั่วบริเวณที่เขาอยู่กลายเป็นเหมือน คลื่นน้ำ ไหลวนอยู่รอบ แล้วก็มีคนยืนมองอยู่ตรงหน้า 6 คน
“ ขอเตือน พวกเราไม่มีความแค้นกัน หลีกทางไปซะ” เสี่ยวเทียนเอ่ยเตือนไปก่อนทันที เพราะไม่อยากเข่นฆ่าใครโดยไม่จำเป็น
“ เด็กน้อย ทำใจเสีย วันนี้ข้าต้องจับเจ้าไปลงโทษที่สำนักสุขสำราญ”
“ อ้อ ขี้ข้าของ พวกสำนักสุขสำราญนี่เอง ข้าอยู่ของข้า ดีดี เฮ้อยังมารังควานข้าอีก ต้องสั่งสอนให้รู้จัก ซะหน่อย ว่าใครเป็นใคร”
เสี่ยวเทียนหลับตาใช้พลังวารี ที่อยู่รอบๆ ตัว ที่กลายเป็นคลื่นน้ำ มารวมตัวกันกลายเป็นมังกรวารีตัวใหญ่ ค่าวกลวารีพิฆาต ที่ทำจากเวทย์น้ำ กลับไหลไปรวมกับมังกรวารีของเสี่ยวเทียนจนหมด ถึงแม้ทั้งห้าคน จะใช้ยันต์ค่ายกลเวทย์วารีเรียกมวลน้ำออกมา แต่พออกมาก็เข้าไปรวมตัว กับ มังกรวารีเหมือนเดิม
“ จัดการมันเลย” มังกรวารี พุ่งเข้ากระแทกใส่ร่างของทั้ง 6 คนจนหงายหลังกระเด็นไป ส่วนราชันจอมเวทย์ นึกไม่ถึง ว่าเสี่ยวเทียนยังควบคุมธาตุน้ำได้อีก
จึงใช้ยันต์ปฐพี ตบไปที่พื้นกลายเป็นมังกรดิน พุ่งเข้าปะทะกับ มังกรวารี
เสี่ยวเทียนเห็นเช่นนั้น ก็ใช้เท้าตบไปที่พื้น ดินบริเวณนั้นรวมตัวกลายเป็นมังกรปฐพี มังกรดิน ของราชันจอมเวทย์ ไหลรวมเข้ามาอยู่กับมังกรปฐพีของเสี่ยวเทียนจนกลายเป็นตัวใหญ่กว่าสองเท่า เข้าโจมตี ราชันจอมเวทย์จนต้องสลายร่างกายเป็น สายลมเหมือนกับเสี่ยวเทียน แต่ไม่ทันได้หนีไปไหนไกล ก็ถูกเสี่ยวเทียนใช้พลังมหายุทธดูดจักรวาล ดึงร่างวายุของ ราชันจอมเวทย์เข้ามาอยู่ในมือ แล้วปล่อยธาตุน้ำแข็งแช่เอาไว้ จนไปไหนไม่ได้ ส่วนอีกห้าคน เสี่ยวเทียนไม่ฆ่าทิ้ง ได้แต่ดึงกลับมาคุกเข่าต่อหน้าแล้วกล่าวว่า
“ พวกพี่ชายเป็นพวกจอมเวทย์รึ?”
“ ใช่แล้ว” ทั้งห้าคนตอบพร้อมกัน
“ ข้าจะให้โอกาสรอด พวกพี่ชาย คิดว่า ค่าหัวของพี่ชายราคาเท่าไร”
ทั้งสี่คนตกใจยิ่งนัก ที่เสี่ยวเทียนพูดเช่นนี้
“ คุณชายน้อย พวกเรามีเงินอยู่คนละ 1 ล้านเหรียญทอง ปลดปล่อยพวกเราไปเถิด คนในน้ำแข็งเขาเป็นถึง ราชันจอมเวทย์ น่าจะมีเงิน 10 ล้านเหรียญทอง”
“ ดี พวกพี่ชายมีเงินมาวาง คนละ 1 ล้านเหรียญทอง ก็ไปได้ ส่วนพี่ชายราชันคนนี้ท่านไปบอกให้ ญาติพี่น้องมาไถ่ตัวเขาด้วย ให้เวลา 1 ชั่วยาม ถ้าไม่มาข้าจะเอาเขาไปขายโรงน้ำแข็ง ทำเป็นน้ำแข็งป่นเสียเลย”
เสี่ยวเทียนเอ่ยจบ ทั้งสี่คนมอบเงินไถ่ตัว ให้เสี่ยวเทียน คนละ 1 ล้านเหรียญทองแล้วกลับไปในทันที ไม่นาน ก็มีคนเอาเงินมาไถ่ตัว ราชันจอมเวทย์ สิบล้าน
เสี่ยวเทียนก็ดีดนิ้วทีเดียว น้ำแข็งก็แตกออกมา เหลือแต่ร่างราชัน จอมเวทย์ ที่ปากสั่น ตัวแข็ง จนญาติ ต้องหาผ้ามาคลุมตัวเอาไว้
“ ยินดีต้อนรับทุกคนนะ ส่วนประมุขสุขสำราญฝากข่าวไปบอกเขาด้วย ภายใน 7 วันหากไม่มาหาข้าที่ตำหนักแพรไหม ข้าจะไปหาเขาเอง เฮ้อ ! ข้าไม่อยากเห็น สำนักสุขสำราญกลายเป็นแบบ หอสุขสันต์เลย !”
เสี่ยวเทียนเอ่ยจบ ก็เดินกลับเข้าเมืองไป
พอไปถึงก็พบว่ามีสำนักงานหมาป่าโลกันต์ อยู่ในเมืองหลวงด้วย จึงเข้าไปหาทันที ซึ่งในสำนักงานยังมีนายพลออดี้ กับลูกน้องทั้งหมด ยังอยู่ไม่ได้จากไปไหน
เสี่ยวเทียนมาถึงที่หน้าสำนักงาน พบทหารยามที่คอยเฝ้าประตู จึงเริ่มเอ่ยถามว่า
“ สวัสดีพี่ชาย ที่นี่ใครใหญ่ที่สุด ขอรับ”
ทหารยามเห็นเสี่ยวเทียนเป็นเด็กเลยตอบไปตามความจริง
“ ที่นี่ไม่มีใครใหญ่ เท่านายพลออดี้แล้ว”
“ ถ้าเช่นนั้น ก็ดีเลย ขอบคุณมาก” เสี่ยวเทียนรู้แล้วก็เดินเข้าไปในทันที
ทหารยามสองคนจะเข้ามาห้าม แต่ก็ไม่สามารถขยับตัวได้ เพราะ ถูกเสี่ยวเทียนจี้สกัดจุดเอาไว้ไม่สามารถขยับตัวได้เลยแม้แต่น้อย ....