God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

    ตอนที่ 131 สถานการณ์ที่พลิกกลับ

                    ซ่งไป่หลางรู้สึกสับสนเล็กน้อยมันต้องการที่จะปฏิเสธสิ่งที่เซี่ยหยางเอ่ยทว่ากลับไม่สามารถพูดออกไปได้ ‘หรือว่าจะเป็นอย่างที่ท่านอาจารย์พูด’

                ‘ที่ผ่านมาสำหรับข้าแล้วนางก็คือสหายที่พึ่งพาและไว้ใจได้เป็นหนึ่งในสหายที่มีความจริงใจและน่านับถือซ่งไป่หลางเชื่อว่าตนเองนับนางเป็นสหายที่ดีที่สุดทว่าความรู้สึกที่เกิดขึ้นเวลานี้นับว่ารุนแรงเกินไปหน่อยหรือไม่สำหรับความรู้สึกที่ควรมีต่อสหาย’

                เมื่อนึกภาพว่าวันหนึ่งนางจะกลายเป็นต้นมหาพฤกษาอีกต้นที่ตั้งตระหง่านและคอยทำหน้าที่ค้ำจุนดินแดนเทพพฤกษาซ่งไป่หลางก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกคับข้องใจและไม่ยินยอม

                ชายหนุ่มส่ายหน้าสะบัดความคิดไร้สาระทิ้งออกไป‘นี่มิใช่เวลาที่เหมาะสมอีกทั้งข้าเองก็ยังไม่เข้าใจความรู้สึกของตัวเองอย่างชัดเจนปัญหานี้เอาไว้ค่อยจัดการทีหลังแล้วกัน’

                เวลานี้ม่านปราการของตระกูลว่านได้แตกสลายไปแล้วดังนั้นสงครามจึงอุบัติขึ้นอีกครั้ง คนของสำนักพงไพรไล่สังหารศัตรูอย่างเหี้ยมหาญขณะที่กองกำลังของศัตรูทำได้เพียงถอยร่นไปด้านหลังด้วยความสิ้นหวัง

                มองเห็นภาพที่คนของสำนักสระทิพย์ถูกสังหารลงทีละคนดวงตาของเจ้าสำนักสระทิพย์แปรเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำดุจโลหิตมันสะบัดมือออกส่งหยดวารีหนึ่งหยดออกมากลิ่นอายอันศักดิ์สิทธิ์และทรงพลังทำให้อนุเซียนคนอื่นๆรวมทั้งผู้อาวุโสหลักต้าซานมีสีหน้าตื่นตะลึง

                “นี่ก็คือ วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์” ดวงตาของต้าซานเบิกกว้าง

                เจ้าสำนักสระทิพย์หัวเราะอย่างโกรธแค้น“เจ้าพวกสารเลวบีบคั้นให้ข้าต้องใช้ของสิ่งนี้เช่นนั้นก็จงพินาศไปให้หมดสิ้นเสียเถอะ”

                วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์นี้เจ้าสำนักสระทิพย์ได้รับมาโดยการร่วมมือกับตระกูลศักดิ์สิทธิ์เพื่อโจมตีสำนักพงไพรภายใต้ข้อตกลงที่ว่าตระกูลศักดิ์สิทธิ์จะมอบอำนาจในการควบคุมดินแดนเทพพฤกษาแก่สำนักสระทิพย์ขณะเดียวกันสำนักสระทิพย์ก็จะต้องส่งมอบทรัพยากรและสมุนไพรวิเศษให้แก่ตระกูลศักดิ์สิทธิ์สามส่วนของทั้งหมดที่เก็บเกี่ยวได้ในแต่ละปีนอกจากนั้นยังต้องสนับสนุนตระกูลศักดิ์สิทธิ์ด้านโอสถวิเศษอีกด้วย

                เพื่อแลกกับโอกาสในการกลายเป็นขั้วอำนาจอันดับหนึ่งของดินแดนเทพพฤกษาเจ้าสำนักสระทิพย์ไม่ลังเลเลยที่จะตอบตกลงและวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์หนึ่งหยดนี้ก็คืออาวุธลับที่มันได้รับมาเพื่อใช้จัดการกับสำนักพงไพร

                “อาจารย์ กลิ่นอายนี้” ซ่งไป่หลางตวัดดวงตามองขึ้นไปบนท้องฟ้ามันขมวดคิ้วเมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่คุ้นเคยอย่างยิ่ง

                “ถูกต้อง เป็นวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์นอกจากข้าแล้วในตระกูลศักดิ์สิทธิ์ก็มีเพียงเซียนหญิงเฉินจือหยาเท่านั้นที่ถือครองวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์อยู่ในปัจจุบันทว่านางมิได้อาศัยอยู่ในตระกูลศักดิ์สิทธิ์อีกแล้วข้าเดาว่านั่นคงเป็นวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์ที่นางเคยมอบไว้ให้แก่ตระกูลก่อนที่นางจะหายตัวไป” เซี่ยหยางตอบกลับ

                วิญญาณธาตุศักดิ์สิทธิ์นั้นคือขั้นสุดท้ายของฐานรากศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดแม้แต่ในตระกูลศักดิ์สิทธิ์เองก็มีไม่กี่คนที่สามารถบรรลุถึงขั้นที่สามารถสร้างวิญญาณธาตุศักดิ์สิทธิ์ได้และในบรรดาวิญญาณธาตุทั้งหมดเวลานี้สิ่งที่ตระกูลศักดิ์สิทธิ์ขาดแคลนมากที่สุดก็คือวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์

                หนึ่งอยู่ในมือของเฉินจือหยานางเคยเป็นอัจฉริยะที่ถูกคาดหวังโดยตระกูลทว่ามีข่าวลือว่านางถูกตระกูลบังคับให้แต่งงานกับใครบางคนและเฉินจือหยานั้นมีคนที่นางรักอยู่แล้วดังนั้นนางจึงทิ้งวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์บางส่วนเอาไว้ในตระกูลเพื่อเป็นการตอบแทนบุญคุณจากนั้นนางก็หายตัวไป

                อีกหนึ่งคือวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ในมือของเซี่ยหยางวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์นี้ถือกำเนิดขึ้นต่างจากวิญญาณธาตุศักดิ์สิทธิ์ทั่วไปที่ต้องอาศัยการบ่มเพาะของบุคคลสร้างขึ้นมาแต่เป็นวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์บริสุทธิ์ที่ถือกำเนิดขึ้นมาจากบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์มรดกสำคัญของตระกูลศักดิ์สิทธิ์เองน่าเสียดายที่ตระกูลศักดิ์สิทธิ์มิมีโอกาสได้ครอบครองมันกลับถูกมารเซี่ยฉวยโอกาสแย่งชิงไปเรื่องนี้ทำให้ตระกูลศักดิ์สิทธิ์รู้สึกโกรธถึงขีดสุดและพยายามไล่สังหารเซี่ยหยางตลอดเวลา

                มรดกสำคัญของตระกูลกลับถูกแย่งชิงและตกอยู่ในมือของคนนอกจะไม่ให้ตระกูลศักดิ์สิทธิ์เจ็บแค้นจนกระอักเลือดได้อย่างไร

                “ตระกูลศักดิ์สิทธิ์ถึงกับยินยอมสละวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์ที่พวกมันมีครอบครองอยู่เพียงน้อยนิดมิต้องสงสัยเลยว่าพวกมันคาดหวังในดินแดนแห่งนี้มากจริงๆอย่างไรก็ตามพวกมันมิอาจเคลื่อนไหวด้วยตนเองนั่นเพราะหวาดกลัวต่อผู้อาวุโสรั่ว” เซี่ยหยางถอนหายใจเบาๆ

                ซ่งไป่หลางครุ่นคิดเล็กน้อย “เวลานี้ผู้อาวุโสหลักต้าซานได้เปรียบอนุเซียนทั้งสี่เพราะค่ายกลทว่าหากเจ้าสำนักสระทิพย์ใช้วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์ช่วยเสริมพลังให้กับพลังธาตุพฤกษาของมันเช่นนั้นสถานการณ์ก็ไม่เหมือนเดิมแล้ว”

                “พวกเราควรยื่นมือช่วยผู้อาวุโสต้าซาน” รั่วอวี่เองก็เห็นด้วย

                เสียงของเซี่ยหยางดังขึ้นในหัวของคนทั้งสอง“อย่าได้คิดเรื่องไร้สาระระดับพลังของพวกเจ้าทั้งสองแม้จะพัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดดทว่าก็ยังไม่ถึงขั้นที่จะท้าทายจักรพรรดิปฐพีหรือจักรพรรดิฟ้าอย่าว่าแต่อนุเซียนเลย หากพวกเจ้าเข้าไปร่วมในศึกระหว่างอนุเซียนก็มีแต่เพียงกลายเป็นภาระของต้าซานเท่านั้นเวลานี้พวกเจ้าทำได้เพียงเชื่อใจเท่านั้น”

                “อาจารย์ แต่ถ้าผู้อาวุโสหลักต้าซานพลาดท่า สำนักพงไพรก็อาจจะถึงคราวหายนะได้” ซ่งไป่หลางเอ่ยค้าน

                “สำนักพงไพรจะถือคราวหายนะหรือไม่ อย่าลืมว่ายังมีข้าและผู้อาวุโสรั่วอยู่อีกตอนนี้ผู้อาวุโสรั่วยังไม่ลงมือมิใช่ว่าไม่ต้องการยุ่งเกี่ยวแต่เป็นเพราะไม่จำเป็นต้องยุ่งเกี่ยวต่างหาก ส่วนข้าแม้จะต้องการปกปิดตัวตนเอาไว้แต่หากสถานการณ์ดำเนินถึงจุดวิกฤติข้าก็จะเลือกลงมือด้วยตนเองเช่นกันถึงอย่างไรสำนักพงไพรก็นับเป็นแนวร่วมสำคัญในการต่อต้านตระกูลศักดิ์สิทธิ์ ไม่อาจปล่อยให้ถูกทำลายไปได้”

                ทั้งสองคนได้ฟังก็รู้สึกสบายใจขึ้นเล็กน้อยทว่าในใจของเซี่ยหยางกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกซับซ้อน ซ่งไป่หลางและรั่วอวี่ยังไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วสงครามครั้งนี้ยิ่งใหญ่กว่าที่พวกมันรู้ไม่เพียงจวินเม่ยที่ต้องต้านรับฟางเจี่ยลื่อที่ถือสมบัติระดับบรรพกาลถึงสองชิ้น ผู้อาวุโสรั่วเองก็กำลังอยู่ในสภาวะที่ไม่อาจเคลื่อนไหวได้เช่นกันนั่นเพราะก่อนที่สงครามจะเริ่มผู้อาวุโสหลักสองคนของตระกูลศักดิ์สิทธิ์ก็ได้ปรากฏตัวขึ้นที่ชายขอบห้วงมิติของดินแดนเทพพฤกษาพร้อมกัน

                การมาของพวกมันทำให้ผู้อาวุโสรั่วต้องมุ่งหน้าไปที่ชายขอบห้วงมิติทันทีมันต้องทำให้แน่ใจว่าผู้อาวุโสหลักของตระกูลศักดิ์สิทธิ์จะไม่สามารถก้าวเข้ามาในดินแดนเทพพฤกษาได้มิเช่นนั้นขอเพียงพวกมันเห็นการต่อสู้ของซ่งไป่หลางพวกมันก็จะรู้ทันทีว่าเด็กคนนี้ครอบครองวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์เอาไว้ นี่คือเรื่องที่สำคัญที่สุดทั้งเซี่ยหยางและผู้อาวุโสรั่วต่างรู้ดีว่าเรื่องนี้จะต้องให้ตระกูลศักดิ์สิทธิ์รับรู้ช้าที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

                ดังนั้นเวลานี้สำนักพงไพรจึงต้องรับมือกับผู้รุกรานด้วยตนเองแม้ว่าจะมีเซี่ยหยางอยู่ด้วยทว่าการให้เซี่ยหยางปรากฏตัวนับว่าเป็นทางเลือกสุดท้ายถ้าหากเหตุการณ์เข้าขั้นวิกฤติร้ายแรงและหากเซี่ยหยางต้องปรากฏตัวออกไปจริง เช่นนั้นก็ต้องทำให้แน่ใจว่าคนนอกทั้งหมดจะต้องถูกกำจัดรวมถึงฟางเจี่ยลื่อด้วยเช่นกัน มิเช่นนั้นตัวตนของมันจะกลายเป็นสิ่งที่กระตุ้นให้ตระกูลศักดิ์สิทธิ์ต้องทุ่มเททุกอย่างเพื่อโจมตีดินแดนเทพพฤกษาเป็นแน่

                เวลานี้เซี่ยหยางได้แค่หวังว่าต้าซานจะสามารถต้านเจ้าสำนักสระทิพย์ที่ใช้วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์ช่วยส่งเสริมพลังของมันได้มิเช่นนั้นก็คงเหลือแค่หนทางสุดท้ายแล้ว

                ต้าซานสีหน้าเคร่งเครียดมิอาจปฏิเสธได้เลยว่าเจ้าสำนักสระทิพย์ที่มีพลังวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์ช่วยส่งเสริมนั้นน่าสะพรึงกลัวอย่างมาก ทักษะการควบคุมพลังธาตุพฤกษาและวารีของเจ้าสำนักสระทิพย์เดิมทีก็สูงส่งมากอยู่แล้วแม้แต่ผู้อาวุโสหลักทั้งสามของสำนักพงไพรเทียบกับมันแล้วก็ยังด้อยกว่าสองถึงสามขั้น

                วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์ถูกใช้ออกไปพร้อมกับการเติบโตที่ต่านตื่นตะลึงของเมล็ดต้นสนทองคำแปรสภาพกลายเป็นหอกพฤกษาขนาดมโหฬารก่อนที่จะแตกกิ่งก้านออกกลายเป็นหอกพฤกษาจำนวนนับร้อยนับพันเล่มหอกพฤกษาทุกเล่มมีความแข็งแกร่งเทียบเท่ากับอาวุธวิเศษระดับสวรรค์

                “หอกสนทองคำพันเล่ม” เจ้าสำนักสระทิพย์หัวเราะอย่างพึงพอใจ ที่ผ่านมาด้วยขีดความสามารถของมันสามารถใช้หอกสนทองคำได้มากสุดก็เพียงร้อยเล่มเท่านั้นทว่าอาศัยความช่วยเหลือของวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์มันจึงสามารถเร่งการเติบโตของต้นสนทองคำได้มากขึ้นนับสิบเท่า

                ผู้อาวุโสหลักต้าซานอ้าปากก่อนจะสูดลมหายใจเข้าสุดกำลังจากนั้นจึงพ่นลมหายใจออกเบื้องหน้า

                เคล็ดลมปราณพิษ วังวนไร้สิ้นสุด

                “เฮอะๆ เจ้าคิดว่าลมปราณพิษจะสามารถทำอันใดต่อต้นสนทองคำที่ปลูกขึ้นด้วยวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์ได้งั้นหรือ” เจ้าสำนักสระทิพย์แค่นเสียงก่อนจะควบคุมให้หอกพฤกษาของมันพุ่งทะลวงวังวนลมหายใจพิษเข้าใส่ต้าซาน

     

                ซ่งไป่หลางรู้สึกกังวลเล็กน้อยเกี่ยวกับการต่อสู้ของเหล่าอนุเซียนที่เป็นดั่งจุดตัดสินของสงครามทว่าเวลานี้ในเมื่อมันไม่สามารถเข้าไปยุ่งเกี่ยวได้ เช่นนั้นมันจึงทำหน้าที่ของตนเองอย่างเต็มกำลังซ่งไป่หลางและรั่วอวี่ใช้ความสามารถอันโดดเด่นบุกสังหารยอดฝีมือขั้นราชันยุทธ์จำนวนมากของฝ่ายตรงข้ามกระทั่งจักรพรรดิมนุษย์บางคนยังถูกรั่วอวี่สังหารลง

                มองเห็นศักยภาพอันน่าตื่นตะลึงของคนทั้งสองขวัญกำลังใจของฝ่ายสำนักพงไพรยิ่งมาก็ยิ่งเพิ่มพูนขณะที่ฝ่ายตระกูลเจิ้น ตระกูลว่านและสำนักสระทิพย์ต่างเต็มไปด้วยความหวาดกลัวสิ้นหวังกระทั่งจักรพรรดิฟ้ายังไม่กล้าเข้าปะทะกับคนทั้งสองโดยตรง

                ทว่าการไล่ล่าฝ่ายเดียวนั้นกลับต้องหยุดชะงักลงเนื่องจากอนุเซียนของตระกูลว่านได้ยื่นมือเข้ามาในสมรภูมิหลังจากที่เจ้าสำนักสระทิพย์ใช้วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์ แม้ต้าซานจะต้องการยับยั้งอนุเซียนทั้งสี่แต่มันก็มิอาจกระทำได้อีกแล้วเพียงแค่รับมือเจ้าสำนักสระทิพย์ก็ยากเต็มกลืน ยังถูกอนุเซียนอีกสองคนคอยหาโอกาสลอบโจมตีนับว่าตกอยู่ในสถานการณ์ที่อันตรายอย่างมาก

                ต่อให้ใช้จักรพรรดิฟ้าสิบคนก็ยังยากที่จะรับมืออนุเซียนหนึ่งคนดังนั้นการเข้าสู่สมรภูมิของอนุเซียนตระกูลว่านจึงนับว่าเป็นจุดเปลี่ยนของสงครามอีกครั้งหนึ่ง

                “เจ้าหนู ข้าจะสังหารเจ้าก่อน” อนุเซียนตระกูลว่านสังเกตเห็นซ่งไป่หลางอย่างรวดเร็วมันย่อมตระหนักได้ว่าตัวตนของซ่งไป่หลางนั้นเป็นปัญหาและอันตรายที่ต้องรีบกำจัดทิ้งเป็นอันดับแรก

                “เจ้าหนูรีบหลบหนีเร็วเข้า ความสามารถของเจ้าตอนนี้ให้ฝืนสู้กับจักรพรรดิฟ้ายังพอมีหนทางยื้อเวลาได้แต่ระดับอนุเซียนนั้นแข็งแกร่งเกินไปสำหรับเจ้า” เซี่ยหยางเอ่ยเตือน

                ‘อาจารย์ ท่านพอจะสร้างหยาดวารีหมื่นสังหารให้ข้าอีกสักหนึ่งหยดได้หรือไม่’ ซ่งไป่หลางเอ่ยถามด้วยสีหน้าเคร่งขรึมมันย่อมรู้ดีว่าไม่อาจหลบหนีจากอนุเซียนผู้หนึ่งโดยง่ายดังนั้นมันจึงไม่คิดจะหลบหนีเพียงอย่างเดียว

                “นี่ต่างจากตอนที่ใช้สังหารจักรพรรดิฟ้าก่อนหน้า ระดับของอนุเซียนนั้นมิใช่ได้มาโดยไม่มีเหตุผลประสาทสัมผัสและสัญชาตญาณของมันเหนือกว่าจักรพรรดิฟ้ามากนัก เพียงแค่ข้าส่งพลังออกมาสร้างหยาดวารีหมื่นสังหารมันก็จะรู้ตัวและระมัดระวังตัวถึงขีดสุด” เซี่ยหยางตอบกลับ

                “อย่างไรก็ตามเจ้ายังมีวิธีที่จะหนีอยู่อาศัยความร่วมมือของเจ้ากับรั่วอวี่ ใช้วิธีเดียวกับที่รับมือสิ่งมีชีวิตมายาในสวนสมุนไพรวิเศษต่อให้เป็นอนุเซียนก็ยังไม่กล้าที่จะรับมือกับพิษของนางโดยตรง”

                เซี่ยหยางส่งคำพูดให้กับรั่วอวี่ด้วยเช่นกันนางพยักหน้าเล็กน้อยก่อนที่จะเริ่มลงมือ ร่างของคนทั้งสองพุ่งทะยานออกแทนที่จะหลบหนีกลับไปทางสำนักพงไพรแต่กลับพุ่งเข้าไปยังใจกลางวงของศัตรูอย่างบ้าบิ่น

                อนุเซียนตระกูลว่านลอบหัวเราะ ‘พวกเจ้าคิดว่าจะใช้คนของฝ่ายข้าเป็นโล่มนุษย์แล้วจะทำให้ข้ามิกล้าลงมือเต็มที่งั้นหรือพวกเจ้ารู้จักอนุเซียนน้อยเกินไปแล้ว’

                พลังระดับขั้นอนุเซียนมิใช่เพียงแค่มีพลังมหาศาลสามารถทำลายล้างดินแดนแห่งหนึ่งโดยง่ายพวกมันยังมีความสามารถในการควบคุมพลังที่ละเอียดอ่อนอย่างยิ่ง หากมันต้องการสังหารมดตัวหนึ่งที่อยู่ท่ามกลางฝูงของมันมันก็ยังสามารถเลือกสังหารมดตัวนั้นได้อย่างแม่นยำโดยมิต้องกังวลว่าจะกระทบกับมดตัวอื่นๆเลยแม้แต่น้อย

                อย่างไรก็ตามอนุเซียนตระกูลว่านมิได้คิดเลยว่าเป้าหมายของซ่งไป่หลางและรั่วอวี่มิใช่ต้องการใช้คนของศัตรูเป็นโล่มนุษย์แต่เป็นการพาพวกมันหลบออกห่างจากคนของสำนักพงไพรต่างหาก เพื่อมิให้ได้รับผลกระทบจากวิธีการต่อสู้ของพวกมัน

                อาวุธของอนุเซียนตระกูลว่านก็คือกริชขนาดเล็กเล่มหนึ่งเมื่อมันสะบัดมือออกกริชนั้นก็พุ่งทะยานออกไปรวดเร็วดุจอัสนี เป้าหมายของกริชก็คือหน้าอกของซ่งไป่หลาง

                ซ่งไป่หลางมิได้สนใจป้องกันเพียงแค่ใช้ค่ายกลเคลื่อนย้ายพาร่างของมันและรั่วอวี่ให้พุ่งไปด้านหน้าอยู่ท่ามกลางกลุ่มของศัตรูพร้อมกันนั้นรั่วอวี่ได้สาดละอองพิษออกไปทั่วบริเวณ ทางหนึ่งใช้พิษเล่นงานคู่ต่อสู้อีกทางใช้บดบังทัศนวิสัยของอนุเซียนตระกูลว่าน

                ขณะเดียวกันเซี่ยหยางใช้ละอองวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์เพื่อรบกวนประสาทสัมผัสมิให้อนุเซียนตระกูลว่านตรวจจับตำแหน่งของซ่งไป่หลางได้อย่างชัดเจน

                เหล่าผู้รุกรานที่โชคร้ายอยู่ในพื้นที่การใช้พิษของรั่วอวี่ต่างทรุดตัวลงใบหน้าซีดขาวและเต็มไปด้วยความทรมานขณะที่อนุเซียนตระกูลว่านทำได้เพียงคำรามด้วยโทสะ มันต้องการควบคุมกริชให้พุ่งไปสังหารซ่งไป่หลางอีกครั้งทว่ากลับพบว่าตำแหน่งของซ่งไป่หลางกลายเป็นเลือนรางยากที่จะระบุอย่างแน่ชัดได้

                “ข้าจะสังหารเจ้าให้ได้” มันเห็นภาพที่คนของตระกูลว่านบางส่วนถูกพิษและได้รับความทรมานหัวใจของอนุเซียนตระกูลว่านก็บีบรัดด้วยความเจ็บปวดมันมิอาจปล่อยให้คนทั้งสองลงมือได้มากกว่านี้มิเช่นนั้นความสูญเสียที่ตระกูลว่านได้รับจะมากเกินกว่าที่จะแก้ไขได้ในอนาคต

                ควรทราบว่าต่อให้ตระกูลว่านสามารถสร้างความดีความชอบในการทำลายสำนักพงไพรได้สำเร็จแต่หากรากฐานของตระกูลสูญเสียเยอะจนเกินไปจะทำให้ความแข็งแกร่งของตระกูลถดถอยลงไปอย่างมากถึงเวลานั้นตระกูลศักดิ์สิทธิ์จะยังต้องการใช้ประโยชน์จากพวกมันอีกหรือ มิสู้ผลักดันตระกูลอื่นๆที่มีความพร้อมมากกว่าให้กลายเป็นตระกูลรับใช้แทนยังดีเสียกว่า

                อนุเซียนตระกูลว่านคำรามเสียงดังก่อนจะพุ่งตัวเข้าไปในหมอกพิษของรั่วอวี่มันกินโอสถต่อต้านพิษครอบจักรวาลที่มีอยู่เพียงเม็ดเดียวเข้าไป โอสถนี้มันเองก็ได้มาจากงานประมูลของหอการค้าที่สำนักพงไพรเมื่อหลายปีมาแล้วเป็นโอสถช่วยชีวิตที่ยอดฝีมือของตระกูลว่านพกติดตัวกันเอาไว้คนละหนึ่งเม็ดเท่านั้น

                เมื่อกินโอสถชำระพิษครอบจักรวาลเข้าไปอนุเซียนตระกูลว่านก็ไร้ซึ่งความหวาดหวั่นเมื่อเข้าสู่พื้นที่พิษมันก็เร่งกวาดสายตาและประสาทสัมผัสเพื่อค้นหาตัวของซ่งไป่หลางให้พบโดยเร็ว

                ซ่งไป่หลางและรั่วอวี่มิได้อยู่เฉยเช่นกันเมื่อทั้งสองลงมือที่จุดหนึ่งแทนที่จะรออยู่กลับใช้วิธีเคลื่อนย้ายต่อเนื่องซ่งไป่หลางเชี่ยวชาญค่ายกลเคลื่อนย้ายข้ามมิติจนถึงระดับที่เรียกได้ว่าชำนาญมากแล้วขอเพียงมิใช่การเคลื่อนย้ายระยะไกลกว่าพันลี้มันก็สามารถใช้ออกได้ในระยะเวลาสั้นๆเพียงไม่กี่ชั่วลมหายใจเท่านั้น

                รั่วอวี่มิได้หยุดยั้งการใช้พิษของนางเลยเพียงพริบตาทั่วทั้งสมรภูมิก็ปรากฏหมอกพิษอันน่าสะพรึงกลัวที่ทำให้พวกผู้รุกรานต้องกรีดร้องด้วยความทรมานแม้แต่คนของสำนักพงไพรยังหลีกเลี่ยงที่จะเข้าปะทะในพื้นที่ใกล้เคียงกับหมอกพิษเหล่านี้

                “ซ่งไป่หลาง ข้าจะฆ่าเจ้าให้ได้” อนุเซียนตระกูลว่านคำรามด้วยความแค้นเคือง มันรู้สึกอับจนหนทางอย่างมากอนุเซียนเช่นมันกลับถูกขั้นรวมวิญญาณและราชันยุทธ์ทำให้หัวหมุนเช่นนี้นับว่าเป็นความอับอายที่ยากจะทนทานยิ่งนัก

                “ไม่เลวเลย เช่นนี้เราก็สามารถดึงรั้งอนุเซียนผู้หนึ่งไว้ได้ขณะเดียวกันก็ได้ทำลายกองกำลังของศัตรูจำนวนมากไปด้วย” ซ่งไป่หลางยิ้มอย่างพึงพอใจทว่าขณะที่มันกำลังยินดีกับความสำเร็จนั้นสถานการณ์ของสงครามก็ได้พลิกกลับอีกครั้งและเป็นการพลิกผันที่ร้ายแรงที่สุดสำหรับสถานการณ์ปัจจุบันของสำนักพงไพร

                เสียงหัวเราะของอนุเซียนตระกูลเจิ้นดังกึกก้องไปทั่วดินแดนเทพพฤกษา“พวกเจ้าสำนักพงไพรถึงกับบีบคั้นให้ข้าต้องใช้งานสมบัติชิ้นนี้ออกมาบัดนี้จงสำนึกเสียใจเสียเถอะ”

                เบื้องหน้าของมันปรากฏขวานวิเศษขนาดเล็กเล่มหนึ่งลักษณะเป็นขวานสองคมด้ามจับสั้น ทั่วทั้งขวานไม่ว่าจะเป็นส่วนคมหรือส่วนด้ามล้วนเป็นสีแดงโลหิตทั้งหมดมองดูแล้วให้ความรู้สึกน่าหวาดกลัวและขยะแขยง เมื่อมันปรากฏขึ้นกลิ่นอายกระหายเลือดก็ทำให้คนของสำนักพงไพรทั้งหมดสีหน้าซีดเซียวลงแม้แต่ผู้อาวุโสหลักต้าซานก็ยังรู้สึกหวาดหวั่นต่อกลิ่นอายของมัน

                “ขวานโลหิตกลืนพิภพ” เสียงของเซี่ยหยางเต็มไปด้วยความตื่นตะลึงและไร้หนทาง“ดูเหมือนว่าครั้งนี้ข้าต้องออกหน้าเองแล้วมิเช่นนั้นเกรงว่าสำนักพงไพรคงจะถึงคราวจบสิ้น”

                

    คล้ายกับเรื่องGod of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์) ที่คุณอ่าน

    อสูรมังกรฟ้า เล้งซาน [จบ]

    อสูรมังกรฟ้า เล้งซาน [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    4.85M 1165
    จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

    จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

    นิยาย แฟนตาซี
    146K 253
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    จ้าวศัสตราเทวะ [แปลจบแล้ว]

    จ้าวศัสตราเทวะ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    5.95M 1357
    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 2 สยบสวรรค์)

    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 2 สยบสวรรค์)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.13M 1288
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ราชันเทพอัคคี [แปลจบแล้ว]

    ราชันเทพอัคคี [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    2.35M 999
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.77M 1648