กงโม่เหอลอบกลืนน้ำลายลงคอไปอย่างยากเย็น ยามเมื่อเห็นรอยยิ้มละไมแต่งแต้มอยู่บนดวงหน้าสะคราญ เขารีบหันเหความสนใจของตนเองไปยังเื่อื่น มิฉะนั้นค่ำคืนนี้อาจเป็อีกคืนที่ตนต้องฟุ้งซ่านจนไม่ได้หลับไม่ได้นอนอีกเป็แน่
“กระต่ายที่ข้าจับมาได้เมื่อวานเล่า? พวกมันอยู่ที่ไหนข้าจะได้จัดการพวกมันให้เสร็จก่อนที่จะถึงวันเดินทาง”
“จัดการ? ข้าทำคอกให้พวกมันอยู่เรียบร้อยดีแล้วเ้าค่ะ ท่านพี่ไม่ต้องห่วง”
“ทำคอกกระต่าย? เ้าอย่าบอกนะว่าเ้าคิดจะเลี้ยงกระต่ายพวกนั้นน่ะ!”
“ไม่เลี้ยงแล้วท่านจับพวกมันมาทำอะไรเล่าเ้าคะ? พวกมันน่ารักมากเลยเ้าค่ะ ต่อไปเมื่อท่านไม่อยู่ข้าก็จะไม่เหงาอีกแล้ว ท่านพี่มีน้ำใจกับข้าจริงๆ”
ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาเบาๆ กระต่ายเหล่านี้เขาไม่ได้คิดจะเลี้ยงดูและคิดจะถลกหนังพวกมันเสียด้วยซ้ำ! แต่เมื่อคิดได้ว่าเ้าตัวน้อยขนปุยเหล่านี้อาจจะทำให้ภรรยาคลายเหงาไปได้บ้าง เขาก็จำต้องเปลี่ยนใจ
“เ้าโชคดีมากเลยนะที่พวกมันยังอ่อนเพลียจนไม่คิดจะขุดดินมุดหนีออกไปไหน คอกกระต่ายแบบนี้ขังพวกมันไม่อยู่หรอก ทำอะไรไม่รู้จักคิด” คนตัวโตยังคงปั้นหน้าเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ
“เป็อย่างท่านว่าจริงๆ ด้วย..ข้านี่ไม่ได้เื่จริงๆ เ้าค่ะ” หญิงสาวยิ้มยอมรับคำตำหนิหน้าระรื่น ขอเพียงกงโม่เหอไม่หนีหายไปโดยไม่บอกกล่าว ไม่ว่าเขาจะดุว่าอะไรนางก็ไม่โกรธ นางอยากใช้เวลาที่เหลือก่อนที่เขาจะไปเข้าร่วมาทางเหนือโดยไม่มีความขัดแย้งใดๆ เกิดขึ้นอีก
แววตาล้ำลึกของกงโม่เหอจ้องมองไปที่หญิงสาว ใบหน้าหล่อเหลาปรากฏร่องรอยความพึงพอใจกับการจัดการของตนเมื่อวาน จ้าวเฉียงอี้นางอ่อนแอและใสซื่อเกินไปสำหรับการใช้ชีวิตลำพังนอกรั้วกำแพงวังหลวง หากจะหวังพึ่งพาเพียงสองยายหลานสกุลจางให้ดูแลนางเขาคงทำใจให้สงบได้ยากเป็แน่
ดวงตาแข็งกระด้างของชายหนุ่มถูกแทนที่ด้วยสายตาอันอบอุ่นอ่อนโยนลงกว่าเดิม
“เ้าไม่ต้องมาช่วยข้าหรอก ไปเตรียมอาหารไว้ให้ข้าจะดีกว่า คอกกระต่ายนี่เดี๋ยวข้าจัดการสร้างมันขึ้นมาใหม่ให้เอง”
“ข้าเตรียมอาหารไว้พร้อมแล้วเ้าค่ะ หากท่านพี่หิวจะเข้าไปกินก่อนก็ได้ เดี๋ยวเราสองคนค่อยออกมาช่วยกันทำใหม่อีกครั้งดีหรือไม่?”
“ข้ายังไม่หิวหรอก แต่เ้าจะช่วยข้าทำจริงๆ หรือ มือเ้าจะเจ็บเสียเปล่า”
หญิงสาวก้มหน้าแอบกลอกตาลอบเบะปากใส่อีกฝ่ายไม่ให้สามีเห็น ที่ผ่านมากงโม่เหอใช้งานนางทั้งซักผ้าทำความสะอาด ปรุงอาหาร ยังไม่นับที่นางต้องผ่าฟืนเองในบางครั้งอีก เขาลืมไปแล้วหรือไรว่านางหาใช่สตรีมือไม้อ่อนเหมือนแต่ก่อน เพิ่งจะมาคิดห่วงนางเอาเวลานี้!!
"อ๊ะ! ท่านพี่!" หญิงสาวใเล็กน้อยเมื่อฝ่ามือใหญ่ของสามีคว้าข้อมือนางเอาไว้ก่อนจะประสานนิ้วทั้งห้าแนบสนิทกันไว้
"หากเ้าอยากช่วย เช่นนั้นเราสองคนก็มาทำด้วยกัน"
จ้าวเฉียงอี้ใบหน้าแดงขึ้นมาด้วยความขัดเขินระคนขบขัน กงโม่เหอทำหน้านิ่งจูงมือนางไปอุ้มกระต่ายแยกมาใส่ไว้ในกรงดักสัตว์ตามเดิมจนครบทุกตัวด้วยแขนเพียงข้างเดียว เสร็จแล้วก็ยังพานางไปรื้อแผ่นไม้ที่นางสร้างเอาไว้ออกทีละแผ่น
"แบบนี้จะเสร็จเมื่อใดกันเล่าเ้าคะ ท่านปล่อยมือข้าก่อน"
“ไม่ปล่อย ข้าบอกให้เ้าหยุดแล้วแต่เ้าไม่เชื่อเองมิใช่หรือ ดูสิว่าเราสองคนจะช่วยกันสร้างคอกกระต่ายจนสำเร็จได้หรือไม่”
“ข้าเชื่อแล้วๆ ต่อไปข้าจะไม่ดื้อรั้นอีกแล้วเ้าค่ะ ท่านปล่อยข้าไปเถิด จับมือข้าไว้อย่างนี้รังแต่จะทำให้ท่านต้องเปลืองแรงมากกว่าเดิมนะเ้าคะ”
กงโม่เหอหันมาสบตากับภรรยาตรงๆ คิ้วข้างซ้ายยกสูงขึ้นจนรอยแผลเป็บนใบหน้าดูบิดเบี้ยวน่ากลัว แต่ทว่าจ้าวเฉียงอี้กลับมองเห็นว่าแววตาและรอยยิ้มมุมปากของเขากลับดูอ่อนโยนแฝงการหยอกล้อ รอยแผลที่นางเห็นอยู่ทุกวันเวลานี้ก็ไม่ได้น่ากลัวเลยสักนิด
“ข้าจะจับชายเสื้อของท่านเอาไว้ตลอดเวลาเลยดีหรือไม่ ท่านจะได้ใช้สองมือทำงานได้ถนัด”
เสียงหัวเราะแฝงความบ้าบิ่นระคนป่าเถื่อนดังออกมาจากกงโม่เหอดังลั่น ภรรยาของเขาก็เป็เช่นนี้ นางมักจะตอบสนองทุกความ้าของตนด้วยวิธีของนางโดยไม่เคยหลบเลี่ยง แม้ว่านางจะไม่จำเป็ต้องทำเลยด้วยซ้ำและนั่นก็ยิ่งทำให้เขาหลงรักสตรีผู้นี้มากขึ้นทุกวัน
“ก็ดี มีเ้าอยู่ข้างกายข้าตลอดเวลา มีหรือข้าจะไม่พอใจ” ชายหนุ่มยอมปล่อยมือที่กอบกุมเอาไว้ออก แต่กลับใช้นิ้วเรียวลูบผ่านแก้มนวลของหญิงสาวแ่เบา จงใจทำให้อีกฝ่ายเขินอายยิ่งกว่าเดิม
จ้าวเฉียงอี้รีบก้มหน้าหลบสายตาวาววามที่นางยังไม่คุ้นชินไปอย่างแเี แล้วถือโอกาสเบี่ยงตัวไปคว้าชายเสื้อด้านหลังของสามีมาจับไว้แน่น
ตลอดการสร้างคอกกระต่ายขึ้นมาใหม่ของสองสามีภรรยา จ้าวเฉียงอี้ได้แต่เดินตามหลังเรือนกายสูงตระหง่านแข็งแกร่งไปทุกฝีก้าว สามีของนางสามารถยกก้อนหินหลายก้อนมาปูไว้ใต้พื้นดินแล้วใช้ดินกลบทับบนพื้นคอกสัตว์ได้อย่างรวดเร็วจนนางต้องอ้าปากค้างกับความแข็งแกร่งทรงพละกำลังอย่างไร้ที่เปรียบของเขา
“ท่านพี่เก่งมากเลยเ้าค่ะ แล้วท่านก็แข็งแรงมากๆ อีกด้วย!! ท่านเคยต่อสู้กับหมีหรือสัตว์ป่าตัวใหญ่ๆ บ้างหรือไม่เ้าคะ"
ชายหนุ่มได้ยินคำถามแล้วก็หยุดชะงักไปชั่วครู่ ร่างแกร่งเผลอกำหมัดเล็กน้อยสีหน้าเปลี่ยนเป็จริงจังพร้อมกับหันมาตอบคำหญิงสาว
“ข้าเคยผ่านการต่อสู้ที่เกือบเอาชีวิตไม่รอดมาหลายครั้งหลายหน แม้แต่กับคนที่เ้าคาดเดาไม่ถึงข้าก็เคยสู้กับเขามาแล้ว!”
จ้าวเฉียงอี้ขมวดคิ้วกับคำตอบที่เหนือความคาดหมายและแปลกพิกล กงโม่เหอเป็นายพรานหากเขาตอบว่าเคยต่อสู้กับหมีหรือเสือนางคงไม่แปลกใจ แต่สามีกลับบอกว่าเขาต่อสู้กับคน! แล้วคนผู้นั้นเป็ใคร เหตุใดจึงมามีเื่มีราวกับนายพรานที่อาศัยอยู่ในป่าอย่างเขาได้
ริมฝีปากบางกำลังจะอ้าปากถามต่อ แต่เมื่อเห็นสายตาที่มีแรงแค้นแฝงอยู่เข้มข้นของอีกฝ่าย นางก็ต้องรีบหุบปากไม่กล้าซักถามต่อ
“กลับเข้าไปอยู่ในเรือน เสร็จแล้วข้าจะตามไป”
หญิงสาวสะดุ้งเล็กน้อย เผลอปล่อยมือออกจากชายเสื้อของกงโม่เหอ น้ำเสียงของเขาเย็นะเืและมีอานุภาพสั่นคลอนจิตใจของนางได้อย่างไม่อาจต้านทาน
“ท่านเป็อะไรไปอีกแล้ว?..”
“กลับเข้าไปในเรือน!”
จ้าวเฉียงอี้แตกตื่นอย่างหนักกับท่าทางที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วของอีกฝ่าย นางกัดริมฝีปาก กลั้นใจหันหลังวิ่งกลับไปที่เรือนด้วยความสับสน ยามนี้ร่างกายของกงโม่เหอแผ่ไอสังหารอย่างที่เคยเป็อีกครั้ง สามีนางมีอะไรอยู่ในใจ? คำพูดของนางสร้างความไม่พอใจให้กับเขาเช่นนั้นหรือ?
ดวงตาของกงโม่เหอฉายแววเ็ปอย่างลึกซึ้งยามเมื่อนึกถึงาและผลตอบแทนที่ตนกับพี่สาวได้รับจากฮ่องเต้
โดยเฉพาะเมื่อนึกถึงพี่สาว แม้จะได้ยินข่าวมาว่าฮ่องเต้โปรดปรานพระสนมกงมากกว่าผู้ใด แต่นั่นอาจเป็การจัดการของเฉินจู่เหวินที่ตั้งใจจะให้ผู้อื่นรับรู้ ความจริงเป็เช่นไรนั้นเขายังรอการตอบกลับจากพ่อบ้านในจวนสกุลกงที่ตนสั่งให้ไปสืบความส่งมาในอีกไม่ช้า
เขาออกแรงเพื่อระบายอารมณ์ขุ่นมัวไปกับการสร้างคอกกระต่ายจนสำเร็จ แล้วกลับเข้ามากินอาหารร่วมโต๊ะกับภรรยาด้วยสีหน้าบึ้งตึงผิดแปลกไปจากคราวแรกจากหน้ามือเป็หลังมือ
พออาบน้ำชำระล้างร่างกายเรียบร้อยเขาก็ออกไปนอกกระท่อมและกลับเข้ามาพร้อมกับกองฟางหอบใหญ่
“ท่านพี่..ท่านกำลังคิดทำสิ่งใด..” จ้าวเฉียงอี้ถามทั้งๆ ที่เห็นอยู่กับตาว่ากงโม่เหอกำลังจัดเตรียมที่นอนบนกองฟางให้กับตนเอง
“ข้าจะนอนที่นี่ เ้ารีบไปนอนเสีย พรุ่งนี้ข้าจะเข้าเมืองไปแต่เช้าหากตื่นมาแล้วไม่พบข้าก็ไม่ต้องเป็ห่วง เสร็จธุระแล้วข้าจะรีบกลับมา”
“เหลือเวลาอีกเพียงสามวันท่านก็จะไปเข้าร่วมกับกองทัพแล้ว แต่ท่านกลับทำตัวเหินห่างจากข้า..” หญิงสาวตัดพ้อเสียงเบาหวิว
“ท่านเป็อะไรกันแน่ ยังโกรธเคืองเื่ของพี่ชายเจียวจิ้นอยู่อีกเช่นนั้นหรือเ้าคะ ท่านพูดเองมิใช่หรือว่าเชื่อใจข้า”
จ้าวเฉียงอี้ทรุดตัวนั่งลงบนเตียง เหม่อมองสามีที่ยังคงไม่สนใจคำพูดของนางด้วยดวงตาที่มีน้ำตาเอ่อล้น เมื่อเห็นอีกฝ่ายล้มตัวลงนอนบนกองฟางโดยไม่ตอบคำถามตน นางก็เดินไปดับไฟในตะเกียงแล้วกลับมานอนร่ำไห้เงียบๆ อยู่บนเตียงเพียงลำพังด้วยความไม่เข้าใจ