**ปฐมบทแห่งความมืดมิดที่ย่างกราย**
เสียงฟันเฟืองของเขาวงกตเหล็กกล้าหยุดการเคลื่อนไหวลงอย่างกะทันหันกำแพงศิลาโลหะสูงเสียดฟ้าที่เพิ่งเลื่อนสลับตำแหน่งได้ล็อคเข้าที่ดังกึกก้องสะท้อนไปตามทางเดินที่มืดมิดประหนึ่งกรามของอสูรยักษ์ที่ขบเข้าหากันทว่าสิ่งที่ทำให้บรรยากาศในบริเวณนั้นเย็นเยียบลงจนถึงขีดสุดไม่ใช่เสียงของเครื่องจักรกล แต่มันคือ 'ความเงียบ' ที่แผ่ขยายออกมาราวกับคลื่นน้ำแข็งความเงียบที่ไร้ซึ่งเสียงหายใจ ไร้ซึ่งเสียงหัวใจเต้น...มันคือความเงียบของความตายที่แท้จริง
ท่ามกลางหมอกควันสีม่วงที่ยังคงลอยคลุ้งจากการระเบิดของแมงมุมมรณะจักรกลร่างของสตรีในชุดเกราะรัดรูปสีดำสนิทค่อยๆ ปรากฏชัดขึ้นนางยืนอยู่ปลายทางเดินที่เพิ่งเปิดออกท่วงท่าของนางสง่างามทว่าแฝงไปด้วยความอันตรายอย่างถึงที่สุดชุดเกราะของนางไม่ได้สะท้อนแสงไฟนีออน แต่กลับ 'ดูดกลืน' แสงเหล่านั้นเข้าไปจนหมดสิ้นเรือนผมสีเงินยาวสลวยทิ้งตัวลงมาปิดบังใบหน้าซีกขวาเผยให้เห็นเพียงริมฝีปากที่เคลือบด้วยสีแดงสดดุจโลหิตและดวงตาซีกซ้ายที่ทอประกายสีเงินวาววับประหนึ่งดวงจันทร์ในคืนเดือนดับ
ในมือขวาของนางถือ **'เคียวมรณะจันทร์เสี้ยว' (CrescentDeath Scythe)** ขนาดยักษ์ด้ามเคียวทำจากกระดูกสันหลังของอสูรระดับจักรพรรดิส่วนใบมีดโค้งยาวนั้นอาบไล้ไปด้วยปราณสีดำทมิฬที่หนาแน่นจนมิติรอบๆใบมีดเกิดการบิดเบี้ยวและส่งเสียงหวีดร้องแหลมเล็กของดวงวิญญาณที่ถูกจองจำ
นางคือ **'เยว่หยิง' (YueYing)** ฉายา **'เงาเกี่ยววิญญาณ'** หนึ่งในนักล่าค่าหัวอิสระที่อันตรายที่สุดในมหาทวีปอัจฉริยะนอกคอกผู้มีระดับการบ่มเพาะก้าวเข้าสู่ **'ผสานจิตวิญญาณขั้นกลาง' (Mid-stageSoul Merge)** อย่างสมบูรณ์แบบ!นางไม่ได้สังกัดหอหมื่นวิญญาณ หรือตระกูลอัสนีม่วงแต่นางเข้าร่วมสมรภูมิดาราทะลวงนรกเพียงเพื่อความปรารถนาเดียว...การเก็บเกี่ยววิญญาณที่แข็งแกร่งที่สุด!
"กลิ่นอายของการทำลายล้างเมื่อครู่ช่างหอมหวานและรุนแรงเหลือเกิน..." เสียงของเยว่หยิงแหบพร่าและเย้ายวนมันกังวานก้องเข้าไปในมิติจิตวิญญาณโดยตรง"มังกรอัสนีและเปลวเพลิงที่แผดเผาอสูรกลไกจนกลายเป็นเถ้าถ่าน...ข้าตามกลิ่นเลือดและสัจธรรมที่หยาบกระด้างนั้นมา และดูเหมือนว่า... ข้าจะได้พบกับ 'อาหารมื้อใหญ่' เข้าเสียแล้ว"
เยว่หยิงตวัดปลายเคียวขนาดยักษ์ชี้มาที่หลินเทียนและเหยียนฟานริมฝีปากสีเลือดเหยียดยิ้มกว้างจนเห็นเขี้ยวเล็กๆ"พวกเจ้าสองคนมีวิญญาณที่เปล่งประกายงดงามที่สุดในเขาวงกตแห่งนี้ จงมอบมันให้ข้าเถิดแล้วข้าจะมอบความตายที่ไร้ซึ่งความเจ็บปวดให้เป็นการตอบแทน"
**อาณาเขตแห่งการเก็บเกี่ยวและการปะทะด้วยสัจธรรม**
เหยียนฟานที่ยังคงหอบเหนื่อยจากการประสานพลังเมื่อครู่กัดฟันกรอด เขากระชับหอกเพลิงในมือแน่นจนข้อซีกขาวซีด แม้ร่างกายจะอ่อนล้า ทว่าสัญชาตญาณนักรบของเขาไม่มีวันยอมจำนน"เหอะ! ยัยบ้าเอ๊ย นึกว่าตัวเองเป็นยมทูตหรือไง? อยากได้วิญญาณข้า ก็ลองเอาเคียวทื่อๆของเจ้ามางัดกับหอกข้าดูก่อนสิ!"
ชายผมแดงพุ่งทะยานออกไปเบื้องหน้าเปลวไฟสีแดงชาดลุกโชนขึ้นอีกครั้ง! ทว่าคราวนี้มันไม่ใช่ความกล้าหาญที่ชาญฉลาดแต่เป็นความบ้าบิ่นที่เกิดจากการประเมินศัตรูต่ำเกินไป!
"เหยียนฟาน! ถอยออกมา!ปราณของนางไม่ใช่ปราณกายภาพ!" หลินเทียนตะโกนเตือน ทว่าสายเกินไป
"หอกเพลิงทะลวงสวรรค์!"เหยียนฟานแทงหอกเข้าใส่เยว่หยิงด้วยความเร็วทะลวงกำแพงเสียง!
เยว่หยิงไม่ได้ขยับตัวหลบหลีกนางเพียงแค่ยกเคียวมรณะขึ้นรับการโจมตีอย่างแผ่วเบา...
*กิ๊งงงงง!*
เสียงปะทะไม่ได้ดังกัมปนาทอย่างที่ควรจะเป็นทว่ามันกลับดังกังวานใสประหนึ่งแก้วกระทบกันพริบตาที่ปลายหอกเพลิงสัมผัสกับใบมีดสีดำ เปลวไฟสีแดงชาดที่เคยมอดไหม้ทุกสิ่งกลับถูก**'แช่แข็ง'** และเปลี่ยนเป็นสีเทาหม่น!ไม่ใช่การแช่แข็งด้วยความเย็น แต่เป็นการ 'ดูดกลืนพลังชีวิต' ของเปลวเพลิงไปจนหมดสิ้น!
"อะไรกัน!"เหยียนฟานเบิกตากว้าง ความรู้สึกเย็นเยียบแล่นพล่านจากด้ามหอกเข้าสู่แขนขวา มันไม่ใช่ความเย็นทางกายภาพแต่มันคือความรู้สึกที่วิญญาณกำลังถูกกระชากออกจากร่าง!
"วิญญาณแห่งเพลิง...ช่างเร่าร้อนและโง่เขลา" เยว่หยิงยิ้มเยาะ นางสะบัดเคียวเพียงครั้งเดียว!
*ผัวะ!*
คลื่นปราณสีดำทมิฬกระแทกเข้าที่ยอดอกของเหยียนฟานทะลวงผ่านเกราะป้องกันระดับสวรรค์ไปอย่างง่ายดายราวกับมันไม่มีอยู่จริง!เหยียนฟานกระอักเลือดสีดำคำโตร่างของเขากระเด็นถอยหลังลอยเคว้งกลางอากาศไปไกลกว่าสามสิบวาก่อนจะตกลงมากระแทกพื้นศิลาดินปืนอย่างแรง หอกเพลิงในมือหลุดร่วงดวงตาของเขาเบิกค้าง ร่างกายกระตุกเกร็ง ไม่สามารถรีดเร้นลมปราณได้อีก
"อาณาเขตแห่งการเก็บเกี่ยว (Domain ofthe Silent Reaper)..." หลินเทียนเอ่ยเสียงเรียบดวงตาสี sapphire ทอประกายวาวโรจน์"การโจมตีของเจ้าไม่ได้มุ่งเป้าที่ร่างกายเนื้อแต่มันตัดตรงเข้าสู่สายใยวิญญาณกฎเกณฑ์มิติของขอบเขตผสานจิตวิญญาณขั้นกลางสินะ"
"ถูกต้อง..." เยว่หยิงค่อยๆก้าวเดินเข้ามาหาหลินเทียน ทุกย่างก้าวของนางทำให้หมอกสีม่วงรอบๆ จางหายไปแทนที่ด้วยเงามืดที่แผ่ขยายออกมารอบตัว "เกราะที่แข็งแกร่งที่สุดพละกำลังกายเนื้อที่ทรงพลังที่สุด ล้วนไร้ความหมายเมื่ออยู่ต่อหน้าเคียวของข้าเพราะข้าไม่ได้ฟันร่างกายของเจ้า แต่ข้าฟัน 'ตัวตน' ของเจ้า... ทีนี้ ก็เหลือแค่เจ้าแล้วไอ้หนุ่มชุดซอมซ่อ"
> **"ในโลกนี้มีผู้คนมากมายที่คิดว่าตนเองถือครองความตายไว้ในมือ..."**หลินเทียนยกมือขวาขึ้นจับด้ามกระบี่มังกรพลิกฟ้าที่เอว นิ้วหัวแม่มือค่อยๆดันโกร่งดาบให้เปิดออกช้าๆ **"ทว่าความตายที่แท้จริงไม่ใช่การที่หัวใจหยุดเต้น หรือวิญญาณหลุดลอย... แต่ความตายที่แท้จริงคือการสูญเสียเจตจำนงที่จะต่อสู้ต่างหาก และมังกร...ไม่มีวันยอมแพ้แม้ฟ้าจะถล่มลงมาก็ตาม!"**
*กิ๊ง!*
กระบี่มังกรพลิกฟ้าถูกชักออกจากฝัก!ทว่าครั้งนี้ ไม่มีแสงสีม่วงทองที่สว่างจ้าไม่มีเสียงคำรามของมังกรอัสนีที่เกรี้ยวกราดหลินเทียนไม่ได้ปลดปล่อยพลังออกไปภายนอก แต่เขา 'บีบอัด' ปราณทั้งหมดกลับเข้าสู่จุดศูนย์กลางของใบดาบสีดำขลับจนมันดูเหมือนรอยแยกมิติที่ดูดกลืนแสงสว่าง
"วิชากระบี่นิรนาม:สัจธรรมไร้ลักษณ์... สภาวะมังกรคืนสู่ความว่างเปล่า"
เยว่หยิงหรี่ตาลงนางสัมผัสได้ถึงอันตรายที่มองไม่เห็น รังสีสังหารของนางถูกเร่งขึ้นจนถึงขีดสุด!"ตายซะ! เคียวมรณะ: จันทร์เสี้ยวผ่าวิญญาณ!"
นางพุ่งทะยานเข้าหาหลินเทียนด้วยความเร็วดุจภูตผีเคียวขนาดยักษ์ถูกตวัดวาดเป็นรูปจันทร์เสี้ยวสีดำทมิฬคลื่นพลังวิญญาณที่สามารถฟันภูเขาให้ขาดสองท่อนพุ่งตรงเข้าหาคอหอยของเด็กหนุ่ม!คลื่นนี้ไม่สนใจสิ่งกีดขวางทางกายภาพ มันมุ่งตรงทำลายดวงวิญญาณ!
ทว่าหลินเทียนเพียงแค่ยกกระบี่สีดำขลับขึ้นมาตั้งรับในแนวขวางอย่างสงบนิ่ง
*วูบบบบบบ!*
เมื่อจันทร์เสี้ยวสีดำทมิฬปะทะกับใบดาบของหลินเทียนมันไม่ได้เกิดการระเบิด ทว่าคลื่นพลังวิญญาณของเยว่หยิงกลับถูก 'แหวก' ออกเป็นสองสายประหนึ่งกระแสน้ำที่ไหลอ้อมโขดหิน!คลื่นสีดำฟันผ่านอากาศด้านข้างหลินเทียนไปชนกับกำแพงเหล็กกล้าด้านหลังทิ้งรอยร้าวลึกที่แผ่ไอความตายออกมา
"อะไรกัน!แกปัดป้องการโจมตีทางวิญญาณได้ยังไง!" เยว่หยิงเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
"อาณาเขตของเจ้าคือการตัดเส้นใยวิญญาณ..."หลินเทียนตอบด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบประหนึ่งผิวน้ำที่ไร้คลื่น"ทว่าวิชากระบี่ของข้า คือการทำตัวเป็น 'ความว่างเปล่า' ดาบของเจ้าจะตัดสิ่งที่ไม่มีตัวตนได้อย่างไร?"
สิ้นคำกล่าวหลินเทียนไม่ปล่อยให้เยว่หยิงได้ตั้งตัว เขาพุ่งสวนกลับด้วยความเร็วที่เหนือกว่าการมองเห็น!
**"กระบี่ไร้ลักษณ์ ขั้นที่แปด:ดาราร่วงหล่นทะลวงเงา!"**
หลินเทียนฟาดกระบี่ออกไปเบื้องหน้า!คมดาบสีดำขลับดูดกลืนแสงไฟนีออนรอบข้างจนหมดสิ้นมันฟันฝ่าอาณาเขตความตายของเยว่หยิงเข้าไปอย่างง่ายดายดุจมีดตัดเนย!
เยว่หยิงรีบยกด้ามเคียวขึ้นมาป้องกันด้วยสัญชาตญาณเอาตัวรอด!
*เปรี้ยงงงงงง!*
ครั้งนี้คือการปะทะทางกายภาพที่แท้จริง!พละกำลังมหาศาลที่เกิดจากกล้ามเนื้อที่ถูกขัดเกลาด้วยสายฟ้ามิติผสานกับสัจธรรมมังกร กระแทกเข้าที่ด้ามเคียวกระดูกอสูรอย่างจัง!
"อั่ก!"เยว่หยิงกระอักเลือดสีแดงสดออกมา ด้ามเคียวที่ทนทานระดับสวรรค์เกิดรอยร้าวลึกแรงกระแทกซัดร่างของนางให้ลอยปลิวไปอัดกับซากปรักหักพังของแมงมุมมรณะจักรกล!ชุดเกราะสีดำสนิทของนางแตกละเอียดบริเวณหัวไหล่เผยให้เห็นผิวขาวซีดที่มีรอยฟันของปราณกระบี่ลึกจนเห็นกระดูก
"แฮ่ก... แฮ่ก..."เยว่หยิงพยุงตัวลุกขึ้นยืนด้วยความยากลำบากดวงตาซีกซ้ายที่เคยเย่อหยิ่งบัดนี้ฉายแววหวาดกลัวและสับสนนางมองดูเด็กหนุ่มตรงหน้าที่ยืนถือกระบี่สีดำด้วยท่าทีสบายๆ ไม่มีแม้แต่หยาดเหงื่อ
> *"เจ้านี่มันตัวอะไรกัน...ก่อตั้งรากฐาน? ครึ่งก้าวผสานวิญญาณ? ไม่... ระดับพลังของมันไม่อาจใช้วัดด้วยเกณฑ์ของมหาทวีปได้!สัจธรรมของมันลึกซึ้งเกินกว่าที่ข้าจะเข้าใจ!"*
เยว่หยิงเป็นอัจฉริยะนักฆ่านางรู้ดีว่าเมื่อใดควรสู้ และเมื่อใดควรหนี!
"ฝากไว้ก่อนเถอะไอ้หนุ่มนิรนาม!ข้าจดจำกลิ่นวิญญาณของเจ้าไว้แล้ว สักวันข้าจะกลับมาเก็บเกี่ยวมัน!"
เยว่หยิงบีบยันต์หยกสีดำในมือจนแตกละเอียดทันใดนั้น ร่างของนางก็กลายเป็นกลุ่มควันสีดำและถูกดูดกลืนหายไปในความว่างเปล่ามันคือ 'ยันต์เคลื่อนย้ายพริบตา' ระดับจักรพรรดิ ซึ่งมีมูลค่ามหาศาลทว่านางยอมใช้มันเพื่อหนีเอาชีวิตรอดจากเด็กหนุ่มตรงหน้า!
หลินเทียนไม่ได้ตามล่าเขาเก็บกระบี่มังกรพลิกฟ้าเข้าฝักก่อนจะเดินไปหาเหยียนฟานที่นอนกระอักเลือดอยู่บนพื้น หลินเทียนล้วงเอา 'โอสถวิญญาณฟื้นฟู' ที่ปล้นมาจากพวกนักฆ่ายัดใส่ปากของเหยียนฟานและโคจรปราณมังกรช่วยรักษาเส้นชีพจรให้
"แค่กๆ! ขะ... ขอบใจสหาย..."เหยียนฟานหอบหายใจลึก สีหน้าเริ่มมีเลือดฝาดกลับคืนมา "ยัยปีศาจนั่น...โคตรน่ากลัวเลยวะ ฟันทีเดียวข้าแทบไปเฝ้ายมบาล! แล้วนี่... นางหนีไปแล้วรึ?"
"นางประเมินกำลังข้าผิดและขี้ขลาดเกินกว่าจะสู้ตาย" หลินเทียนตอบสั้นๆ "ลุกขึ้นซะเราเสียเวลามามากพอแล้ว เสียงการต่อสู้เมื่อครู่คงดึงดูดพวกที่เหลือให้มุ่งหน้ามาทางนี้"
**มหกรรมการปล้นแห่งสมรภูมิและสัจธรรมของผู้แข็งแกร่ง**
หลินเทียนฉุดเหยียนฟานให้ลุกขึ้นยืนชายผมแดงมองดูหลินเทียนด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป มันไม่ใช่แค่ความเคารพในฐานะพันธมิตรทว่ามันคือความเลื่อมใสในความแข็งแกร่งที่แท้จริง
"เราจะทำยังไงต่อ? ตามหาบอสตัวใหม่เพื่อชิงลูกแก้วสวรรค์ให้เจ้างั้นรึ?" เหยียนฟานถาม
"ไม่จำเป็นต้องเสียเวลาไปล่าบอส"หลินเทียนยิ้มเย็นชา ดวงตาสี sapphire ทอประกายเจ้าเล่ห์ "ข้าบอกเจ้าแล้วไง...ว่าข้าจะไป 'ปล้น' เอาจากพวกมัน"
ในขณะที่พูดจบประสาทสัมผัสของหลินเทียนก็จับสัญญาณผู้ฝึกตนกลุ่มใหญ่ที่กำลังพุ่งทะยานเข้ามาจากทิศตะวันออกพวกมันคือกลุ่มอัจฉริยะที่เพิ่งจะล่าบอสสำเร็จ และกำลังมุ่งหน้าไปยัง 'แกนกลางดารา' เพื่อหาที่หลบภัย
"มาโน่นแล้ว...เหยื่อรายแรกของเรา" หลินเทียนพยักพเยิดหน้า
ผู้ฝึกตนกว่าสิบคนในชุดเกราะเงินของตระกูลขุนนางเมืองหน้าด่านปรากฏตัวขึ้นจากมุมตึก พวกมันมีระดับพลังก่อตั้งรากฐานขั้นสูงสุดและมีผู้บัญชาการระดับผสานจิตวิญญาณขั้นต้น ท่าทีของพวกมันเต็มไปด้วยความฮึกเหิมในมือของหัวหน้ากลุ่มมี 'ลูกแก้วสวรรค์' เรืองแสงสีทองอยู่สามลูก!
ทว่าเมื่อพวกมันเห็นสภาพซากปรักหักพังของแมงมุมมรณะจักรกลและเห็นหลินเทียนยืนอยู่กลางดงซากศพของพวกหอหมื่นวิญญาณและตระกูลอัสนีม่วงฝีเท้าของพวกมันก็หยุดชะงักกึกทันที!
"นะ... นั่นมันไอ้สวะเร่ร่อนที่หักหน้าเหลยเจิ้นที่จัตุรัสนี่หว่า!" หนึ่งในนั้นอุทาน"และนั่น... ซากของอสูรกลไกระดับบอส!ระดับผสานจิตวิญญาณขั้นกลางถูกพังเละเทะขนาดนี้เลยรึ!"
ความกลัวเริ่มเกาะกุมจิตใจของกลุ่มอัจฉริยะพวกมันถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยอัตโนมัติ
หลินเทียนก้าวออกไปเบื้องหน้าหนึ่งก้าวรังสีอำนาจแห่งราชันมังกรถูกปล่อยออกมากดทับอย่างจงใจ!มันไม่ใช่รังสีสังหารที่บ้าคลั่งแต่เป็นความยิ่งใหญ่ที่ทำให้ผู้อื่นต้องยอมศิโรราบ
"ข้าไม่มีเวลาเล่นสนุก"หลินเทียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบทว่าดังกังวานไปทั่วลานกว้าง"ทิ้งลูกแก้วสวรรค์มาให้ข้าหนึ่งลูกแล้วพวกเจ้าจะเดินผ่านไปได้อย่างปลอดภัย... หรือถ้าพวกเจ้าหวงของก็จงทิ้งชีวิตไว้ที่นี่ พร้อมกับลูกแก้วทั้งสามลูก"
การประกาศปล้นอย่างซึ่งหน้าและโอหังที่สุด!
"แกมันก็แค่เด็กเมื่อวานซืน!กล้าดีกระตุกหนวดเสือตระกูลไป๋ของพวกข้างั้นรึ! รุมฆ่ามัน!" หัวหน้ากลุ่มตวาดลั่นแม้ในใจจะหวาดกลัว แต่ศักดิ์ศรีของขุนนางไม่อนุญาตให้มันยอมจำนนต่อคนชุดซอมซ่อ
ยอดฝีมือทั้งสิบคนพุ่งทะยานเข้าหาหลินเทียนพร้อมกับปลดปล่อยศาสตราวุธเวทมนตร์หลากสีสัน!
หลินเทียนถอนหายใจ"สัจธรรมของคนโง่ คือการมองไม่เห็นโลงศพก็ไม่หลั่งน้ำตา"
*เปรี้ยงงงง! ตูมมมม! ผัวะ!*
การปะทะเกิดขึ้นและจบลงในเวลาเพียงสามลมหายใจ!
หลินเทียนไม่ได้ชักกระบี่เขาพุ่งตัวทะลวงเข้าไปในดงศัตรูดุจพยัคฆ์ติดปีกหมัดที่อัดแน่นด้วยสัจธรรมมังกรซัดเข้าที่หน้าอกของหัวหน้ากลุ่มจนเกราะเงินยุบตัวกระอักเลือดและสลบเหมือดในหมัดเดียว! ส่วนลูกสมุนที่เหลือถูกลูกเตะและฝ่ามือของหลินเทียนซัดปลิวไปคนละทิศคนละทางนอนครางระงมอยู่บนพื้น ไม่มีใครสามารถลุกขึ้นมาสู้ต่อได้อีก!
หลินเทียนเดินเข้าไปหาหัวหน้ากลุ่มที่สลบอยู่ก้มลงหยิบ 'ลูกแก้วสวรรค์' สีทองมาหนึ่งลูกอย่างนุ่มนวลก่อนจะโยนมันสลับมือไปมา "เห็นไหม? ข้าบอกแล้วว่าขอแค่ลูกเดียว"เขาปล่อยลูกแก้วอีกสองลูกทิ้งไว้ให้ศัตรู
เหยียนฟานที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่ถึงกับอ้าปากค้าง"เจ้านี่มัน... มหาโจรชัดๆ! แต่ข้าชอบว่ะ! ฮ่าๆๆ!"
> **"ความแข็งแกร่งที่แท้จริงไม่ใช่การสังหารทุกสิ่งที่ขวางหน้า... แต่คือการทำให้ศัตรูยอมรับความพ่ายแพ้โดยที่เราไม่จำเป็นต้องพรากชีวิตของพวกเขา นี่คือความเมตตาของราชัน"**หลินเทียนคิดในใจ
**มุ่งสู่แกนกลางดาราพายุแห่งสงครามกำลังก่อตัว**
หลังจากได้ลูกแก้วสวรรค์ครบทั้งสองคนหลินเทียนและเหยียนฟานก็ออกเดินทางมุ่งหน้าสู่ 'แกนกลางดารา' ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางของเขาวงกตเหล็กกล้า
ตลอดเส้นทางการปรากฏตัวของพวกเขากลายเป็นฝันร้ายของผู้เข้าแข่งขันคนอื่นๆหลินเทียนไม่ได้ฆ่าใครอย่างพร่ำเพรื่อ เขาเพียงแค่ใช้ 'แรงกดดัน' และ 'พละกำลังกายเนื้อ' จัดการกับผู้ที่เข้ามารังควาน ข่าวลือเรื่อง 'ยมทูตในชุดคลุมซอมซ่อ' แพร่สะพัดไปทั่วสมรภูมิดาราทะลวงนรกอย่างรวดเร็วกลุ่มผู้เข้าแข่งขันหลายกลุ่มถึงกับยอมทิ้งอาวุธและหลบทางให้แต่โดยดีเมื่อเห็นแผ่นหลังของเขา
เวลาผ่านไปสองวันเต็ม ในที่สุดพวกเขาก็เดินทางมาถึงขอบของ 'แกนกลางดารา'
ทัศนียภาพเบื้องหน้าเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงเขาวงกตเหล็กกล้าสิ้นสุดลงเผยให้เห็นลานกว้างทรงกลมขนาดยักษ์ที่ปูด้วยศิลาเรืองแสงสีทองตรงกลางลานมีเสาแสงสีรุ้งพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า มันคือ 'เขตปลอดภัย' สำหรับผู้ที่ครอบครองลูกแก้วสวรรค์
ทว่า... การจะก้าวเข้าไปในเขตปลอดภัยนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย!
เพราะที่หน้าทางเข้านั้นถูกปิดล้อมด้วยกองกำลังของผู้เข้าแข่งขันระดับหัวกะทิกว่า **สามพันคน!**พวกมันแบ่งออกเป็นสองฝ่ายหลักอย่างชัดเจน ฝ่ายหนึ่งสวมชุดคลุมสีม่วงอัสนีมีนายน้อย **'เหลยเจิ้น'** นั่งอยู่บนเกี้ยวศิลาที่ลอยอยู่กลางอากาศด้วยสีหน้าเคียดแค้น!อีกฝ่ายหนึ่งสวมชุดเกราะนักฆ่าสีดำสนิท นำโดยนายน้อย **'จ้าวเทียนหลิง'** แห่งหอหมื่นวิญญาณ ที่บัดนี้สวมเกราะเต็มยศและมีผู้คุ้มกันระดับผสานจิตวิญญาณขั้นกลางถึงสี่คน!
สองขั้วอำนาจที่ไม่ค่อยถูกกันกลับมารวมตัวกันปิดล้อมทางเข้าเขตปลอดภัย โดยมีเป้าหมายเดียวกัน...คือการดักสังหารหลินเทียน!
"ฮ่าๆๆ! มันมาแล้ว!ไอ้สวะนิรนาม!" เหลยเจิ้นชี้แส้อัสนีมาที่หลินเทียน"วันนี้แกไม่มีผู้อาวุโสไป๋มู่มาคุ้มหัวแล้ว!ข้าเกณฑ์ยอดฝีมือของตระกูลอัสนีม่วงและหอหมื่นวิญญาณมาทั้งหมดสามพันคน!ต่อให้แกมีสามเศียรหกกร แกก็ต้องถูกสับเป็นชิ้นๆ อยู่ที่นี่!"
จ้าวเทียนหลิงเหยียดยิ้มอำมหิต"หลินเทียน... วันนี้ข้าจะให้แกได้รู้ซึ้ง ว่าการปฏิเสธน้ำใจของข้ามันต้องแลกด้วยอะไร! ฆ่ามัน! ใครตัดหัวมันมาได้ข้าจะตบรางวัลด้วยโอสถสวรรค์ระดับเจ็ด!"
กองทัพผู้ฝึกตนกว่าสามพันคนชูอาวุธขึ้นฟ้าเสียงโห่ร้องเอาตื่นดังกึกก้องประหนึ่งเสียงฟ้าร้องรังสีสังหารมหาศาลรวมตัวกันจนท้องฟ้าเหนือดานประลองกลายเป็นสีเลือด!
เหยียนฟานกลืนน้ำลายอึกใหญ่กระชับหอกเพลิงแน่นจนเหงื่อซึม "สามพันคน...แถมมีระดับผสานจิตวิญญาณอีกเพียบ... สหาย งานนี้เราตายแน่ๆ"
หลินเทียนหยุดฝีเท้าเขายืนเผชิญหน้ากับกองทัพนับพันด้วยความสงบนิ่งที่น่าขนลุกสายลมหอบเอาฝุ่นศิลาพัดผ่านเสื้อคลุมที่ขาดวิ่นของเขา ดวงตาสี sapphire ของเขาไม่ได้มองไปที่ศัตรูนับพันทว่าเขากลับหลับตาลง ดื่มด่ำกับความตึงเครียดของสงคราม
เขาค่อยๆ เลื่อนมือขวาไปจับด้าม 'กระบี่มังกรพลิกฟ้า' ที่เอว
> **"ฝูงสุนัขจิ้งจอกนับพันตัว...ก็ไม่อาจทำให้ราชสีห์รู้สึกหวาดกลัวได้ พวกมันทำได้เพียงแค่ทำให้ราชสีห์รู้สึกรำคาญเท่านั้น...และวิธีแก้รำคาญที่ดีที่สุด คือการทำให้พวกมันเงียบไปตลอดกาล!"**
"เหยียนฟาน...คอยดูหลังให้ข้าก็พอ" หลินเทียนลืมตาขึ้นประกายแสงสีทองและน้ำเงินระเบิดออกมารุนแรงดุจดวงอาทิตย์! "วันนี้...ข้าจะย้อมแกนกลางดารานี้ ให้กลายเป็นทะเลเลือด!"
มหากาพย์มหาสงครามหนึ่งปะทะสามพันกำลังจะอุบัติขึ้น!กระบี่นิรนามที่เก็บซ่อนสัจธรรมแห่งการทำลายล้างบัดนี้พร้อมแล้วที่จะดื่มเลือดอัจฉริยะแห่งนครสวรรค์!
**จบบทที่ 45(สัจธรรมแห่งผู้กลืนกิน)**