ระบบ โปรดิวเซอร์ ขั้นเทพ

    ตอนที่ 46 นักรบ พ่อค้า นักเวทย์ แม่มด หมอผี อัศวิน...

                หลังจากวางสายไป แม้เขาจะยังกังวลใจอยู่บ้าง แต่ในตอนนี้เขาก็ทำอะไรไปมากกว่านี้ไม่ได้แล้ว การให้เงินแม่ครั้งนี้ง่ายกว่าครั้งแรกมาก เขายังจำได้เลยว่าตอนที่ให้เงินแม่ไปหนึ่งแสนซานี่ ครั้งนั้นแม่ตกใจมาก เค้นเอาจากเขาว่าเอาเงินมากมายแบบนี้มาจากไหน ไม่ได้ไปทำงานผิดกฎหมายอะไรมาใช่ไหม ถ้าใช่ก็ขอให้เลิก ถ้าไปติดหนี้อะไรแบบนี้แม่จะหายืมคนอื่นมาชดใช้ให้ 

                เขาที่ได้ฟังก็ได้แต่ส่ายหน้า ตอบไปว่าเป็นเงินที่ได้จากการทำรายการ พอบอกว่าเป็นรายการอะไร แม่ก็ไม่รู้จัก เขาจึงฝากน้องสาวให้เปิดให้แม่ดูหน่อย 

                หลังจากที่แม่ดูแล้วก็ชอบมาก และยิ่งรู้ว่าเขาเป็นเจ้าของรายการ ก็อยากจะป่าวประกาศให้เพื่อนทุกคนได้รับรู้ แต่เขาก็รีบเบรกความคิดนี้ของแม่ ก่อนจะบอกไปว่า ถ้าบอกไปชีวิตของแม่อาจจะไม่สงบเอาได้

                เพราะจะมีแต่คนมารบกวนแม่ ให้ฝากคนเข้าไปแข่งในรายการให้หน่อยเป็นจำนวนมากแน่นอน ถ้าแม่ตอบปฏิเสธไปถึงจะสนิทกันก็อาจจะผิดใจกันได้อีก เขาน่ะให้โควตาได้อยู่หรอก แต่ให้ได้ไม่เยอะขนาดนั้น ดังนั้นเรื่องนี้ให้เงียบไปดีกว่า หลังจากที่แม่ได้ฟังเหตุผลก็เห็นด้วยมาก ๆ

                เช่นเดียวกับวันนี้ เฉินโจวรีบมามหาวิทยาลัยตั้งแต่เช้า แม้เขาจะไม่มีเรียนวันนี้ก็ตาม เพราะจื่อซวานหมิงได้ส่งข้อความมาให้เขามารอรับที่จุดจอดรถของมหาวิทยาลัย เมื่อเขาเห็นจื่อซวานหมิงก็ยิ้มให้กับเธอแล้วเดินเข้าไปถือกระเป๋าถือของเธอให้ตามปกติ

                จากนั้นก็พาเธอเดินไปส่งที่ห้องเรียน ระหว่างทางที่ทั้งสองพูดคุยกัน เธอก็บอกกับเขาว่าเธอไปคิดคอนเซ็ปต์ของบอร์ดเกมนี้มาได้แล้ว และให้เขารอฟังตอนประชุมงาน เฉินโจวที่ได้ฟังก็ได้แต่บอกไปว่าเขาจะรอฟังอย่างใจจดใจจ่อเลย

                เมื่อมาส่งเธอที่ห้องเรียนเสร็จแล้ว เฉินโจวที่ไม่รู้ว่าจะทำอะไรดีระหว่างรอจื่อซวานหมิงเรียนคาบนี้เสร็จ ก็ได้นั่งเล่นโทรศัพท์รออยู่แถวนั้น ระหว่างที่นั่งเล่นอยู่นั้น ก็มีนักศึกษาหญิงกลุ่มหนึ่งประมาณ 4-5 คนเข้ามาพูดคุยกับเขา

                “นี่ นายเป็นแฟนหนุ่มของจื่อซวานหมิงเหรอ เห็นคอยมารับมาส่งเธอตลอดเลย?” เป็นผู้หญิงในกลุ่มถามขึ้นมา เธอเป็นหญิงสาวผมสั้นย้อมผมสีน้ำตาลอ่อนที่มีรูปร่างค่อนข้างเจ้าเนื้อ

                เฉินโจวแม้จะชอบและอยากเป็นแฟนกับจื่อซวานหมิง แต่สถานะในตอนนี้ของเขากับเธอยังไม่ถือว่าใช้คำนั้นได้ ถ้าอยากจะเรียกแบบนั้น เขาต้องเอ่ยปากขอเธอเป็นแฟนก่อนเพื่อให้เธอรับรู้ และต้องให้เธอยินยอมด้วย เขาถึงจะกล้าใช้สถานะนี้พูดกับคนอื่นได้แบบเต็มปากเต็มคำ แต่ในตอนนี้เฉินโจวได้แต่ทำหน้าเซ็งและส่ายหน้าไปมา ตอบกลับไปว่า

                “ผมเป็นเพื่อนสนิทของเธอ ที่ได้ทำงานโปรเจกต์ร่วมกันในตอนนี้ ดังนั้นผมในช่วงนี้เลยคอยมารับมาส่งเธอ ผมหวังว่าพวกคุณทุกคนจะเข้าใจความหมายในสิ่งที่ผมพูดนะ”

                พวกเธอทุกคนที่ได้ฟังก็ทำหน้าตาแปลก ๆ ก่อนจะขอตัวออกไป เฉินโจวที่เห็นก็ได้แต่สงสัยว่าหน้าตาของพวกเธอที่แสดงออกมานั้นหมายความว่าอะไร เขาละอยากจะจับพวกผู้หญิงกลุ่มนี้มาสอบถามเหตุผลจริง ๆ แต่ก็ได้แค่คิด...

                รอจนถึงเวลาเลิกคาบเรียน เฉินโจวก็รีบเดินเข้าไปถือกระเป๋าถือให้กับจื่อซวานหมิง จากนั้นก็พาเธอเดินไปกินอาหารที่โรงอาหารของมหาวิทยาลัย นี่เป็นหนึ่งในความสุขประจำวันของเขา การได้มานั่งกินอาหารร่วมกับเธอ การนั่งมองดูเธอกินอาหาร เป็นภาพเหตุการณ์ที่เขาไม่เคยคิดเบื่อที่จะได้เจอในแต่ละวัน

                หลังทำธุระเสร็จ พวกเขาก็เดินไปที่ห้องทำงาน เนื่องจากเฉินโจวและจื่อซวานหมิงวันนี้ไม่มีเรียนคาบบ่าย เมื่อมาถึงห้องก็เห็นว่ายังไม่มีใครมาถึงก่อนเลย ก็เป็นเขากับจื่อซวานหมิงนั่งรออยู่ในห้องกันสองคน 

                จะว่าไประหว่างเขากับเธอก็นั่งอยู่ด้วยกันสองคนบ่อยมากเหมือนกัน ไม่ว่าจะช่วงเวลานี้หรือหลังเลิกประชุมงาน แต่ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเธอก็ยังไม่มีอะไรคืบหน้าเท่าไหร่ แต่ก็ไม่เป็นไร ค่อยเป็นค่อยไปก็แล้วกัน ความสัมพันธ์ในตอนนี้ก็ถือว่าไม่เลวมากแล้ว

                ระหว่างพูดคุยกันจนเวลาล่วงเลยไป ทุกคนก็เริ่มทยอยมาที่ห้องทำงานกันแล้ว เมื่อเฉินโจวเห็นว่าทุกคนมากันครบแล้วก็เปิดประชุมคุยเรื่องงานต่อ โดยเริ่มจากโปรเจกต์บอร์ดเกมที่กำลังจะทำอยู่ตอนนี้

                จื่อซวานหมิงขอเสนอตัวพูดออกมาเป็นคนแรก

                “ฉันไปคิดคอนเซ็ปต์เพิ่มเติมมาได้แล้ว โดยจะให้ตำแหน่งของทั้งสามในทีม แทนด้วยคำว่าอาชีพ ดังนั้นในแต่ละทีมจะมีสามอาชีพเหมือนกันทุกทีม โดยจะมีอิสระให้เลือกตอนก่อนเล่นเกมว่าใครจะอยู่อาชีพไหนในทีม อาชีพแต่ละแบบก็จะมีความสามารถที่ทำได้ตามเงื่อนไขของเกมที่เซ็ตติ้งเอาไว้ 

                แน่นอนว่าจะเป็นแบบไหนเป็นเรื่องที่พวกเราต้องหารือตัดสินใจกันอย่างละเอียดอีกที ประเด็นหลักของเกมคือการใช้เงินที่มีในแต่ละทีมให้เกิดประโยชน์ให้ดีที่สุด เราจะกำหนดเงื่อนไขการชนะเกมอยู่ที่ตัวเงินในแต่ละทีมว่า เมื่อถึงจุดที่เกมกำหนดว่าสิ้นสุด ทีมไหนมีเงินเยอะที่สุดในทุกทีมที่เข้าร่วม ก็ถือว่าชนะในการแข่งขันในครั้งนี้”

                เกาอิ้งที่นึกปัญหาหนึ่งขึ้นมาได้จากสมัยตอนเธอยังเป็นเด็กและเล่นเกมเศรษฐี ก็ถามออกไปว่า

                “ฉันว่านะ ถ้าเป็นเกมที่ต้องใช้เงินเป็นหลักในการตัดสินแพ้ชนะ งั้นเราก็ต้องเตรียมเงินไว้เยอะเลยสินะ พวกธนบัตรอะไรก็ต้องเตรียมมาให้เยอะพอด้วยสิ ไม่ใช่เล่นไปธนบัตรในเกมหมดแล้วไม่พอให้ทีมที่เล่นใช้”

                จื่อซวานหมิงส่ายหน้าตอบเสียงนิ่งเรียบ

                “เกาอิ้ง ฉันคิดที่จะไม่ใช้ธนบัตรในเกมนี้ ที่จะใช้จะเป็นเครดิตเงินที่ทุกทีมก่อนเริ่มเกมจะได้เท่ากันหมด โดยบอร์ดเกมนี้จะมีคนคุมเกมที่คอยจดบันทึกเครดิตเงินในแต่ละทีมว่าเหลืออยู่เท่าไหร่กันบ้าง ในการเล่นเกมตอนนั้น 

                แน่นอนว่าแต่ละทีมเองก็ควรต้องจดจำนวนเงินที่ใช้ว่าเหลืออยู่เท่าไหร่ด้วย ทีมอื่นก็ควรจะจำเงินของทีมอื่นได้ด้วยเพื่อคำนวณว่าทีมของตัวเองจะเล่นกันยังไงต่อ คนคุมเกมคือผู้ยืนยันว่าแต่ละทีมมีเงินเหลือจริงเท่าไหร่ จะได้ไม่มีการลักไก่หรือมั่วนิ่มจำนวนเครดิตเงินในแต่ละทีม”

                เกาอิ้งและทุกคนที่ได้ฟังก็รู้สึกว่าเห็นด้วยกับความคิดนี้ ใช้วิธีนี้ก็ไม่ต้องมากังวลเกี่ยวกับเงินในเกมเลยว่าจะไม่พอให้ใช้ หรือธนบัตรของบอร์ดเกมที่เตรียมมานั้นหมดไม่พอให้ทุกทีมได้ใช้ในตอนหลัง

                “ทุกคน งั้นตอนนี้เราก็เหลือแค่เรื่องว่าจะให้มีอาชีพอะไรในเกมบ้างแล้วสินะ? ฉันชอบเล่นเกมแนว MMORPG ในคอมมากเลย งั้นเอาเป็นแบบนี้ดีไหม? ในแต่ละทีมให้มีอาชีพพวกนักรบ พ่อค้า นักเวทย์ แม่มด หมอผี อัศวิน...”

                เฉินโจวที่เห็นหลิวจื้อหมิงเริ่มเพ้อเจ้อขึ้นทุกทีก็รีบเบรกไว้ก่อน บอกว่า

                “เรื่องของอาชีพค่อยคิดกันอีกทีเถอะ เราค่อยมาเลือกสามอาชีพที่มีในบอร์ดเกมนี้ว่าจะเป็นอะไรดีบ้าง สำหรับตอนนี้ลองมาคิดก่อนว่า ถ้าสมมุติว่าเราจะเซ็ตติ้งเกมที่ใช้เงินเป็นตัวตัดสินแพ้ชนะ ควรจะให้เกมเล่นในรูปแบบไหนดี”

                ทุกคนที่ได้ยินก็นั่งคิดกันว่าจะเอาแบบไหนดี หลังจากเงียบไปครู่ใหญ่ สุดท้ายจินหงเหว่ยก็พูดขึ้นมาคนแรกว่า

                “ผมคิดว่า ในเมื่อเราจะกำหนดให้เป็นเกมกระดานสี่เหลี่ยมที่คนมานั่งล้อมเล่นเป็นฐานหลักของเกม ถ้างั้นก็ควรทำเป็นช่องแบบพวกเกมเศรษฐี ที่มีเมืองให้เดินตกลงไปได้ ทุกคนที่ทอยลูกเต๋าตกลงในเมืองต้องจ่ายภาษีค่าเข้าเมืองทุกครั้งที่ตกลงในเมือง แต่ละเมืองก็จะมีภาษีค่าเข้าแตกต่างกันไป แต่มีวิธีลดค่าใช้จ่ายในการเข้าเมืองนั้นได้ 

                โดยการซื้อบ้านในเมืองที่แน่นอนว่าแต่ละเมืองจะมีราคาบ้านที่ไม่เท่ากัน ในตารางเมืองเราจะเขียนไว้ชัดเจนเลยว่าต้องเสียภาษีค่าเข้าเท่าไหร่ ซื้อบ้านเสียเท่าไหร่ แล้วถ้าซื้อบ้านในครั้งถัดไปที่มาเมืองจะเสียภาษีลดลงเท่าไหร่ เป็นตัวเลือกให้แต่ละทีมตัดสินใจว่า เมื่อทอยลูกเต๋าตกลงไปในเมืองจะทำยังไง จะซื้อบ้านในเมืองนั้นไหม? เพราะในส่วนนี้เราจะไม่บังคับให้ซื้อ เป็นสิทธิ์ในการตัดสินใจของแต่ละทีม”

                ทุกคนที่ได้ฟังก็รู้สึกว่ามันก็เข้าท่าดีนะ ในเมื่อเป็นบอร์ดเกมที่ตัดสินแพ้ชนะกันที่เงิน ก็ควรมีตัวเลือกในการใช้เงินในหลาย ๆ สถานการณ์ให้มากขึ้น

                เฉินโจวที่ได้ฟังก็รู้สึกได้เลยว่าบอร์ดเกมของพวกเขากำลังพัฒนาไปในทิศทางที่ดีและเริ่มเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้นทุกทีแล้ว

    คล้ายกับเรื่องระบบ โปรดิวเซอร์ ขั้นเทพ ที่คุณอ่าน

    ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    2.91M 3613
    สุสานเทพผนึกมาร 【จบแล้ว】

    สุสานเทพผนึกมาร 【จบแล้ว】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.08M 2015
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    นิยาย แฟนตาซี
    150K 136
    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.77M 1648
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ชีวิตข้าไยต้องให้ใครลิขิต

    ชีวิตข้าไยต้องให้ใครลิขิต

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.02M 3752
    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.85M 1262