ดวงตาของ เฉินฟาน หรี่ลงจนกลายเป็เส้นตรง เขาเก็บ ‘ปืนปราณ Mark II’ เข้าไปในแขนเสื้อด้านในที่ดัดแปลงไว้เป็พิเศษ ก่อนจะเปิดประตูออกไปเผชิญหน้า
เสี่ยวหลาน ยืนตัวสั่นอยู่หน้าประตู ดวงตาแดงก่ำอย่างเห็นได้ชัด ข้างๆ เธอนั้นมีชายฉกรรจ์สองคนในชุดองครักษ์ของตระกูลยืนคุมเชิงอยู่
“นำทางไป” เฉินฟาน กล่าวเสียงเรียบ แต่แฝงไปด้วยความเ็าที่ทำให้ชายฉกรรจ์ทั้งสองสะดุ้งเล็กน้อย เขาเดินนำหน้าไปทางห้องโถงใหญ่ โดยไม่รอให้ใครมาควบคุม
ขณะที่เดินไปตามระเบียงทางเดินที่เงียบสงัด เสียงของ XIAN ก็ดังขึ้นในหัวของเขา
[กำลังสแกนสภาพแวดล้อม... ตรวจพบบุคคลที่ไม่ใช่สมาชิกตระกูลเฉิน 4 คนในห้องโถงใหญ่ / ระดับพลัง: ผู้ชำระชีพจรขั้นกลาง 1 คน, ผู้ชำระชีพจรขั้นต้น 2 คน, นักลมปราณขั้นสูง 1 คน / ตรวจพบร่องรอยการต่อสู้เล็กน้อยบริเวณทางเข้า]
“ดูเหมือนว่าแขกจะมาเยือนถึงที่จริงๆ” เฉินฟาน พึมพำในใจ มือขวาของเขากำแน่นขึ้นเล็กน้อย เตรียมพร้อมที่จะชักอาวุธสังหารชิ้นใหม่ออกมาได้ทุกวินาที
เมื่อเขามาถึงหน้าห้องโถงใหญ่ บรรยากาศที่หนักอึ้งก็กดทับลงมาทันที
ภายในห้องโถง เฉินเหยียน บิดาของเขากำลังยืนเผชิญหน้ากับกลุ่มคนในชุดสีเขียวเข้มของตระกูลโอวหยาง ใบหน้าของเขาเคร่งเครียดอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน ข้างๆ กันนั้น หลินซู มารดาของเขากำลังประคองแขนบิดาไว้ด้วยสีหน้าซีดเผือด ส่วน ลุงเฉินลู่ ยืนกอดอกอยู่มุมห้องด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก
ใจกลางของกลุ่มคนจากตระกูลโอวหยาง คือชายชราผมขาวคนหนึ่งที่นั่งจิบชาอย่างใจเย็น แม้จะไม่แสดงพลังปราณออกมา แต่แรงกดดันที่แผ่ออกมาจากร่างนั้นก็ทำให้คนในห้องหายใจไม่ทั่วท้อง เขาคือ โอวหยางซง ผู้าุโของตระกูลโอวหยาง ผู้ซึ่งมีระดับพลังอยู่ที่ผู้ชำระชีพจรขั้นกลาง
ข้างๆ เขาคือ โอวหยางเหวิน ศัตรูคู่แค้นคนสำคัญที่กำลังมองมาที่เขาด้วยสายตาเหยียดหยามและสะใจ และที่นอนาเ็อยู่บนพื้นก็คือ โอวหยางฮุ่ย ที่เขาเพิ่งสั่งสอนไปในเหมืองนั่นเอง
“ในที่สุดก็ยอมโผล่หัวออกมาแล้วรึ เ้าขยะ!” โอวหยางเหวิน เป็คนแรกที่เปิดปาก
เฉินฟาน ไม่แม้แต่จะชายตามองเขา เขาเดินเข้าไปยืนอยู่ข้างบิดาและมารดา ก่อนจะประสานมือคารวะผู้าุโโอวหยางตามมารยาท
“คารวะผู้าุโโอวหยาง ไม่ทราบว่าการมาเยือนของท่านในยามวิกาลเช่นนี้ มีธุระอันใดกับตระกูลเฉินสาขาย่อยที่ต่ำต้อยของพวกเราหรือ?”
โอวหยางซง วางถ้วยชาลงช้าๆ เสียงกระทบของมันดังก้องในความเงียบ “ธุระรึ? หึ...หลานชายข้าถูกคนของเ้าทำร้ายปางตายด้วยวิชามารนอกรีต เ้ายังจะถามอีกรึว่าข้ามาด้วยธุระอันใด?”
“วิชามาร?” เฉินฟาน เลิกคิ้ว “ข้าไม่เข้าใจที่ท่านพูด”
“ยังจะตีหน้าซื่ออีก!” โอวหยางฮุ่ย ที่นอนอยู่บนพื้นะโขึ้นมาสุดเสียง “เ้าใช้อาวุธปีศาจยิงพลังงานประหลาดใส่ข้า! หากท่านผู้าุโไม่เชื่อ ก็ลองตรวจสอบแขนขวาของข้าดูสิ! เส้นชีพจรของข้าถูกปิดผนึกด้วยพลังงานที่แปลกประหลาด!”
ลุงเฉินลู่ ได้ทีจึงรีบพูดขึ้น “เฉินเหยียน เ้าเห็นรึยัง! ข้าบอกแล้วว่าเด็กคนนี้มันจะนำพาหายนะมาให้ตระกูล! รีบส่งตัวมันให้ตระกูลโอวหยางจัดการไปซะ เื่จะได้จบ!”
“ท่านพี่!” เฉินเหยียน ตวาดกลับด้วยความโกรธ
โอวหยางซง ยกมือขึ้นห้ามปราม ก่อนจะหันมามอง เฉินฟาน ด้วยสายตาคมปลาบ “ไม่ต้องเถียงกัน ข้าจะให้โอกาสเ้าพิสูจน์ตัวเอง หากเ้าไม่ได้ใช้วิชามารจริง ก็จงยอมให้ข้าตรวจสอบร่างกายของเ้าแต่โดยดี”
พูดจบ เขาก็ลุกขึ้นยืน พลังปราณมหาศาลปะทุออกจากร่างทันที!
“ข้าจะเข้าไป ‘ทดสอบ’ เ้าด้วยตัวเอง!”
สิ้นเสียง ร่างของ โอวหยางซง ก็หายวับไปจากจุดเดิม ปรากฏขึ้นตรงหน้า เฉินฟาน ในพริบตา กรงเล็บปราณสีเขียวมรกตพุ่งตรงเข้าหมายจะคว้าจับไหล่ของเขาไว้
การเคลื่อนไหวรวดเร็วจนแม้แต่ เฉินเหยียน ก็ยังไม่ทันได้ตอบโต้!
แต่ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็ความตายนั้น เฉินฟาน กลับสงบนิ่งอย่างน่าประหลาด
เขายกแขนขวาขึ้นมาอย่างเรียบง่าย ราวกับรู้ทันทุกการเคลื่อนไหว
ฟึ่บ!
สิ่งที่ปรากฏในมือของเขาไม่ใช่อาวุธใดๆ ที่คนในโลกนี้เคยรู้จัก แต่มันคือปืนโลหะสีดำทมิฬที่ดูดกลืนทุกแสงสว่าง!
วินาทีที่กรงเล็บปราณของผู้าุโโอวหยางอยู่ห่างจากเขาไม่ถึงหนึ่งนิ้ว...นิ้วชี้ของเฉินฟานก็ได้เหนี่ยวไก
ตู้ม!!!
ไม่มีลำแสง ไม่มีะุพลังงานที่มองเห็นได้ มีเพียงเสียงะเิอัดอากาศที่ดังสนั่นหวั่นไหว และแรงสะท้อนมหาศาลที่มองไม่เห็นพุ่งออกจากปากกระบอกปืน!
กรงเล็บปราณสีเขียวมรกตของ โอวหยางซง สลายไปในพริบตา ร่างของเขาถูกแรงอัดกระแทกจนกระเด็นถอยหลังไปหลายก้าว แขนเสื้อข้างขวาขาดวิ่นเผยให้เห็นแขนที่สั่นเทา ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงอย่างสุดขีด
“พะ...พลังอะไรกัน!?”
ห้องโถงทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน ทุกสายตาจับจ้องไปที่ เฉินฟาน และอาวุธประหลาดในมือของเขาที่กำลังมีควันสีขาวบางๆ ลอยออกมาจากปากกระบอก
เฉินฟาน ลดปืนลงช้าๆ ใบหน้าเรียบเฉย แต่แววตากลับเย็นเยียบดุจน้ำแข็งพันปี
“นี่คือคำตอบของข้า”