เอี๊ยด...
ไทก้าเปิดประตูเข้ามาภายในบ้านพัก แม้บ้านพักที่นี่จะเป็บ้านพักชั่วคราวของศิษย์ชั้นกลางก็ตาม แต่ก็ยังจัดแบ่งโซนภายในได้ดี แยกทั้งห้องนอนและห้องรับแขกเป็สัดส่วน เมื่อไทก้าจัดแจงที่นอนเสร็จแล้วจึงมานั่งที่ห้องรับแขก ที่โลกนี้ไม่มี จอฉายสำหรับดูหนัง มือถือไว้ใช้ดูโซเชียลต่างๆ แว่นสำหรับเข้าไปยังโลกเกมจำลอง หรือแม้แต่ไฟฟ้า ส่วนความสว่างภายในบ้านพักจะใช้เป็แกนเวทย์ที่ใส่พลังอาคมให้เกิดการปล่อยแสงสว่างเท่านั้น ดูเหมือนว่าที่นี่จะใช้แกนเวทย์รวมเข้ากับอาคมสร้างสิ่งต่างๆมากมาย ซึ่งไทก้าคิดว่าหากได้ศึกษาวิจัยดีๆ และนำมารวมกับเทคโนโลยีจากโลกโน้นน่าจะสร้างสิ่งเจ๋งๆ ได้มากขึ้น
จากนั้นไทก้าได้นำตำราสองเล่มขึ้นมาดูก่อน เล่มแรกเป็ตำราแห่งน้ำซึ่งเป็ตำราฝึกระดับกลางมีอาคมอยู่สี่อาคม ส่วนเล่มที่สองเป็ตำราธาตุแสงระดับต้นมีอาคมเพียงสองอาคมเท่านั้น
สำหรับธาตุน้ำไทก้าสามารถทำความเข้าใจได้รวดเร็วมากเพราะในตอนที่อยู่โลกโน้น ไทก้าได้ทำการวิจัยเกี่ยวกับน้ำเพื่อนำมาใช้งานในเทคโนโลยีต่างๆ ดังนั้นการทำความเข้าใจธาตุน้ำก็ไม่ต่างจากน้ำทั่วไป ทั้งการใช้อาคมเพียงแค่จดจำคาถาก็สามารถใช้ได้ เว้นแต่เพียงอาคมที่มีความซับซ้อนเช่น อาคมผสานที่จะต้องใช้เวลาในการฝึกและควบคุมไม่ต่างจากการนำสองคาถามารวมกันจนกลายเป็อาคมใหม่ อย่างเช่น อาคมร่างเทียมดิน ที่ต้องใช้ธาตุทั้งสี่สร้างร่างและแยกจิตออกมาส่วนหนึ่งจากนั้นจึงรวมเข้าไปจะทำให้เกิดเป็ร่างแยกที่มีชีวิตได้ แต่ก็มีข้อจำกัดในการใช้ ซึ่งสาเหตุที่อาคมนี้มีคนฝึกสำเร็จน้อย เนื่องจากคนส่วนใหญ่ใช้ได้สูงสุดเพียงแค่สามธาตุเท่านั้นแม้แต่คนที่ใช้ธาตุพิเศษบางคนยังใช้ได้แค่สองหรือสามธาตุ แต่สำหรับไทก้าซึ่งเข้าได้กับทุกธาตุมีโอกาสที่จะฝึกอาคมนี้สำเร็จแน่นอน เพียงแต่อาจจะต้องใช้เวลา เนื่องจากตอนนี้ไทก้าเรียนรู้ได้เพียงสองธาตุเท่านั้น ร่างเทียมตอนนี้จึงยังขยับไม่ได้ ทำได้เพียงเป็เป้าหลอกเท่านั้น
ไทก้าลองร่ายอาคมง่ายๆ ของธาตุน้ำอาคมแรกเพื่อใช้งานดู
ฟู่ว์
"อาคมแห่งน้ำบาเรียน้ำ"
ด้านหน้าของไทก้าเกิดการหมุนวนของพลังขึ้นเล็กน้อยก่อนกลายเป็น้ำและก่อตัวเกิดเป็บาเรียน้ำลอยกลางอากาศขนาดไม่ใหญ่มาก หากไทก้าใส่พลังให้ใหญ่กว่านี้ทั้งห้องรับแขกอาจจะเปียกได้ อาคมนี้มีหลักการไม่ต่างจากกำแพงพสุธาเท่าใดนักทำให้ไทก้าเรียนรู้ได้เร็ว
"คลาย"
ฟุบ!
เมื่อบาเรียน้ำหายไป ไทก้าจึงลองใช้อาคมที่สองดูอีกครั้ง
"อาคมแห่งน้ำกระบี่พิรุณ"
วืดดดด!
อาคมธาตุน้ำค่อยๆก่อรูปอาวุธเป็กระบี่น้ำ รูปร่างเรียวแหลม ด้ามจับดูอลังการเล็กน้อย ยาวประมาณยี่สิบนิ้ว ซึ่งตอนนี้การคิดสร้างรูปลักษณ์อาวุธสำหรับไทก้าไม่ได้ยากเย็นนักเพราะไทก้ามีพื้นฐานการสร้างหอกพสุธามาก่อนแล้ว แต่การจินตนาการรูปลักษณ์กระบี่ของไทก้านั้นต่างกันเล็กน้อยเพราะไทก้าได้ใช้รูปลักษณ์กระบี่จากเกมส์ที่ตนเคยเล่นนั่นเอง
ไทก้าลองเพิ่มจำนวนกระบี่จากหนึ่งเป็สอง จากสองเป็สี่
ครึกๆ !
การแบ่งออกนี้ต่างจากหอกพสุธาตรงที่สามารถแยกออกจากกระบี่อีกอันเป็อีกอันได้เลย ไม่ต่างจากการก๊อปปี้ แต่สำหรับหอกพสุธานั้นหาก้าสร้างอีกอันต้องทำการหลอมพลังขึ้นมาใหม่ กระบี่น้ำจึงสร้างได้ง่ายและเร็วกว่าหอกพสุธา เมื่อแบ่งออกได้เป็สิบ กระบี่ก็สลายไป นี่เป็ขีดจำกัดในการใช้พลังของไทก้าในตอนนี้
"อาคมนี้สุดยอดจริงๆ ทั้งการใช้งานยังเร็วอีกด้วย แต่ความแข็งคงสู้หอกพสุธาไม่ได้แน่ๆ "
ไทก้าใช้เวลาในการจดจำและทดลองอาคมน้ำอยู่หลายชั่วโมง มีสองคาถาแรกสามารถใช้ได้เลย ส่วนอีกสองคาถาไทก้าลองกี่ครั้งก็ยังไม่สามารถใช้ได้ คงเป็เพราะพลังของไทก้าในตอนนี้ยังไม่มากพอที่จะใช้คาถาอีกสองคาถา
"เฮ้อ เอาไว้ลองฝึกอีกทีตอนเลื่อนระดับพลังละกัน ตอนนี้ดูตำราอีกอันดีกว่า"
พูดจบไทก้าก็หยิบตำราธาตุแสงขึ้นมาอ่าน
"เอ๋ นี่มันอาคมธาตุแสงอะไรกัน มีแค่ให้ทำตามท่วงท่าอย่างเดียว มีจำนวนสองท่วงท่า ไม่มีคำท่องคาถาอะไรเลย"
ไทก้าเงียบไปครู่หนึ่ง
"ยังไงก็ลองดูก่อนดีกว่า"
ไทก้ายืนขึ้นก่อนจะตั้งท่ายืนให้มั่นกางขาออกเล็กน้อยยื่นมือไปด้านหน้า จากนั้นจึงนึกถึงความเข้าใจธาตุแห่งแสง ตามที่ตำราได้บอกเอาไว้
"ความเร็ว ความคม และแสงสว่าง" ไทก้าท่องตามที่ตำราเขียนไว้พร้อมกับนึกถึงคุณสมบัติแห่งแสงตามความเข้าใจของตน
วิ้ง!
ไทก้าลืมตาขึ้นจากนั้นใช้มือฟันลงไป
"...."
ทุกอย่างยังคงเงียบกริบ ไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อย
"หรือว่าข้าจะทำผิดท่ากันนะ"
ไทก้าลองอีกครั้งแต่ก็ไม่เป็ผลจึงหยิบตำราขึ้นมาอ่านอีกครั้งและสังเกตุการใช้ท่วงท่าในกระบวนท่าแรก
"ไม่ใช่ใช้ฝ่ามือฟัน แต่เป็ใช้สองนิ้วในฝ่ามือฟันงั้นหรือ"
ไทก้าตั้งท่าอีกครั้ง ยื่นฝ่ามือไปด้านหน้าพร้อมกลับเปลี่ยนจากห้านิ้วเป็สองนิ้วจากนั้นจึงหลับตาทำความเข้าใจธาตุแสงอีกครั้ง
วิ้ง!
ฟุบ!
ไทก้าฟันลงไป แต่ครั้งนี้กลับมีแสงสีเหลืองปรากฏขึ้นมาที่ปลายนิ้วเท่านั้น
"หือ? มีแสงสีเหลือง สว่างออกมานิดนึงแต่ไม่มีพลังทำลาย"
ไทก้าลองอยู่หลายครั้ง แต่เมื่อฟันลงไปมีแสงสีเหลืองปรากฏขึ้นแต่กลับไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนแปลง
"เป็เพราะพลังของข้ายังไม่ถึงรึไงนะ ไว้พรุ่งนี้ค่อยลองฝึกอีกทีละกัน"
แต่เมื่อไทก้ากำลังเดินเข้าไปพักผ่อนจึงนึกบางอย่างขึ้นได้พอดี
"ใช่แล้วยังขาดบางอย่างไป ความร้อน และถ้าแสงถูกบีบจนเป็เลเซอร์มันก็จะใช้ยิงออกไปได้"
เมื่อคิดได้ดังนี้ไทก้าจึงตั้งท่าขึ้นและลองดูอีกครั้ง
ฉึบ! ฉั๊วะ!
เกิดรอยเฉียนที่เป็รอยไหม้ขึ้นตะกำแพงด้านหน้า แม้จะนิดเดียวแต่ไทก้าก็รู้สึกได้ว่าครั้งนี้ทำสำเร็จแล้ว
ในครั้งนี้ไทก้าไม่ได้นึกถึงคุณสมบัติของแสงแต่เป็คุณสมบัติของเลเซอร์!
ไทก้าไม่รอช้าทดลองดูอีกครั้ง
ฉึบ ฉึบ!
กำแพงเป็รอยเฉียนจากแสงสามจุดด้วยกัน แม้จะเป็รอยเล็กๆ แต่นี่ก็เป็ความสำเร็จอีกขั้นของไทก้า หลังใช้ธาตุแสงได้สามครั้งไทก้าก็รู้สึกเหนือยอย่างมาก ดูเหมือนว่าการใช้ธาตุแสงจะสิ้นเปลืองพลังไม่ใช่น้อย ไทก้าจึงเข้านอนในทันที
เช้าวันต่อมา....
ตุบๆ
เสียงเคาะประตูบ้านพักหลังหนึ่ง
"ใครมาเคาะประตูแต่เช้ากันเนี่ย" บีบ่นเล็กน้อยก่อนเดินไปเปิดประตูและพบว่าเป็ไทก้ายืนอยู่หน้าบ้านแต่เช้ามืด
"มีอะไรรึไทก้า"
"ตื่นเร็ว ไปฝึกกันบี"
"ฝึกอะไร?" บีตอบกลับด้วยท่าทางที่ยังง่วงอยู่
"มาเถอะน่า"ไทก้าลากบีออกมาฝึกร่างกายตามเทคนิคของเอเทนในตอนเช้า
แม้ว่าบีจะฝึกร่างกายอยู่แล้วแต่ก็ไม่ได้ฝึกเป็ประจำและหนักขนาดนี้ แต่สำหรับไทก้ามันเป็ความเคยชินที่เกิดจากการบังคับของเอเทน
"แฮกๆ พักก่อนเถ๊อะะะ ข้าเหนื่อย~แล้ว"บีร้องบอกไทก้าที่วิ่งนำหน้าไปไกล
"นี่แค่วิ่งนะ เรายังมีอีกหลายอย่างเลยที่ต้องทำในเช้านี้"ไทก้ายังวิ่งต่อไป พร้อมกับบีที่วิ่งตามหลังช้าบ้างเร็วบ้าง
เมื่อออกกำลังกาย่เช้าเสร็จไทก้าได้มายืนรอบีเพื่อเดินไปยังโรงเรียนพร้อมกัน
"เ้าไม่เหนื่อยบ้างหรือไงไทก้า ข้าปวดไปหมดทั้งตัวแล้ว"บีบ่นอุบที่ไทก้าปลุกตัวเองมาออกกำลังแต่เช้า
"เอาน่าไม่นานเ้าก็ชินแล้ว พี่ข้าเคยสอนเอาไว้ว่า ต่อให้ผู้ใช้อาคมจะเก่งแค่ไหน แต่ถ้าร่างกายอ่อนแอ่ก็ไม่มีทางแข็งแกร่งได้หรอก"ไทก้าพูดกับบีในขณะที่เดินไปเรื่อยๆ
"ข้าเข้าใจแล้ว แต่นี่วันแรกนะเ้าจะให้ข้าฝึกเหมือนเ้าที่ฝึกทุกวันมันก็ลำบากอยู่นา"แม้บีจะบ่นแต่ก็พอเข้าใจ
เมื่อถึงห้องเรียนบีได้แยกไปอีกห้องส่วนไทก้าได้เดินเข้าไปในห้องเรียนจิตระดับห้า ซึ่งจะมีแต่ศิษย์ระดับกลางที่อยู่จิตระดับห้าเท่านั้น มีอยู่เพียงห้าสิบคนเท่านั้น และส่วนใหญ่จะอายุมากกว่าไทก้าสองถึงสามปี
ไทก้านั่งอยู่โต๊ะริมหน้าต่างเงียบๆ
รอบด้านมีเสียงพูดคุยมากมายแต่ไทก้าไม่ได้สนใจนัก เพราะกำลังคิดถึงสิ่งที่จะไปทำต่อหลังจากเรียนเสร็จ
ไม่นานก็มีอาจารย์รูปร่างสูง คิ้วหนาคนหนึ่งเดินเข้ามายังภายในห้อง
"สวัสดีศิษย์ทุกคน"อาจารย์หันไปมอบรอบด้าน จากนั้นจึงกล่าวต่อ
"วันนี้เราจะเรียนรู้ในเื่ของระดับที่สูงขึ้นไปกัน"เมื่อศิษย์ทุกคนได้ยินก็เงียบกันทันที แม้แต่ไทก้ายังตั้งใจฟังเพราะไทก้าเองก็้ารู้ถึงระดับที่สูงขึ้นไปด้วย
อาจารย์กล่าวต่อว่า"เราน่าจะรู้กันดีอยู่แล้วว่าในโลกนี้มีระดับพลังหลายระดับนั่นก็คือ
ระดับจิตมีด้วยกันั้แ่หนึ่งถึงเก้าระดับ ระดับนี้จะสามารถใช้พลังอาคมได้ด้วยพลังของตนเองที่สะสมในร่างกาย
ระดับจิตโลกาซึ่งจะมีด้วยกันสี่ระดับ ระดับนี้จะสามารถดึงพลังธรรมชาติจากภายนอกเข้าสู่ร่างกายมาใช้ได้จึงมีพลังมากกว่าเดิมถึงเท่าตัว
ระดับจิตนภา มีสี่ระดับ ระดับจิตนภาจะสามารถเหาะไปยังฟ้ากฟ้าได้ และเพิ่มความเร็วให้กับผู้มีปีกในการบินได้
ระดับสมาบัติ"เมื่อพูดมาถึงตรงนี้ อาจารย์ก็หยุดครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวต่อ "ระดับนี้จะสามารถเปิดมิติเพื่อเก็บสิ่งของ และเดินทางไปยังอวกาศเพื่อข้ามไปยังทวีปต่างๆ ทั้งยังสามารถถอดจิตได้อีกด้วย มีด้วยกันสามขั้น ได้แก่ ขั้นต้น กลาง และปลาย ในเมืองนวปราชญ์ของเราในตอนนี้มีเพียงเก้าคนเท่านั้น นั่นคือเหล่าปรมาจารย์ผู้ดูแลเมืองและนววิทยานั่นเอง
ระดับต่อมาคือระดับจักรวาลหรือที่เราเรียกกันว่าระดับเซียน มีสามขั้นเช่นกัน ระดับนี้ว่ากันว่าสามารถเปิดมิติเส้นทางข้ามทวีปได้ในทันที และระดับนี้ส่วนใหญ่จะเป็เ้าเมืองหรือผู้มีอิทธิพลของทวีปทั้งนั้น
ส่วนระดับเทพนั้นแม้แต่ข้าเองยังไม่เคยเห็น แต่ที่รู้มามีเพียงเ้าทวีปเท่านั้นที่จะไปถึงระดับเทพได้"เมื่ออาจารย์กล่าวจบก็หันไปมองรอบๆอีกครั้ง
"สำหรับพวกเ้าที่อยู่ระดับจิตในตอนนี้ นับว่าฝึกได้ง่าย แต่หากพวกเ้าขึ้นไปสู่ระดับจิตโลกาการฝึกจะยากขึ้นไปอีก ทำไมนะหรือ ก็เพราะว่าการที่จะฝึกเพื่อเพิ่มระดับนั้นจำเป็ที่จะต้องดูดซับพลังธรรมชาติมาสะสมไว้ในตนเองทีละนิด จนเลื่อนระดับได้ แต่ว่าหากเ้าดูดซับแกนธาตุที่มีพลังธาตุสะสมไว้ การเลื่อนระดับของเ้าก็จะเร็วขึ้นอย่างมาก แต่การใช้แกนธาตุนั้นเป็ที่นิยมอย่างมากราคาในท้องตลาดจึงสูงขึ้นเรื่อยๆ นี่จึงเป็เหตุผลที่ว่า เมื่อเ้าไปถึงระดับจิตโลกาแล้วจึงจำเป็ต้องออกทำภารกิจเพื่อรับผลตอบแทนและใช้ซื้อแกนธาตุมาฝึกฝน"หลังพูดจบอาจารย์ก็ทำการสอนเื่อื่นๆ ต่อ ซึ่งวันนี้ทำให้ไทก้าได้รู้หลายเื่เลยทีเดียว
"เอาล่ะ วันนี้พอแค่นี้ก่อนละกัน หวังว่าพรุ่งนี้จะมีคนเลื่อนระดับไปอีกคนหรือสองคนนะ"พูดจบอาจารย์ก็เดินออกไป
ในขณะที่ไทก้าที่กำลังจะลุกและเดินออกจากห้องไปก็มีหญิงสาวคนหนึ่งเดินมาด้านหน้าก่อนจะพูดขึ้น
"เ้าสินะศิษย์ที่ทดสอบได้อันดับหนึ่ง"หญิงสาวท่าทางเย่อหยิ่งอายุราวๆ สิบแปดปีกล่าวขึ้น นางนั้นนับว่าเป็คนสวยคนนึง
"มีอะไรกับข้างั้นหรือ?"ไทก้าตอบกลับพร้อมหันไปมอง