“เพราะแบบนั้นก็เลยชอบพี่สาวผมทองงั้นสิ?”
“หนวกหู”
โซอิจิโร่วางถุงกระดาษที่มีชื่อร้านหนังสือมือสองติดอยู่ลงบนโต๊ะ
“อะไรดีวีดีพี่สาวผมทอง?”
“พูดบ้าๆ ”
“หนังสือรวมภาพเอลฟ์?”
โซอิจิโร่ไม่ตอบเขาดึงถุงพลาสติกโปร่งใสออกมา
ภายในถุงพลาสติกเป็เศษกระดาษเก่าๆ
บนกระดาษซึ่งกลายเป็สีเหลืองแล้วมีแผนที่เขียนอยู่
“อะไรเนี่ย?”
“นายไม่รู้หรือไง”
โซอิจิโร่ส่งเสียงดูถูก
“กระดาษหนังแกะไงละ”
“กระดาษหนังแกะ?”
“ฉันซื้อมาจากร้านหนังสือมือสองที่ชื่อไคโคโดบางทีอาจจะเป็ของจริงก็ได้”
แผนที่ยุโรปยุคกลางของจริงท่าทางเขาจะอยากบอกเช่นนั้น
โซอิจิโร่ดึงกระดาษหนังแกะออกจากถุงพลาสติกกางลงบนโต๊ะสีเทา ก่อนจะไล่นิ้วไปบนแผนที่
“ดูตรงนี้ มีตัวอักษรของยุคกลางเขียนไว้ว่าELF”
“ไม่ใช่ของปลอมหรอกเหรอทำไมถึงเขียนเป็เอกพจน์ล่ะ ปกติต้องเขียนเป็พหุพจน์ว่า ELVES ไม่ใช่เหรอ”
“ตรงนี้เขียนว่าHYBRIDE”
“ไฮบริด?”
“ฮูบรีเด้อ!ภาษาเยอรมัน”
“ของปลอมจริงๆ ด้วย”
ทันที่หลังจากฮิโรโตะพูดจบ
ประตูห้องก็ปิดเสียงดังสนั่นทั้งที่ไม่มีลมพัดจากนั้นก็ได้ยินเสียงล็อกประตูตามมา
ทั้งสองหันไปมองประตูที่ปิดลง
ััถึงความรู้สึกแปลกๆ เหมือนเวลาทำพิธีเรียกิญญาแล้วมีบางอย่างลงมาสถิต
‘มีใครปิดประตูหรือเปล่านะ’
ฮิโรโตะกำลังจะลุกไปดูให้แน่ใจ แต่โซอิจิโร่ร้องปรามไว้
ทันใดนั้นบนโต๊ะพลันปรากฏแสงเข้มคล้ายแมกนีเซียมทำปฏิกิริยาทางเคมี
“นะ…นี่มันอะไรกัน!?”
โซอิจิโร่ตกอยู่ในความตื่นตระหนก
“อะไรเนี่ย? กลวิเศษ?”
ฮิโรโตะหยิบกระดาษหนังแกะขึ้นมาแล้วพลิกมองด้านหลัง ฉับพลันนั้นแสงที่เปล่งจากแผนที่ก็ห้อมล้อมและทั้งสองคน---รวมถึงทั้งห้องเอาไว้บริเวณโดยรอบและในสมองกลายเป็สีขาวโพลน
ทั้งที่แสงสว่างห้อมล้อมแต่กลับไม่แสบตา ทั้งสองยังคงลืมตาทัศนวิสัยกลายเป็สีขาวไปเรื่อย ๆ ---พร้อมกับสติที่หลุดลอย
2
จู่ๆฮิโรโตะก็รู้สึกเหมือนถูกบางอย่างกระแทก และฟื้นคืนสติขึ้นอีกครั้ง เขาได้กลิ่นฉุน---คล้ายกลิ่นของหญ้า
พอเงยหน้าขึ้นดูจึงเห็นกองหญ้าแห้งยังไม่ทันได้คิดว่าทำไมถึงมาอยู่ในที่แบบนี้ เขาก็ได้ยินเสียงหมูร้องตามมาด้วยเสียงวัว
‘อะไรเนี่ย ๆๆ …!?’
ฮิโรโตะหันไปมองข้างๆ พบว่าโซอิจิโร่นอนคว่ำหน้าอยู่เช่นเดียวกัน เขาใช้แขนยันร่างขึ้นแล้วถ่มน้ำลาย

“นี่มันอะไรกัน…!?”
“ฟาร์มเลี้ยงสัตว์แถวๆ คิวชูละมั้ง? หรือจะเป็ฮอกไกโด?”
“เทเลพอเทชั่นมารึไง!”
โซอิจิโร่ร้องเสียงดังพร้อมกันนั้นก็ได้เสียงฝีเท้าคนและเสียงโลหะ ผู้ที่ส่งเสียงนั้นพร้อมกับเดินเข้ามาหา---คืออัศวินสองคน
‘คอสเพลย์!?’
ครู่หนึ่งฮิโรโตะคิดเช่นนั้น
ดูเหมือนเขาจะไม่ได้ถูกUFO ลักพาตัวมา
พวกเขาเทเลพอเทชั่นมายังฟาร์มเลี้ยงสัตว์ที่ไหนสักแห่งไม่ผิดแน่และที่นี่ก็บังเอิญมีคนแต่งคอสเพลย์พอดี---หรือว่าจะเป็ปาร์ตี้ยุคกลาง?
ทว่าผิดคาดที่อีกฝ่ายแผ่จิตสังหารออกมาอย่างไม่นึกฝัน
สายตาน่ากลัวมองมาจากหมวกเหล็ก
‘ความรู้สึกเป็ศัตรูอย่างชัดเจน?’
ถ้าเป็คอสเพลย์คงไม่รู้สึกถึงจิตสังหารขนาดนี้
พอมองดูดี ๆใบหน้าภายใต้หมวกเหล็กนั้นไม่ใช่ชาวญี่ปุ่น แต่เป็ใบหน้าของคนขาวแท้ ๆ
‘หรือว่าเราเทเลพอร์ทมาต่างประเทศ?’
ทันทีที่คิดเช่นนั้น
“ไอ้พวกโจรขโมยหมู!”
อัศวินคำรามขึ้น
“ไม่ใช่ครับพวกมันไม่ใช่โจรขโมยหมู!”
อัศวินสองคนะโขึ้นพร้อมกันด้วยคำพูดเดียวกันอัศวินอีกคนหนึ่งชักดาบออกมา เสียงตอนชักดาบช่างฟังเหมือนของจริง
‘เอ๊ะ? ดาบ!?’
โซอิจิโร่ส่งเสียงร้องลั่น
เขาพยายามหนีออกจากกองหญ้าแห้งแต่กลับเสียหลักล้มลง
‘ไม่จริงน่า คงไม่ฟันดาบนั่นลงมาหรอกนะ?’
ฮิโรโตะมองอัศวินทั้งสาม
ใบหน้าของพวกเขาเป็แบบชาวตะวันตกจริงๆ
แต่เมื่อครู่พวกเขาพูดภาษาญี่ปุ่นแสดงว่าสื่อสารกันรู้เื่สินะ ฮิโรโตะคิด
ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาคิดเื่แบบนั้นแต่ไม่รู้ทำไมเขาไม่รู้สึกถึงความตึงเครียดเลย ความรู้สึกสิ้นหวังที่ว่า แย่แล้วตายแน่ เราจบเห่แล้ว ไม่ได้มาเยือนเขาเลย
“ไอแอมน็อท ยัวร์ เอเนมี่ ไอแอม เจแปนนีส! (ฉันไม่ใช่ศัตรูของคุณ ฉันเป็ชาวญี่ปุ่น!) ”
โซอิจิโร่ร้องะโสุดกำลัง
อัศวินชะงักไปครู่หนึ่ง
‘ได้ผล?’
เปล่าเลย
อัศวินมองมาด้วยสายตาถมึงทึงและเดินเข้ามาหา ระหว่างเดินแขนข้างหนึ่งก็กวัดแกว่งดาบไปด้วย
โซอิจิโร่หนีมาหลบหลังฮิโรโตะ
อัศวินเงื้อดาบขึ้น
‘ไม่จริงน่า นี่น่ะเหรอเดธแฟล็ก? ไม่รู้สึกเหมือนกำลังจะตายเลยสักนิด…’
สิ่งที่เรียกว่าความตายนั้นรับรู้ด้วยความรู้สึกไม่ได้หรอกเหรอ
เราต้องมาตายที่นี่?
ต้องมาตายบนกองหญ้าแห้งที่ไม่รู้ที่มาที่ไปนี้?
ฮิโรโตะเห็นร่างอัศวินเป็ภาพสโลโมชั่นพลันได้ยินเสียงกีบม้า อัศวินะโบางอย่างออกมา และจากด้านหลังของพวกเขา…
“ห้ามฆ่านะ!คนพวกนั้นคือดีเฟเรนเต้!!”
ม้าตัวหนึ่งห้อตะบึงเข้ามาบนหลังของมันคือโครงกระดูก