จักรพรรดิอักขระสยบฟ้า

    ตอนที่ 44 กางอาณาเขต

    ตอนที่ 44

    กางอาณาเขตอักขระ

    เช้าวันถัดมาหลิงเฉินก็เริ่มทำสิ่งที่ตนเองตั้งใจทันที อย่างแรกที่เขาทำก็คือการสร้างสะพานอักขระขึ้นมาระหว่างริมฝั่งและตัวของคฤหาสน์กลางน้ำ 

    แม้ว่าตัวของเขาจะไปกลับด้วยวิชาตัวเบาได้แต่ว่าผู้อื่นไม่สามารถกระทำอย่างเช่นเขาได้ ทั้งหวังเซียนและก็เด็กน้อยลู่หมิงและลู่หนิง และยังมีคนใหม่ที่เขาจะรับเข้ามาอีกพวกเขาล้วนไม่สามารถใช้วิชาตัวเบาได้เยี่ยงเขา 

    เพราะเช่นนั้นหลิงเฉินจึงวางกลไกอักขระเอาไว้ มันคือสะพานอักขระที่เวลาปกติมันจะไม่ปรากฏออกมายกเว้นตอนที่ ผู้ที่หลิงเฉินสลักอักขระเอาไว้บนร่างกายเดินมาถึงสะพานอักขระก็จะปรากฏออกมา 

    หลังจากที่จัดการเรื่องสะพานอักขระเสร็จเรียบร้อยแล้วหลิงเฉินก็ได้เดินออกไปสำรวจที่ดินของตนเอง เมื่อสำรวจไปครั้งแรกเรียบร้อยแล้วหลิงเฉินก็เริ่มคิดจะวางอาณาเขตอักขระของตนเอง 

    ด้วยระดับพลังวิญญาณของเขาในตอนนี้อักขระขั้นสูงที่สุดที่สามารถวาดได้มันคืออักขระระดับสีคราม การร่ายอักขระประเภทอาณาเขตก็ใช้พลังวิญญาณมากไม่ต่างจาก อักขระประเภทผนึก เพราะว่าอักขระประเภทกางเขตแดนและผนึกเป็นอักขระที่ส่งผลระยะยาวไม่ใช่ระยะสั้นอย่างพวกอักขระประเภทโจมตีหรือป้องกัน

    การที่จะกางอักขระระดับกลางเขตแดนที่เป็นระดับสีครามหลิงเฉินจะต้องพักฟื้นพลังวิญญาณถึงหนึ่งวันเต็มๆ แต่เขาก็ไม่กังวลอะไรเพราะว่าตนเองเขาไม่มีเหตุจำเป็นต้องไปล่าพวกสัตว์อสูรวิญญาณแล้ว มันไม่เป็นผลเสียสักเท่าไหร่เพียงแค่พักฟื้นหนึ่งวันเท่านั้น 

    อักขระกางเขตแดนที่หลิงเฉินจะใช้มันคืออักขระเขตแดนหุบเขาลวงตา มันเป็นอักขระเขตแดนระดับสีครามที่สามารถป้องกันสัตว์อสูรวิญญาณระดับต่ำและมนุษย์ได้ 

    เขาเริ่มดำเนินการทันทีหลิงเฉินได้นำก้อนหินที่มีเลือดของเขาเขียนตัวอักษรบางอย่างอยู่ไปวางตามจุดต่างๆรอบๆนอกที่ดินของเขา การกางเขตแดนอักขระจำเป็นต้องมีสิ่งที่เรียกว่าตัวเชื่อมโยงพลังวิญญาณเพื่อสร้างเขตแดนขึ้นมา 

    หลังจากที่วางหินที่เป็นตัวเชื่อมโยงพลังวิญญาณตามจุดต่างๆเรียบร้อยแล้วหลิงเฉินได้เดินกลับมาที่คฤหาสน์กลางน้ำของตนเอง เขากระโดดขึ้นไปบนหลังคาคฤหาสน์สามชั้น 

    นิ้วมือของหลิงเฉินยกขึ้นมาพลางกับเริ่มวาดอักขระสีครามออกมาเป็นตัวอักขระทั้งหมดยี่สิบตัว เมื่อวาดจนเสร็จเรียบร้อยแล้วมือทั้งสองข้างก็ได้ประสานตรงกลางระหว่างอก 

    พลังวิญญาณจำนวนมากแผ่ออกมาจากร่างกายของหลิงเฉินพวกมันถูกอักขระทั้งยี่สิบตัวดูดเข้าไปจนหมด เมื่อได้รับพลังวิญญาณจำนวนมากแล้วอักขระสีครามพวกนั้นก็ต่างพากันพุ่งออกไปหาหินยี่สิบก้อนที่หลิงเฉินไปวางไว้ก่อนหน้านี้ 

    หลังจากนั้นเพียงครู่เดียวเท่านั้นอักขระเขตแดนก็ได้ถูกสร้างขึ้นมา

    มันเป็นม่านอักขระที่โปร่งใสเหมือนกับอากาศที่ไม่สามารถมองด้วยตาเปล่าให้เห็นได้ หลังจากที่ร่ายอักขระเขตแดนเสร็จร่างกายของหลิงเฉินก็สูญเสียพลังวิญญาณจำนวนมากแทบจะทรุดลงไปคุกเข่าอยู่กับพื้นแต่หลิงเฉินก็กัดฟันยืนอยู่ได้ 

    “ เสียพลังวิญญาณมากๆตั้งแต่ตอนเช้าเช่นนี้มันรู้สึกไม่ดีเลยจริงๆ ” หลิงเฉินเอ่ยด้วยใบหน้าที่ซีดเผือด 

    เมื่อสามารถสร้างอักขระเขตแดนได้สำเร็จหลิงเฉินก็สามารถทำอย่างแรกที่เขาตั้งใจเอาไว้สำเร็จแล้ว เรื่องที่เหลือก็มีเพียงแต่คนมีผู้เดียวเท่านั้นที่จะช่วยเขาได้นั้นคือหวังเซียนอย่างแน่นอน ตอนเนื่องจากร่างกายของหลิงเฉินสูญเสียพลังวิญญาณไปจำนวนมากเขาจึงพักผ่อนจนถึงยามเที่ยงวันถึงค่อยมุ่งตรงไปยังบ้านของหวังเซียนที่อยู่ในเมือง 

    หลิงเฉินไปถึงบ้านของหวังเซียนในยามเที่ยงวันพอดิบพอดี เมื่อไปถึงก็พบหวังเซียนและมารดากำลังนั่งทานอาหารกลางวันอยู่พอดี พวกเขาเลยเรียกหลิงเฉินมานั่งกินด้วยกัน 

    ป้าหวังตักข้าวหนึ่งชามให้กับหลิงเฉิน 

    “ ขอบคุณขอรับท่านป้าหวัง ” หลิงเฉินกล่าวกลับไปอย่างเป็นมารยาท 

    “ ไม่เป็นไรหรอกเจ้าค่ะนายน้อยหลิงถ้าข้าไม่ได้นายน้อยช่วยไว้คงจะแย่ไปแล้ว ” ป้าหวังกล่าวอย่างเป็นมารยาท

    ที่หลิงเฉินมาหาหวังเซียนเพราะว่าสองเหตุผลอย่างแรกหวังเซียนน่าจะเป็นผู้ที่กว้างขวางมากภายในเมืองชิงลู่เขาน่าจะแนะนำคนดีๆให้กับเขาได้และอีกอย่างก็คือหลิงเฉินรู้จักแต่เพียงหวังเซียนเท่านั้น

    “ นายน้อยมาพบข้ามีเรื่องอันใดหรือขอรับ ” หวังเซียนถามขึ้นมากลางโต๊ะอาหาร 

    “ อ๋อคือว่าขอรับข้าอยากจะถามหาผู้ที่จะทำงานให้ข้าน่ะขอรับ ” 

    หลิงเฉินเขาไม่อยากจะเรียกคนที่มาทำงานให้เขาว่าทาสเลย โดยปกติแล้วหลิงเฉินมักจะมองว่าชนชั้นทาสมันไม่ควรจะมีอยู่ตั้งแต่แรกแล้ว

    “ นายน้อยหลิงจะหาทาสหรือขอรับ ” หวังเซียนถาม

    “ ไม่ต้องถึงขนาดทาสก็ได้ขอรับ คฤหาสน์ของข้าใหญ่โตเลยอยากจะหาคนไปช่วยดูแลสักหน่อย ”

    เมื่อได้ยินเช่นนั้นหวังเซียนก็ตรองดูหาคนที่เหมาะสมที่จะให้ไปทำงานกับหลิงเฉิน เขาคงไม่คิดจะส่งคนที่นิสัยที่ไม่ดีไปให้ทำงานกับนายน้อยหลิงอย่างแน่นอน คนภายในเมืองชิงลู่ก็น้อยนักจะหาคนที่ไปอยู่กับนายน้อยหลิงก็ถือว่ายากเย็นอยู่เพราะว่าทุกคนก็ล้วนมีบ้านและอาชีพของตนเองอยู่แล้ว

    “ เออ....คือ ”  ป้าหวังได้เปล่งเสียงขึ้นมาหลังจากที่นั่งฟังบทสนทนามาสักพัก หลิงเฉินและหวังเซียนปรายตาไปมองนาง ตอนนี้ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยความอยากจะพูดออกมา 

    “ มีอันใดหรือขอรับท่านแม่ ”

    “ คือว่าถ้านายน้อยหลิงอยากจะได้คนไปดูแลบ้านเจ้าไม่ลองแนะนำบ้านเยี่ยไปละ ตอนนี้บ้านของพวกเขากำลังถูกเจ้าหนี้หน้าเลือดยึดไปแล้วนิ ” ป้าหวังแนะนำขึ้นมาตามความคิดของตนเอง 

    “ จริงด้วยขอรับ บ้านของท่านป้าและท่านลุงเยี่ย ” หวังเซียนอุทานขึ้นด้วยเสียงดังลั่น 

    จบตอน 

    คล้ายกับเรื่องจักรพรรดิอักขระสยบฟ้า ที่คุณอ่าน