ไม่ลืมความตั้งใจแรกเริ่มจึงจะประสบความสำเร็จได้ในที่สุด
เมื่อพูดประโยคสุดท้ายออกไปเจียงไท่ซวีก็จากไปพร้อมกับสายลม เหลือไว้เพียงคำพูดที่อ่อนโยนดังกึกก้องไปทั่วทั้งฟ้าดิน
“ไม่ลืมความตั้งใจแรกเริ่มจึงจะประสบความสำเร็จได้ในที่สุด” เย่เฉินพึมพำ ดูเหมือนว่าจะเข้าใจคำพูดนั้น
แกรกๆ!
แกรกๆ!
บางทีอาจจะเป็นเพราะความรู้แจ้งระหว่างฟ้าดินของเจียงไท่ซวีแท่นบูชาที่เขานั่งอยู่ได้แตกออกเป็นเสี่ยงมันก็คงสภาพอยู่มาได้เป็นเวลานานหลายปีแล้วและไม่สามารถทนต่อการเปลี่ยนผันของวันเวลาได้อีกต่อไปตอนนี้จึงได้สลายหายไปกับสายลมแล้ว
ที่เบื้องล่างของหน้าผาที่มืดมิดค่อยๆ จางหายไปพร้อมกับความตายของเจียงไท่ซวีดวงดาวที่สว่างไสวและแสงจันทราได้สาดส่องเข้ามา
“ผู้อาวุโสข้าจะใช้เนตรวงล้อเทวะของท่าน พาท่านไปชื่นชมโลกที่งดงาม”เย่เฉินทำการคารวะแสดงความเคารพต่อเจียงไท่ซวี หายใจเข้าลึกๆจากนั้นก็เดินออกไปด้านนอก
เบื้องล่างของหน้าผาแห่งนี้มีความยาวเป็นพิเศษเขาใช้เวลาเดินถึงหนึ่งชั่วยามเต็มจึงจะออกไปได้
ในตอนนี้ยังคงเป็นเวลากลางดึก แต่เมื่อเทียบกับเบื้องล่างของหน้าผาที่มืดมิดแล้วภายนอกนั้นมีชีวิตชีวา ต้นไม้โบราณ และดอกไม้ใบหญ้าที่อุดมสมบูรณ์
“มันเป็นความรู้สึกที่แปลกประหลาดมาก”เย่เฉินมองไปโดยรอบ อดไม่ได้ที่จะลูบตาซ้ายของเขา และพบกับสิ่งที่ต้องตกตะลึงในเนตรวงล้อเทวะข้างนี้นั้น ดอกไม้ใบหญ้านั้นก็ดูเหมือนมีชีวิต
ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อมองผ่านเนตรวงล้อเทวะ เขาสามารถมองเห็นโลกได้ชัดเจนยิ่งขึ้น สิ่งต่างๆ รอบๆเขาก่อนหน้านี้ รู้สึกเหมือนมีม่านบางๆ บดบังสายตาของเขาอยู่แต่ตอนนี้เมื่อได้รับการถ่ายทอดเนตรวงล้อเทวะดูเหมือนว่าเขาจะสามารถมองทะลุม่านบางนั้นเพื่อมองสิ่งของที่ดั้งเดิมได้มากขึ้นเรื่อยๆ
“ลึกลับจริงๆ”เย่เฉินมองไปรอบๆ และเดินมาจนถึงด้านหน้าของกำแพงหิน เมื่อผ่านกำแพงหินไปเขาก็สามารถปีนขึ้นไปบนภูเขาวิญญาณของสำนักเหิงเยว่เพื่อกลับไปยังส่วนลึกของสวนสมุนไพรวิญญาณอีกครั้ง
ในขณะนี้มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ของหญิงสาวโชยมาตามสายลม
ทันใดนั้นก็มีมืออันงดงามดั่งหยกมือหนึ่งปรากฏขึ้น และพาตัวเย่เฉินขึ้นมาจากจุดนั้น
“เจ้าหนุ่มเจ้าลงมาได้อย่างไร ทำไมเจ้าจึงรอดมาได้”เสียงอันไพเราะพร้อมเงาร่างที่งดงามของฉู่ซวนเอ๋อร์ปรากฏขึ้นและหิ้วเย่เฉินเหมือนกำลังหิ้วไก่ตัวหนึ่งไว้
“อาจารย์หญิงคนสวยแล้วท่านลงมาที่นี่ทำไม” เมื่อเห็นว่าเป็นฉู่ซวนเอ๋อร์ เย่เฉินก็ไอแห้งๆ
ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อเขามองไปยังฉู่ซวนเอ๋อร์ ดวงตาของเขาก็เบิกกว้างเป็นเพราะเมื่อมองผ่านเนตรวงล้อเทวะเขาไม่สามารถมองเห็นเสื้อคลุมตัวนอกที่ปิดบังไว้ได้ เขาสามารถมองเห็นผิวที่ขาวและอ่อนนุ่มของนางและเขายังสามารถมองเห็นได้ว่าฉู่ซวนเอ๋อร์ใส่ชุดชั้นในสีอะไรฉู่ซวนเอ๋อร์ผู้มีความงามราวกับเทพธิดาในสายตาของเขาตอนนี้ราวกับกำลังเปลือยกายอยู่
เฮือก!
ดวงตาที่กำลังมองดูนั้นเบิกกว้างเย่เฉินอดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลาย รูปร่างอันประณีตของฉู่ซวนเอ๋อร์ร่างกายที่เกือบจะชัดเจนสมบูรณ์ ผิวพรรณที่ดูอ่อนโยนขาวผ่องนั้นดูมีเสน่ห์ชวนให้หลงใหล เมื่อเห็นดังนั้นทั่วทั้งร่างของเขาก็ร้อนผ่าวและมีเลือดไหลออกมาจากรูจมูกของตนเอง
“การมองทะลุปรุโปร่ง? นี่เป็นความสามารถของเนตรวงล้อเทวะหรือ?”เย่เฉินกระตุกมุมปากขึ้นทันที “เอ่อ...แบบนี้บาปหรือเปล่า?”
“นี่เจ้าเป็นอะไรไป”ฉู่ซวนเอ๋อร์รู้สึกอึดอัดเมื่อถูกเย่เฉินจ้องมองเช่นนี้
แคกแคก!
เย่เฉินไอแห้งๆเช็ดเลือดกำเดาส่วนหนึ่งออกไป และหัวเราะเบาๆ “อาจารย์หญิงคนสวยท่านมาที่นี่ได้อย่างไร”
“ข้าก็อยากจะถามเจ้าเช่นกัน?” ฉู่ซวนเอ๋อร์โยนเย่เฉินลงบนพื้นดิน จากนั้นก็มองเย่เฉินด้วยรอยยิ้ม“ข้าบอกว่า เจ้าไม่ได้เก็บสมุนไพรวิญญาณอยู่ที่สวนสมุนไพรวิญญาณหรอกหรือ? ทำไมจึงลงไปอยู่ที่ใต้หน้าผา อีกอย่าง เจ้าลงไปข้างล่างได้อย่างไร”
“ข้าไต่ตามเถาวัลย์ลงไป”เย่เฉินส่ายหน้า และชี้ไปยังเถาวัลย์ที่ห้อยลงมาจากกำแพงหิน
“เถาวัลย์?” ฉู่ซวนเอ๋อร์รู้สึกขบขัน นางเลื่อนนิ้วไปบนใบหน้าของเย่เฉินกะพริบตาอันงดงามของนาง และพูดด้วยรอยยิ้ม “เจ้าหนุ่มน้อย เจ้าดื้อมากเลยนะ! กำแพงหินสูงขนาดนี้ ข้าอยู่ระดับขั้นสมานญาณก็ยังไม่กล้าที่จะลงไปเลยเจ้าเป็นแค่คนขั้นรวมพลัง ไต่เถาวัลย์ลงมาเวลาไม่ถึงสัปดาห์เจ้าคิดว่าเจ้าจะลงมาได้หรือ?”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นเย่เฉินก็ลูบปลายจมูก และไอแห้งๆ ขึ้นอีกครั้ง “ข้าปีนได้รวดเร็ว”
“ในเมื่อเจ้าปีนได้รวดเร็วขนาดนี้อย่างนั้นเจ้าก็ขึ้นไปเองเถอะ! ข้าไปก่อนก็แล้วกัน”พูดจบฉู่ซวนเอ๋อร์ก็สะบัดแขนเสื้อ จากนั้นก็เตรียมจะเหาะออกไป
“อย่าเพิ่ง...อย่าเพิ่งไปสิอาจารย์”เย่เฉินรีบคว้าฉู่ซวนเอ๋อร์เอาไว้ หากให้เขาต้องปีนขึ้นไปปีนอยู่เจ็ดแปดวันก็ไม่สามารถปีนขึ้นไปได้แน่ เขาไม่มีเวลาที่จะมาอยู่ที่นี่อีกสามวันข้างหน้าจะต้องเข้าสู่สำนักในแล้ว หากต้องมาเสียเวลาอยู่ที่นี่เขาก็คงจะพลาดการทดสอบที่ป่าร้างอย่างแน่นอนซึ่งนั้นถือเป็นเรื่องที่ไร้สาระที่สุด
“ไหนๆท่านก็มาแล้ว ก็ช่วยเอาข้าไปด้วยเถอะนะ!”เย่เฉินถูมือและยิ้ม
“เจ้าต้องการจะขึ้นไปกับข้านะหรือ?” ฉู่ซวนเอ๋อร์แสดงรอยยิ้มบนสีหน้าของนางอีกครั้ง
“จะได้ช่วยประหยัดเวลาอย่างไรเล่า! สามวันข้างหน้าข้ายังต้องเข้าร่วมการทดสอบที่ป่าร้างข้าจะติดอยู่ที่นี่นานๆ ไม่ได้นะ”
“จะพาเจ้าขึ้นมามันก็ทำได้อยู่แต่เจ้าจะต้องเชื่อฟังทุกอย่าง เรื่องอะไรก็ตามที่ข้าสั่ง เจ้าทำได้แค่พยักหน้าห้ามส่ายหน้าเด็ดขาด!”
“ศิษย์ก็ต้องเชื่อฟังอาจารย์อยู่แล้วแม้ว่าท่านจะให้ข้ากินอุจจาระในตอนนี้ ข้าก็ไม่สามารถจะปฏิเสธได้”
เมื่อเห็นสีหน้าที่หนักแน่นของเย่เฉินฉู่ซวนเอ๋อร์ก็ตบไหล่เย่เฉินเบาๆ อย่างมีความหมายกล่าวถึงการกินอุจจาระออกมาอย่างไม่มีขื่อมีแป แล้วยังจะมีอะไรอีกที่คนอย่างเย่เฉินไม่กล้าทำ
“ไม่รู้ว่าถ้าให้เจ้าเด็กคนนี้ไปกินอุจจาระเสียตอนนี้เขาจะร้องไห้ฟูมฟายไปก่อนหรือเปล่า”ใครจะไปนึกว่าฉู่ซวนเอ๋อร์ผู้งามดั่งเทพธิดาที่กำลังลูบคางของตนเองเพียงแค่คำพูดประโยคนั้น จะทำให้นางมีความคิดแปลกๆ ที่จะให้เย่เฉินไปกินอุจจาระขึ้นมาจริงๆ
“อาจารย์?” เมื่อเห็นว่าฉู่ซวนเอ๋อร์ก้มศีรษะลงและยิ้มอยู่คนเดียวเย่เฉินจึงลองโบกไม้โบกมืออยู่ตรงหน้าของนาง
ฮ่าฮ่า...!
ความคิดสุดแปลกที่ผ่านเข้ามาทำให้ฉู่ซวนเอ๋อร์หันไปมองเย่เฉินด้วยรอยยิ้ม และถามออกไป “ศิษย์คนเก่งฉีเยว่แห่งหอโอสถวิญญาณ นางมีหน้าตาที่สวยไหม”
เมื่อได้ยินดังนั้นเย่เฉินก็ถึงกับผงะ
“ถ้าอาจารย์จะให้นางมาเป็นภรรยาของเจ้าเจ้าว่าอย่างไร?” เมื่อเห็นว่าเย่เฉินตกตะลึงฉู่ซวนเอ๋อร์ก็กะพริบตาที่สวยงามของนาง
“ให้ข้าไปกินอุจจาระเถอะ!” เย่เฉินเข้าใจการเตรียมการของฉู่ซวน และเตรียมจะหนีไปทันที
“กลับมาเดี๋ยวนี้นะ”ดูเหมือนว่าฉู่ซวนเอ๋อร์จะคาดการณ์ไว้แล้ว จึงยื่นมือออกไปทันที เพื่อเตรียมจะหิ้วเย่เฉินที่เตรียมจะวิ่งหนีไปเหมือนกับหิ้วไก่อีกครั้ง
“เจ้าเด็กบ้าเพิ่งจะสาบานอย่างน่าเชื่อถือ ทำไมกัน เจ้าไม่เชื่อฟังอาจารย์แล้วหรือ? ฉีเยว่นางเป็นสตรีที่งดงามมาก ให้แต่งกับเจ้าเช่นนี้เจ้ายังน้อยใจอีกหรือ?”
“พวกเราสองคนไม่เหมาะสมกัน”เย่เฉินตะโกนเสียงดัง พยายามอย่างเต็มที่เพื่อสลัดให้พ้นตัวแต่ฉู่ซวนเอ๋อร์กลับตบฝ่ามือลงมาบนพื้น
“ไม่เหมาะสมอย่างนั้นหรือ?” ฉู่ซวนเอ๋อร์ผู้มีโฉมหน้างดงามราวกับเทพธิดาเริ่มคลุ้มคลั่งและมีความแข็งแรงมากกว่าที่คิด ศีรษะของเย่เฉินก็เกือบจะถูกนางกดจมลงไปในดินโคลน
“พวกเราสองคนไม่เหมาะกันจริงๆ”
“ไม่เหมาะสมถ้าอย่างนั้นเจ้าบอกข้าหน่อยสิ ไม่เหมาะสมตรงไหน” ฉู่ซวนเอ๋อร์กดศีรษะของเย่เฉินพลางถามออกไปด้วยรอยยิ้ม
“พวกเราสนิทสนมกันมากเกินไปหากต้องร่วมเตียงกัน ก็...เขินอายที่จะลงมือ”
“...”
โอ๊ย...!
ไม่นานเสียงกรีดร้องราวกับหมูถูกเชือด ก็ดังขึ้นที่ด้านล่างของหน้าผา
ไม่รู้ว่าผ่านไปเท่าใดแล้วที่แห่งนี้จึงจะกลับเข้าสู่ความสงบอีกครั้ง
เมื่อมองจากระยะไกลมีต้นไม้ที่คดงออยู่ต้นหนึ่ง ปลายด้านหนึ่งของกิ่งไม้แห้งนั้นมีเชือกผูกเอาไว้เชือกนั้นมัดคนผู้หนึ่งเอาไว้ ร่างของเขาก็กวัดแกว่งไปตามสายลม
ไม่ผิดเลยนี่คือเย่เฉิน
เขาถูกฉู่ซวนเอ๋อร์ลากไปถึงใต้ต้นไม้ทุบตีเขาอย่างรุนแรง จนจมูกและใบหน้าเกิดรอยฟกช้ำ ตาช้ำดำเป็นหมีแพนด้าเส้นผมก็ฟูโค้งเป็นสุ่มไก่ เมื่อมองไปทั่วทั้งร่างของเขาก็เต็มไปด้วยรอยเท้า
“คิดดีหรือยัง”ใต้ต้นไม้ฉู่ซวนเอ๋อร์กำลังนั่งอยู่ นางหยิบเมล็ดแตงขึ้นมาแทะอย่างสบายใจบางครั้งก็ส่งสายตามองไปยังเย่เฉินที่ถูกแขวนอยู่
เมื่อมองไปยังเย่เฉินอีกครั้งก็พบว่ามีน้ำตาก็ไหลอาบอยู่เต็มใบหน้าของเขา
นี่มันเกิดอะไรขึ้นเดิมทีคิดว่าอาจารย์แสนสวยขนาดนี้จะต้องเป็นหญิงสาวที่อ่อนโยนแต่ในความเป็นจริงกลับทำกับเขาจนแทบกระอักเลือด หลังจากถูกกดลงกับพื้นทุบตีอยู่เกือบทั้งคืนเขาจึงรู้ว่าตนเองตกลงหลุมไปแล้ว
“ข้าจะบอกให้นะฉีเยว่เป็นสตรีที่ดีมากๆ ให้แต่งงานกับเจ้าก็ไม่ได้เป็นการเอาเปรียบอะไรเจ้าเลย”
“เจ้ายังไม่ยินยอมอีกหรือ?”
“แต่งงานกับนางอนาคตมันก็ดีจะตายไป!”
ใต้ต้นไม้ฉู่ซวนเอ๋อร์ได้แต่พูดอยู่กับตัวเองโดยไม่สนใจเลยว่าเย่เฉินมีความคิดเห็นอย่างไร
“เอ่ออาจารย์หญิงคนสวย อันที่จริงนะ!ข้ามีคนที่ชื่นชอบอยู่แล้ว”เมื่อรู้ว่าฉู่ซวนเอ๋อร์ไม่มีทางปล่อยตนเองไปอย่างง่ายดายแน่นอน เย่เฉินยิ้มเบาๆ
“อาจารย์สวยขนาดนี้คงจะไม่ขัดขวางความรักของคนรักกันหรอกนะ!”