ลี่จูที่ได้ยินคำถามของบุรุษตรงหน้าได้แต่มองดูเขาแล้วถอนหายใจ เธอจะบอกเื่ของเธอกับเขาไปได้อย่างไรกัน เขาจะมาเข้าใจอะไร ตอนนี้เขาคิดแต่ว่าเธอต้องถูกคุมตัวไว้เพราะไม่แน่ใจว่าเธอคือตัวอะไร จะเป็อันตรายต่อผู้อื่นหรือไม่ แล้วถ้าเธอพูดอะไรแปลกๆ ออกไป เขาจะไม่ยิ่งคิดว่าเธอเป็ตัวประหลาดจนต้องจับขังไว้หรอกรึ!
“ข้าไม่เป็ไรเ้าค่ะ เพียงแค่ไม่รู้จะอธิบายอย่างไรกับท่านดี ท่านจึงจะปล่อยตัวข้าไป”
เจียเร่อได้ยินคำพูดของนางแล้วรู้สึกหงุดหงิดแปลกๆ ใยนางไม่คิดว่าโชคดีกว่าสตรีอื่นที่อยากใกล้ชิดเขาแต่กลับทำไม่ได้ ผู้อื่นมีแต่วิ่งเข้าหาเขา แต่นางแทบไม่ต้องทำอะไรก็ได้อยู่ในจวนของเขาแล้ว นางควรจะดีใจมากกว่าอยากออกไปจากจวนของเขามากกว่า เหตุใดช่างไม่รู้ความจริงๆ
“เ้านี่ช่างไร้เดียงสาจริงๆ สตรีอื่นมีแต่อยากเข้ามาอยู่ในจวนแม่ทัพของข้า ในเรือนของข้ามีชุดสวยๆ ให้เ้าใส่ มีอาหารชั้นเลิศให้เ้าได้ลิ้มลอง ไหนจะบ่าวรับใช้ที่ทำให้เ้าสุขสบาย หากเ้าออกไปภายนอกคงต้องระเหเร่ร่อนลำพัง เ้าคิดว่าสตรีบอบบางเช่นเ้านั้นจะไหวรึ!?”
ลี่จูฟังคำของเขาแล้วได้แต่จ้องมองดูเขาอย่างไม่เข้าใจ
ทำไมเธอจะต้องอยากมาอยู่ในจวนของเขาด้วย แล้วสตรีอื่นทำไมถึงอยากมาอยู่ แค่มีข้าวของไร้สาระพวกนั้นน่ะรึ!? มันไม่ใช่สิ่งที่นาง้า!
สิ่งของภายนอกมันแค่มายา ข้าวปลาสิของจริง!
นี่คือคำขวัญในใจนาง แม้คนยุคโบราณนี้ยังชอบสิ่งของสวยๆ งามๆ แต่ต่อไปพวกเขาจะเห็นค่าของธรรมชาติมากขึ้นเมื่อมันถูกทำลายไปหมด เช่นเดียวกับนาง
“ข้าไม่้าสิ่งที่ท่านกล่าวมา ข้าแค่้าอิสระ เมื่อใดที่ท่านรู้ว่าข้าไม่ได้เป็อันตรายต่อใครแล้ว โปรดปล่อยข้าไปนะเ้าคะ ข้าไม่ใช่สตรีเช่นที่ท่านเคยพบเจอมา โปรดอย่าคิดว่าข้าเป็เช่นพวกนาง”
ลี่จูเอ่ยออกไปอย่างหนักแน่น เธอไม่ได้จากบิดามารดามาไกลขนาดนี้ เพื่อจะมาถูกกักขังไว้เช่นนี้หรอกนะ เวลาของเธอมีค่า เธอไม่อยากเสียเปล่าไปกับบุรุษผู้นี้ แม้เขาจะดูดีมากแค่ไหนก็ตาม แต่มันไม่ได้ทำให้เธอไขว้เขวได้ง่ายๆ หรอก ภารกิจของเธอสำคัญที่สุด
เจียเร่อได้ยินคำกล่าวของนางที่ดูเชื่อมั่นในตนเองขนาดนี้กลับทำให้เขาอยากเอาชนะ นางไม่ชายตาแลสมบัติหรือสิ่งของที่เขามีเลยรึ!? แม้แต่ตัวเขาก็ไม่ทำให้นางสนใจได้เลยอย่างนั้นหรือ? นางช่างเป็สตรีใจแข็งจริงๆ แบบนี้ยิ่งทำให้เขาไม่อยากปล่อยนางไปเลย คราแรกเขาแค่คิดลองหยั่งเชิงนางดูว่านางคิดเห็นเช่นไรหากต้องอยู่กับเขาที่นี่ไปอีกนาน แต่เมื่อได้ยินคำกล่าวของนางมันช่างทำให้ความอยากเอาชนะของเขามันพุ่งพล่านจริงๆ
“หากเ้าไม่้าสมบัติสิ่งใดของข้าก็ดี แล้วเ้าจะเสียใจทีหลัง ไว้ข้ามั่นใจว่าเ้าไร้พิษภัยต่อผู้อื่นข้าจะปล่อยเ้าไปเอง วางใจเถอะ!”
เจียเร่อกล่าวจบได้แต่สะบัดชายเสื้อแล้วจากไป สตรีผู้นี้ช่างทำให้คนเช่นเขาอยากกักขังนางไว้ข้างกายจริงๆ ผู้อื่นมีแต่หวังผลประโยชน์จากเขา อยากให้บุตรสาวแต่งเข้าจวนเพื่อใช้ตำแหน่งของเขาช่วยเหลือเื่การงานหรือแม้แต่เื่เงินทอง มีเพียงนางที่ไม่้าอยู่ข้างกายเขา ไม่อยากได้อะไรจากเขานอกจากอิสรภาพ สตรีเช่นนี้เขาไม่เคยพบเจอและหาได้ยากยิ่ง แล้วเขาจะโง่ปล่อยไปได้อย่างไร!
ถึงนางจะไร้ที่มา ซ้ำยังไม่รู้ว่าเป็ลูกเต้าเหล่าใคร แต่มันดีต่อเขาที่ไม่ต้องไปข้องเกี่ยวกับอำนาจฝ่ายใดให้ฝ่าาขุ่นเคืองว่าเขาจะร่วมมือกับฝ่ายใดก่อฏ หากรู้ว่านางไร้ตระกูลใหญ่ค้ำชูหรือเป็บุตรสาวบ้านใดที่ไม่มีลับลมคมใน เขายิ่งอยากให้นางอยู่ข้างกายเขา เพราะนางถูกใจเขามากที่สุดั้แ่พบเจอสตรีมา แม้นางจะไม่พอใจเขาอย่างไร แต่เขาจะกักขังนางไว้เช่นนี้ตลอดไปจนกว่านางจะใจอ่อนให้เขา อยากรู้เหมือนกันว่านางจะทนต่อต้านเสน่ห์ของเขาได้อย่างไร หญิงทั่วเมืองแถบชายแดนเหนือนี้ต่างส่งสายตาให้เขาไม่เว้นแต่ละวัน แล้วนางจะทานทนได้อย่างไร เมื่อคิดได้ดังนั้นเจียเร่อจึงยิ้มมุมปากบางๆ ก่อนเดินจากไปอย่างไม่คิดมากอะไรอีก
ลี่จูได้แต่มองดูท่าทีของเจียเร่อที่เดินออกไปอย่างไม่พอใจ เขาเป็อะไรไป เป็บุรุษขี้หงุดหงิดหรืออย่างไร? แล้วเหมือนอยู่ดีๆ นางเห็นเขายิ้มขึ้นมาครู่หนึ่งก่อนกลับไปเคร่งขรึมอีก สงสัยเขาท่าจะบ้าแล้ว ในใจของลี่จูได้แต่งุนงงกับคนเช่นเขา ทำอะไรไร้เหตุผลจริงๆ
เมื่อท่านแม่ทัพ 2 อารมณ์ผู้นั้นเดินออกไปไกลแล้วลี่จูจึงคิดจะทำความสนิทสนมกับบ่าวรับใช้ 2 คนที่ตามติดเธอไม่ห่างั้แ่เมื่อวาน เผื่อว่าจะมีช่องทางที่จะทำให้เธอไปจากที่นี่ได้เร็วขึ้น
“พวกเ้ามีนามว่าอย่างไรรึ?แล้วพวกเ้าอายุเท่าไหร่กัน?”
“ข้าอี้จิงเ้าค่ะ อายุ 22 ปีแล้วเ้าค่ะ”
“ข้าอี้ฉีเ้าค่ะ อายุ 25 ปีแล้วเ้าค่ะ”
เมื่อได้ยินว่าพวกนางอายุมากกว่านางทั้งคู่ แถมยังมาคอยรับใช้นางเหมือนกับนางเป็เ้านายของพวกนางไม่ต่างกับท่านแม่ทัพผู้นั้นเลยยิ่งทำให้นางรู้สึกกระดากอายที่ต้องให้พวกนางทำทุกอย่างให้ หากเป็ไปได้นางคงต้องหัดทำอะไรเล็กๆ น้อยๆ ด้วยตนเองได้แล้ว
“แล้วที่นี่สตรีทั่วไปเค้าทำอะไรบ้างแต่ละวัน ข้าอยากลองหาอะไรทำฆ่าเวลาสักหน่อย”
ลี่จูไม่รู้ว่าเธอจะอยู่ที่จวนนี้นานแค่ไหน แต่ในเมื่ออยู่แล้วคงต้องหาอะไรทำบ้าง เผื่อเธอจะได้รู้จักคนในจวนนี้มากขึ้นด้วย
“สตรีส่วนมากที่นี่จะทำอาหารเ้าค่ะ”
“ทำความสะอาดเรือนเ้าค่ะ”
“เย็บปักถักร้อยเ้าค่ะ... ฯลฯ ”
2 บ่าวรับใช้มองหน้ากันก่อนจะค่อยๆ บอกกล่าวให้เธอรับรู้ พวกนางสลับกันพูดเหมือนเตรียมตัวกันมาเป็อย่างดีแล้วแถมยังไม่ซ้ำกันสักอย่าง จนลี่จูมึนงง
“เอาล่ะๆ ข้าเข้าใจแล้ว เช่นนั้นพวกเ้าสอนข้าทำอาหารได้หรือไม่ ข้าไม่เคยทำอาหารแบบพวกเ้ามาก่อน”
ลี่จูเอ่ยตามจริง นางไม่เคยทำอาหารแบบคนยุคโบราณ ส่วนมากอาหารของนางจะทำง่ายๆ เพราะพืชผักหายาก ไม่ทอดก็ผัดหรืออบเท่านั้น เครื่องปรุงก็มีไม่กี่อย่างเพราะพ่อกับแม่ชอบทานรสจืดเพื่อสุขภาพมาั้แ่เธอจำความได้ ทำให้ลี่จูติดการทานเช่นนั้นมาด้วย เมื่อมาที่นี่แล้วได้กินอาหารแปลกใหม่รสชาติดีทำให้นางอยากลองทำดูบ้าง
“ได้เ้าค่ะ เช่นนั้นคุณหนูลองทำอาหารง่ายๆ ดูก่อนนะเ้าคะ พวกทอดแล้วค่อยผัด ข้าจะพาท่านไปโรงครัวเล็กของเรือนรับรองเ้าค่ะ”
“เดี๋ยวข้าไปเตรียมวัตถุดิบมาให้นะเ้าคะ”
ทั้งสองแบ่งแยกหน้าที่กันทำเสร็จสรรพ ลี่จูเพียงเดินตามอี้จิงไป ส่วนอี้ฉีไปเตรียมวัตถุดิบที่ครัวใหญ่มาให้นางได้ลองทำดู ที่นี่อุดมสมบูรณ์มาก คงมีวัตถุดิบมากมายให้เลือกทำอาหารได้หลายชนิด
“แล้วเราต้องเริ่มจากอะไรก่อนรึ?”
เมื่อเดินมาถึงครัวเล็กๆ ที่มีเตาและท่อนไม้กองอยู่ข้างๆ เต็มไปหมด ลี่จูไม่รู้ว่าเตาไฟเช่นนี้ต้องจุดอย่างไร ที่นางอยู่มีแต่เตาไฟฟ้า เตาอบ เตาไมโครเวฟเท่านั้น แล้วเตาฟืนเช่นนี้ต้องใช้อย่างไรกัน? แล้วจะควบคุมอุณหภูมิอย่างไรเวลาทำอาหาร?
ลี่จูจ้องมองสิ่งของในครัวเล็กอย่างสงสัยว่าใช้งานอย่างไร อะไรคล้ายกับสิ่งที่นางเคยใช้มาบ้าง นางมองไปทั่วอย่างละเอียดถี่ถ้วน
อี้จิงที่เห็นลี่จูจ้องมองสิ่งของในครัวเหมือนไม่เคยเห็นเลยสักอย่าง กลับทำให้อดรู้สึกเอ็นดูนางไม่ได้ นางคงจำอะไรไม่ได้จริงๆ ท่านแม่ทัพบอกว่านางจำอะไรไม่ได้เลยสักอย่าง แม้แต่ข้าวของเครื่องใช้ในครัวนางยังทำเหมือนไม่เคยเห็นเลย