"เวรแล้ว!"
"ท่านผู้นำตระกูลช่างร้ายกาจนัก!"
"ทะลวงเส้นทางจนพรุนไปหมด!"
มู่หลางร้องอุทานเสียงดังดวงหน้าเผยความเหลือเชื่อ
ส่วนสี่ชีวิตแห่งตระกูลมู่ที่อยู่ข้างกายต่างก็สั่นสะท้านเช่นกัน
ทว่ามู่ฮ่าวกลับสงบสติลงได้ก่อนรีบตวาดเสียงต่ำ "เร็วเข้า!ทหารผีจะกลับมารวมตัวกันอีกแล้ว!"
"รับทราบ!"
ฉัวะ! ฉัวะ!
เสียงแหวกอากาศดังสนั่นร่างทั้งห้าของตระกูลมู่ต่างพุ่งทะยานไปข้างหน้าด้วยความเร็วเหลือเชื่อพลันแซงหน้าเหล่ากองกำลังชั้นนำไปจนหมดมุ่งตรงสู่ปากทางเข้าสุสานอย่างราบรื่นไร้อุปสรรค!
"เป็นไปได้อย่างไร!?"
"บัดซบ!"
"พลังศักดิ์สิทธิ์ของมู่เสินฉวนกลับทะลวงผ่านเขตแดนโกลาหลได้อย่างนั้นหรือ!"
"หรือว่าวิถีที่เขาฝึกฝนนั้นจะเหนือกว่าพลังในที่แห่งนี้เสียอีก?"
เหล่าผู้อาวุโสแห่งกองกำลังชั้นนำนับไม่ถ้วนรวมถึงสองจักรพรรดิยังต้องตะลึงงัน
ชั่วขณะหนึ่งแม้แต่ความเร็วในการจู่โจมก็ยังแผ่วลงไปหลายส่วน
การโจมตีของมู่เสินฉวนสามารถกวาดล้างได้ทั้งแถบทั้งยังทะลวงผ่านสนามพลังได้โดยตรง พวกเขามิได้รู้สึกแปลกใจอันใดนัก
ท้ายที่สุดแล้วเขาก็คือกายาศักดิ์สิทธิ์โบราณ
พลังและโลหิตศักดิ์สิทธิ์สามารถยับยั้งสิ่งชั่วร้ายได้ทั้งปวงสร้างความรุนแรงต่อทหารผีและขุนพลยมโลกซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตจำพวกอสุรกายที่ผู้คนมากมายต่างทราบกันดี
เพียงแต่การที่แม้แต่เขตโกลาหลยังไม่อาจกดข่มพลังของเขาได้ทำให้พวกเขารู้สึกฉงนไม่น้อย
"นะ…นี่คือพลังของท่านผู้นำตระกูลมู่หรือ?"
"สมแล้วที่เป็นคนเหี้ยมผู้ตามล่าสังหารจ้าวแดนศักดิ์สิทธิ์เหยากวงเป็นระยะทางสามแสนลี้ช่างน่ากลัวเกินไปแล้ว!"
"เพียงแค่โจมตีคราเดียวก็กวาดล้างจนเหี้ยน!"
"กระทั่งเขตแดนโกลาหลยังถูกเขาเจาะทะลวง!"
เหล่าผู้ฝึกตนอิสระที่มิกล้าเข้าร่วมต่างส่งเสียงอุทานด้วยความตกตะลึงแล้วมองไปยังร่างในชุดคลุมสีขาวด้วยสายตาหวั่นไหว
รวมถึงผู้คนจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์เหยาฉือด้วย
ถึงแม้พวกนางจะมาถึงแล้วแต่ก็มิได้เข้าร่วมแย่งชิง เพียงแต่เฝ้ามองอยู่ ณ ที่เดิม
เหล่าผู้อาวุโสแห่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์เหยาฉือหลายท่านอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากออกมาด้วยความรู้สึกที่ท่วมท้น
"ท่านผู้นำตระกูลมู่แห่งทะเลไร้สิ้นสุดเติบโตถึงเพียงนี้แล้วหรือ..."
"กล่าวได้ว่าไร้ผู้ต่อต้านในยุคทองนี้!"
"หากฟันฝ่าการชำระล้างของเซียนบรรพกาลไปได้ย่อมมีโอกาสที่จะเติบใหญ่กว่านี้ อาจครองพิภพไร้ผู้ต้านทาน!"
"ธิดาศักดิ์สิทธิ์ท่านมีความคิดเห็นเช่นไร?"
"..."
"อาจจะเป็นเช่นนั้น" ดวงตางามของเหยาซีเป็นประกายเล็กน้อย ริมฝีปากแดงระเรื่อเผยอขึ้นมองไปยังมู่เสินฉวนแวบหนึ่ง แล้วเดินด้วยท่วงท่าอันสง่างามมุ่งสู่ภายในตำหนักเซียน
ผู้อาวุโสแห่งเหยาฉือหลายท่านสังเกตเห็นความผิดปกติของนางก็รู้สึกแปลกใจอยู่บ้าง
ทว่าก็มิได้กล่าวสิ่งใดปล่อยให้นางจากไปเช่นนั้น
ท้ายที่สุดแล้วธิดาศักดิ์สิทธิ์แห่งเหยาฉือที่สืบทอดมาแต่ละยุคไม่จำเป็นต้องแก่งแย่งชิงดีกับผู้ใด
เพียงสนใจแต่การสืบทอดวิถีเงียบๆ ก็เพียงพอ
…
มู่เสินฉวนยืนมองอยู่กลางเวหาเช่นนั้นมองข้ามสายตานับไม่ถ้วนที่จ้องมองมา
ด้วยความเข้าใจในวิถีแห่งความโกลาหลในตอนนี้การเจือปนลมปราณแห่งความโกลาหลเพียงเล็กน้อยลงในพลังศักดิ์สิทธิ์แห่งกายาศักดิ์สิทธิ์บรรพกาลก็หาใช่เรื่องยากอันใดนัก
หากไม่ใช่เพราะเขาไม่อยากเปิดเผยกายานี้เขาก็ลงมือกวาดล้างสุสานจนหมดสิ้นได้สบายๆ!
ทว่าลูหหลานทั้งห้าแห่งตระกูลมู่อยู่ที่นี้ด้วยการที่เขาลงมือเองก็ไม่ได้แตกต่างอันใด ผลลัพธ์ก็คงเช่นเดียวกัน!
มู่เฉินควบคุมเพลิงวิถีสามชนิดฝึกฝนคัมภีร์โบราณแห่งจักรพรรดิเพลิง
มู่ฮ่าวถือกำเนิดมาพร้อมกระดูกศักดิ์สิทธิ์ควบคุมกระบี่ศักดิ์สิทธิ์จันทราเงิน มีเคล็ดวิชาลับล้ำค่าแห่งสังสารวัฏรวมถึงสองในเก้าเคล็ดวิชา
กายาเทพจันทราของมู่เยว่เหยาดูเหมือนว่าฝึกฝนจนสำเร็จไปบ้างแล้ว ถึงสามารถร่ายเวทของมหาเทพโบราณได้
มู่หลางคือกายาอรหันต์สีทองและมีระบบโอ้อวดพลังรบก็มิได้ด้อยไปกว่าผู้ใด
ส่วนมู่อวี่เซิงถึงแม้การบ่มเพาะพลังจะไม่โดดเด่น แต่ค่ายกลสังหารที่สามที่สลักไว้ในร่างนั้นอย่างน้อยก็สำเร็จไปแล้วส่วนหนึ่ง
ทายาททั้งห้าแห่งตระกูลมู่ล้วนมีพลังต่อสู้ต้องห้าม
เมื่อร่วมมือกันย่อมไร้ผู้ในรุ่นเดียวกันต่อต้านได้!
สิ่งที่เขาต้องทำในตอนนี้ก็คือเฝ้ารออย่างเงียบๆ ณ ที่แห่งนี้
เมื่อใดที่สมบัติล้ำค่าของจักรพรรดิอู๋สื่อปรากฏเหล่าเทพแห่งกองกำลังชั้นนำจะต้องลงมือแย่งชิงจนปะทุสงครามสะท้านฟ้าสะเทือนดินแน่!
…
ใต้สุสานถึงแม้ลมปราณแห่งความมืดจักพวยพุ่งออกมาเป็นเวลาสิบวันแล้วทว่าก็ยังคงหลงเหลืออยู่ไม่น้อย
ขุนพลผีที่สวมชุดเกราะเหล็กน้ำแข็งและถือทวนส่องประกายต่างโจมตีหมายจะสังหารทั้งห้าร่างแห่งตระกูลมู่!
ครืน!
ทั้งห้าร่างต่างแสดงอิทธิฤทธิ์ทะยานไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว
ถึงแม้ขุนพลผีระดับไฟศักดิ์สิทธิ์จะมีจำนวนมากแต่ก็ต้านทานการจู่โจมของห้าทายาทแห่งตระกูลมู่ไม่ได้
ผู้ที่สามารถสังหารได้รวดเร็วที่สุดต้องยกให้มู่เฉิน
เพลิงปริศนาที่เขาควบคุมเหล่านั้นมีผลอย่างมากในการจู่โจมสังหารสิ่งมีชีวิตจำพวกอสุรกายเหล่านี้เพียงแค่สัมผัสก็ถึงตาย
ทำเอามู่ฮ่าวและมู่อวี่เซิงที่ไม่คุ้นเคยกับเขาต้องหันมามองด้วยความสนใจและอดมิได้ที่จะตะลึงพรึงเพริดต่อสายตาอันแหลมคมของท่านผู้นำตระกูล
ราวกับว่าสามารถผลักดันศักยภาพของลูกหลานแต่ละคนออกมาได้อย่างถึงขีดสุด…
ในไม่ช้าทายาททั้งห้าแห่งตระกูลมู่ก็สังหารมาถึงหน้าตำหนักใต้ดินขนาดมหึมาแห่งหนึ่งกำแพงเมืองนั้นผุกร่อน บันทึกร่องรอยแห่งห้วงเวลาอันไร้สิ้นสุดปรากฏขึ้นเบื้องหน้าพวกเขาดุจป้อมปราการโบราณ
"ไป!"
"อย่าลังเล!"
"ผู้คนจากกองกำลังชั้นนำอื่นจะต้องเข้ามาในเร็ววัน!"มู่เฉินกล่าว
"ได้!"
เมื่อลอดผ่านตำหนักใต้ดินเข้าไปได้หลายลี้ก็เป็นกลุ่มตำหนักเรียงรายติดต่อกัน เสาหินในตำหนักแกะสลักมังกร ผนังแกะสลักหงส์ดูสมจริงอย่างยิ่ง ประหนึ่งจิตรกรเอกได้นำรูปมังกรและหงส์มาประทับไว้เมื่อเวลาผ่านไปไร้สิ้นสุด กลิ่นอายอันยิ่งใหญ่ตระการตายังแผ่ไปทั่วบริเวณ!
จนกระทั่งผ่านไปครึ่งก้านธูปในที่สุดพวกเขาก็มาถึงยังโถงหลัก
เหนือโถงหลักแขวนป้ายอยู่ป้ายหนึ่งสลักอักษรสามตัว ‘ตำหนักอู๋สื่อ’
"ตำหนักอู๋สื่อ!"
"ที่นี่เป็นสุสานของจักรพรรดิอู๋สื่อ!"
จิตใจของพวกเขาฮึกเหิมขึ้นมาฉับพลันหันมองหน้ากันและกัน จากนั้นก้าวเท้าเข้าสู่โถงหลัก
โถงแห่งนี้ลึกและไกลแสงสว่างสลัวและความมืดเข้าครอบครองพื้นที่
ณใจกลางโถงอันโอ่อ่ากว้างขวางมีแท่นบูชาลอยอยู่ แท่นนั้นดำขลับดุจหมึกส่องประกายลึกลับและแผ่กลิ่นอายแห่งความกดดันที่ทำให้หายใจไม่ออกออกมาจางๆราวกับสามารถกดข่มวิถีแห่งไฟศักดิ์สิทธิ์ของพวกเขาได้!
"นี่คือศิลาเทพโกลี!"
"วัตถุดิบชั้นยอดที่สามารถหลอมรวมอาวุธสุดยอดได้ไม่คาดคิดว่าจักรพรรดิอู๋สื่อจะเอามาใช้เป็นเตียงนอน..."
มู่อวี่เซิงพึมพำแล้วเขาก็เบนสายตาไปยังที่อื่น ดวงตาเป็นประกายขึ้นมาในทันที
ที่นั่นมีโลงศพขนาดมหึมาตั้งเด่นอยู่ซึ่งสิ่งที่เขาเห็นแล้วชอบใจเป็นที่สุด
เจ้าของสุสานมักจะนำสมบัติล้ำค่าไปฝังรวมกับร่างเสมอ
ฟุ่บ!
ร่างของเขาวูบไหวมายังหน้าโลงศพกลับพบว่าฝาโลงถูกเปิดออกแล้ว ในใจพลันชะงักนิ่ง
มู่อวี่เซิงรีบก้มศีรษะลงมองเข้าไป
ด้านในเป็นโครงกระดูกที่แสงสว่างริบหรี่ห่อหุ้มด้วยแผ่นหนังมนุษย์ที่แห้งกรอบชั้นหนึ่ง ดูแล้วธรรมดาสามัญ
ทว่าสำหรับผู้แข็งแกร่งถึงระดับจักรพรรดิไม่ว่าจะตายไปนานเท่าใด ร่างและโครงกระดูกก็จะไม่เน่าเปื่อยแม้จะถูกผู้แข็งแกร่งเท่าใดทุบตีก็ตาม
ทว่าศพในโลงศพกลับเป็นเช่นนี้!
ย่อมมีเพียงความเป็นไปได้เดียวเท่านั้น…
"ฟืด..."
"จักรพรรดิอู๋สื่อยังไม่ตาย"
"เขาฝังร่างในภพนี้ไว้ ณ ที่แห่งนี้แล้วกลับมีชีวิตอยู่ในภพที่สอง!"
มู่อวี่เซิงสูดลมหายใจเย็นเข้าปอดแล้วส่งเสียงด้วยความตกตะลึง