ลิขิตหงสาเหนือปฐพี [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 2 บทที่ 45 สมรสเชื่อมสัมพันธ์

            เว่ยเฉี่ยนมีทักษะยุทธ์ดีเยี่ยมแต่ฉีเฉินไหนเลยจะเป็นคู่ต่อสู้กับมือสังหารที่ฝึกฝนมาเป็นอย่างดีเหล่านั้นได้บัดนี้ได้เขาตกอยู่ในอันตราย ในขณะที่ดาบเล่มหนึ่งกำลังจะฟันมาที่ตัวเขาหนานกู่เยว่พุ่งเข้าไปบังเขาไว้อย่างไม่กลัวตาย สถานการณ์อันตรายเกินไปจวินหวงไม่มีทางเลือกจึงต้องใช้พิษช่วยหนานกู่เยว่ให้แคล้วคลาดจากดาบเล่มนี้แต่ลงมือช้าไปนิดเดียว ดาบยังคงพุ่งไปที่หลังของหนานกู่เยว่แต่ในช่วงเวลาวิกฤตินั้นเว่ยเฉี่ยนได้สะบัดก้อนหินก้อนหนึ่งเข้ามาปะทะด้านข้างของกระบี่ส่วนที่ฟันลงมาที่หลังของหนานกู่เยว่จึงเป็นเพียงสันดาบที่ปราศจากความคม

            นางเจ็บจนล้มลงไปในอ้อมแขนของฉีเฉิน ม้ามและปอดได้รับบาดเจ็บจากแรงกระแทกจนกระอักเลือดออกมาจวินหวงสายตาเย็นเยียบเอามือล้วงเข้าไปหยิบเข็มพิษจำนวนหนึ่งออกมาจากแขนเสื้อแล้วปาไปยังมือสังหารเหล่านั้นมือสังหารเหล่านั้นตาเบิกโพลงราวกับลูกกระพรวน วินาทีถัดมาก็ร่วงลงกับพื้น

            ฉีเฉินอุ้มองค์หญิงไว้เหงื่อแตกพลั่กด้วยความตื่นตระหนกในดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความร้อนใจ "คุณชาย เจ้าไม่เป็นอะไรใช่ไหม?"

            จวินหวงหัวคิ้วขมวดยุ่ง รีบวิ่งเข้าไปยกแขนของหนานกู่เยว่ขึ้นมาแล้วตรวจชีพจรให้นาง จากนั้นถึงค่อยถอนหายใจด้วยความโล่งอก"ฝ่าพระบาทโปรดวางพระทัย องค์หญิงไม่ได้เป็นอะไรมากเพียงแค่หลังถูกกระแทกอย่างแรงจึงสลบไปเท่านั้น อีกไม่นานก็ฟื้น"

            ฉีเฉินได้ยินเช่นนั้นก็โล่งอก อีกเพียงนิดเดียวเท่านั้นเขานึกว่าตนเองจะต้องตายแล้ว แต่ก็อีกนิดเดียวเช่นกันที่เขานึกว่าตนเองจะต้องเสียหมากที่กำลังไปได้ดีไปเสียแล้ว

            ในเวลานั้นเว่ยเฉี่ยนก็เดินเข้ามา ในมือถือป้ายหยกไว้ชิ้นหนึ่งซึ่งนางค้นมาได้จากตัวของมือสังหารคนที่เป็นหัวหน้านางส่งให้ฉีเฉินด้วยท่าทางนอบน้อม หลังจากฉีเฉินรับมาดูแววตาของเขาก็เปลี่ยนไปราวกับมีพยับเมฆก่อตัวขึ้นภายในดวงตา

            "ป้ายหยกนี้มีอะไรผิดปกติหรือ?" จวินหวงเห็นท่าทางของฉีเฉินก็รู้แล้วว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรียบง่ายนางถามอย่างกังวลเพราะในใจกลัวว่าฉีอวิ๋นจะไม่เข้าใจสถานการณ์แจ่มแจ้งจึงส่งคนออกมา

            "นี่เป็นของฮองเฮา" ฉีเฉินกล่าวเสียงเย็นจากนั้นก็แค่นเสียงหัวเราะออกมาคราหนึ่งก่อนจะสั่งให้เว่ยเฉี่ยนส่งจวินหวงกลับจวนส่วนตนเองก็อุ้มหนานกู่เยว่ที่หมดสติเข้าไปในรถม้า แล้วขับรถม้าไปทางวังหลวง

            ไม่ต้องถามจวินหวงก็รู้ว่าฉีเฉินคิดจะไปทำอะไร นางส่งเขาไปด้วยสายตาในใจก็นึกปลงสังเวชแทนฮองเฮาผู้น่าสงสารแต่คนที่น่าสงสารก็มักจะมาจากสถานที่ที่น่าชังและมีแต่จะยิ่งทำให้คนเกลียดชังอยู่ร่ำไป

            เมื่อเข้าไปถึงวังหลวงแล้วฉีเฉินก็ยังคงอุ้มหนานกู่เยว่ไปยังตำหนักหลวงของฮ่องเต้ใบหน้าของเขาดูน่าสะพรึงกลัว ขันทีที่อยู่ด้านข้างไม่กล้าเข้าไปสอบถามแต่เมื่อเห็นหนานกู่เยว่ที่หน้าซีดเผือดอยู่ในอ้อมแขนของฉีเฉินก็ตระหนกสุดขีดไม่กล้าถ่วงเวลาให้ล่าช้า รีบเข้าไปรายงานทันที

            "ใต้ฝ่าพระบาท รัชทายาทขอเข้าเฝ้า" ขันทีค่อยๆกล่าวอย่างระมัดระวัง

            ฮ่องเต้ที่กำลังตรวจสอบฎีกาอยู่เงยหน้าขึ้น พลางคิดว่าหลายวันมานี้ฉีเฉินไม่ได้มาที่นี่มาครั้งนี้ไม่รู้ว่ามีเรื่องอะไร จึงเพียงขมวดพระขนงไม่ได้ตรัสสิ่งใด

            ขันทีพิจารณาจากสีพระพักตร์ของฮ่องเต้ที่เปลี่ยนไป จึงสูดลมหายใจลึกๆก่อนจะกล่าวว่า "ยังมีองค์หญิงหนานกู่เยว่เสด็จมาพร้อมกันด้วยพ่ะย่ะค่ะ"

            "เช่นนั้นยังไม่รีบเชิญเข้ามาอีก" ฮ่องเต้วางฎีกาลงแล้วกล่าวขึ้นขันทีรับพระบัญชาแล้วก็ออกมาแจ้ง         

            ตอนที่ฉีเฉินอุ้มหนานกู่เยว่เข้าไป ฮ่องเต้ตกพระทัยอย่างยิ่งพระองค์เข้ามาทอดพระเนตรสตรีที่ไม่มีทีท่าว่าจะฟื้นที่อยู่ในอ้อมแขนของฉีเฉินแล้วสั่งให้คนรีบไปเชิญหมอหลวงมาและประคองหนานกู่เยว่ไปนอนที่ตั่งกุ้ยเฟยที่อยู่ด้านข้าง

            "นี่มันเกิดอะไรขึ้น?"

            "เดิมทีลูกนัดกับองค์หญิงออกไปท่องเที่ยวใครจะรู้ว่าระหว่างทางจะพบกับมือสังหารที่ผู้หวังดีส่งมาองค์หญิงก็ได้รับบาดเจ็บจากสาเหตุนี้" ฉีเฉินหลุบสายตาต่ำลงแล้วล้วงเข้าไปในแขนเสื้อหยิบป้ายหยกสีเขียวมรกตชิ้นนั้นออกมา เหตุใดฮ่องเต้จะทรงจำไม่ได้เล่า?

            พระองค์ทรงพิโรธอย่างหนัก ตรงดิ่งไปที่ตำหนักของฮองเฮาทันทีในยามนี้เป็นเวลากลางวันท้องฟ้าแจ่มใส ฮองเฮาไม่คิดว่าฮ่องเต้ที่ราชกิจมีรัดตัวจะเสด็จมาได้ก็ตกตะลึงไปชั่วขณะ แต่ไม่นานก็รู้สึกตัวรีบยอบกายคำนับ"หม่อมฉันไม่ทราบว่าใต้ฝ่าพระบาทจะเสด็จ จึงไม่ได้เตรียมการต้อนรับขอใต้ฝ่าพระบาททรงอภัยโทษ"

            ฮ่องเต้ทรงมองฮองเฮาด้วยสายตาเย็นเยียบ มองจนกระทั่งฮองเฮารู้สึกหวาดกลัวจากนั้นนางก็มีท่าทางกระวนกระวายใจจริงๆ ฮ่องเต้โยนป้ายหยกไปตรงหน้าเมื่อฮองเฮาเห็นป้ายหยกก็หน้าถอดสี

            "ฮองเฮา เจ้าทำให้เราผิดหวังยิ่งนักเจ้าทำเรื่องกำเริบเสิบสานเช่นนี้ไปได้อย่างไร? รู้หรือไม่ว่าหากหนานกู่เยว่ตายในเป่ยฉีของข้าเช่นนั้นก็แสดงว่าเราเห็นหนานมู่เป็นศัตรู"

            ฮองเฮาได้ยินเช่นนั้นก็เข่าอ่อนทรุดนั่งลงกับพื้น แววตาล่องลอยความเคียดแค้นเกลียดชังทำให้นางตาบอด มาตอนนี้ย้อนกลับไปคิดก็นึกเสียใจไม่ทันแล้วเหงื่อเย็นซึมออกมาเปียกชุ่มอาภรณ์

            ฮ่องเต้ทรงมองดูสตรีที่ต่างถ้อยทีถ้อยอาศัยอยู่ร่วมชีวิตกันหลายสิบปีในที่สุดก็ถอนพระปัสสาสะอย่างจนพระทัย ส่ายพระพักตร์แล้วตรัสว่า"สำหรับความผิดของเจ้า ให้ถอดออกจากตำแหน่งฮองเฮาจากนี้ไปก็ให้อยู่ที่นี่ห้ามออกไปที่ไหนอีกเลยตลอดชีวิต!"ตรัสแล้วก็สะบัดแขนเสื้อเดินจากไป 

            ทางด้านหนานกู่เยว่ได้ฟื้นขึ้นมาแล้วเมื่อลืมตาขึ้นมาก็เห็นหนานจี๋หานที่กำลังมองตนเองอยู่ท่าทางร้อนใจราวกับไฟเผานางรู้สึกตกใจเล็กน้อย เรื่องทุกเรื่องในวังหลวงแห่งนี้มีเรื่องไหนบ้างที่จะไม่แพร่ออกไปภายนอกหนานจี๋หานได้ยินว่าน้องสาวคนเล็กของตนเองได้รับบาดเจ็บก็รีบเข้าวังอย่างเร่งด่วน

            หนานกู่เยว่ไม่เห็นฉีเฉินก็รู้สึกวิตกกังวล พยายามประคองตัวลุกขึ้นมานั่งนางดึงแขนของหนานจี๋หานไว้แล้วถามว่า "พี่ใหญ่ ฉีเฉินล่ะ? เขาเป็นอะไรหรือไม่? ตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน?"

            หนานจี๋หานขมวดคิ้วยุ่ง มองไปด้านนอก หนานกู่เยว่ก็หันหน้าไปทางด้านนอกก็เห็นใบหน้าที่กระวนกระวายใจของฉีเฉินที่ถูกหนานจี๋หานไล่ออกไปข้างนอกในใจของนางรู้สึกลิงโลด "ฉีเฉิน ท่านรีบเข้ามาเร็วๆ"

            ฉีเฉินได้ยินเสียงเรียกก็เดินเข้าไปโดยไม่สนใจอะไรอีกเมื่อเห็นหนานกู่เยว่นั่งอยู่บนเตียงยิ้มให้กับตนเอง เขาถึงถอนหายใจด้วยความโล่งอกความกลัดกลุ้มบนใบหน้าเมื่อครู่พลันมลายหายสิ้น เวลานี้ฮ่องเต้ก็เสด็จกลับมาเมื่อทรงเห็นว่าหนานกู่เยว่ไม่ได้เป็นอะไรมากก็โล่งพระทัย

            "องค์หญิงรู้สึกไม่สบายตรงไหนหรือไม่?" ฮ่องเต้ตรัสถาม

            หนานกู่เยว่ส่ายหน้าคิดจะกล่าวอะไรสักอย่างแต่ถูกหนานจี๋หานขัดจังหวะไว้ก่อน หนานจี๋หานกล่าวเสียงเย็น"กระหม่อมเห็นว่าใต้ฝ่าพระบาทควรจะอธิบายอะไรสักหน่อยเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้หรือไม่?"

            "เสด็จพี่ ท่านพูดอะไรน่ะ? เรื่องนี้เกี่ยวอันใดกับพวกเขา?" หนานกู่เยว่ขมวดคิ้วเครียดกล่าวขัดขึ้นมาจากนั้นก็ถูกหนานจี๋หานถลึงตาใส่ไปทีหนึ่ง

            ฉีเฉินมองหนานกู่เยว่แล้วก็สูดลมหายใจลึกๆ แล้วยืนขึ้นกล่าวว่า"เรื่องนี้เหตุเกิดมาจากข้า ข้ายินดีรับผิดชอบทุกอย่าง"

            "ฉีเฉิน คำกล่าวของท่านหมายความว่าอย่างไร?" หนานกู่เยว่กล่าวจบก็หันไปมองหนานจี๋หานและฮ่องเต้ แล้วกล่าวอย่างลนลาน"ตอนนี้ข้าขอประกาศว่า ข้าจะแต่งให้กับฉีเฉินเรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเขาแม้แต่น้อยหากไม่ใช่เพราะฉีเฉินเกรงว่าข้าคงจะสิ้นชีพไปนานแล้ว"

            ทุกคนได้ฟังต่างตกตะลึงในฉับพลัน ผู้ที่มีปฏิกิริยาตอบรับก่อนก็คือฮ่องเต้ทรงรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย "ที่องค์หญิงกล่าวมาเป็นเรื่องจริงหรือ?"

            "จริงแท้แน่นอน" หนานกู่เยว่มองฉีเฉินในวินาทีนั้นนางไม่ห่วงถึงความสำรวมที่สตรีพึงมีอีกแล้ว นางรู้สึกเพียงว่าหากไม่ได้พูดออกไปนางกลัวว่าฉีเฉินจะไปจากตนเอง

            ฉีเฉินมองหนานกู่เยว่ด้วยความรู้สึกลึกซึ้ง ลมหายใจคล้ายจะหยุดลงปานนั้นเขาเริ่มมีปฏิกิริยาอีกครั้งก็เมื่อเห็นหนานกู่เยว่ยิ้มให้ตนเองแล้วเอ่ยปากถามเขาว่า "ฉีเฉิน องค์หญิงเช่นข้าขอถามเจ้า ว่าเจ้ายินดีหรือไม่?"

            เมื่อได้เห็นดวงตาที่เปี่ยมไปด้วยความรักของหนานกู่เยว่ฉีเฉินก็นิ่งงันอยู่นานถึงยิ้มออกมาแล้วพยักหน้ารับ"หากองค์หญิงยินดีแต่งให้ข้า ข้าก็ย่อมยินดีแต่งกับองค์หญิงอยู่แล้ว"

            ฮ่องเต้ย่อมไม่เปิดโอกาสให้หนานจี๋หานได้กล่าวสิ่งใด ออกพระโอษฐ์ขึ้นทันที"ในเมื่อองค์หญิงกับเฉินเอ๋อร์มีน้ำใสใจจริงต่อกันเช่นนั้นเราก็จะอนุญาตงานสมรสของพวกเจ้า"

            หนานจี๋หานเห็นสองพ่อลูกร้องรับกันเป็นปี่เป็นขลุ่ยก็ได้แต่มองดวงตาที่เปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มแห่งความยินดีของหนานกู่เยว่สุดท้ายก็ไม่พูดอะไรออกมา เขาปรารถนาเพียงให้หนานกู่เยว่มีความสุขกับเส้นทางที่ตนเองเป็นผู้เลือกแล้วตัวเขาก็เดินออกไป

            ไม่เกินครึ่งวันเรื่องงานอภิเษกสมรสเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างฉีเฉินและหนานกู่เยว่ก็เป็นที่รู้กันทั่วทั้งเมืองหนานจี๋หานส่งคนไปแคว้นหนานมู่เพื่อนำเรื่องนี้กลับไปกราบบังคมทูลหนานกู่เยว่ก็เพียงแค่รอคอยงานอภิเษกสมรสระหว่างฉีเฉินกับนางด้วยใจระทึก

            เมื่อกลับมาถึงจวนอ๋อง ฉีเฉินก็ตรงไปเรือนข้างบังเอิญเห็นจวินหวงกำลังรดน้ำต้นไม้ดอกไม้อยู่พอดีดูเหมือนว่ากำลังเพลิดเพลินอยู่กับตนเอง

            "น้องเฟิงดูมีความสุขเช่นนี้อยู่ทุกวันเลยนะ"ฉีเฉินกล่าวแล้วเดินเข้าไป

            จวินหวงได้ยินก็วางของในมือลงหันกลับมามอง แล้วก็เพียงยิ้มบางๆให้กับฉีเฉิน "ฝ่าพระบาทมีงานมงคลจิตใจย่อมเปี่ยมสุขผู้น้อยควรจะแสดงความยินดีที่ฝ่าพระบาทอุ้มโฉมสะคราญกลับมาได้ถึงจะถูก"

            ฉีเฉินได้ฟังวาจาแล้วก็ยิ่งยิ้มกว้าง ในความเห็นของเขา หนานกู่เยว่กำลังจะมาเป็นของตนเองในอีกไม่ช้าแล้วเขาจะไม่รู้สึกสบายใจได้อย่างไร

            "โชคดีที่ได้แผนการอันเยี่ยมยอดของน้องเฟิงมิเช่นนั้นแล้วหนานกู่เยว่จะเสนอเรื่องอภิเษกสมรสออกมาเองเช่นนี้ได้อย่างไร"

            "หากฝ่าพระบาทวางพระทัยในการทำงานของผู้น้อยผู้น้อยอยากจะช่วยฝ่าพระบาทจัดงานฉลองมงคลสมรสในครั้งนี้"จวินหวงกล่าวพลางเงยหน้าขึ้นมองฉีเฉิน

            ฉีเฉินนิ่งคิดไปชั่วครู่ ตอนนี้เขาเป็นรัชทายาทแล้วงานอภิเษกควรจะให้กรมพิธีการเป็นผู้จัดงาน แต่อย่างไรเฟิงไป๋อวี้ก็เป็นคนที่เขาโปรดปรานผ่านไปชั่วครู่เขาก็พยักหน้า "ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็ต้องรบกวนน้องเฟิงแล้วได้น้องเฟิงเป็นคนจัดการเรื่องนี้เปิ่นหวางก็เบาใจ"

            ดังนั้นฉีเฉินจึงมอบอำนาจในการจัดการเรื่องงานอภิเษกสมรสทั้งหมดให้จวินหวงทั้งยังบอกกับทุกคนว่า หากใครกล้าขัดขวางการทำงานของจวินหวง เขาก็จะไม่เอาไว้เมื่อคำกล่าวนี้ประกาศออกมา ใครจะกล้าทำอะไรจวินหวงได้

            วันนี้จวินหวงไปหาโหรวเอ๋อร์ถึงที่พักนางไม่ต้องมากมารยาทกล่าวเข้าเรื่องทันที"องค์ชายสี่คงเคยบอกเป้าหมายที่เจ้ามาที่นี่แล้ว ตอนนี้ข้าได้รับอำนาจในการจัดพิธีอภิเษกสมรสเรียบร้อยเรื่องคนคงต้องมอบหมายให้เจ้าแล้ว ข้าต้องการคนในวันพรุ่งนี้"

            โหรวเอ๋อร์เก็บภาพลักษณ์ที่ดูอ่อนแอในยามปกติลงไปใบหน้าของนางในเวลานี้เรียบเฉยเย็นชาราวกับเปลี่ยนเป็นคนละคนนางหยิบโคมส่งสารออกมา แล้วฉวยโอกาสที่คนไม่ได้สังเกตนำโคมออกไปวาง

            เมื่อคนที่ฉีอวิ๋นมอบหมายให้เฝ้าอยู่นอกจวนอ๋องได้รับโคมส่งสารแล้วก็ถอดสารลับออกก่อนจะไปจัดเตรียมคนที่จวินหวงต้องการ

            รุ่งเช้าวันต่อมาจวินหวงออกจากจวนอ๋องไปสถานที่ซื้อขายทาสแล้วก็เห็นคนที่ฉีอวิ๋นจัดเตรียมไว้จริงๆ คนเหล่านั้นดูไม่แตกต่างอะไรกับคนธรรมดาแต่ความจริงแล้วเป็นยอดฝีมือระดับหัวกะทิแต่ก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะสัญชาตญาณขององครักษ์เงามีความระแวงสูงหรือสังเกตเห็นอะไรเข้าเว่ยเฉี่ยนจึงหยุดคนที่จวินหวงเลือกไว้ ไม่พูดไม่จาก็ซัดฝ่ามือออกไปที่คนผู้นั้น

            ฝ่ามือที่นางซัดออกไปรุนแรงมากบุรุษที่มีแขนและไหล่ดูบึกบึนก็ถูกฝ่ามือของนางซัดร่วงลงไปกองที่พื้นกระอักเลือดออกมา เสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังเซ็งแซ่ในช่วงเวลานั้น

            จวินหวงโกรธมาก ชี้หน้าเว่ยเฉี่ยนแล้วตะคอกใส่ "เว่ยเฉี่ยนเจ้ารู้หรือไม่ว่าทำอะไรลงไป? เจ้าลืมที่ฝ่าพระบาทกล่าวเอาไว้แล้วหรือเจ้าทำเช่นนี้เพราะไม่เชื่อใจข้าใช่หรือไม่?"

            เว่ยเฉี่ยนหลุบสายตาลง "ข้าน้อยผิดไปแล้ว ขอคุณชายโปรดลงโทษ"

            จวินหวงมองเว่ยเฉี่ยน แล้วแค่นเสียงหึ! อย่างเย็นชาจากนั้นก็ให้คนมาประคองคนที่ถูกซัดฝ่ามือจนล้มลงไปขึ้นมา แล้วนำคนเหล่านั้นเดินออกไปไม่แยแสเว่ยเฉี่ยนแม้แต่น้อย เว่ยเฉี่ยนยืนนิ่งอยู่นาน ในที่สุดก็หัวเราะกับตัวเองในใจรู้สึกปวดร้าวเกินบรรยาย 

    คล้ายกับเรื่องลิขิตหงสาเหนือปฐพี [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730