“เป็นอะไรไปเจ้าคะท่านแม่ ใครทำให้ท่านไม่พอใจมาหรือ ให้ข้าสั่งโบยให้ไหมเจ้าคะ” เหลียงซินถามมารดา
“ก็จะใครเสียอีกเล่า ถ้าไม่ใช่นังผู้หญิงอัปมงคลนั่น” อนุหรานตอบลูกสาว
“ท่านแม่ไปหาหูซูเจี๋ยมาหรือเจ้าคะ ท่านไปหานางทำไมกัน ไม่กลัวจะได้ไออัปมงคลกลับมาหรือ”
“ก็ไม่ใช่เพราะร้านขายผ้าของนางมีชุดเครื่องนอนกับชุดนอนผ้าซาตินขายหรอกหรือ ข้าอยากไปเลือกมาไว้ใช้สักชุดสองชุด แต่ไม่คิดว่าจะไปเจอมันให้ท่าผู้ชายอยู่ จับมือถือแขนฉุดกันไปมา ถ้าข้าไม่เข้าไปเห็นเสียก่อน ชายชั่วหญิงเลวสองคนนั้นคงใช้ร้านค้าเป็นสนามรักกันไปแล้ว”
“ท่านแม่สุภาพด้วยเจ้าคะ ประเดี๋ยวใครจะมาได้ยิน”
“แม่ลืมตัวไปหน่อย” อนุหรานมองไปที่นอกประตูก็ไม่เห็นว่ามีใครเฝ้าอยู่ นางจึงถอนหายใจโล่ง “ถ้ามีคนได้ยินว่าแม่พูดคำหยาบแล้วนำไปฟ้องท่านพ่อของเจ้า มีหวังเขาต้องไม่มาหาแม่อีกหลายเดือนแน่ ถ้าเป็นอย่างนั้นเขาก็คงลืมหน้าข้าพอดี”
“ท่านพ่อไม่กล้าลืมท่านแม่หรอกเจ้าค่ะ มีข้าอยู่ทั้งคน”
“นั่นสินะ ซินเอ๋อของแม่ทำการค้าเก่งกาจปานนี้ ร้านขายแพรพรรณสกุลเหลียงเติบโตมาได้เพราะความสามารถของเจ้า ท่านพ่อย่อมเห็นความสำคัญของเจ้า และเขาก็ต้องเผื่อแผ่ความรักนั้นมาให้แม่” อนุหรานลูบผมลูกสาวอย่างเอ็นดู “ยังดีที่แม่มีเจ้า ไม่เหมือนกับเจ้าลูกไม่รักดีคนนั้น ดีแล้วที่เขาชิงตายไปเสียก่อน ไม่เช่นนั้นต้องเป็นข้านี่ล่ะที่จะจัดการเขาเสียเอง”
“พี่ชายก็ตายไปแล้ว ท่านอย่าพูดถึงเขาอีกเลยเจ้าค่ะ พูดถึงเรื่องชุดเครื่องนอนนั่นดีกว่า ข้าว่าท่านแม่เอาเรื่องวันนี้ไปเล่าให้ท่านพ่อฟัง และให้ท่านพ่อไปบังคับเอาวิธีการทอผ้าซาตินมาจากหูซูเจี๋ย จากนั้นก็สั่งปิดร้านขายผ้าของนางเป็นการถาวร เท่านี้ท่านแม่ก็จะได้ระบายแค้นนังแพศยานั่น ส่วนสกุลเหลียงของเราก็จะได้เป็นเจ้าของผ้าซาตินแต่เพียงผู้เดียว อย่างนี้ไม่ดีกว่าหรือเจ้าคะ”
“ยังเป็นซินเอ๋อของแม่ที่ฉลาดหลักแหลม ได้...แม่จะเอาเรื่องนี้ไปบอกท่านพ่อ เพียงแต่ว่าเจ้าต้องช่วยเรียกท่านพ่อให้มาหาแม่ที่เรือนให้ได้ พักนี้ไม่รู้เป็นยังไง ท่านพ่อของเจ้ามักจะไปนอนที่เรือนของนังฮูหยินใหญ่อยู่บ่อยๆ”
“ข้าจะเชิญท่านพ่อมาให้เองเจ้าค่ะ ท่านแม่แต่งตัวสวยๆ ไว้รอได้เลย และคืนนี้ท่านต้องปรนนิบัติท่านพ่อให้ถึงใจนะเจ้าคะ”
“เรื่องนี้ต้องให้เจ้ามาสอนหรือ แต่ก็เอาเถอะ...แม่จะแต่งกายให้สวยงามและจะประพรมเครื่องหอมรอปรนนิบัติท่านพ่อของเจ้าให้ดี ส่วนเจ้าก็เชิญเขามาให้ได้ก็แล้วกัน” อนุหรานยิ้มให้ลูกสาว “จำเอาไว้นะซินเอ๋อ ผู้หญิงเราต้องรู้จักบริหารเสน่ห์ให้ดี ปลายจวักหรือจะสู้เรื่องบนเตียง”
“ข้าเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ”
ณ เรือนหลักสกุลเหลียง
“มีคนต้องการสั่งซื้อชุดเครื่องนอนที่ทำจากผ้าซาตินอย่างนั้นหรือเจ้าคะ คำสั่งซื้อมากมายเพียงใดกัน ทำไมท่านถึงต้องมานั่งขมวดคิ้วอยู่อย่างนี้” เหลียงฮูหยินถามสามี
“คำสั่งซื้อจะมากหรือน้อยไม่สำคัญ แต่ปัญหาที่แท้จริงคือโรงทอผ้าของเราไม่สามารถทอผ้าชนิดนี้ออกมาได้” นายท่านเหลียงบอกกับภรรยา
“ช่างทอผ้าของเราล้วนเป็นอาจารย์ที่มาจากทั่วแคว้น พวกเขายังทอผ้าแบบนี้ออกมาไม่ได้อีกหรือเจ้าคะ”
“ก็ใช่น่ะสิ แล้วเจ้ารู้ไหม คำสั่งซื้อพวกนี้เป็นคำสั่งซื้อของผู้ใด ถ้าเราส่งสินค้าไปไม่ได้ ร้านค้าของเราคงตั้งอยู่ไม่ได้แล้ว”
“เป็นคำสั่งซื้อของใครหรือเจ้าคะ”
“มู่หรงฮูหยินอยากซื้อผ้าไปเป็นของขวัญต้อนรับลูกสะใภ้”
“มู่หรงฮูหยิน? ฮูหยินที่ถูกเลื่อนสถานะมาจากอนุน่ะหรือเจ้าคะ ดูท่าท่านแม่ทัพมู่หรงคงถูกใจนางมาก แม้แต่เรื่องเล็กน้อยยังใช้ตำแหน่งมาข่มขู่พ่อค้าขายผ้าคนหนึ่ง” เหลียงฮูหยินพูดเสียงเยาะ
เป็นเพราะเหลียงฮูหยินไม่พอใจกับบุรุษที่เลี้ยงดูอนุมากมายอยู่แล้ว ยิ่งได้ยินว่าบ้านไหนที่บุรุษรักอนุจนหลงลืมภรรยา นางยิ่งรู้สึกไม่พอใจเข้าไปใหญ่ อย่างเรื่องที่แม่ทัพมู่หรงขับไล่บุตรชายที่เกิดจากภรรยาเอกและยกอนุขึ้นมาแทนที่ภรรยาเอกโด่งดังไปทั่ว เหลียงฮูหยินก็เกิดอคติกับคนสกุลมู่หรงทันที
ส่วนตัวนางที่ยอมให้สามีรับอนุหรานเข้ามาก็เพราะนางไม่อาจมีบุตรให้สามีได้ ในเมื่อสามียังต้องมีทายาทไว้สืบสกุล เรื่องรับอนุ นางจึงยอมถอยให้เขาก้าวหนึ่ง
“นั่นมันเป็นเรื่องของครอบครัวคนอื่นเขา เจ้าอย่าไปเป็นเดือดเป็นร้อนแทนเขานักเลย มาพูดถึงเรื่องผ้าซาตินนี่ดีกว่า ในเมื่อโรงทอผ้าของเราทอผ้าชนิดนี้ออกมาไม่ได้ แต่คำสั่งซื้อนี้เราก็ปฏิเสธออกไปไม่ได้เหมือนกัน เจ้าช่วยไปเป็นธุระติดต่อซื้อผ้าซาตินนี้มาให้ข้าหน่อยได้ไหม”
“ทำไมต้องเป็นข้าเจ้าคะ? เถ้าแก่ที่ร้านหรือว่าลูกสาวสุดที่รักของท่านทำหน้าที่นี้ไม่ได้หรือ”
“เจ้าอย่ามัวแต่ประชดประชันข้าอยู่เลย อย่างไรซินเอ๋อก็ไปจัดการเรื่องนี้ไม่ได้ ต้องเป็นเจ้าคนเดียวเท่านั้น เพราะผ้าซาตินมีขายอยู่ที่ร้านขายผ้าสกุลหู”
“ร้านขายผ้าสกุลหู? หูซูเจี๋ยน่ะหรือเจ้าคะ”
“ใช่ ข้าถึงบอกว่าเรื่องนี้ต้องให้เจ้าออกหน้า อย่างไรหูซูเจี๋ยก็เคารพเจ้ามาก นางย่อมไม่ปฏิเสธคำขอของเจ้าอย่างแน่นอน”
“เฮ้อ...ข้าเคยบอกท่านแล้วว่าอย่าให้ท่านรีบตัดสัมพันธ์กับเหลียงเซ่อ นิสัยของเขาต่างจากท่านเสียเมื่อไหร่ อีกทั้งข้าก็เคยบอกกับท่านไว้แล้วว่าวันหน้าเราอาจจะได้พึ่งพาคนสกุลหู แม้ท่านหูวั่งไฉมีเพียงกิจการโรงน้ำชา แต่เบื้องลึกเบื้องหลังเขาเป็นใคร ท่านยังสืบรู้ไม่ได้เลย ทีนี้เป็นอย่างไร...เหลียงเซ่อตายไปได้ไม่เท่าไหร่ก็ต้องไปขอความช่วยเหลือจากภรรยาเขาเสียแล้ว”
“เจ้าจะพูดเรื่องในอดีตให้มันได้อะไรขึ้นมา คนก็ตายไปแล้ว มันแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว” นายท่านเหลียงทำสีหน้าเจ็บปวดเมื่อพูดถึงลูกชายคนโต
“ข้าไม่ได้อยากตอกย้ำท่าน ข้าแค่อยากเตือนท่านว่าที่เรื่องราวมันเดินมาถึงจุดนี้ก็เพราะอนุหราน อนุสุดที่รักของท่านเป็นต้นเหตุ รู้ทั้งรู้ว่าลูกชายมีนิสัยเช่นไรแต่ก็ยังจะบังคับให้เขาไปแต่งกับคนที่เขาไม่ได้รัก พอไม่ได้ดั่งใจก็บอกให้เขาไปตายเสีย เป็นอย่างไร...พอเขาตายขึ้นมาจริงๆ ก็เอาความผิดไปลงไว้ที่คนอื่น ซูเจี๋ยเป็นเด็กนิสัยดี นอกจากจะเสียใจที่สามีจากไปตั้งแต่อายุยังน้อย แม่สามียังไปป่าวประกาศทำลายชื่อเสียงของนางเข้าไปอีก อนุหรานไม่กลัวว่าสักวันปากของนางจะนำภัยมาสู่ครอบครัวหรืออย่างไร” เหลียงฮูหยินถอนหายใจ “แต่ก็เอาเถิดเจ้าค่ะ เรื่องนี้ข้าจะจัดการให้”
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!
“มีเรื่องอะไร?” เหลียงฮูหยินตะโกนถามสาวใช้
“ฮูหยินเจ้าคะ สาวใช้จากเรือนคุณหนูซินเอ๋อให้คนมาเชิญนายท่านไปที่เรือนอนุหรานเจ้าค่ะ” เสียงสาวใช้ดังอยู่ด้านนอก
“ลูกสาวที่แสนดีมาเชิญบิดาให้ไปพักที่เรือนของมารดา เสียดายที่ข้าไม่มีโอกาสมีลูกสาวที่แสนดีเช่นนี้บ้างนะเจ้าคะ คืนนี้ข้าคงไม่ต้องเตรียมเครื่องนอนให้ท่านแล้วกระมัง” เหลียงฮูหยินกลับเข้าห้องนอนพร้อมกับปิดประตูเสียงดัง
นายท่านเหลียงมองตามภรรยาแล้วส่ายหน้าอย่างจนใจ เขารู้ว่าภรรยาไม่ชอบที่สุดคือการที่เขารับหรานซื่อเข้ามาเป็นอนุ แต่จะให้เขาทำอย่างไรได้เล่า ในเมื่อตัวนางเองที่มีทายาทให้เขาไม่ได้ และตัวเขาก็เป็นลูกชายเพียงคนเดียว สกุลเหลียงของเขายังต้องมีทายาทไว้สืบสกุล แต่ยังดีที่อนุหรานมีทายาทให้เขาถึงสามคน ไม่เช่นนั้นเขาก็ต้องทำใจรับอนุเข้ามาอีก หากเป็นเช่นนั้นจริง มีหวังบ้านของเขาคงต้องลุกเป็นไฟ และฮูหยินก็ต้องหาเรื่องประชดประชันเขาไม่หยุดหย่อน
คิดถึงเรื่องนี้ขึ้นมาทีไรก็ทำให้เขาปวดหัวทุกที แต่ไหนๆ อนุหรานคนงามก็ให้คนมาเชื้อเชิญแล้ว เช่นนั้นเขาก็จะไปค้างกับนางสักคืน มีอนุอยู่ในเรือนทั้งคนแต่ไม่ยอมใช้งาน เช่นนั้นก็เท่ากับเลี้ยงนางโดยเปล่าประโยชน์แล้ว
“คุณชาย วันนี้อนุหรานไปอาละวาดที่ร้านค้าของฮูหยินน้อยอีกแล้วขอรับ”
“พี่สะใภ้เป็นอย่างไรบ้าง ท่านแม่ได้ทำร้ายนางหรือเปล่า” เหลียงเหวินถามคนสนิท
“ไม่ได้ทำขอรับ เพราะในร้านมีคุณชายท่านหนึ่งยืนอยู่ด้วย”
เหลียงเหวินเงยหน้าขึ้น “คุณชายอย่างนั้นหรือ เขาเป็นใคร”
“ข้าก็ไม่รู้ขอรับ ได้ยินแต่เสียงของอนุหรานเรียกเขาว่าผู้ชายคนใหม่ของฮูหยินน้อย”
“เจ้าไปสืบดูว่าเรื่องนี้เป็นยังไงกันแน่ หากรักครั้งใหม่ของพี่สะใภ้เป็นคนดีเจ้าก็ไม่ต้องทำอะไร แต่หากผู้ชายคนนั้นไม่คู่ควรกับนาง เจ้าค่อยเข้าไปช่วย เจ้ากลับไปพักก่อนเถิด ที่นี่ไม่มีอะไรให้ทำแล้ว”
“ขอรับ”
เหลียงเหวินนั่งอยู่ในห้องคนเดียวและคิดถึงเรื่องราวในอดีต เหลียงเซ่อเป็นพี่ชายฝาแฝดของเขา โดยมีเหลียงซินเป็นน้องสาวคนเดียว เหลียงเซ่อกับเหลียงเหวินเรียกได้ว่าเป็นคุณชายรูปงามที่เก่งทั้งบุ๋นและบู๊ ตัวเขาชอบการเดินทางจึงเลือกที่จะเปิดสำนักคุ้มภัยเป็นของตนเอง ส่วนเหลียงเซ่อพี่ชาย แม้จะมีพรสวรรค์ด้านวรยุทธ์มากกว่าเขา แต่พี่ชายกลับเลือกที่จะหยุดเรียนวรยุทธ์ต่อ และหันไปเอาดีทางด้านงานเขียน เพียงแต่งานเขียนของพี่ชายกลับเป็นหนังสือต้องห้ามประเภทหนังสือประโลมโลกระหว่างชายหญิง เขาเคยเตือนพี่ชายในเรื่องนี้อยู่หลายครั้ง แต่พี่ชายกลับพูดมาคำเดียวว่านี่คือชีวิตของเขาและเป็นความชอบเดียวของเขา
แต่เหลียงเหวินรู้ดีว่านั่นเป็นเพียงข้ออ้างหนึ่งที่พี่ชายต้องการสร้างขึ้นมาปิดบังความชอบส่วนตัวของตนเอง เพราะแท้จริงที่แล้วเหลียงเซ่อชื่นชอบในบุรุษไม่ใช่สตรี และที่เหลียงเซ่อตัดสินใจแต่งงานกับหูซูเจี๋ยและยอมตัดสัมพันธ์กับครอบครัวก็เพื่อที่ตนเองจะได้แยกออกไปสร้างครอบครัวข้างนอก จากนั้นจะได้ลักลอบออกไปพบชายคนรักอย่างไม่มีผู้ใดสงสัย
น่าสงสารก็แต่แม่นางน้อยหูซูเจี๋ยที่ไม่รู้เรื่องรู้ราว คิดว่าสามีรักนางมากจนยอมตัดสัมพันธ์กับครอบครัว แต่ไม่รู้เลยว่าที่เหลียงเซ่อทำเรื่องเห็นแก่ตัวเช่นนั้นเพราะเขาจะได้มีโอกาสออกไปพบชายคนรักได้ตลอดเวลา ส่วนเรื่องการเข้าหอนั้นก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะไม่ว่าเหลียงเซ่อจะยกเหตุผลใดขึ้นมาบ่ายเบี่ยง หูซูเจี๋ยล้วนเชื่อทั้งนั้น
เพียงแต่ชีวิตรักของเหลียงเซ่อกลับไม่เป็นอย่างที่หวัง เพราะชายคนรักเกิดไปมีรักใหม่ ชายหนุ่มสามคนต่างต่อสู้เพื่อแย่งชิงคนที่ตนเองรัก ทั้งสามคนตายไปพร้อมกับความลับของพวกเขา เหลือเพียงตราบาปที่เหลียงเซ่อทิ้งไว้ให้หูซูเจี๋ย นั่นก็คือคำว่าดาวหายนะและดวงกินสามี
เหลียงเหวินที่รู้เรื่องนี้ดีที่สุดกลับไม่สามารถพูดความจริงเพื่อปกป้องพี่สะใภ้ได้ อย่างไรมันก็คือชื่อเสียงของพี่ชายและชื่อเสียงของครอบครัว ดังนั้นสิ่งที่เขาทำได้ทุกวันนี้ก็คือการคอยปกป้องพี่สะใภ้อยู่ห่างๆ
‘พี่ใหญ่ ท่านจะรู้บ้างไหมว่าท่านได้ทำลายชีวิตของผู้หญิงดีๆ คนหนึ่ง ข้าก็เป็นคนเห็นแก่ตัวไม่ต่างจากท่านที่ต้องปกปิดความลับดำมืดเพื่อชื่อเสียงของท่านและครอบครัวของเรา หากคุณชายที่มาติดพันพี่สะใภ้อยู่ตอนนี้เป็นคนดี ข้าก็จะคอยสนับสนุนพวกเขา แต่หากไม่ใช่ ข้าก็จะคอยช่วยเหลือนางจนกว่านางจะเจอรักแท้ นี่คงเป็นสิ่งเดียวที่ข้าจะชดใช้ให้นางแทนท่านได้’