คุณพ่อยอดซุปเปอร์สตาร์ (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    ตอนที่ 76 :New Soul

    ตอนที่ 76:New Soul

     

            ด้วยน้ำเสียงที่ไพเราะ บวกกับทักษะการร้องเพลงแบบนี้ก็มากพอที่จะเป็นเครื่องพิสูจน์ทั้งด้านดีและไม่ดีของศิลปะในการร้องเพลงของคน ๆหนึ่งได้เป็นอย่างดี

     

            สำหรับเรื่องนี้ นักวิจารณ์มืออาชีพทั้ง 51 คนต่างก็รู้แก่ใจดีเพราะเหตุนี้และแบบนี้ ในใจของพวกเขาถึงยิ่งเต็มไปด้วยความคาดหวัง

     

            แน่นอนว่า ข้อดีและข้อเสียของเพลงหนึ่งเพลงนอกจากทักษะของนักร้องแล้ว ก็ยังต้องคำนึงถึงเนื้อร้อง ดนตรีรวมถึงความรู้สึกที่นักร้องถ่ายทอดออกมา และบรรยากาศที่สร้างขึ้นมา...

     

            หลังจากความตกตะลึงในช่วงแรกผ่านพ้นสตูดิโอแห่งนี้ก็เข้าสู่ความเงียบอย่างรวดเร็ว

     

            บรรดาผู้ชมต่างผึ่งหูตั้งใจฟัง ผู้ชมบางคนถึงกับหลับตาเริ่มเคลิบเคลิ้มกับความกระหึ่มทางเสียงเพลง ณ ที่นี่

     

            “ได้ยินว่าปีเตอร์แพนไม่เคยโต

     

            แจ็คมีพิณและเวทมนตร์วิเศษ

     

            ได้ยินว่าในป่ามีบ้านขนมหวาน

     

            ซินเดอเรลล่าลืมรองเท้าแก้วคู่โปรด...”

     

            ในบรรดาผู้ชมเริ่มมีคนได้สติแม้ว่าท่วงทำนองในเพลงนี้จะไพเราะเสนาะหูแต่ดูเหมือนว่าเนื้อเพลงนี้จะคุ้นหูไม่น้อยคงไม่ได้ลอกเลียนแบบเนื้อเพลงของคนอื่นมาหรอกนะ ?

     

            นักวิจารณ์แถวหน้า เริ่มมีบางคนแสดงสีหน้าจริงจังออกมา

     

            ถึงอย่างไรโลกที่ให้ความสำคัญกับลิขสิทธิ์ ผลลัพธ์ของการลอกเลียนแบบย่อมต้องได้รับโทษอย่างสาสม

     

            “ฉันรู้แล้วฉันรู้แล้วว่าทำไมเนื้อเพลงของเพลงนี้ถึงได้คุ้นหูนัก ! ”

     

            ทันใดนั้น ก็มีเสียงทุ้มต่ำของนักวิจารณ์คนหนึ่งดังขึ้นสายตาของทุกคนจึงจับจ้องมายังนักวิจารณ์คนนี้เป็นตาเดียว

     

            “เนื้อหาของเพลงนี้ ทั้งหมดที่พูดมาคือตัวละครในหนังสือ‘นิทานก่อนนอนของเยว่เยว่’ ! ” ใบหน้าของนักวิจารณ์ที่กำลังพูดอยู่คนนี้ได้แสดงสีหน้าตื่นเต้น “เจ้าหญิงสโนไวท์หนูน้อยหมวกแดง อลิซ... ไม่ผิดแน่ นี่คือตัวละครในหนังสือ‘นิทานก่อนนอนของเยว่เยว่’ ”

     

            “พอนายพูด ฉันก็นึกได้เลย ! ”สายตาของนักวิจารณ์อีกคนเปล่งประกายฉับพลัน “หลิวจือเซียคนนี้มีพรสวรรค์มากจริง ๆ‘นิทานก่อนนอนของเยว่เยว่’ เพิ่งจะโด่งดังได้ไม่เท่าไหร่เอง ?เขาสามารถแต่งเนื้อเพลงที่เพราะได้ขนาดนี้แล้ว น่าทึ่งมาก ! ”

     

            นักวิจารณ์ทุกคนต่างเข้าใจในทันทีทยอยกันนึกย้อนไปถึงโครงเรื่องของนิทานเหล่านั้นจากนั้นก็เริ่มแสดงท่าทีตื่นเต้นออกมาและในขณะเดียวกันในใจก็แอบหวังให้หลิวจือผ่านเข้ารอบอย่างเงียบ ๆ

     

            แม้แต่นักวิจารณ์ยังเป็นถึงขนาดนี้ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงผู้ชมที่คลุ้มคลั่งเหล่านั้น

     

            “สุดยอด พี่เซียของฉันเจ๋งที่สุด !นี่คือตัวละครในหนังสือนิทานจริง ๆ ! ”

     

             “ฉันรู้แล้วลูกสาวฉันก่อนนอน เธอจะต้องเรียกฉันมาอ่าน ‘นิทานก่อนนอนของเยว่เยว่’ให้ฟังทุกคืนเลย”

     

            “ฮ่าฮ่าฮ่า เพลงเพราะขนาดนี้ แถมยังเป็นตัวละครที่เป็นรูปธรรมพี่เซียของเราเก่งที่สุดเลย ! ”

     

            เพราะยอดขายถล่มทลายของ ‘นิทานก่อนนอนของเยว่เยว่’คนจีนแทบจะทั่วทั้งประเทศต่างก็รู้จักหนังสือนิทานเล่มนี้และตอนนี้หลิวจือเซียได้หยิบยกตัวละครจากในหนังสือนิทานออกมาพรรณนาได้อย่างมีชีวิตชีวาเข้าถึงความรู้สึก พวกเขาจึงย่อมตื่นตาตื่นใจเป็นธรรมดา !

     

            “มีแค่สายน้ำแห่งสติปัญญาเท่านั้นที่รู้

     

            เพราะว่าสโนไวท์อยากเล่น เลยหนีออกมาจากปราสาท

     

            หนูน้อยหมวกแดงมีเสื้อคลุมที่สามารถหลุดพ้น

     

            จากการเป็นอาหารของหมาป่าจอมชั่วร้าย...”

     

            ในห้วงสมองของทุกคน ต่างก็ปรากฎเป็นภาพตัวละครในนิทานมากมาย

     

            เจ้าหญิงสโนไวท์ในชุดกระโปรงยาวสีขาวดุจหิมะมีมงกุฎคริสตัลประดับอยู่บนศีรษะ หนูน้อยหมวกแดงในเสื้อคลุมยาวสีแดงและหมวกฮู้ดสีแดง ปีเตอร์แพนในชุดธรรมดาสีเขียว กำลังกางแขนโบยบินอยู่บนฟากฟ้า...

     

            ท่วงทำนองที่สนุก ทำให้ตัวละครในนิทานแต่ละตัวมีชีวิตชีวาและสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นไปอีก

     

            ใบหน้าของเหล่าผู้ชมปรากฎสีหน้าแห่งความสุขเหมือนพวกเขากลายเป็นเด็กอีกครั้งกำลังเอ้อระเหยอยู่ในห้วงมหาสมุทรแห่งเทพนิยายไปพร้อมกับตัวละครในนิทานเหล่านี้ชื่นชมความสดใสของโลกแห่งนิทานอย่างตื่นตาตื่นใจ

     

            “มีแม่น้ำสีรุ้งสายหนึ่งไหลคดเคี้ยวผ่านเมืองเทพนิยาย

     

            ผสมผสานไปด้วยกลิ่นอายอันชั่วร้าย

     

            แต่กลับวกวนไปมาในความรัก

     

            ธารน้ำไหลไม่ขาดสาย

     

            แล้วก็ย้อนกลับไปในห้วงเวลา

     

            ให้เรื่องราวที่ผ่านมายาวนานในอดีต

            ได้พบกับจุดจบที่สวยงาม...”

     

            เสียงเพลงยังคงบรรเลงต่อไป จู่ ๆเนื้อเพลงและท่วงทำนองก็เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันความสนุกของเนื้อเพลงกลายเป็นปรัชญาอันลึกซึ้ง

     

            เหล่าผู้ชมและนักวิจารณ์ต่างก็แสดงสีหน้าประหลาดใจบางคนก็ขมวดคิ้ว บางคนก็เศร้าหมอง บางคนก็คิดถึงผู้ชมผู้หญิงบางคนก็เริ่มมีน้ำตาเคล้าคลอออกมาอย่างเงียบ ๆ

     

            พวกเขาจมอยู่ในบทเพลงของหลิวจือเซีย อดไม่ได้ที่จะหลงใหลไปกับมันกระทั่งเกิดความคิดมากมายขึ้นในใจ

     

            เนื้อเพลงนี้ค่อนไปทางแง่ลบเนื้อแท้ของหนูน้อยหมวกแดงคือหมาป่าจอมชั่วร้าย รองเท้าแก้วได้หลุดหายความรักที่ไม่เป็นความจริงของนางเงือก จะช้าหรือเร็วก็ต้องกลายเป็นฟองอากาศ...

     

            สิ่งที่ดังเข้ามาในหูของพวกเขา เนื้อเพลงในเพลงนี้ช่างแสนเศร้าแม้ว่าหลิวจือเซียจะอ่อนโยน แต่กลับบีบคั้นหัวใจของพวกเขาอย่างมาก

     

            “ได้ยินว่าออโรร่าถูกสาปให้หลับใหล

     

            นางเงือกน้อยเฝ้ามองพระราชวังสีทองจากในทะเล…

     

            ได้ยินว่าต้นไม้เติบโตอยู่บนยอดหน้าผา

     

            รองเท้าสีแดงเต้นรำอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย...”

     

            แต่ความเสียใจก็อันตรธานหายไปอย่างรวดเร็วเนื้อเพลงได้เปลี่ยนกลับมามีความสุขอีกครั้งความรู้สึกของผู้ชมต่างก็ไหลไปตามคลื่นเสียงเพลงของหลิวจือเซีย

     

            หลิวจือเซียจมอยู่ในเสียงเพลงของตัวเองอย่างสมบูรณ์ทุกสิ่งทุกอย่างจากโลกภายนอกต่างไม่อยู่ในสายตาของเขา การเข้ารอบ การแข่งขันการเป็นดารา... ถูกเขาขจัดออกจากสมองไปจนหมดสิ้น

     

            ในสมองของเขาตอนนี้เต็มไปด้วยภาพของเยว่เยว่เขาหวังเพียงแค่แสงสว่างไม่จางหายเร็วเกินไปเขาจะพาเยว่เยว่เดินไปบนเส้นทางที่ดีในทุกย่างก้าวของชีวิตหลังจากนี้เขาอยากอยู่ข้างกายเยว่เยว่ ไม่ว่าจะสุขหรือทุกข์ก็ขออยู่ข้างกายของลูกสาวตัวเองตลอดไป

     

            “ให้เรื่องราวที่ผ่านมายาวนานในอดีต’

     

            ได้พบกับจุดจบที่สวยงาม อีกครั้ง

     

            ลา~~ ลา~~ ลา~~ ลา~~”

     

            เมื่อเวลาผ่านพ้น เพลงก็ได้ขับร้องมาถึงวรรคสุดท้ายผู้คนส่วนใหญ่ต่างก็ได้สติกลับมา

     

            กว่าครึ่งค่อนชีวิตนี้ พวกเขาต่างเคยประสบกับความล้มเหลวความสำเร็จ และรสชาติของชีวิตที่หลากหลายต่างก็เคยลิ้มลองมาแล้ว

     

            ทว่าก็แล้วยังไง ?

     

            แม่น้ำในนิทานสายนี้ล้วนแบ่งแยกอุดมการณ์และความจริงก่อนจะมาบรรจบกันอีกครั้งตรงปากทางภูเขาเบื้องหน้าความกล้าหาญและความหวังยังคงอยู่ที่นั่นเสมอและจะคงอยู่ตลอดไปมันไม่มีวันจางหายไปไหน

     

            เมื่อได้ยินวรรคสุดท้าย ผู้ชมและนักวิจารณ์ทุกคน ต่างก็สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นความกล้าหาญและความหวัง

     

            เมื่อเพลงจบลงเสียงปรบมือดั่งเสียงระเบิดและเสียงโห่ร้องก็ได้ดังกระหึ่มขึ้น

     

            เวลานี้ ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร สถานะไหน พวกเขาต่างก็ลุกขึ้นยืนและปรบมืออย่างสุดกำลังพวกเขาอยากจะขอบคุณอย่างสุดซึ้งกับนักร้องที่สามารถแต่งเพลงอันไพเราะและสวยงามท่านนี้!

     

            ขอบคุณหลิวจือเซียที่ถ่ายทอดความยิ่งใหญ่ของเสียงเพลงที่สะเทือนเข้าไปถึงจิตใจผู้คนได้มากมายออกมาได้อย่างสมบูรณ์!

     

            …………….……

     

            “ตอนนี้เชิญทั้งสองฝ่ายมอบเวทีให้กันและกันนะครับ ! ”

     

            เฉียวเฉี่ยวที่ซ่อนตัวอยู่ในมุมเวทีกำลังรอเสียงปรบมือที่ดังกระหึ่มราวสองนาทีหยุดลง ถึงจะอ้าปากกล่าวว่า“เชิญเด็กฝึกคนที่สอง เฉียวเคอซิน กับบทเพลงที่มีชื่อว่า ‘New Soul’ ! ”

     

            “พรึ่บ ! ”

     

            ทั่วทั้งสตูดิโอมืดลงอย่างฉับพลัน จากนั้นก็มีเสียงกีตาร์อันไพเราะและมีชีวิตชีวาตามมาด้วยเสียงผู้หญิงที่อ่อนโยนเสียงหนึ่งได้ดังขึ้น

     

            “I'm a new soul (ฉันคือคนใหม่)

     

            I came to strange world… (ที่มาเยือนโลกอันแสนประหลาดใบนี้)

     

            นี่คือเพลง New Soul (ฉันคือคนใหม่)เพลงที่รู้จักกันทั่วบ้านทั่วเมืองเพลงนี้ กลายเป็นเพลงโฆษณาของ Apple MacBook Air

     

            เหล่าผู้ชมก็ต่างคาดไม่ถึงว่าเพลงที่เฉียวเคอซินจะนำมาขับร้องนี้จะเป็นเพลงภาษาอังกฤษทั้งยังเป็นเพลงคลาสสิกที่กลายเป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลายอีกด้วย

     

            ตอนนี้ความสนใจของทุกคนถูกกระตุ้นอีกครั้ง

     

            เมื่อเสียงเพลงดังขึ้น แสงไฟสีขาวจากบนลงล่างก็สว่างขึ้นสาดส่องหญิงสาววัย 20 กว่า ที่แต่งกายด้วยชุดเอี๊ยมสุดน่ารักกับเสื้อกันหนาวสีชมพูดหวานแหววคนหนึ่ง

     

            เธอคือเฉียวเคอซิน แต่งหน้าอ่อน ๆ ดูเป็นธรรมชาติมือที่ขาวเนียนนั้นจับไมโครโฟนแน่น ริมฝีปากขยับอย่างช้า ๆ

     

            “Hoping I could learn a bit about how to give and take (หวังว่าจะได้เรียนรู้อะไรบ้างเกี่ยวกับการให้และรับ)

     

            But since I came here, felt the joy and the fear (ตั้งแต่ที่ฉันมาถึงที่นี่ได้รับรู้ทั้งความสุขและความกลัว)

     

            Finding myself making every possible mistake… (ได้พบว่าตัวฉันเองก็ทำอะไรผิดพลาดไปเยอะเลย)”

     

            ด้วยเสียงผู้หญิงอันอ่อนโยนเหมือนกำลังปลอบประโลมดวงวิญญาณของพวกเขาประกอบกับท่วงทำนองและเนื้อเพลงที่ช่วยรักษาบาดแผลให้แก่ผู้คน ทำให้ผู้ชม ณที่แห่งนี้และเหล่านักวิจารณ์ต่างเผยรอยยิ้มปีติยินดีและพึงพอใจออกมา

     

            เวลานี้เหล่าผู้ชมได้โยกตัวไปตามเสียงเพลงและท่วงทำนองเพลงโดยไม่รู้ตัวทำให้พวกเขาปล่อยตัว ให้ร่างทั้งร่างมีความสุข 

     

            …………………

     

            “New soul... (la, la, la, la...) (ฉันคนใหม่…)

     

            In very strange world... (ในโลกแปลก ๆ ใบนี้...)

     

            Every possible mistake (ความผิดพลาดอะไรก็เกิดขึ้นได้)

     

            Possible mistake (เกิดข้อผิดพลาดขึ้นได้)

     

            Every possible mistake (mistakes, mistakes, mistakes...)  (ความผิดพลาดอะไรก็เกิดขึ้นได้...)”

     

            กระทั่งเพลงจบลงโดยไม่รู้ตัวด้วยจังหวะที่เบาสนุกและเสียงร้องของผู้หญิงที่แสนสดใส

     

            แม้ว่าคนส่วนมากในสตูดิโอแห่งนี้จะไม่เข้าใจภาษาอังกฤษแต่มันก็ไม่เป็นอุปสรรคต่อพวกเขา และได้ถูกบทเพลงนี้ชำระล้างจิตวิญญาณไปเสียแล้ว

     

            ดังนั้น กระทั่งเพลงจบลงผู้ชมและนักวิจารณ์ยังคงจมอยู่ในบรรยากาศแห่งความสุขที่บทเพลงนี้นำมามอบให้พวกเขา

     

            “เยี่ยม ร้องได้เพราะมาก ! ”

     

            “คนก็สวย ร้องก็เพราะ ! ”

     

            “เคอซิน ฉันชอบเธอ ! ”

     

            ไม่นานทั้งสตูดิโอแห่งนี้ก็มีเสียงปรบมือและเสียงตะโกนโห่ร้องดั่งระเบิดขึ้นมาอีกครั้ง

     

            เหล่าผู้ชมและนักวิจารณ์ปรบมือให้กำลังใจกันอย่างล้นหลามถึงแม้จะไม่ได้ดังระเบิดเหมือนกับตอนที่หลิวจือเซียร้องจบ แต่ก็ยังคงมองออกว่าเหล่าผู้ชมนั้นชื่นชอบมากแค่ไหน!

     

            ถึงอย่างไร เสียงปรบมือและเสียงโห่ร้องก็เป็นสิ่งสำคัญของนักร้อง และเป็นการเคารพเพลงด้วย

     

            “ขอบคุณคุณเฉียวเคอซินมาก ! ”

     

            ตอนนี้เองเฉียวเฉี่ยวที่อยู่ในมุมของเวทีก็ได้เดินออกมาตรงกลางของเวที แล้วเชิญหลิวจือเซียที่ยืนหลบมุมอยู่อีกด้านขึ้นมาเช่นกัน

     

            เฉียวเฉี่ยวยืนอยู่ตรงกลางของเวทีหลิวจือเซียและเฉียวเคอซินยืนอยู่ประกบข้างเขา

     

            “การแสดงรอบ PK เด็กฝึกกลุ่มแรกจบไปแล้ว”ทั้งสามคนหันหน้าไปทางเหล่าผู้ชมและนักวิจารณ์ เฉียวเฉี่ยวได้พูดต่อว่า“เรามาถามความเห็นของเมนเทอร์กันก่อนดีกว่า เมนเทอร์เฉินอี้เจี๋ย ! ”

     

            เฉินอี้เจี๋ยบนที่นั่งของเมนเทอร์ ได้ยืดตัวตรงแล้วทำการประเมิน “จือเซีย ฉันรู้สึกว่าเขายังยึดมั่นในสไตล์ครั้งก่อนหน้านั้น  ยืนหยัดที่จะเข้าร่วมการแข่งขันด้วยเพลงต้นฉบับน่าชื่นชมมาก ! อีกทั้งเพลงนี้ก็ยังเพราะมากอีกด้วยฉันขอถามคำถามส่วนตัวสักหนึ่งข้อ เพลงนี้เป็นเพลงที่แต่งขึ้นจากหนังสือนิทานเรื่อง‘นิทานก่อนนอนของเยว่เยว่’ ใช่ไหม ? ”

     

            เฉินอี้เจี๋ยขี้เล่นนัก รู้ทั้งรู้ว่ามันเป็นยังไงยังจะถามออกมา

     

            “ใช่แล้วครับ ! ” หลิวจือเซียพยักหน้า “ในตอนที่อ่าน‘นิทานก่อนนอนของเยว่เยว่’ ผมรู้สึกผูกพันอย่างไม่ทราบสาเหตุประกอบกันลูกสาวของผมเองก็ชื่อเยว่เยว่ผมก็เลยอยากจะสร้างเมืองเทพนิยายที่สวยงามสักเมืองให้กับลูกสาวของผม ดังนั้นเพลงนี้จึงได้เกิดขึ้นมา ! ”

     

            “พี่เซียอบอุ่นจังเลย ! ”

     

            “เขาแต่งจากตัวละครในนิทานจริง ๆ ! ”

     

            “สมแล้วที่พี่เซียเป็นราชาแห่งการแต่งเพลง ! ”

     

            เหล่าผู้ชมและแฟนคลับของหลิวจือเซียต่างก็กลายเป็นคนบ้าผู้ชายในพริบตาพวกเขามองไปยังหลิวจือเซียด้วยสายตาเต็มไปด้วยความเลื่อมใสจนตอนนี้อยากจะพุ่งเข้าไปหาให้รู้แล้วรู้รอด แล้วกินเขาซะ

     

            “ฮ่าฮ่าฮ่า นายมีพรสวรรค์ในการแต่งเพลง ทำฉันเซอร์ไพรส์มาก !”  เฉินอี้เจี๋ยหัวเราะ “เพลงที่นายร้องฉันไม่รู้จะพูดคำไหนนอกจาก เยี่ยม ! ”

     

            “ขอบคุณพี่อี้เจี๋ยมากครับ ! ” หลิวจือเซียโค้งตัวเล็กน้อยเพื่อขอบคุณ


     

    คล้ายกับเรื่องคุณพ่อยอดซุปเปอร์สตาร์ (นิยายแปล) **จบแล้ว** ที่คุณอ่าน