เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์

เล่มที่9 ตอนที่ 242 : ทั้งหมดทั้งมวล

        วันรุ่งขึ้นหยางเฉินก็กลับมาทำงานตามปกติ ในตอนเช้าเขาไปกินอาหารกับหลิวหมิงอวี้ จ้าวหงเยี่ยนและจางไช่ที่ร้านอาหารภายในบริษัท ถึงแม้ว่ามันจะดูเหมือนเป็นการกินอาหารเช้าทั่วไป แต่พวกเธอก็ไม่วายที่ยกเรื่องงานมาพูดคุยระหว่างทานข้าวไปด้วย

        หลังจากเหตุการณ์ในครั้งนั้นจ้าวหงเยี่ยนก็หย่าขาดจากคนพวกนั้น เธอได้รับเงินตอบแทนล่วงหน้านับสิบปีจนสามารถทดแทนส่วนที่ต้องจ่ายเงินเพื่อรักษาพ่อของเธอได้ ทำให้ตอนนี้จ้าวหงเยี่ยนดูมีความสุขมากกว่าแต่ก่อนมากนัก

        หยางเฉินยังคงตักข้าวใส่ปากด้วยความรวดเร็ว เขาไม่ได้อายสามสาวเลยสักนิด โดยเฉพาะเมื่อตอนที่เขาเห็นพวกเธอค่อยๆ กินข้าวอย่างช้าๆ จึงอดเอ่ยขึ้นมาอย่างขมขื่นไม่ได้

        “เฮ้ สาวๆ ทั้งหลาย รีบกินกันหน่อยสิครับ เวลางีบตอนบ่ายของผมใกล้จะมาถึงแล้วนะ ถ้าพวกคุณยังมัวอ้อยอิ่งกันอย่างนี้ล่ะก็ เวลาผมต้องหมดลงแน่ๆ”

        “หึ ในตอนที่นายหลับอย่างสบายใจ แล้วพวกฉันต้องมาทำงานงกๆ นั่นน่ะเหรอ” จางไช่กล่าว

        จ้าวหงเยี่ยนตักน่องไก่ในจานเธอให้กับหยางเฉิน “ฉันให้นาย!”

        “ผมมีน่องไก่อยู่แล้วนะ” หยางเฉินปฏิเสธ

        “ใครถามความเห็นนายกัน? ฉันบอกให้กินก็กินสิ!” จ้าวหงเยี่ยนออกคำสั่ง

        หยางเฉินรู้สึกสนุกสนานกับการที่ได้หยอกล้อสาวๆ ทั้งหลายรอบตัวเขามาก โดยเฉพาะกับจ้าวหงเยี่ยนที่เคยแต่งงานแล้ว มันทำให้หยางเฉินรู้สึกดีขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

        หลังจากที่กลับไปสำนักงาน หยางเฉินพบว่าหยวนเย่ส่งข้อความมาหาเขาทางเกมออนไลน์ที่เคยเล่นกัน

        ดูเหมือนว่าร่างกายของเด็กคนนี้จะดีขึ้นมามากแล้ว หยางเฉินจึงพิมพ์ตอบข้อความของหยวนเย่อย่างรวดเร็ว

        “นายเข้าเน็ตได้ด้วยเหรอ?” หยางเฉินถาม

        หยวนเย่ส่งอีโมจิหัวเราะมาให้เขา “ตอนนี้ผมอยู่โรงพยาบาลแต่อินเทอร์เน็ตที่นี่เร็วมาก ผมอยากจะชวนพี่ไปตีบอสกันหน่อยน่ะครับ”

        “แล้วแผลนายเป็นไงบ้าง หมอให้เล่นเกมได้ด้วยเหรอ?” หยางเฉินยังคงห่วงอาการบาดเจ็บของหยวนเย่

        “ไม่มีปัญหาครับ หมอบอกว่าถ้าไม่ใช้แรงมาก แผลก็จะค่อยๆ สมานตัวเอง อีกอย่างแผลที่ถูกยิงก็ไม่ได้ใหญ่มากด้วย แถมหมอยังบอกผมว่าการฟื้นฟูของผมเร็วกว่าคนปกติมากจนหมอยังทึ่งเลย คิดว่าไม่เกินหนึ่งเดือนก็น่าจะออกจากโรงพยาบาลได้แล้วล่ะครับ” หยวนเย่ตอบเขาอย่างอารมณ์ดี

        หยางเฉินหัวเราะอยู่ในใจ ในตอนที่พาหยวนเย่มาส่งโรงพยาบาลเขาถ่ายพลังปราณของวิชาบ่มเพาะจิตกำเนิดชีพของปรมาจารย์ฉู่ซานเข้าไปในร่างของหยวนเย่เล็กน้อย เพราะถ้าหากถ่ายปราณมากเกินไปเขาอาจจะตายได้เนื่องจากรับไม่ไหว

        แต่แค่เล็กน้อยสำหรับร่างกายคนธรรมดา ก็เพียงพอให้สามารถฟื้นฟูได้ไวกว่าคนปกตินับเท่าตัวแล้ว

        เมื่อเห็นว่าหยวนเย่ไม่มีปัญหา หยางเฉินจึงเข้าเกมไปตีบอสกับเขาอย่างเมามัน

        เวลาผ่านไปสองชั่วโมง หยวนเย่พิมพ์ในกล่องข้อความมาอีกครั้ง “อยู่ที่โรงบาลมันน่าเบื่อ ผมว่าหลังจากนี้ผมจะไปจัดการธุรกิจของตระกูลต่อจากพ่อบ้างแล้ว”

        “ส่วนฉันก็รอไปงีบตอนบ่ายอยู่” หยางเฉินตอบ

        “อีกอย่างหนึ่ง คุณแม่ของผมอยากจะพบคุณอีกครั้ง ดูเหมือนเธอมีเรื่องที่อยากจะคุยกับคุณบางเรื่องนะครับพี่หยาง”

        “แม่นาย?”

        หยางเฉินคิดในใจ แม่ของหยวนเย่คือหยางจี้หยู เขารู้สึกไม่อยากจะเจอหน้าเธอเท่าไรนัก เพราะมันเหมือนกับว่าการคงอยู่ของเธอมักจะรบกวนจิตใจเขาอยู่เป็นประจำ

        “แม่ของผมบอกว่าอยากจะดื่มกาแฟและเลี้ยงตอบแทนพี่สักครั้ง พี่ว่างหรือเปล่าพี่หยาง? ถ้าพี่ไม่ว่างผมจะบอกแม่ผมให้ก็ได้ว่าพี่ไม่ว่าง ไม่ต้องห่วงว่ามันจะกระทบผมกับพี่ ยังไงพี่ก็เป็นเพื่อนคนเดียวของผมอยู่แล้ว” หยวนเย่กล่าว

        หยางเฉินคิดว่าเขาไม่มีเหตุผลอะไรที่จะปฏิเสธ “ฉันว่างอยู่ แล้วต้องไปเจอแม่นายที่ไหนล่ะ?”

        “ที่ร้านดรีมบลูคาเฟ่ ใกล้ๆ กับอวี้เหล่ย แม่บอกว่าให้คุณมาหลังจากที่เลิกงานไปแล้วหนึ่งชั่วโมงก็ได้”

        หยางเฉินรู้ที่ตั้งของดรีมบลูคาเฟ่อยู่แล้ว เขาจึงไม่รีบร้อนมากนัก หลังจากที่เลิกงานเขาก็ใช้รถโดยสารสาธารณะแทน เนื่องจากค่าใช้จ่ายถูกและผู้โดยสารยังน้อยอยู่

        ในช่วงแรกๆ หลังจากที่เขาได้พบหยางจี้หยู หยางเฉินรู้สึกว่าหัวใจของเขาถูกรบกวนอย่างน่าแปลกใจ แต่เขาก็ไม่สามารถหาเบาะแสของสาเหตุที่เกิดอาการแบบนี้ได้ เหมือนกับว่ามันเป็นอารมณ์ที่ซับซ้อนและลึกซึ้งเกินกว่าที่เขาจะเข้าใจได้ในตอนนี้

        หลังจากที่เลิกงานได้ครึ่งชั่วโมง หยางเฉินก็เดินทางออกจากสำนักงานตรงไปยังดรีมบลูคาเฟ่ทันที

        เพราะในช่วงนี้เป็นช่วงหยุดงานทำให้เขตในเมืองรถไม่ค่อยติด เพราะผู้คนต่างพากันอยู่ในบ้าน ซึ่งหยางเฉินยังคงต้องออกมาเล่นเกมในบริษัทอยู่  เพราะอวี้เหล่ยไม่มีนโยบายหยุดงานเช่นนี้

        หลังจากที่เขาค้นหาเส้นทางในอินเทอร์เน็ตไม่นาน เขาก็เดินขึ้นรถสาธารณะที่อยู่หน้าอวี้เหล่ยทันที หยางเฉินอยู่ในรถขนส่งที่วิ่งออกจากป้ายมาได้ห้านาที รอบๆ ข้างของเขาเต็มไปด้วยป้ายโฆษณาสีแดงที่กำลังอวดสรรพคุณของสินค้าต่างๆ

        หลังจากนั้นไม่นานคนก็เริ่มเยอะขึ้นจนเขานั่งไม่ได้และต้องลุกขึ้นมาแออัดกับคนบนรถ เนื่องจากต้องยกที่ตนเองให้ผู้หญิงคนหนึ่งนั่งไป

        หยางเฉินคิดว่าประเทศบ้านเกิดของเขา ควรจะแก้ไขปัญหาประชากรล้นเมืองให้เร็วที่สุดเป็นอย่างแรก

        กระเป๋ารถเมล์เริ่มเก็บเงินผู้โดยสารแต่ละคนไปเรื่อยๆ เสียงเหรียญดังขึ้นกรุ๊งกริ๊งจากการกระทบกันของกล่องเก็บเงินโลหะ

        ด้วยความแออัดที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จากก่อนหน้าที่หยางเฉินอยู่บริเวณตรงกลางของรถ เขาค่อยๆ ถูกบีบให้มาอยู่ตรงประตูรถแทน

        เมื่อเขาถูกดันไปเรื่อยๆ จนแทบจะติดกับขอบประตู เสียงใสเสียงหนึ่งก็ดังขึ้น

        “เอ่อ... พี่ชายอึดอัดมั้ยคะ?”

        หยางเฉินหันหัวไปดูอย่างช้าๆ เขาพบกับหญิงสาวคนหนึ่ง ดูเหมือนว่าเธอจะอายุราวๆ 19-20 ปีได้ เธอใส่เสื้อผ้าที่ดูล้าสมัยโทนซีเปียเปิดไหล่ ใบหน้ารูปไข่ดูประณีตราวกับประติมากรรมชั้นยอดของศิลปินระดับโลก ดวงตากลมโตสอดรับกับคิ้วโค้งที่ดูสวยงาม จนเขารู้สึกว่าไม่ควรจะจ้องเธอนานเพราะอาจทำให้เธอแตกสลายไปเพียงแค่การมอง

        ข้างๆ ของเธอมีถังพลาสติกที่ใส่น้ำมันวางอยู่

        หยางเฉินรู้สึกแปลกใจที่เธอดูจะเป็นห่วงเขา ก่อนจะยิ้มและส่ายหัวตอบเธอ “ฉันไม่เป็นไร ระวังถังน้ำมันจะไปโดนคนข้างๆ เธอด้วยล่ะ”

        หญิงสาวพยักหน้า “เดี๋ยวฉันจะย้ายมันออกก็แล้วกัน”

        หญิงสาวยกถังน้ำมันออกห่างจากหยางเฉินเล็กน้อย แต่มันก็ไปโดนกันผู้หญิงคนหนึ่งที่อยู่ด้านข้างเธอแทน

        “โอ้ไม่นะ! กางเกงฉันเปื้อนหมดแล้ว!” หญิงสาวคนนั้นพูดขึ้นด้วยความเดือดดาล เธอก้มลงเช็ดมันอย่างรวดเร็วแต่มันก็ไม่ได้มีรอยคราบน้ำมันอยู่แต่อย่างใด

        ในที่สุดเธอก็เงยหน้าขึ้นมาด่าหญิงสาวด้วยความโมโหทันที

        “นังโง่! เห็นมั้ยว่าน้ำมันนั่นโดนกางเกงฉัน ถ้ามันสกปรกเธอจะทำยังไง?! นังแพศยานี่ ทำไมวันนี่ฉันซวยอย่างนี้นะ!”        

        “ขอโทษค่ะ...”

        “...”

        หลังจากนั้นไม่นาน หญิงสาวคนเดิมก็หันกลับมาหาเธอด้วยความเกรี้ยวโกรธก่อนจะพูดขึ้นมา

        “กรรมกรกระจอกอย่างเธอ กล้าดียังไงถึงทำน้ำมันโสโครกนั่นเลอะกางเกงฉัน ผู้หญิงจนๆ อย่างเธอจะชดใช้ยังไง?!” หญิงสาวด่าเธอย่างไม่เป็นชิ้นดี คำสบถต่างๆ พรั่งพรูออกมาจากปากราวปืนกล

        หยางเฉินถอนหายใจเงียบเชียบก่อนจะเอ่ยขึ้น

        “มายืนข้างหลังฉันนี่ เห็นชัดๆ ว่ากางเกงของหล่อนไม่เปื้อน เธอไม่จำเป็นจำต้องไปจ่ายคืนแม้แต่นิดเดียว”

        หญิงสาวโบกมือพัลวัน “ไม่เป็นไรค่ะพี่ชาย ฉันอยู่ตรงนี้ก็ดีอยู่แล้ว”

        “ถ้าเธอยังยืนอยู่ตรงนั้นเดี๋ยวก็ไปโดนกางเกงคนอื่นเขาอีก ครั้งหน้าคงไม่ใช่แค่ด่าแล้วล่ะ มาเถอะ” หยางเฉินดึงหญิงสาวให้เข้าใกล้เขา ก่อนจะคล้องเอวเธอเอาไว้ พร้อมทั้งหยิบถังน้ำมันมาวางใกล้ๆ ตัว

        หญิงสาวมองหยางเฉินด้วยความรู้สึกซาบซึ้งใจก่อนจะเอ่ยขึ้นมา

        “ขอบคุณค่ะ”

        หยางเฉินยิ้มขึ้นมาครั้งหนึ่งอย่างสบายๆ

        “เธอใช้น้ำมันพืชเป็นจำนวนมาก ที่บ้านทำอาหารขายเหรอ?”

        หญิงสาวพยักหน้าให้เขาเบาๆ ครั้งหนึ่ง

        “ที่บ้านฉันทำธุรกิจร้านอาหารขนาดเล็กน่ะค่ะ เวลาซื้อน้ำมันก็ต้องซื้อในห้างที่ห่างไปไกล เลยต้องขึ้นรถขนส่งสาธารณะมา มันเลยเดือดร้อนคนอื่นเขาด้วย”

        “อายุแค่นี้ออกมาทำงานแล้ว มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายล่ะนะ” หยางเฉินกล่าว

        “อืม...” เธอเอ่ยเสียงคลุมเครือออกมา

        หยางเฉินยกยิ้มที่มุมปากเล็กน้อยราวกับว่าเขาสังเกตเห็นอะไรบางอย่าง แต่กลับเงียบเอาไว้ด้วยรู้สึกสนุกสนานแทน

        หลังจากที่ทั้งคู่ลงจากรถมาห้านาที หญิงสาวก็เดินก้มหน้าแบกถังน้ำมันมาหาหยางเฉิน

        “ขอบคุณมากค่ะพี่ชาย พี่ช่วยฉันได้มากจริงๆ”

        “ยังไงฉันก็ต้องลงป้ายนี้อยู่แล้ว ไม่ต้องคิดมากหรอก” หยางเฉินตอบเธอ

        ทั้งคู่พูดคุยกันอยู่สักพัก ในที่สุดรถขนส่งก็ค่อยๆ เคลื่อนตัวจากป้ายไป

        เมื่อหญิงสาวเห็นว่าหยางเฉินยังไม่ได้ไปไหน เธอก็เอ่ยถามเขาด้วยความแปลกใจ

        “พี่ชายอยู่แถวนี้เหรอคะ? หรือว่าจะไปที่ไหนรึเปล่า?”

        “ไปไหน? ฉันก็แค่กำลังรอใครบางคนคืนของของฉันมาเท่านั้นเอง” หยางเฉินตอบเธอ

        สาวสวยตรงหน้ามีใบหน้าที่กำลังเขินอายอยู่ก่อนจะเปลี่ยนเป็นซีดขาวเนื่องจากกำลังตกใจสิ่งที่หยางเฉินพูด

        “ลุงนี่เก่งจริงๆ นะคะ...” หญิงสาวตรงหน้าเขาเปลี่ยนอารมณ์อย่างรวดเร็ว เสียงเย็นชาดังออกมาจากปากของเธอ

        หยางเฉินล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงก่อนจะดึงมันออกมา เผยให้เห็นว่าที่ก้นกระเป๋าทั้งสองข้างเป็นรูโหว่ขนาดใหญ่

        “นี่น้องสาวตัวเล็ก เอาโทรศัพท์กับกระเป๋าเงินของฉันคืนมาเถอะ ไม่อย่างนั้นเธอได้มีปัญหาแน่” หยางเฉินกล่าวเบาๆ

        หญิงสาวดึงกระเป๋าเงินของเขาและโทรศัพท์ออกมาอย่างว่าง่าย และยื่นมันให้กับหยางเฉินจนเขารู้สึกแปลกใจ

        “คืนง่ายขนาดนั้น?” หยางเฉินถามขึ้นด้วยความประหลาดใจ

        “หึ” หญิงสาวเค้นเสียงเย็นชาออกมาหนหนึ่ง “ก่อนหน้านี้ที่อยู่บนรถ ลุงไม่ได้เรียกตำรวจมาจับฉัน ถือเสียว่าเป็นการตอบแทนบุญคุณก็แล้วกัน และนับจากนี้พวกเราก็ไม่มีอะไรติดค้างกันแล้ว”

        “น้องสาวช่างน่ารักจริงๆ” หยางเฉินคิดว่าเธอน่าสนใจเป็นอย่างมาก ในตอนที่เขาอยู่บนรถ หยางเฉินสังเกตว่าเธอสามารถล้วงกระเป๋าหญิงสาวเคราะห์ร้ายก่อนหน้าโดยทำทีเป็นเดินไปชนกับเธอ เช่นเดียวกับเขา เธอสามารถกรีดกระเป๋ากางเกงของเขาได้อย่างแผ่วเบาจนแทบจะไม่รู้สึก

        หากไม่ใช่ว่าหยางเฉินสามารถรับรู้สัมผัสทางผิวหนังได้มากกว่ามนุษย์ปกติหลายเท่า เขาก็คงไม่สามารถจับเธอได้เช่นกัน

        “หยุดเรียกฉันว่าน้องเล็กได้แล้ว ปีนี้ฉันอายุ 20 ปีพร้อมที่จะแต่งงานมีสามีแล้วนะ! ว่าแต่ลุงรู้ได้ไงว่าฉันเป็นนักล้วงกระเป๋ากัน?”

        หญิงสาวค่อนข้างตกตะลึงในทักษะของหยางเฉิน และความล้มเหลวในการลงมือของเธอ

        “ความลับ” หยางเฉินกะพริบตาข้างหนึ่งให้กับเธอ

        “ถ้าไม่บอกฉันก็ไม่อยากรู้แล้ว!” หญิงสาวพูดขึ้นอย่างหงุดหงิด หลังจากนั้นเธอก็เดินออกจากจุดที่หยางเฉินอยู่

        กลิ่นน้ำมันเครื่องบนเสื้อเธอยังคงโชยออกมา แม้ว่าเธอจะเกินไปไกลลิบแล้วก็ตามที

        หยางเฉินคิดว่ารอยยิ้มของเธอสามารถทำให้โลกทั้งโลกสดใสขึ้นมาได้ในทันที น่าเสียดายที่หญิงสาวกลับเลือกเดินในทางที่ไม่สมควรเดิน เขาครุ่นคิดพลางเดินไปยังร้านดรีมบลูคาเฟ่อย่างรวดเร็ว หยางจี้หยูคงจะมารอเขาอยู่ก่อนแล้ว แต่ตอนนี้กลับสายไปเกือบสิบนาที ทำให้หยางเฉินต้องรีบเร่งฝีเท้าให้เร็วกว่าเดิม

        หลังจากที่เข้ามาหยางเฉินก็ถามบริกรว่าหยางจี้หยูอยู่ตรงไหน ไม่นานนักบริกรก็พาเขาไปหาเธออย่างรวดเร็ว

        หยางเฉินมาถึงตรงมุมที่ถูกตกแต่งอย่างสวยงาม ข้างๆ หน้าต่างของร้าน เป็นหยางจี้หยูกำลังนั่งจิบกาแฟอยู่

        เธอใส่ชุดแจ็คเกตสีแดงขนาดเล็ก ผ้าคลุมเสื้อเธอเป็นสีขาวนวล หญิงสาวกำลังนั่งดื่มกาแฟด้วยท่าทางที่ดูสง่างามจนกระทั่งเธอเห็นหยางเฉินเดินเข้ามา

คล้ายกับเรื่องเมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์ ที่คุณอ่าน

ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

นิยาย แฟนตาซี
161K 179
ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

นิยาย รัก
1.05M 604
(จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

(จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

นิยาย เกมออนไลน์
603K 912
ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

นิยาย รัก
862K 774
บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
2.21M 577
มหาวิบัติยีนกลายพันธ์ุ

มหาวิบัติยีนกลายพันธ์ุ

นิยาย แฟนตาซี
196K 740
เลเวลอัพ

เลเวลอัพ

นิยาย เกมออนไลน์
738K 4984
เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

นิยาย แฟนตาซี
106K 139
ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

นิยาย รัก
169K 382
ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
207K 185