เจมส์รีบเดินเข้าบ้านตรงไปที่ห้องนอน พยายามไม่ให้ใครสังเกตเห็น เขาล้วงมือใต้หมอน หยิบผลึกออกมา
"นี่อาจเป็นทางออก..." เขาพึมพำ จ้องมองการเคลื่อนไหวประหลาดของหยดน้ำภายในผลึก
"เจมส์ อาหารเสร็จแล้วค่ะ!" เสียงของแฮนนาห์ดังมาจากห้องครัว
เขารีบซ่อนผลึกกลับไปใต้หมอนตามเดิม "เดี๋ยวลงไป!"
มื้อเย็นนั้นเงียบงันผิดปกติ แฮนนาห์พยายามชวนลูกๆ คุย แต่บรรยากาศก็ยังอึมครึม เจมส์แทบไม่แตะต้องอาหาร สายตาจับจ้องอยู่ที่วิลเลียมที่นั่งก้มหน้า กินเข้าปากเงียบๆ
"พ่อ..." เอ็มม่าเอ่ยขึ้น "พ่อไม่สบายเหรอคะ?"
"ไม่หรอกลูก" เจมส์ฝืนยิ้ม "พ่อแค่เหนื่อยนิดหน่อย"
"งั้นกินอาหารให้หมดนะคะ จะได้มีแรง" เด็กหญิงยิ้มสดใส "พรุ่งนี้พ่อต้องทำงานอีกใช่ไหมคะ?"
คำถามไร้เดียงสาของลูกสาวทำให้หัวใจเขาบีบรัด "ขอตัวก่อน... ปวดหัวนิดหน่อย"
เขาลุกขึ้นเดินกลับเขาห้องนอน ได้ยินเสียงแฮนนาห์ปลอบลูกๆ แว่วมา "ไม่เป็นไรนะลูก พ่อคงเหนื่อยมาก..."
ในห้องนอนที่มืดสลัว เจมส์นั่งอยู่บนเตียง หยิบผลึกขึ้นมาดูอีกครั้ง คราวนี้เขาสังเกตเห็นว่ามันอุ่นขึ้นกว่าเดิม และการเคลื่อนไหวภายในก็รวดเร็วรุนแรงขึ้น
"ถ้าเอาไปขาย..." เขาพูดกับตัวเอง "คงได้เงินมากพอ..."
แต่จู่ๆ ความรู้สึกชาแล่นขึ้นมาตามแขน เขามองดูมือตัวเองด้วยความตกใจ เห็นผิวหนังเริ่มแข็งกระด้างคล้ายเปลือกไม้
"อะไรกัน?" เขาสะบัดมือแรงๆ แต่ความรู้สึกนั้นไม่หายไป กลับลามขึ้นมาถึงไหล่
เสียงฝีเท้าเล็กๆ ดังมาจากนอกห้อง เจมส์รีบซ่อนผลึกใต้หมอน พยายามสงบสติอารมณ์ แต่ร่างกายกลับสั่นไม่หยุด
เสียงเคาะประตูเบาๆ ดังขึ้น "พ่อครับ..." วิลเลียมเรียก น้ำเสียงลังเล
"อย่าเพิ่งเข้ามา!" เจมส์ร้องห้าม พยายามกลั้นเสียงสั่น ขณะที่มองดูแขนตัวเองด้วยความหวาดกลัว ผิวหนังยังคงเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเข้มคล้ายเปลือกไม้
"พ่อ... ผมแค่อยากบอกว่า..." เด็กชายหยุดไปครู่หนึ่ง "ไม่เป็นไรนะครับ ผมเข้าใจ..."
เจมส์หลับตาลง น้ำตาไหลรินอาบแก้ม ความเจ็บปวดในอกแทบทำให้หายใจไม่ออก "ลูกพ่อ..."
"ผมจะตั้งใจช่วยพ่อทำงาน" วิลเลียมพูดต่อ "ผมอาจจะเรียนไม่ค่อยเก่ง แต่ผมจะพยายามฝึกเอง..."
คำพูดของลูกชายเหมือนมีดแทงใจ เจมส์อยากลุกขึ้นไปกอดลูก บอกว่าทุกอย่างจะดีขึ้น แต่เขาทำไม่ได้... ไม่ใช่ตอนที่ร่างกายเป็นเช่นนี้
"วิลเลียม..." เขาเรียกเสียงแผ่ว "กลับไปนอนเถอะลูก พ่อ... พ่อขอโทษ..."
เสียงฝีเท้าเบาๆ เดินจากไป เจมส์ได้ยินเสียงสะอื้นแผ่วเบาของลูกชาย เขากัดฟันแน่น มือกำผ้าห่มจนเส้นเลือดปูดโปน
ผิวที่กลายเป็นเปลือกไม้ค่อยๆ จางหายไป แต่ทิ้งความรู้สึกชาและแสบร้อนไว้ เจมส์ล้วงมือใต้หมอน สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นของผลึก
'ไม่ได้...' เขาคิด 'ฉันขายมันไม่ได้... มันต้องมีค่ามากกว่านั้น มันต้องช่วยฉันได้มากกว่านั้น...'
'บางที...' เขาคิด 'บางทีนี่อาจเป็นของขวัญมหาลิขิต ทางออกที่ฉันรอคอย...'
คืนนั้น หลังจากบ้านเงียบสงัด เจมส์นั่งจ้องมองผลึกในมือ แสงจันทร์สาดส่องผ่านหน้าต่าง ทำให้เห็นการเคลื่อนไหวของหยดน้ำภายในชัดเจนขึ้น มันบิดเบี้ยว เปลี่ยนรูปร่างรวดเร็วผิดปกติ ราวกับกำลังเต้นระบำอย่างบ้าคลั่ง
เสียงเคาะประตูดังขึ้นกะทันหัน "แกอยู่ในนั้นใช่ไหม เจมส์?" เสียงห้าวของชายกลุ่มหนึ่งดังแว่วมา
หัวใจของเจมส์เต้นรัว เขารู้จักเสียงนั้นดี... พวกวงแหวนทอง
"ถึงเวลาจ่ายหนี้แล้ว" เสียงอีกคนตะโกน "แกคิดว่าจะหลบอยู่ในนั้นได้ถึงเมื่อไหร่?"
"รอ... รอก่อน!" เจมส์รีบซ่อนผลึกในกระเป๋าเสื้อ "ฉันจะออกไป..."
เขาเปิดประตูออกไป เห็นชายฉกรรจ์สามคนยืนอยู่ แฮนนาห์และลูกๆ ตื่นขึ้นมาด้วยเสียงอึกทึก
"ฉัน... ขอเวลาอีกสักหน่อย" เจมส์พูดเสียงสั่น "งานที่คฤหาสน์ถูกยกเลิก แต่ฉันสัญญาว่า..."
"พอได้แล้ว!" หัวหน้ากลุ่มตวาดพร้อมผลักเจมส์ล้มลงบนโต๊ะทำงาน เครื่องมือช่างร่วงกระจาย "นายหญิงให้เวลาแกมามากพอแล้ว! ค้นบ้านมัน!"
สองคนที่เหลือรีบแยกย้ายกันค้น โต๊ะถูกพลิกคว่ำ ลิ้นชักถูกกระชากออก ข้าวของกระจัดกระจาย
"หยุดนะ!" แฮนนาห์วิ่งเข้าไปขวาง แต่ถูกผลักล้มอย่างแรง ศีรษะกระแทกกับขอบโต๊ะ
"แม่!" วิลเลียมร้องไห้ วิ่งเข้าไปประคองแม่ที่นอนนิ่ง เลือดไหลซึมจากขมับ
"นี่..." หนึ่งในนั้นคว้าแขนเอ็มม่าที่กำลังร้องไห้จ้า "เอาเด็กพวกนี้ไปด้วย บางทีอาจได้ราคาดี..."
"ปล่อยเอ็มม่านะ!" วิลเลียมพุ่งเข้าใส่ แต่ถูกอีกคนตบกระเด็น
"เฮ้..." หัวหน้ากลุ่มจ้องมองแฮนนาห์ที่นอนสลบ ริมฝีปากยกยิ้มอำมหิต "ผู้หญิงคนนี้หน้าตาไม่เลว ที่ซ่องของมาดามเรดคงยินดีรับ..."
"ปล่อยแม่นะ!" วิลเลียมลุกขึ้นคว้ามีดแกะสลักจากพื้น พุ่งเข้าหาคนที่กำลังจะแตะต้องแม่
"ไอ้เด็กบ้า!" หัวหน้ากลุ่มเตะวิลเลียมกระเด็น "มึงอยากตายใช่ไหม?"
"พ่อ..." เอ็มม่าร้องไห้สะอึกสะอื้น ดิ้นสุดแรงพยายามหลุดจากการเกาะกุม "พ่อช่วยหนูด้วย..."
เจมส์พยายามลุกขึ้น แม้จะเจ็บจากการถูกผลักกระแทกโต๊ะ "พวกมึงอย่าแตะต้องครอบครัวกู!"
เขาพุ่งเข้าชกหัวหน้ากลุ่ม แต่อีกฝ่ายหลบได้อย่างง่ายดาย ก่อนจะตอบโต้ด้วยหมัดหนักๆ เข้าที่ท้อง เจมส์ทรุดลงหอบ
"มึงคิดว่าตัวเองเป็นใคร?" หัวหน้ากลุ่มเตะซ้ำเข้าที่ซี่โครง "ไอ้ช่างไม้ขี้หมา!"
"พ่อ!" เสียงร้องของเอ็มม่าดังขึ้น
เจมส์ฝืนลุก พยายามเข้าไปช่วยลูกสาว แต่ถูกอีกคนล็อกแขนไว้ด้านหลัง คนที่เหลือเริ่มซ้อมเขาไม่ยั้ง หมัดและเท้าถาโถมเข้าใส่ไม่หยุด
"หยุดนะ!" วิลเลียมถือมีดแกะสลักวิ่งเข้ามาอีกครั้ง
"ไอ้เด็กเวร!" หัวหน้ากลุ่มคว้าคอวิลเลียม ฟาดร่างเด็กชายลงกับโต๊ะทำงาน
"วิลเลียม!" เจมส์กรีดร้อง พยายามดิ้นหลุดจากการล็อก
ในจังหวะนั้นเอง ร่างของเขาถูกผลักอัดกับผนัง แรงกระแทกทำให้ผลึกในกระเป๋าเสื้อพุ่งแทงเข้าที่อกซ้าย
"ไอ้หมอนี่คงไม่ลุกขึ้นมาแล้ว" หัวหน้ากลุ่มถุยน้ำลายใส่เจมส์ ก่อนจะหันไปทางแฮนนาห์ที่นอนสลบ "ว่าแต่... เสียดายของดีนะ ถ้าจะเอาไปขายเลย"
"เฮ้... จริงด้วย" หนึ่งในนั้นยิ้มเหี้ยม "ลองก่อนขายดีกว่า จะได้ไม่ต้องเสียเงิน..."
"พ่อ..." เสียงสะอื้นของเอ็มม่าดังขึ้น
ความเจ็บปวดแล่นริ้วไปทั่วร่างเจมส์ แต่ที่เจ็บปวดยิ่งกว่าคือคำพูดของพวกมัน และเสียงร้องไห้ของลูก เลือดในกายเดือดพล่าน ความโกรธและความเกลียดท่วมท้นจิตใจ
"อ๊ากกก!" เขากรีดร้อง ร่างกายเริ่มสั่นสะท้านรุนแรง
ความเจ็บปวดแผดเผาลุกลามไปทั่วร่าง เจมส์รู้สึกเหมือนมีไฟกำลังเผาไหม้จากภายใน กระดูกทุกชิ้นในร่างกายเริ่มขยับเปลี่ยนรูปจากทุกข้อต่อ
"อย่า... อย่าแตะต้องครอบครัวฉัน" เขาครางด้วยเสียงที่เริ่มผิดเพี้ยนไปจากเดิม
"ฮึ! ยังไม่ตายอีกหรือ" หนึ่งในพวกนั้นหันมา แต่ต้องชะงักเมื่อเห็นผิวหนังของเจมส์เริ่มแตกระแหง มีเปลือกไม้งอกออกมาจากรอยแยก
"องค์มหาลิขิต... นั่นมัน..."
เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดของเจมส์ดังสนั่น แขนขาของเขายืดยาวออก นิ้วมือกลายเป็นกิ่งไม้แหลมคมที่บิดงอเหมือนกรงเล็บของสัตว์ร้าย ผิวหนังแตกระแหงกลายเป็นเปลือกไม้หยาบกร้านสลับกับเกล็ดแข็งคล้ายจระเข้ ใบหน้าบิดเบี้ยวยืดยาว กรามขยายใหญ่เผยให้เห็นเขี้ยวแหลมคมของสัตว์นักล่า ดวงตาเปลี่ยนเป็นสีเหลืองวาวโรจน์เหมือนตาหมาป่ายามล่าเหยื่อ
ร่างของเขาบิดเบี้ยวผิดรูป ผสมผสานระหว่างมนุษย์ ต้นไม้ และสัตว์ป่า เป็นสัตว์ประหลาดที่เหมือนร่างรวมของสัตว์ร้าย กล้ามเนื้อขยายใหญ่และเกร็งแข็งเหมือนลำต้นไม้เก่าแก่ แผ่นหลังงอกหนามแหลมเหมือนเม่น ขาหลังงอเป็นรูปขาหลังของหมาป่า พร้อมสำหรับการล่าและไล่ล่าเหยื่อ
"พ่อ..." เอ็มม่าเบิกตากว้าง มองร่างประหลาดที่เคยเป็นพ่อด้วยความหวาดกลัว
"หนี!" พวกเงินกู้กรีดร้อง ปล่อยเด็กๆ รีบชักอาวุธ
แต่สายเกินไป เมื่อร่างของเจมส์กลายเป็นสิ่งมีชีวิตประหลาดที่ผสมผสานความดุร้ายของสัตว์นักล่า มันพุ่งเข้าใส่หัวหน้ากลุ่มที่เพิ่งทำร้ายครอบครัวของมันด้วยความเร็วของหมาป่า ชายคนนั้นพยายามชักมีดขึ้นมา แต่ช้าเกินไป
กรงเล็บที่แข็งแกร่งฉีกร่างผ่านเสื้อผ้าและเนื้อหนังราวกับกระดาษ เลือดสาดกระเซ็น เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดดังลั่น แต่ไม่นานนักก็เงียบลงเมื่อกรามอันแข็งแกร่งงับเข้าที่ลำคอ กระชากจนขาดออก
"ปีศาจ! มันเป็นปีศาจ!" สองคนที่เหลือกรีดร้อง หนึ่งในนั้นพยายามแทงมันด้วยมีด แต่ใบมีดหักคาเกล็ดแข็งที่ปกคลุมร่าง อีกคนคว้าเก้าอี้ฟาดใส่ แต่มันแตกกระจายราวกับของเล่น
ร่างประหลาดหันขวับไป ดวงตาสีเหลืองจ้องเขม็ง ก่อนจะกระโจนเข้าใส่ด้วยความเร็วสูง กรงเล็บแหลมคมแทงทะลุท้องคนหนึ่งจนทะลุหลัง ยกร่างขึ้นสูงก่อนจะฟาดลงกับพื้นอย่างรุนแรง เสียงกระดูกหักดังลั่น ลำไส้และเครื่องในทะลักออกมา
คนสุดท้ายพยายามวิ่งหนี แต่หางที่งอกออกมาจากร่างประหลาดพันรอบขาดึงให้ล้มลง มันลากร่างที่กรีดร้องขอชีวิตกลับมา เขี้ยวแหลมคมฝังลงที่ลำตัว กระชากเนื้อออกมาเป็นชิ้นๆ เลือดและเศษเนื้อกระเด็นไปทั่ว
สัญชาตญาณสัตว์ร้ายครอบงำจิตใจ ความหิวโหยที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อนผลักดันให้มันกัดกินเหยื่อตรงหน้า กลิ่นเลือดและความกลัวของเหยื่อยิ่งกระตุ้นสัญชาตญาณนักล่า มันฉีกกระชากร่างที่ยังกระตุก กินเนื้อสดๆ อย่างตะกละตะกลาม เสียงเคี้ยวดังไปทั่วห้อง
"พ่อ..." เสียงสะอื้นของเอ็มม่าดังแผ่วเบา
ร่างประหลาดชะงัก หันขวับไปตามเสียง เห็นลูกสาวที่ซ่อนอยู่หลังแม่ ดวงตาสีเหลืองวาวโรจน์จ้องมองครอบครัวที่กำลังตัวสั่น เลือดหยดจากปากและกรงเล็บ
"เจมส์..." แฮนนาห์กระซิบ พยายามยืนบังลูกๆ ไว้ด้านหลัง "นี่คุณใช่ไหม?"
มันส่งเสียงครางต่ำในลำคอ ก้าวเข้าใกล้ช้าๆ ส่วนหนึ่งในจิตใจจำได้ถึงความรักที่มีต่อพวกเขา แต่อีกส่วนกลับถูกครอบงำด้วยสัญชาตญาณสัตว์ร้าย ความหิวกระหายที่ยังไม่จางหาย
"พ่อ... อย่า..." เอ็มม่าร้องไห้ ซุกหน้ากับแผ่นหลังแม่
วิลเลียมคว้ามีดแกะสลักขึ้นมา ยืนขวางหน้าแม่และน้อง "พ่อ... ผมรู้ว่าพ่อยังอยู่ในนั้น..."
ร่างประหลาดชะงัก ภาพความทรงจำแวบเข้ามา... ภาพลูกชายที่คอยช่วยงานในโรงงาน เสียงหัวเราะใสของลูกสาว และรอยยิ้มอบอุ่นของภรรยา... แต่แล้วความเจ็บปวดก็แล่นริ้วไปทั่วร่าง มันคำรามออกมาด้วยความทรมาน
"หนีเถอะลูก!" แฮนนาห์ตะโกน ดึงลูกๆ ถอยหลัง
แต่วิลเลียมยังยืนนิ่ง น้ำตาไหลอาบแก้ม "พ่อ... กลับมาหาพวกเราสิครับ..."
ร่างประหลาดสั่นสะท้าน ดวงตาสีเหลืองเริ่มวูบไหวระหว่างความเป็นมนุษย์และสัตว์ร้าย
ความทรมานบีบคั้นหัวใจของร่างประหลาด สัญชาตญาณสัตว์ร้ายต้องการให้พุ่งเข้าใส่เหยื่อตรงหน้า แต่ความรักที่มีต่อครอบครัวก็พยายามยื้อยุดไว้ มันส่งเสียงคำรามด้วยความเจ็บปวด กรงเล็บจิกลงกับพื้นจนเป็นรอยลึก
"พ่อ..." เอ็มม่าโผล่หน้าออกมาจากหลังแม่ "พ่อเจ็บเหรอคะ?"
เสียงใสของลูกสาวทำให้ความเป็นมนุษย์ในตัวมันวูบไหว แต่แล้วความเจ็บปวดก็แล่นปราดขึ้นมาอีก มันกรีดร้องออกมา ร่างกายบิดเบี้ยวรุนแรงขึ้น เกล็ดและหนามงอกออกมามากขึ้น
"วิลเลียม! พาน้องหนีไป!" แฮนนาห์ตะโกน พยายามดันลูกชายออกไป
"แต่พ่อ..."
"แม่จะอยู่กับพ่อเอง! รีบไปเถอะลูก!"
วิลเลียมลังเลครู่หนึ่ง ก่อนจะคว้ามือน้องสาว "มาเถอะเอ็มม่า!"
"ไม่เอา! หนูไม่ไป!" เอ็มม่าร้องไห้ ดิ้นสุดแรง "พ่อ... พ่อขา..."
เสียงร้องไห้ของลูกสาวยิ่งทำให้ร่างประหลาดทรมาน มันโถมตัวชนโต๊ะและเก้าอี้แตกกระจาย พยายามต่อสู้กับความกระหายจากพลังที่กำลังกลืนกินจิตใจ
"เจมส์..." แฮนนาห์ก้าวเข้าไปใกล้ น้ำตาไหลอาบแก้ม "ฉันรู้ว่าคุณยังอยู่ในนั้น... คุณรักลูกๆ จำได้ไหม? จำเสียงหัวเราะของพวกเขาได้ไหม?"
ร่างประหลาดหันมามอง ดวงตาสีเหลืองเริ่มหรี่ลง แต่แล้วจู่ๆ มันก็กรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด ร่างกายเริ่มบิดเบี้ยวมากขึ้น ความหิวกระหายและสัญชาตญาณกำลังจะชนะ...
"หนีไป..." เสียงแหบพร่าดังออกมาจากปากของมัน เป็นครั้งสุดท้ายที่ความเป็นมนุษย์เอ่ยออกมา "หนีไปให้ไกล... ก่อนที่ฉันจะ..."
แต่ประโยคนั้นไม่ทันจบ ร่างของมันก็บิดเบี้ยวอย่างรุนแรง เสียงกรีดร้องของสัตว์ร้ายดังสนั่น
จู่ๆ ร่างประหลาดก็พุ่งใส่แฮนนาห์ด้วยความเร็วที่ไม่มีใครคาดคิด กรงเล็บและเขี้ยวแหลมคมฝังลึกเข้าที่ร่างของเธอ ไม่ทันได้ร้อง ไม่ทันได้หนี... แม้แต่เจมส์เองก็ไม่ทันรู้ตัวว่าตนเองทำอะไรลงไป
"แม่!" เสียงกรีดร้องของลูกๆ ดังลั่น
เลือดสาดกระเซ็น ร่างของแฮนนาห์ถูกฉีกออกเป็นชิ้นๆ สัญชาตญาณสัตว์ร้ายบังคับให้มันกัดกินเหยื่อตรงหน้าอย่างตะกละตะกลาม
แต่หลังจากกินศพที่สี่ ความเป็นมนุษย์ในตัวเจมส์ก็วูบกลับมา
"ไม่... ไม่..." เสียงแหบพร่าดังออกมา "ลูก... หนีไป! หนีไปเดี๋ยวนี้!"
วิลเลียมรีบคว้ามือน้องสาว วิ่งไปทางประตูบ้าน
แต่ไม่นานพลังนั้นมันก็กลืนกินเขาอีกครั้ง เมื่อเห็นว่าตัวเองทำอะไรลงไป รู้สึกถึงเห็นเศษเนื้อของภรรยาติดอยู่ที่เขี้ยว สัญชาตญาณสัตว์ร้ายกลับมา จิตใจของเจมส์แตกสลาย ความเป็นมนุษย์ดับหาย ร่างประหลาดพุ่งตามไป
วิลเลียมถึงประตูบ้าน รีบปิดมันลง หวังถ่วงเวลาให้น้องหนี "เอ็มม่า วิ่งไป! เร็ว!"
แต่เมื่อหันหลังจะวิ่ง แขนที่ยืดยาวผิดมนุษย์ก็ทะลุประตูออกมาคว้าร่างเขาไว้ กรงเล็บแหลมคมจิกลึกเข้าเนื้อ
"วิ่งไปเอ็มม่า!" วิลเลียมตะโกน น้ำตาไหลอาบแก้ม "อย่าหันกลับมามอง! วิ่งไป!"
เอ็มม่าร้องไห้สุดเสียง แต่ขาเล็กๆ ก็พาร่างวิ่งออกไป เสียงกรีดร้องของพี่ชายดังตามมา แต่เธอไม่กล้าหันกลับไปมอง
ไม่กล้าเห็นว่าพ่อที่รักกลายเป็นสิ่งใด
เสียงกรีดร้องของพี่ชายดังไล่หลัง เอ็มม่าวิ่งสุดชีวิต หัวใจเต้นระรัว น้ำตาไหลอาบแก้ม
"ช่วยด้วย!" เธอตะโกนสุดเสียง "ใครก็ได้ช่วยด้วย!"
เท้าเล็กๆ ก้าวพลาด ล้มลงบนถนนดินเปียก แต่เธอรีบลุกขึ้นวิ่งต่อ เสียงหอบหายใจดังถี่รัว
"ช่วยพ่อด้วย! ช่วยพี่วิลเลียมด้วย!" เธอร้องเรียกขอความช่วยเหลือตลอดทาง
แต่ไม่มีใครออกมา... ไฟในบ้านเรือนดับมืด ประตูหน้าต่างปิดสนิท
เสียงฝีเท้าม้าและล้อรถดังแว่วมาจากถนนเบื้องหน้า เอ็มม่าเห็นแสงตะเกียงของรถม้าสีเข้มคันหนึ่งที่กำลังแล่นมา เธอวิ่งตัดหน้ารถอย่างไม่คิดชีวิต
"หยุด! ช่วยด้วย!"
คนขับรถม้ารีบดึงบังเหียนสุดแรง พยายามหยุดม้าก่อนจะชนเด็กหญิง รถม้าส่ายไปมาก่อนจะหยุดนิ่งห่างจากเอ็มม่าเพียงไม่กี่ก้าว
"เกิดอะไรขึ้น?" เสียงหญิงสาวดังมาจากในรถ ประตูรถเปิดออก
เด็กสาวอายุราวสิบหกก้าวลงมา ใบหน้ารูปไข่งดงามภายใต้แสงตะเกียง ผิวขาวเนียนตัดกับผมสีน้ำตาลที่ถักเปียหลวมๆ คิ้วเข้มโก่งสวยขมวดมุ่น ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนฉายแววกังวลเมื่อเห็นเด็กหญิงตัวสั่นเทา
ชายหญิงในชุดผู้คุ้มกันก้าวตามลงมา มือเตรียมพร้อมที่อาวุธ ขณะที่คนขับรถยังคงนั่งควบคุมม้าอยู่บนที่นั่ง
"ช่วยด้วย..." เอ็มม่าสะอื้น "พ่อ... พ่อของหนู..."
……
ภายในร้านช่างไม้ที่เคยอบอวลด้วยกลิ่นขี้เลื่อยและความอบอุ่น บัดนี้เต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือดและความตาย ศพที่ถูกฉีกกระชากเป็นชิ้นๆ นอนจมกองเลือด เครื่องมือช่างและเครื่องเรือนแตกหักกระจัดกระจาย เป็นข้อพิสูจน์ถึงโศกนาฏกรรมที่เพิ่งผ่านพ้น
ท่ามกลางซากปรักหักพัง เจมส์นั่งคุกเข่าอยู่ตรงกลางห้อง ร่างกายยังคงบิดเบี้ยวไปมาระหว่างร่างมนุษย์และสัตว์ประหลาด บางขณะผิวหนังกลายเป็นเกล็ดแข็ง บางขณะกลับเป็นเปลือกไม้หยาบกร้าน มือที่เปื้อนเลือดสลับไปมาระหว่างกรงเล็บแหลมคมและนิ้วมือมนุษย์
น้ำตาไหลรินจากดวงตาที่เปลี่ยนสีไปมาระหว่างสีเหลืองของสัตว์ร้ายและสีน้ำตาลของมนุษย์ เสียงสะอื้นของเขาเป็นเสียงประหลาดที่ผสมผสานระหว่างเสียงร้องไห้ของมนุษย์และเสียงครวญครางของสัตว์ป่า
"แฮนนาห์... วิลเลียม..." เขาครางเบาๆ เสียงแหบพร่า "ฉัน... ฉันทำอะไรลงไป..."
สายตาของเขาจับจ้องไปที่ศพของภรรยาและลูกชาย ความเจ็บปวดและความสำนึกผิดบีบรัดหัวใจ แต่ละครั้งที่มองเห็นร่องรอยการกระทำของตัวเอง ความเป็นมนุษย์ในตัวเขาก็แหลกสลายลงไปอีก
"ใครก็ได้..." เขาร้องไห้ "ช่วยฆ่าฉันที... ก่อนที่ฉันจะทำร้ายใครอีก..."
แต่ไม่มีใครกล้าเข้ามาใกล้ ไม่มีใครกล้าเผชิญหน้ากับสิ่งมีชีวิตที่ทั้งเป็นมนุษย์และไม่ใช่มนุษย์ในเวลาเดียวกัน เจมส์ได้แต่นั่งรอความตายท่ามกลางซากศพของคนที่เขารัก รอคอยให้ใครสักคนมาปลดปล่อยเขาจากความทรมานนี้