[อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    บทที่ 21 ข้อสงสัย

    บทที่ 21 ข้อสงสัย

     

    หมู่บ้านที่อวิ๋นซิ่วชิงอยู่นั้น เรียกว่าหมู่บ้านหม่านเหยียน

     

    ที่มาของชื่อคือ หมู่บ้านของพวกเขาอาศัยอยู่ในภูเขาที่ไม่มีที่สิ้นสุด และภูเขาที่มีหมู่บ้านแห่งนี้ตั้งอยู่เรียกว่า ภูเขาฉางชิง ภูเขาที่นี่มีป่าไม้เขียวขจีตลอดปี ผู้คนจึงเรียกมันว่าภูเขาฉางชิง...

     

    นี่เป็นครั้งแรกที่อวิ๋นซิ่วชิงมายังภูเขานี้ นางเคยได้ยินคนพูดว่ามีสัตว์ป่ามากมายในภูเขาฉางชิง มีกระต่ายและไก่ฟ้ามากมาย แต่มีนักล่าเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่สามารถขึ้นไปบนภูเขาเพื่อจับเหยื่อ

     

    อีกทั้งบนภูเขานี้ยังมีหมูป่ามากมาย ลือกันว่าหมูป่าพวกนี้ฆ่าคนได้ แต่ถึงอย่างไรพวกมันก็น่ากลัวไม่เท่ากับเสือที่สร้างความหวาดกลัวให้กับชาวบ้าน

     

    อวิ๋นซิ่วชิงมาถึง นางมีเคียวและกระสอบอยู่บนตัวของนาง

     

    หญิงสาวไม่ได้เอาอะไรมาเพิ่มอีก นางรู้ว่าอันตรายอยู่ในภูเขาเสมอ แต่ถึงอย่างนั้นนางก็ไม่กลัวอะไรเลย ต่อให้เจอเสือหรือสัตว์ดุร้ายตัวอื่น ๆ นางก็สามารถไปซ่อนตัวในพื้นที่มิติส่วนตัวของตัวเองได้ ดังนั้นมีอะไรให้นางต้องกลัวกัน?

     

    อวิ๋นซิ่วชิงหยิบเคียวและเดินไปจนสุดทางเพื่อดายหญ้าที่ขึ้นหรอมแหรมในภูเขา อย่างไรก็ตามนางทำเครื่องหมายไว้บ้าง ถ้าหากหลงทาง นางก็ยังสามารถตามรอยและเดินออกจากภูเขาได้

     

    อวิ๋นซิ่วชิงหยุดสลับเดิน แต่กลับไม่พบสมุนไพรใด ๆ พบเพียงหน่อไม้ที่ขึ้นเป็นดงแทน

     

    แม้จะไม่มีตัวยารักษาโรค แต่อวิ๋นซิ่วชิงก็มีความสุขมากเช่นกัน หน่อไม้มีคุณค่าทางโภชนาการมาก และเมื่อนำกลับไปผัดแล้วคงอร่อยมากอีกด้วย!

     

    อวิ๋นซิ่วชิงนั่งลงบนพื้น ก่อนจะวางตะกร้าไว้ข้าง ๆ และใช้เคียวขูดดินเพื่อให้หน่อไม้คลายตัว ก่อนเริ่มขุดดินด้วยมือของตัวเอง เพราะไม่ต้องการให้หน่อไม้หักเสียหาย

     

    หน่อไม้นี้ยาวมาก อวิ๋นซิ่วชิงต้องใช้เวลาขุดไม่น้อย มันยาวประมาณสามชุ่น ซึ่งพอให้อวิ๋นซิ่วชิงกินได้ในหนึ่งวัน จากนั้นนางก็ขุดหน่อไม้สองสามหน่อใส่ตะกร้าที่พกมาด้วย

     

    “หนึ่ง สอง สาม สี่...มีหน่อไม้ใหญ่อวบพวกนี้อยู่ มันก็เพียงพอที่จะให้ข้ากินในสัปดาห์นี้แล้ว”

     

    อวิ๋นซิ่วชิงตบดินบนตัวของนาง ก่อนจะสะพายตะกร้าที่หลังของนาง และออกเดินต่อไปพร้อมกับเคียวในมือ

     

    ในส่วนลึกของป่า ผูเว่ยชางกำลังฝึกทหารกลุ่มหนึ่ง และทันใดนั้นชูอีมือขวาของผูเว่ยชางก็ปรากฏตัวขึ้น

     

    หลังจากที่ ผูเว่ยชางโบกมือให้คนอื่นๆ แยกย้ายกันไป เขาก็หันไปมองชูอีที่คุกเข่าต่อหน้าเขา

     

    “นายท่าน มีหญิงคนหนึ่งเข้าไปในภูเขาทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือแล้ว” ชูอีรายงานสิ่งที่รับรู้มากับผูเว่ยชางด้วยความเคารพอย่างยิ่ง

     

    ผูเว่ยชางมีสีหน้าเคร่งขรึมลง เมื่อได้ยินมือขวาของตนรายงานมาเช่นนั้น ภาพความน่ากลัวของภูเขาก็เข้ามาในใจของตัวเอง แต่เพราะภูเขาที่ชูอีรายงานมามีความลึกลับและอันตรายซุกซ่อนอยู่มาก ดังนั้นเขาจึงอาศัยอยู่ในหมู่บ้านหม่านเหยียนเพื่อทำการใหญ่บางอย่าง 


    ชายหนุ่มได้ใช้เงินไปเพื่อซื้อภูเขาโดยรอบแล้ว และไม่มีใครในหมู่บ้านคนไหนกล้าถือวิสาสะเข้าไปในภูเขานอกจากเขา

     

    ทว่าตอนนี้กลับมีสตรีคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้น นั่นจึงทำให้ผูเว่ยชางรู้สึกสนใจเป็นอย่างมาก

     

    “เจ้าลุกขึ้นและนำทางข้าไปดู”

     

    ผูเว่ยชางสั่งมือขวาของตนที่คุกเข่าอยู่ด้วยเสียงเรียบ

     

    ชูอพยักหน้า ก่อนจะนำทางนายของตนไปยังทิศทางที่พบหญิงสาว

     

    เมื่ออวิ๋นซิ่วชิงตื่นขึ้นแต่เช้าและนางยังไม่ได้กินอะไรเลย ดังนั้นตอนนี้นางจึงรู้สึกหิวเป็นอย่างมาก

     

    อวิ๋นซิ่วชิงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องหาพื้นที่ที่ค่อนข้างสะอาดเพื่อนั่งลงและหยิบหน่อไม้จากตะกร้าด้านหลัง

     

    อวิ๋นซิ่วชิงมองไปที่หน่อไม้ที่หนาและใหญ่ ก่อนที่เสียงท้องร้องจะดังขึ้นมา นางจึงใช้เคียวขูดเศษดินบนหน่อไม้ออก ก่อนปอกเปลือกและกัดกินมันลงไป

     

    นางเพิ่งดึงหน่อไม้ออกมาจากดิน ทำให้มันมีรสหวานและมีน้ำอยู่มาก


    “หวานจริง ๆ แถมต้นไม้ยุคโบราณนี้ยังไม่มีสิ่งปนเปื้อนด้วย อร่อยเหลือเกิน!”

     

    เมื่อผูเว่ยชางและผู้ใต้บังคับบัญชาของเขามาถึง พวกเขาก็เห็นอวิ๋นซิ่วชิงกำลังกินหน่อไม้ดูน่าเอร็ดอร่อยอย่างมาก

     

    “นายท่าน ท่านต้องการขับไล่สตรีคนนี้ออกไปหรือไม่?” ชูอีถามเสียงแผ่วเบา

     

    ผูเว่ยชางส่ายหัว  "ไม่ต้อง ข้ารู้จักสตรีคนนี้ และนางคือคนที่ถอนพิษให้ข้า"

     

    “อะไรนะ?! ขนาดแพทย์ที่มีชื่อเสียงยังไม่สามารถรักษาพิษในร่างกายของท่านได้ แต่ท่านได้รับการรักษาจากสตรีคนนี้จริง ๆ หรือ?! นายท่าน! ข้าว่าสตรีคนนี้ต้องไม่ใช่คนธรรมดาแน่!” ชูอีเบนสายตามองสตรีอ้วนที่นั่งใต้ต้นไม้ด้วยแววตาไม่อยากเชื่อ

    ………………………………………………………………………………………………………………………