34 2-2
ตอนที่54 การหลอมกลั่นโอสถ
เมื่อเห็นเย่หลีเทียนมองตนด้วยสายตาเกลียดชังในวันนี้เซียถงก็ยิ่งบังเกิดข้อสงสัยมากขึ้นเรื่อยๆ เพียงว่าคนอย่างเย่หลีเทียน กลับไม่กล้าเผชิญหน้ากับชายสวมหน้ากากคลื่นลายเมฆาอีกคนอย่างเปิดเผยทั้งนี้ยังเลือกที่จะลงมือสังหารอีกฝ่ายภายใต้เงามืดโดยไม่มีสุ้มเสียงใดๆมีข้อเท็จจริงหนึ่งอย่างแล้วที่ปรากฏออกมาคือตัวตนของชายสวมหน้ากากลายคลื่นเมฆาที่ว่าหาใช่คนธรรมดาทั่วไปแน่นอน แต่ทั้งนี้เองนางก็ไม่ทราบเช่นกันว่า ตัวตนของชายคนนั้นเป็นมาอย่างไร
เดินกลับถึงเรือนพักขณะครุ่นคิดกับตัวเองเซียถงหยิบสมุนไพรพิษที่เพิ่งซื้อมา ขอให้อิ๋งเอ๋อร์ไปหาเตาหลอมโอสถขนาดย่อยมาให้สักอันจากนั้นก็ปิดประตูแน่นหนา เริ่มปรุงยาพิษด้วยตนเองทันที ส่วนผสมอย่างสมุนไพรพิษพวกนี้นางซื้อเก็บไว้ตั้งแต่ครั้งแรกสุด แต่กลับค่อนข้างยุ่งทั้งเรื่องงานชุมนุมลมปราณก็ดี เรื่องวุ่นวายต่างๆนาๆในจวนก็ดีทำให้นางไม่มีเวลาปรุงมันเลย แถมวันนี้ฝ่าบาทยังมารบกวนเวลานางถึงที่แต่ยังโชคดีอยู่บ้าง ทุกอย่างสามารถคลี่คลายลงโดยง่าย ดังนั้นพอมีเวลาว่างนางจึงเริ่มกระบวนการปรุงยาพิษทันที
ผ่านไปได้ครึ่งทางสุ้มเสียงฟังดูน่าประหลาดใจของเสี่ยวฮั่วก็ดังขึ้นในห้วงความคิดของนาง
“นายท่านกำลังปรุงยาพิษอยู่กระมัง?”
“ใช่แล้วข้าต้องมียาพิษเหล่านี้ติดตัวไว้ป้องกันภัยบ้างแล้วหากเผชิญพบกับยอดฝีมือระดับราชันย์ม่วงอีกข้าไม่มีปัญญาสัประยุทธ์ปะมือกับพวกมันได้เลย”
เซียถงก้มศีรษะมองดูของเหลวสีดำที่เริ่มจับตัวกันข้นคลั่กในเตาหลอม
หลังจากเคี่ยวมันจนแห้งของเหลวสีดำเหล่านั้นก็ก่อตัวขึ้นเป็นยาเม็ดสีดำขลับสองลูกกลิ่นอายที่พลั่งพลูออกมาล้วนแต่เป็นพิษร้ายแรง หากผู้ใดกลืนมันลงไปผิวพรรณทั่วร่างกายจะแปรเปลี่ยนเป็นสีดำและจะก่อให้เกิดอาการปวดท้องบิดเกรียวขั้นรุนแรงตลอดทั้งวันทั้งคืนติดต่อกันและหากไม่ได้รับยาแก้พิษภายในระยะเวลาที่กำหนดถึงไม่ขาดใจตายไปเองเพราะความเจ็บปวดทรมานพิษเหล่านี่ก็จะเข้ากร่อนตับไตจนเน่าเละและสิ้นใจในสภาพน่าสังเวชเซียถงขอตั้งชื่อมันว่า ยาพิษกร่อนเครื่องใน
“ท่านไม่ต้องห่วงไปอาศัยวรยุทธขั้นเหลืองที่บรรลุ ต่อหน้าเผชิญหน้ากับยอดฝีมือราชันย์ม่วงโดยตรงสิ่งนี้สามารถช่วยให้ท่านหลบหนีออกมาได้”
เสี่ยวฮั่วชะงักหยุดชั่วขณะแล้วกล่าวต่อว่า
“นายท่านพรุ่งนื้ท่านออกไปซื้อสมุนไพรจำนวนหนึ่งมาดู แล้วข้าจะสอนท่านหลอมกลั่นโอสถ...”
“นี่เจ้ารู้เรื่องหลอมกลั่นโอสถด้วยรึ?”
พอได้ยินประโยคนี้ถึงคราวที่เซียถงต้องประหลาดใจอาชีพนักหลอมโอสถหาได้ยากยิ่งในทวีปเทียนหลางแห่งนี้!
ถึงคำว่า ‘ปรุงยา’ กับ ‘หลอมกลั่นโอสถ’ จะมีความหมายใกล้เคียงกันมากแต่หากมองลึกลงไปกว่านั้น จะทราบทันทีว่าระดับความยากและซับซ้อนกลับแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว!
“แน่นอน!ข้าเก่งกว่าที่ท่านคิดเยอะ!”
เสี่ยวฮั่วขานตอบทันทีสีหน้าท่าทางดูภาคภูมิใจยิ่งยวด
“จากที่ดู...เจ้าคงเป็นนักโอสถสามัญกระมัง?อยู่ในชั้นใดล่ะ ชั้นต้นหรือกลาง?”
สีหน้ายิ้มแย้มดูมีความสุขเซียถงเอ่ยปากถามออกไปด้วยความตื่นเต้น ในเมื่อเสี่ยวฮั่วเป็นถึงนักหลอมโอสถเช่นนี้นางก็ไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องโอสถอีกต่อไป!
“ชั้นต้น...เซียนโอสถชั้นต้น!”
น้ำเสียงคำตอบของเสี่ยวฮั่วฟังดูกระแทกกระทั้งคล้ายว่าไม่ค่อยพอใจเท่าใดที่เซียถงกล่าวดูถูกตนเองถึงปานนี้
พอได้ยินเช่นนั้นเซียถงตื่นตะลึงสุดขีดแทบเป็นลมหมดสติไปทั้งแบบนั้น!
เซียนโอสถ!เซียนโอสถงเลยงั้นรึ?!
แค่นักโอสถสามัญหลอมกลั่นโอสถได้สักเม็ดหากนำไปขายทอดตลาด ราคายังสูงลิบลิ่วเกินจินตนาการแต่ในตอนนี้เสี่ยวฮั่วเป็นถึงเซียนโอสถ หากนำโอสถที่มันหลอมกลั่นได้ไปขายนางมิได้กลายมาเป็นเศรษฐีนีเลยงั้นรึ?
ในสายตาของเซียถงเสี่ยวฮั่วในตอนนี้หาใช่จิตวิญญาณของมณีม่วงอีกต่อไป แต่เป็นต้นไม้นำโชค! ต้นเงินต้นทองของแม๊!
โอสถสามัญทั่วไปมีสรรพคุณขยายขนาดของจุดตันเถียนของผู้บำเพ็ญตบะได้ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่า สามารถเพิ่มเสริมความแข็งแกร่งได้ แต่มีพอได้ชื่อว่าโอสถก็มีเพียงนักหลอมโอสถเท่านั้นที่จะสามารถหลอมกลั่น สร้างสรรค์ขึ้นมาได้เช่นกันไม่ว่าจะมีเงินทองมากมายเพียงใด แต่ไม่มีทางหาซื้อกันได้ที่กล่าวถึงเป็นเพียงโอสถทั่วไปที่นักโอสถสามัญซึ่งอยู่ในระดับชั้นต่ำสุดเป็นคนรังสรรขึ้นมาแล้วถ้าหากเป็นระดับชั้นเซียนโอสถหลอมกลั่นโอสถขึ้นสักเม็ดล่ะ? นี่ไม่ต้องพูดถึงราคาเลยเพราะสิ่งนี้หาใช่สิ่งที่หน่วยเงินจะสามารถตีมูลค่าได้ พอคิดมาถึงจุดนี้ เซียถงยิ่งรู้สึกตื่นเต้นเข้าไปใหญ่แล้วหากนางกลืนโอสถระดับชั้นนั้นลงไปขุมพลังความแข็งกร้าวของนางจะยิ่งเพิ่มทีอีกกี่ระดับชั้นกัน?!
“อย่าเพิ่งฝันหวานไปเสียดีกว่านายท่านตัวข้าไม่มีกายเนื้อ ไม่สามารถหลอมกลั่นโอสถได้ จึงจำต้องสอนท่านหลอมกลั่นโอสถแทน หากตัวข้าหลอมกลั่นโอสถได้ลงให้ท่านนำไปขายหาเงินนานแล้วเช่นกัน”
เสมือนว่าเสี่ยวฮั่วรู้ดีว่านายของมันกำลังคิดอะไรอยู่ จึงรีบกล่าวดับฝันแทรกขึ้นมาทันใด
ฟังดูแล้วถึงจะมีผิดหวังบ้างก็ตามทีแต่ โดยรวมเซียถงก็ยังคงรู้สึกมีความสุขอยู่ดี อย่างน้อยนางก็มีคนสอนหลอมกลั่นโอสถถึงแม้จะบรรลุแค่นักโอสถสามัญที่ไม่ค่อยมีความเชี่ยวชาญอะไรนักแต่ศักดิ์สถานะดังกล่าวก็ถือเป็นที่เคารพนับถืออย่างยิ่งแล้วในจักรวรรดิแห่งนี้
เซียถงยกฝ่ามือตบเตาหลอมโอสถสีทองแดงไปทีหนึ่งเสียงลั่นกังวลดังก้อง ยาพิษทั้งสองเม็ดดีดกระเด็นขึ้นมานางยื่นมืออกไปคว้าดังหมับ สีหน้าท่าทางเปี่ยมล้นความปีติยินดี
จากนั้นก็ปรุงผงยาพิษเพิ่มขึ้นมาอีกหลายชนิดบรรจุเก็บใช่ในขวดขนาดจิ๋ว
ชนิดแรกเรียกว่าผงคัน เมื่อศัตรูเข้าสัมผัสกับผงเหล่านี้จะเกิดอาการคันรุนแรง เสมือนถูกฝูงมดแดงรุมกัดทั่วร่างกายสร้างความปวดแสบทรมานอย่างหาที่ใดเปรียบ
ส่วนอีกหนึ่งอย่างคือผงนิทรา เป็นผงแป้งหอมดูธรรมดาทั่วไป แต่เพียงได้สูดดมเล็กน้อยก็จะหมดสติล้มพับไปในทันที
ที่เหลือต่างก็เป็นผงยาพิษที่มีหน้าที่และคุณสมบัติแตกต่างกันออกไป
เก็บยาพิษเม็ดดำขลับทั้งสองและผงพิศอีกนานาจิตตังซ่อนเก็บอยู่ทั่วทั้งร่างกาย ค่ำคืนรัติกาลผ่านพ้น หลังจากออกจวนหายไปนานเซียถงก็กลับมาพร้อมสมุนไพรจำนวนหนึ่งตามที่เสี่ยวฮั่วสั่งปริมาณแค่นี้กลับใช้ไปถึงห้าเหรียญทองเชียว สมุนไพรแต่ละชนิดมีราคาสูงมากกระเป๋าเงินที่นำติดตัวไปถึงกับหมดเกรี้ยง ดูเหมือนว่าการจะเป็นนักหลอมโอสถไม่เพียงแค่จะต้องมีพรสวรรค์ แต่ยังต้องมีทุนทรัพย์หนาพอตัวด้วย
กลับเข้าเรือนปิดประตูหน้าต่างแน่นหนาภายใต้คำแนะนำของเสี่ยวฮั่วชนิดขั้นตอนต่อขั้นตอนในระหว่างกระบวนการหลอมกลั่นพอได้ฟังคำอธิบายเบื้องต้น เซียถงก็เข้าใจแล้วว่า โอสถเองก็มีระดับชั้นเช่นกัน และสามารถแบ่งได้ห้าขอบเขตเช่นกัน
เริ่มจากระดับคุณภาพต่ำสุดไล่ไปยังสูงสุดได้แก่โอสถสามัญ โอสถปราณ โอสถทองคำ โอสถวิญญาณฟ้า และโอสถศักดิ์สิทธิ์และทั้งห้าขอบเขตที่ว่ามา ยังแบ่งได้อีกสามระดับย่อยได้แก่ ระดับต้น กลางและสูง
เซียถงเพิ่งเริ่มก้าวเข้าสู้เส้นทางนักหลอมโอสถนางต้องเริ่มต้นจากการหลอมกลั่นโอสถสามัญญระดับต้น ซึ่งเป็นอะไรที่ง่ายที่สุดแล้วนางถึงกับไม่หลับไม่นอนตลอดหนึ่งวันเต็ม พอถึงเช้ารุ่งสางของอีกวันเซียถงถึงกับขมวดคิ้วแน่น จ้องมองก้อนโอสถที่ไหม้เกรียมเป็นตอตะโกในมือนี่นางเพิ่งเสียเงินเป็นจำนวนสูงถึงห้าเหรียญทองเพื่อเศษซากโอสถไหม้ๆสองก้อนนี่น่ะรึ?!
“ตอนนี้ข้ารู้แล้วว่าเหตุใดโอสถถึงมีราคาแพงนักที่โลกมนุษย์ ปรากฏว่านักหลอมโอสถแต่ละคนต้องใช้จิตสมาธิฝึกปรือเลือดตาแทบกระเด็นแค่หลอมกลั่นโอสถครั้งแรก ท่านก็สูญเงินทองไปมากมายยิ่งแล้วนี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไม นักหลอมโอสถจึงมีจำนวนน้อยเท่าหยิบมือ”
เสี่ยวฮั่วกล่าวกับนาง
เงินทอง!?
เซียถงเริ่มตระหนักได้ถึงปัญหาต่อไปนี้ได้ในทันใดหากนางยังจะฝึกหลอมกลั่นโอสถต่อไปต่อให้ฝ่าบาทจะมอบทรัพย์สินเงินทองแก่นางอีกมากเท่าไหร่ เกรงว่าคงไม่เพียงพอและที่สำคัญ ของกำนัลเหล่านี้โรงจำนำก็ยังไม่กล้ารับแลกเปลี่ยนเป็นเงินอีกเนื่องจากติดตราประทับราชวงศ์ เหรียญทองที่เหลือก็แทบจะไม่มีแล้วโดยส่วนใหญ่จะเป็นตัวสินสอดทองหมั่นของท่านแม่ก่อนออกเรือนเสียมากกว่า แล้วต่อจากนี้นางจะไปหาเงินมาจากไหนเพื่อส่งตัวเองเรียนการหลอมกลั่นโอสถต่อไปล่ะ?
“มีวิธีที่ประหยัดกว่านั้นนายท่านเกรงว่าถึงเวลาที่ต้องออกไปขุดหาสมุนไพรมาเองแล้ว”
เสี่ยวฮั่วเหมือนรู้ดีว่าเซียถงกำลังเป็นกังวลเรื่องอะไร จึงเอ่ยปากเสนอขี้นอีกครั้ง