“ลุงเพ่ยชมเกินไปแล้ว... ฝีมือของผมดีกว่าเด็กมัธยมปลายด้วยกันเองแค่เล็กน้อยเท่านั้นแหละครับ ไม่ได้ดีถึงขนาดนั้นหรอก”
อี้เฟยคิดว่าการแสดงออกทางสีหน้าของเขาเนี่ย... ค่อนข้างยอดเยี่ยมทีเดียว!
เพราะอันที่จริงตอนนี้เขางงมากที่จงิพูดมา แต่ใบหน้าของเขาก็ไม่ได้แสดงออกถึงความเหลอหลาแต่อย่างใด ยังคงเอ่ยถ่อมตัวและยิ้มอย่างสงวนท่าเป็ธรรมชาติ ในความจริงจะไม่ให้เขางงได้ยังไง ก็เขาน่ะเคยเจอกับลุงเพ่ยจริงๆซะที่ไหนเล่า แต่ในเมื่อจงิพูดแบบนี้ก็ต้องเออออตามนั้นละ
“แค่พอให้ชื่นชมได้เล็กน้อยเท่านั้นแหละครับ”
“เสี่ยวเฟยไม่ต้องถ่อมตัวน่า นายได้รับการสั่งสอนมาจากท่านอาจารย์ศิลป์ระดับปรมาจารย์ซ่งเหยียนเลยนะ... รู้ไหมว่าลุงเหยียนน่ะในวงการงานศิลป์เป็คนสุดยอดและดังมากเลยนะ!”
จงิกล่าวชมคำโตจากใจจริงด้วยความชื่นชอบ พลางนึกถึงอาจารย์ซ่งเหยียนพ่อบุญธรรมของอี้เฟย ซึ่งคนในวงการงานศิลป์หรือผู้ที่ชื่นชอบงานศิลป์ล้วนไม่มีใครไม่รู้จัก เป็อาจารย์ศิลป์ผู้หนึ่งที่มีทั้งพร์และพรแสวงในตัว เป็แรงบันดาลใจและแบบอย่างให้แก่คนรุ่นใหม่หลายต่อหลายคนเลยละ ภาพวาดของอาจารย์ซ่งเหยียนล้วนสมบูรณ์แบบดีเลิศและหายาก ราคาซื้อราคาประมูลแต่ละภาพก็ไม่น้อยเลย แต่คุ้มค่ายิ่งนักที่จ่ายเพื่อได้เป็เ้าของ ท่านปู่ของเขาก็มีภาพวาดฝีมือของอาจารย์ซ่งเหยียนอยู่สองสามภาพ
แต่น่าเสียดายที่์นั้นช่างขี้อิจฉานัก พรากคนมีความสามารถเช่นอาจารย์ซ่งเหยียนไปจากงานศิลป์เร็วเหลือเกิน และยังทิ้งให้เสี่ยวเฟยน้อยอยู่ตัวเดียวอีกด้วย!
“จริงเหรอครับ คุณพ่อไม่เห็นเคยพูดถึงเลย” อี้เฟยถามกลับด้วยความประหลาดใจและฉงนใจในสิ่งที่ได้ยิน ใบหน้าหล่อเหลาของเขาแสดงออกถึงความสนใจใคร่อยากรู้ และท่าทางของเขานั้นช่างน่ารักนักพาให้ข่วนใจคนมองจริงๆ
เอาจริงๆนะ อี้เฟยก็เพิ่งรู้ตอนที่จงิพูดนี่แหละ เขาคิดว่าจงิเนี่ยรู้จักซ่งเหยียนมากกว่าเขาเสียอีก
“ฮ่าๆฮ่า จริงสิ ที่ฉันพูดน่ะเป็ความจริงแน่นอน ฉันคิดว่าลุงเหยียนคงจะเขินนายกระมังเลยไม่เคยพูดถึง”
“อ่าครับ เื่ดีๆแบบนี้ไม่เห็นเล่าให้ผมฟังเลย” อี้เฟยหน้าสลดลงเล็กน้อยพลางกล่าวด้วยน้ำเสียงเบาหวิว... ไม่ใช่ซ่งเหยียนนะ แต่หมายถึงตาเซียนเฒ่าน่ะไม่เห็นจะพูดถึงเลย อ๋องอย่างข้าไม่รู้เื่อะไรเลยจริงๆ
แต่ซ่งเหยียนผู้นี้คงจะมีฝีมือจริงๆนั่นแหละ ไม่งั้นคงจะไม่มีเงินมากพอขนาดซื้อบ้านที่ดีขนาดนี้ไว้ให้เขาได้หรอก
“เอ่อ ทำให้นายคิดถึงลุงเหยียนแล้ว ขอโทษทีนะ” จงิเห็นใบหน้าของอี้เฟยเศร้าสลดลงแล้วจึงได้เหยียดตัวตั้งตรงรีบกล่าวขอโทษอีกฝ่าย รู้สึกอยากจะตบปากของตัวเองหนักเชียว
“ไม่ๆ ไม่เป็ไรเลยครับ ผมรู้มาตั้งนานแล้ว... เื่ที่สักวันหนึ่งคุณพ่อก็ต้องจากไป ทำใจไว้ั้แ่นานแล้วละครับ”
“อืม เข้มแข็งจังเลยนะ...” จงิพยักหน้าแล้วพูดชม พลางคิดว่าเด็กหนุ่มอายุสิบแปดปีเองต้องอยู่ด้วยตัวเองเสียแล้ว แต่กลับเข้มแข็งมากกว่าที่คิด พอเห็นใบหน้าเนียนเกลี้ยงเกลาที่ประดับด้วยรอยยิ้มนุ่มนวลอย่างปลดปลงของอี้เฟยแล้ว เขาก็อดไม่ได้ที่จะพูดอย่างปลอบใจเ้าตัวอีกสักประโยค
“แต่ไม่เป็ไรนะเสี่ยวเฟย นายไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว นายยังมีพี่ชายจงิคนนี้อยู่นะ”
“ขอบคุณครับพี่ิ... ผมรู้แล้วว่าผมยังมีพี่ครับ” อี้เฟยกล่าวแล้วส่งรอยยิ้มอ่อนหวานจนตาหยีไปให้จงิ ดวงตาคมสีดำขลับฉายแววความซาบซึ้งใจในไมตรีน้ำมิตรของอีกฝ่าย เมื่อมีคนมากล่าวปลอบใจเราก็ควรจะกล่าวขอบคุณและยิ้มไมตรีให้เช่นนี้นี่แหละ
ส่วนภายในใจของท่านอ๋องนั้น... ฉันไม่ได้อยากมีนายสักหน่อย! อ๋องอย่างข้าไม่ได้อยากมีมดปลวกอย่างเ้า!
“อึกกอื้มมม... ใช่ นายยังมีพี่” จงิพยักหน้ารับและตอบกลับอย่างเลื่อนลอย แลดูไม่ค่อยมีสตินัก เขาเอาแต่มองรอยยิ้มบริสุทธิ์งดงามของเด็กหนุ่ม... รอยยิ้มของอี้เฟยทำเอาเขาเสียอาการไปเลยทีเดียว นี่ช่างเป็รอยยิ้มที่ทำให้รู้สึกสว่างจ้าไปจนสุดลึกสุดภายในก้นบึ้งหัวใจเลยจริงๆ
“จริงสิ เมื่อกี้นี้พี่ิบอกว่าจะดูลายเส้นของผมใช่ไหม... พอดีเลยก่อนหน้านี้ผมเพิ่งจะวาดภาพหนึ่งเสร็จไม่นานนี้เอง เดี๋ยวผมไปหยิบภาพมาให้ชมดูนะครับ ต้องขอคำแนะนำติชมจากพี่แล้ว”
“อ่า ภาพที่เสี่ยวเฟยเพิ่งวาดเสร็จเหรอ?” เมื่อได้ยินคำว่า ‘ภาพวาด’ จงิก็หลุดออกจากภวังค์รอยยิ้มของอี้เฟยทันที เขาเปิดตาโตแล้วถามกลับอย่างตื่นเต้น ฝีมือในงานศิลป์ของอาจารย์ซ่งเหยียนเนี่ยถูกยกย่องเป็อย่างมากทีเดียว เพราะฉะนั้นอี้เฟยที่เป็ทั้งลูกบุญธรรมและลูกศิษย์ใกล้ชิดจะมีฝีมือขนาดไหนเชียวนะ?
ด้วยนิสัยความสนใจและความชื่นชอบในงานภาพวาดศิลปะอยู่แล้วยิ่งทำให้จงิอยากรู้อยากเห็นมากทีเดียว รีบพยักหน้าตอบรับอยากดูภาพวาดของอี้เฟยทันที
“ดูสิดู ฉันอยากชมดูอยู่แล้ว... แต่ว่าฉันแค่เป็คนที่ชื่นชอบในงานศิลป์นะไม่ใช่กูรูเชี่ยวชาญอะไรขนาดนั้นหรอก”
“เอาน่าครับ ยังไงพี่ิก็ช่วยดูหน่อยว่าฝีมือของผมพอจะขายได้เงินค่าขนมกับเขาบ้างหรือเปล่า” อี้เฟยกล่าวพร้อมยกยิ้มๆอย่างมีนัยยะ... ปุถุชนยังไงก็ต้องกินต้องดื่ม เงินจำนวนหนึ่งที่เขามีอยู่ยังไงก็ต้องหามาสมทบเพิ่มอยู่ดี การจะออกเดินทางท่องเที่ยวให้ทั่วยุทธภพใต้หล้านี้จำเป็ต้องใช้เงิน!
แล้วใน่ระหว่างที่เขากำลังคิดอยู่ว่าควรหารายได้ยังไงดี ์ก็ส่งจงิเข้ามาแล้วอย่างไร!
“ฮ่าๆฮ่าๆ งั้นเหรอๆ ได้สิๆ มาๆ เดี๋ยวฉันช่วยชมดู... อืม ฉันรู้จักกับเ้าของแกลเลอรีหลายคนเลยละ ช่วยฝากงานศิลป์ให้นายได้นะ”
อี้เฟยพยักหน้าแล้วเดินไปที่ห้องหนังสือทันที เมื่อเข้ามาแล้วก็มุ่งหน้าไปหยิบภาพวาดภาพหนึ่งที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานกลางห้องหนังสือ เขามองภาพวาดในมืออยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะตัดสินใจได้หยิบมันออกไปด้วย ไม่นานเขาก็ออกมา
“นี่ครับ” อี้เฟยยื่นภาพวาดที่ดูก็รู้ว่าเพิ่งวาดเสร็จไม่นานจริงๆให้จงิช่วยพิจารณาชมดู ภาพวาดพู่กันจีนนี้สำหรับเขาถ้าขายไปได้ก็ไม่ได้เสียหายอะไร ยังไงก็ได้เงินตอบแทนกลับมา
อีกอย่างภาพวาดนี้ก็ไม่ได้มีคุณค่าทางจิตใจอะไรต่อเขานักหรอก ไม่ได้วาดยากด้วย นี่ยังไม่ได้ใช้ฝีมือจริงๆของเขาเท่าไหร่เลยด้วยซ้ำ ตอนวาดตอนนั้นแค่รู้สึกเบื่อๆไม่มีอะไรทำก็เลยหยิบขึ้นมาวาดเล่นแก้เบื่อเท่านั้นเอง พอหลังจากที่เขาได้มาอยู่ในยุคปัจจุบันก็ไม่คิดว่ามันจะติดมาด้วยนี่สิ... สำหรับภาพวาดตอนที่เขารู้สึกเบื่อน่ะเขาไม่อยากเก็บไว้หรอก ถ้าขายไปได้ก็ดี
“ภาพนี้นายวาดเองเหรอ” จงิยังไม่ได้ดูภาพวาดเพียงแค่รับมาถือไว้และเอ่ยถามอี้เฟยก่อน พร้อมกับขณะนั้นเขาก็ค่อยๆแกะกระดาษที่ครอบภาพวาดไว้ออก เพื่อขอชมดูความงดงามของภาพวาดข้างใน
“ครับ ผมวาดเอง... อีกเดี๋ยวพี่ห้ามหัวเราะเชียวล่ะ” อี้เฟยพูดแล้วนั่งลงข้างๆจงิเพื่อรอคำติชม อืม เขาก็อยากรู้เหมือนกันว่าภาพวาดแก้เบื่อของเขาอี้อ๋องมันจะขายได้ราคาเท่าไหร่เชียวในยุคปัจจุบัน
ส่วนจงิที่แกะกระดาษครอบภาพวาดออกแล้ว เขากำลังมองภาพวาดในมือของตัวเองอย่างนิ่งๆ นิ่งมากๆ มองอย่างเลื่อนลอย... มือหนาค่อยๆไล้ตามลายเส้นตามหน้าภาพวาดอย่างช้าๆ พลางเอ่ยพูดเสียงแ่เบาคล้ายพึมพำอะไรคนเดียว
“เสี่ยวเฟยภาพนี้มัน...”
“ใช้ไม่ได้เหรอครับ อ่า ว่าแล้วเชียวว่าฝีมือผมยังอ่อนด้อยไปจริงๆ” อี้เฟยพูดพร้อมกับพยักหน้าอย่างรับรู้ โดยที่ขณะนั้นเขาเองก็ขมวดคิ้วแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว... คิดไว้แล้วเชียวว่าภาพที่วาดตอนแก้เบื่อต้องใช้ไม่ได้ ไม่ได้เื่จริงๆ น่าอับอายชะมัด
อี้เฟยส่ายหน้าน้อยๆ พลางคิดอีกว่าดีนะที่ภาพๆนี้ติดมากับเขาด้วย เพราะถ้าภาพวาดผลงานนี้ยังอยู่ในยุคสมัยอดีตอี้อ๋อง เขาก็ไม่รู้ว่ามันจะมีใครบ้างที่เห็นผลงานอันไม่ได้เื่ไม่ได้ความเช่นนี้ของตนเอง ซึ่งอาจถูกบันทึกไว้และกลายเป็ประวัติที่ด่างพร้อยให้แก่เขาอี้อ๋องได้... บุรุษอันดับหนึ่งไม่มีสองอย่างเขาอี้เฟยอี้อ๋องไม่ควรมีเื่ที่ไม่สมบูรณ์แบบหรือไม่หล่อเหลาสง่างามทิ้งไว้
คราวหน้าหากคิดจะสร้างสรรค์ผลงานใดออกมาต้องทำออกมาอย่างตั้งอกตั้งใจอย่างถึงที่สุด... อี้เฟยหมายมาดไว้ในใจแล้ว
“แต่ว่าผมก็อยากจะหาค่าขนมสักหน่อยน่ะครับ พี่ิคิดว่าพอจะขายได้สักเท่าไหร่ พอจะได้สัก 3,000 หยวนไหมครับ” อี้เฟยเอ่ยถามกลับไปอย่างสุภาพหน่อย เพราะเขาก็ไม่อยากจะใช้เส้นสายสัมพันธ์ไมตรีนี้ให้จงิรู้สึกเกรงใจกลับ หรืออยากช่วยเหลือโดยการซื้อภาพวาดที่ตัวเขาก็รู้ตัวดีว่าตัวเองก็ไม่ได้ตั้งใจวาดจริงๆสักเท่าไหร่ เขาจึงไม่ได้คิดว่าภาพวาดนี้ของตนจะได้ราคาสูงอะไร
“3,000 หยวน?”
“3,000 หยวนก็ไม่ได้เหรอครับ งั้นแค่ 2,500 หยวนก็ได้... พอจะได้ไหมครับ” อี้เฟยได้ฟังที่จงิเอ่ยทวนราคาที่ตนเสนอก่อนหน้านี้แล้วเหมือนว่าอีกฝ่ายจะไม่เห็นด้วย เขาจึงพูดแก้ราคาใหม่ แต่กระนั้นใบหน้าสง่างามของอี้เฟยก็ฉายแววความรู้สึกราบเรียบอย่างชัดเจนและยิ่งแต่ขมวดคิ้วแน่นขึงมากกว่าเดิม... อะไรกันแค่ราคาสามพันหยวนก็ไม่ได้เหรอ?
ขายในราคานี้เขาก็คิดว่ามันก็ไม่สมเกียรติแล้วแต่ก็ช่างๆมันไปเถอะสำหรับภาพที่วาดแก้เบื่อน่ะ แต่ว่าถ้าราคาต่ำกว่านี้ละก็... เสื่อมเสีย เสื่อมเสียเกียรติเป็อย่างมาก! และเพื่อไม่ให้เกียรติของอี้อ๋องบุรุษอันดับหนึ่งไม่มีสองต้องเสื่อมเสียไปมากกว่านี้ เพราะฉะนั้นภาพวาดนี้สมควรถูกทำลาย!
“เสี่ยวเฟย” จงิได้ฟังที่อี้เฟยกล่าวแล้วก็อดไม่ได้ที่เรียกชื่ออี้เฟยด้วยน้ำเสียงจริงจังมาก ใบหน้าคมคร้ามของเขานั้นก็พลันฉายแววความจริงจังตามไปด้วย ทำเอาอี้เฟยเองก็รู้สึกว่าตัวเองจะต้องจริงจังให้มากไปด้วยเช่นกัน
“ครับ” อี้เฟยพยักหน้าพร้อมกับสูดหายใจเข้าปอดลึกๆอย่างตั้งใจรอจงิ... อืมเอาสิ เขาก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าภาพๆนี้จะอยู่ในราคาเท่าไหร่ แต่ในใจก็หมายมาดปั้นมือเอาไว้แล้วละว่า ต้องทำลายเพื่อไม่ได้เสื่อมเสียเกียรติอี้อ๋อง!
เขามองภาพวาดฝีมือของตัวเองที่อยู่ในมือของจงิ... เออ มันก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้นนะ แต่ทำไมราคาสามพันหยวนถึงขายไม่ได้ล่ะ?
“ราคา 3,000 หยวนไม่ได้ ราคา 2,500 หยวนก็ไม่ได้...” จงิวางภาพวาดของอี้เฟยลงบนตักของตัวเอง ก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นมาเอ่ยกับอี้เฟยด้วยความจริงจังอย่างที่สุดที่เขาคิดเลย
อี้เฟยพยักหน้าตอบด้วยความจริงจังกลับ เขาคิดว่านอกจากการทำอาหารก็มีการวาดภาพพู่กันจีนนี่แหละที่จะต้องตั้งใจให้มากขึ้น ‘มีฝีมือไม่ฝึกปรือฝีมือก็ด้านได้’ เขาเข้าใจแล้วละ ด้วยหลายปีมานี้ส่วนใหญ่เขาอยู่แต่ในกองทัพจึงไม่ค่อยได้ฝึกปรือฝีมือในการวาดภาพเท่าที่ควรนักด้วย และก็ไม่รู้ด้วยเหมือนกันว่ารสนิยมภาพวาดสวยงามในยุคปัจจุบันนี้เป็ยังไง คงต้องไปเยี่ยมชมงานภาพวาดบ้างแล้วสิ
เมื่อคิดเช่นนั้นได้แล้วอี้เฟยจึงยื่นมือไปเก็บภาพกลับมาคืน ของแบบนี้ห้ามขายจะดีที่สุดไม่งั้นต้องอับอายขายขี้หน้ามากแน่ ยังไงซะอี้เฟยเด็กกำพร้าก็มีพ่อบุญธรรมในยุคปัจจุบันของเขาเป็ถึงตั้งปรมาจารย์ด้านงานศิลป์ด้วย
แต่อี้เฟยก็ต้องใเมื่ออยู่ๆจงิก็ยื่นของตัวเองมาวางทาบจับมือของเขาแน่นพร้อมกับเขย่าไปมาด้วย ก่อนที่อีกฝ่ายจะเอ่ยมาทั้งน้ำเสียงตื่นเต้นแล้วเขาค่อยโล่งอกขึ้นมาหน่อย
“เสี่ยวเฟย ขายในราคา 3,000 หยวนไม่ได้... เพราะนี่มันภาพระดับ 100,000 หยวนแล้ว! 100,000 หยวนแน่นอน อ่า อาจจะมากกว่านั้นก็ได้!”
จงิมองภาพวาดนี้แล้วก็ชื่นชอบยิ่งนัก ราคาแค่สามพันหยวนอะไรกัน ระดับนี้นี่มันมากกว่าหนึ่งแสนหยวนอีกนะ สมแล้วที่เป็ลูกบุญธรรมพ่วงลูกศิษย์ของอาจารย์ซ่งเหยียน
ภาพวาดที่อี้เฟยวาดเป็ภาพนกยูงคู่ผัวตัวเมียคลอเคลียเคียงคู่กันอย่างสง่างามยิ่งนัก ในยามค่ำคืนที่พระจันทร์เต็มดวง นกยูงคู่เคลียเคล้าหยอกล้อกันภายใต้แสงจันทรา บรรยากาศตลบอบอวลไปด้วยความรักใคร่ต่อคู่ของมัน กลิ่นดอกโบตั๋นหอมหวนชวนระลึกไม่สร่าง มองแล้วชวนให้รู้สึกลึกซึ้งนัก เข้าถึงอารมณ์และจิติญญาของผู้วาดมากทีเดียว
และอีกอย่างที่พิเศษสำหรับภาพๆนี้คือ ‘เพียงภาพวาดแต่กลับเสมือนมิใช่ภาพวาด’ ทั้งที่มันคือภาพวาดเท่านั้น เป็ภาพที่เสมือนกับจิติญญาที่มีชีวิต มีลายเส้นไล่เรียงสวยงาม มีความละเอียด ชัดเจน องศาและองค์ประกอบของภาพล้วนดีเลิศสมจริงเป็อย่างมาก นี่มันเป็ภาพที่มีชีวิต มันมีชีวิตจริงๆ!
สามารถวาดภาพที่ทำให้คนมองดูแล้วเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในภวังค์มนตร์ของภาพนั้นได้ ฝีมือนั้นเรียกว่าธรรมดาเสียที่ไหนกันเล่า!
“เสี่ยวเฟยสุดยอด! นายสุดยอดเลย ฝีมือการวาดภาพของนายดีมากไม่ต้องมีข้อกังขาใดๆในฝีมือของตัวเองแล้ว!”
----------------------------------------
Talk
ภาพวาดนี้เกือบสมควรถูกทำลายที่ทำให้เกียรติของอี้อ๋องบุรุษอันดับหนึ่งไม่มีสองต้องด่างพร้อยแล้ว!
และก็ท่านอ๋องจะรวยแล้ว เตรียมพร้อมขอเกาะขาทองคำของท่านอ๋องด้วยคน!
ขณะนี้ท่านอ๋องเตรียมพร้อมหาเงินมาก โดยมีสโลแกน... อ๋องอย่างข้าไม่ชอบล้างจานแต่อ๋องอย่างข้าชอบเงินมาก! [55555]
ตอนนี้พบกับความสามารถฝีมือการวาดภาพพู่กันจีนของท่านอ๋องที่ไม่ธรรมดาเลย ตอนหน้ามาร่วมกันเป็กำลังใจให้ท่านอ๋องด้วยกันอีกเถอะ!
อ่านแล้วเป็เช่นไรบ้างก็ฝากคอมเมนต์เพื่อเป็กำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ :)