Ethereal เมื่อจอมเวทต้องสู้ระยะประชิด

    123 คุ้มครอง

    สายตาของผู้ชมหันมองโทรศัพท์มือถือและหน้าจอถ่ายทอดสดสลับกันไปมา สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นที่สนามรบปฐมภูมิดึงดูดความสนใจของผู้คนมีด้วยกัน 2 เหตุการณ์ หนึ่งคือการต่อสู้เพื่อค้นหา 7 มังกรและฟีนิกส์ ส่วนอีกเหตุการณ์คือการต่อสู้ระหว่างเจ้าหน้าที่และวอร์เรนไคน์


    เดิมทีการต่อสู้เพื่อค้นหา 7 มังกรและฟีนิกส์ดุเดือดไม่น้อยจนไม่สามารถละสายตาได้ แต่ตอนนี้การต่อสู้เบาลงแล้วจึงทำให้ทุกคนหันไปให้ความสนใจการต่อสู้กับวอร์เรนไคน์เสียมากกว่า


    สาเหตุที่การต่อสู้เพื่อคัดเลือก 7 มังกรและฟีนิกส์ไม่น่าดึงดูดใจเหมือนครั้งก่อนนั่นก็เพราะว่า ผู้เข้าแข่งผลัดกันยอมแพ้จนไม่มีใครต่อสู้กันอย่างจริงจัง สาเหตุเป็นเพราะว่ามานูลแพ้ 4 ครั้ง ทุกคนจึงพยายามไม่แพ้ครั้งที่ 4 ดังนั้นทุกคนจึงพยายามต่อรองกับคู่ต่อสู้จนตอนนี้เหลือเพียงแค่การต่อสู้ระหว่างแอ็กเซลและชาล็อตเพียงเท่านั้น


    “ ฉันยอม ”


    แอ็กเซลเป็นฝ่ายยอมแพ้ เขาเหลือการต่อสู้ 1 ครั้งหลังจากต่อสู้กับซิลเวียร์ก่อนหน้านั้น การต่อสู้ที่เกิดขึ้นสร้างความสนอกสนใจของผู้คนไม่น้อยเพราะพวกเขาอยากรู้ว่าแสงของซิลเวียร์หรือสปอร์ของแอ็กเซลที่แข็งแกร่งกว่ากัน


    ต่อให้แสงของซิลเวียร์จะไม่สามารถสลายพลังคอสมิกได้ มันกลับทำให้สิ่งที่ถูกแสงกลืนกินอ่อนแอได้ การต่อสู้ในครั้งนี้ทุกคนจึงมองเห็นแสงและดอกไม้บานสะพรั่งบนลานกว้าง เพียงแต่ว่าแอ็กเซลกลับเป็นฝ่ายยอมแพ้ โดยที่ไม่มีใครรู้เลยว่าแสงของซิลเวียร์หรือแอ็กเซลเป็นฝ่ายชนะเพราะการต่อสู้จบลงกลางคัน


    “ ถ้าคู่นี้จบเราก็ได้ข้อสรุปของ 7 มังกรและฟีนิกส์สินะ ”


    ชาล็อตเดินขึ้นไปบนสนามประลอง แอ็กเซลกลับยกมือยอมแพ้ตั้งแต่ยังไม่เดินขึ้นไป ต่อให้เขาจะสู้กับชาล็อตมันกลับไม่มีผลต่อตัวของเขา อย่างไรเขาก็กลายเป็น 1 ใน 7 มังกรและฟีนิกส์


    เจ้าหน้าที่ที่เห็นว่าแอ็กเซลยอมแพ้และไม่มีใครต่อสู้กันอีก พวกเขาจึงประกาศจบการคัดเลือก 7 มังกรและฟีนิกส์ ก่อนจะนำคะแนนทั้งหมดของทุกคนออกมาจัดเรียง


    ผู้ที่ได้อันดับ 1 ยังคงเป็นแอ็กเซล ลำดับต่อไปคือชาล็อต ซิลเวียร์ ตงฟาง โมน่า โจและไอนะ ลำดับสุดท้ายคือมานูลที่แพ้มากถึง 4 ครั้ง ซึ่งผลที่ออกมาได้สร้างความตื่นตะลึงให้ทุกคนที่เคยคาดหวังตั้งแต่การแข่งยังไม่เริ่ม ผู้ที่เป็นระดับ 4 ที่ควรจะได้อันดับ 8 กลับอยู่อันดับ 1 นำหน้าทุกคน ในการต่อสู้อีก 2 ครั้งที่แอ็กเซลยอมแพ้ หลายคนล้วนประเมินว่าถ้าเขาต่อสู้ คะแนนจะทิ้งห่างทุกคนไปอีกหลายคะแนน


    “ อ้าว นึกว่าจะถ่ายทอดสดมากกว่านี้ ผมนึกว่าเจ้าหน้าที่จะพา 7 มังกรและฟีนิกส์คนใหม่เข้าสู่สงคราม ”


    “ รุ่นน้อง แกหวังมากเกินไป ดูสภาพของพวกเขาแต่ละคน ต่อให้จะเข้าสู่สงคราม มีแต่จะเข้าไปตาย อย่างน้อยให้พวกเขาพักฟื้นสัก 1 วันก่อน เราน่าจะได้เห็นการลงมือก็ได้ใครจะไปรู้ ”


    “ อย่าให้พวกเขาได้เข้าสงครามเลย เพราะมันหมายความว่าเราจะเสียเจ้าหน้าที่ไปหลายคนเพราะกว่า 7 มังกรและฟีนิกส์จะเข้าสู่สงครามก็น่าจะผ่านไปเป็นวันแล้ว เจ้าหน้าที่คงตายไม่ต่ำกว่าร้อย ”


    กล้องถ่ายทอดสดงานคัดเลือก 7 มังกรและฟีนิกส์ปิดลงไปทั้งหมด มุมกล้องที่เหลืออยู่จึงมีราว 10 มุมกล้องเท่านั้น แต่ละมุมกำลังกวาดผ่านจุดที่มีการต่อสู้ระหว่างเจ้าหน้าที่และวอร์เรนไคน์ โดยจุดที่เกิดการต่อสู้ไม่ได้มีเพียง 1 - 2 จุด บนสนามรบปฐมภูมิมีการต่อสู้เกิดขึ้นมากกว่า 10 จุด โดยฐานทั้ง 6 ล้วนแล้วเร่งส่งเจ้าหน้าที่และทหารเข้าประจำการเพื่อจัดการกับพวกมัน


    การมาของวอร์เรนไคน์น่ากลัวกว่าเผ่าเดม่อนเป็นอย่างมาก เพราะพวกมันจะเดินทางมาจนกว่าฝูงของมันจะไม่เหลือสักตัว  โดยวอร์เรนไคน์ฝูงหนึ่งจะมีพวกมันอยู่ราวๆ 50,000 ไปจนถึง 100,000 ตัว  นอกจากพวกมันจะมีจำนวนเยอะมากแล้ว แต่ละตัวยังสามารถวางไข่ได้หลายแสนฟอง เจ้าหน้าที่จึงต้องเร่งกำจัดไม่อย่างนั้นหากปล่อยเวลาผ่านไป 7 วันอาจจะมีวอร์เรนไคน์เพิ่มจำนวนขึ้นหลายแสนตัว


    “ เจ้าหน้าที่ครับ ผมเป็น 7 มังกรและฟีนิกส์แล้วจริงๆใช่ไหม ไม่ต้องรอแต่งตั้งอะไรใช่ไหมครับ ”


    แอ็กเซลสอบถามเจ้าหน้าที่จัดงาน เขาต้องการยืนยันตัวตนให้มั่นใจว่าตนเองได้รับสิทธิในการคุ้มครองแล้ว


    “ ทางสหพันธ์รับทราบแล้ว เราไม่จำเป็นต้องส่งข้อมูลใด ภายในไม่กี่ชั่วโมงนี้ชื่อผู้เข้าแข่งทั้ง 7 จะถูกระบุให้กลายเป็น 7 มังกรและฟีนิกส์  หากถามว่าตอนนี้นายเป็น 7 มังกรและฟีนิกส์หรือยัง ถ้าในลายลักษณ์อักษร นายยังไม่ใช่ แต่จากสายตาผู้คนนายเป็นแล้ว”


    “ แล้วผมจะรู้ได้ยังไงว่าเจ้าหน้าที่ลงทะเบียนให้ผมแล้ว ”


    “ ทางสหพันธ์จะติดต่อไปที่นายโดยเร็วที่สุดเพื่อส่งของรางวัลไปให้ ปีก่อนใช้เวลาแค่ 1 ชั่วโมงเท่านั้น ปีนี้ก็น่าจะใช้เวลาไม่ต่างกัน แต่อาจจะมีช้าเล็กน้อยเพราะวอร์เรนไคน์บุกมา ”


    แอ็กเซลยังไม่ได้เดินทางออกจากฐานไพรมัส เขาจะต้องมั่นใจก่อนว่าตนเองกลายเป็น 1 ใน 7 มังกรและฟีนิกส์ถูกต้องตามกระบวนการ ในระหว่างนี้จึงมองดูการต่อสู้ของเจ้าหน้าที่ไปพลาง ซึ่งผู้เข้าแข่งคนอื่นๆต่างก็ขึ้นยานประจำตัวออกไปจากฐานเพื่อกลับดวงดาวของตนเอง จึงเหลือเพียงแค่แอ็กเซลที่ยังคงอยู่ในฐานไพรมัส


    มานูลเป็นหนึ่งในคนที่รีบเดินทางกลับฐานประจำดวงดาวเช่นกัน เรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างมันและแอ็กเซลคงจะกำลังกลายเป็นที่พูดถึง ซึ่งแอ็กเซลไม่รู้เช่นกันว่าเขาจะถูกเล่นงานอย่างไรต่อจากนี้ แต่ที่เขารู้คือ ตราบใดที่เขายังไม่ใช่ระดับ 6 ดาว ที่แห่งนี้จะกลายเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับตัวของเขา


    นอกจากนั้นแล้วแอ็กเซลยังไม่มีความต้องการจะล่าภายในพื้นที่อื่น นั่นก็เพราะว่าภายในสนามรบปฐมภูมิมีพื้นที่หนึ่งที่ดึงดูดความสนใจของเขามาก


    มันคือสถานที่ที่เต็มไปด้วยความลึกลับและมอนสเตอร์ระดับ 5 ดาว เมสันเคยเตือนเขาไม่ให้เข้าไปล่าในเขตนี้ ด้วยการยกเรื่องของแชมเปี้ยนระดับ 5 ดาวมาเปรียบเทียบ ต่อให้แชมเปี้ยนจะสวมใส่ชุดเกราะระดับ 5 ดาวครบชุด โอกาสที่จะเสียชีวิตในพื้นที่แห่งนี้มีสูงมาก


    แอ็กเซลจึงตั้งเป้าเอาไว้ว่าเขาจะเดินทางไปล่าที่นี่ เพราะมันคือพื้นที่ที่สหพันธ์ก็ยังไม่กล้ายืนยันว่าตนเองสำรวจครบทั้งหมดแล้ว เขาจึงคิดว่ามันน่าจะมีบางสิ่งบางอย่างหลงเหลืออยู่ด้านใน


    “ หืม หายไปไหน ”


    ดวงตาของแอ็กเซลหดแคบลง โพสต์ของเขาหายไปจากเครือข่าย เขาจำได้ว่าตนเองโพสต์วีดีโอการต่อสู้ระหว่างเขาและชายชุดดำทั้ง 100 เอาไว้บนเว็บของนักศึกษาสถาบันโนวา เพื่อให้นักศึกษาช่วยกันกระจาย เพียงแต่ว่าโพสต์ของเขากลับหายไป ไม่ว่าจะตามหาเช่นไรเขาก็ไม่เจอ ต่อให้จะเข้าไปตรวจสอบประวัติการโพสต์เขาก็ไม่เจอประวัติการโพสต์ของตนเองเช่นเดียวกัน


    “ เริ่มแสดงอำนาจแล้วอย่างนั้นเหรอ ”


    แอ็กเซลลูบคางตนเองเล็กน้อย จากนั้นจึงลองโพสต์วีดีโอลงไปอีกครั้งหนึ่ง เพียงแต่ว่าเขากลับถูกบล็อกไม่ให้โพสต์สิ่งใดลงไปในอินเทอร์เน็ตเป็นเวลา 7 วัน ต่อให้จะเป็นข้อความก็ตาม ทุกอย่างถูกบล็อก เขาทำได้เพียงแค่เลื่อนดูข่าวเพียงเท่านั้น 


    เมื่อเห็นว่าตนเองถูกจำกัดสิทธิการเข้าถึง แอ็กเซลจึงติดต่อฐานเพื่อให้ส่งเรื่องไปทางสถาบัน เขาต้องการประท้วงเรื่องการระงับสิทธิของตนเอง เขาเชื่อว่าไม่ใช่ฝีมือของทางสถาบันโนวาไพร์ม อีกฝ่ายเป็นสถาบันใหญ่ที่หลายขุมอำนาจให้การหนุนหลัง การฟ้องสถาบันในครั้งนี้จึงเป็นการติดต่อสถาบันให้ช่วยกู้คืนสิทธิให้แก่เขาหลังจากถูกมือดีบางคนบล็อกเอาไว้


    ติ๊ง!


    เสียงข้อความแจ้งเตือนดึงดูดความสนใจของแอ็กเซล เมื่อเปิดอ่านเขาถึงขั้นยิ้มกว้าง สิ่งที่อยู่ในข้อความถือได้ว่าเป็นการยืนยันการเป็น 7 มังกรและฟีนิกส์ของเขาแล้ว โดยเนื้อหาในข้อความคือคำแสดงความยินดีจากทางสหพันธ์ที่แสดงความยินดีกับการเป็น 7 มังกรและฟีนิกส์ นอกจากนั้นยังมีการมอบยศร้อยตรีให้กับเขา


    แต่ที่ทำให้แอ็กเซลสนใจในข้อความมีอยู่ 2 อย่างด้วยกัน หนึ่งคือสสารธาตุ ตามคำอธิบายของเจ้าหน้าที่มันคือสสารที่ใช้ชุบตัวสำหรับเลื่อนระดับไปยัง 6 ดาว เขาสามารถติดต่อสหพันธ์เพื่อใช้สสารตัวนี้ได้ผ่านทางสถาบัน โดยที่ทางสหพันธ์จะให้สถาบันเป็นผู้ดูแล


    สิ่งที่สองที่ทำให้แอ็กเซลสนใจคือทักษะระดับ 10 ดาว มันคือความฝันที่เกือบจะเรียกได้ว่าฝันสูงสุดของเขา ทักษะในปัจจุบันที่มีการเปิดเผยคือระดับ 11 ดาว การที่เขาฝึกทักษะ 10 ดาวหมายความว่ามันเป็นทักษะเกือบจะสูงที่สุด ภายในข้อความสหพันธ์ให้เขาเลือก 1 ใน 10 ทักษะที่สหพันธ์สามารถมอบให้กับผู้ชนะการแข่งขัน แอ็กเซลจึงเข้าไปอ่านคำอธิบายพลางสลับตามองดูการต่อสู้ของเหล่าทหาร


    “ เอาทักษะนี้ก็แล้วกัน ”


    ทักษะร่างกายคือสิ่งที่แอ็กเซลอยากได้มากที่สุด จากการฝึกทักษะดรากอนส์ไวทาลิตี้ที่เป็นเพียงระดับ 7 ดาวมันได้แสดงผลที่น่าทึ่งให้เขาเห็นในช่วงที่ต่อสู้กับตัวแทนคนอื่นๆ


    ร่างกายของเขาที่ควรจะตกเป็นรองกลับแสดงพลังที่น่าทึ่งออกมาได้ ด้วยการวางรากฐานจากทักษะดรากอนส์ไวทาลิตี้ ความทนทาน ความยืดหยุ่น ความเร็วในการตอบสนองที่เพิ่มขึ้นนับว่าเป็นตัวช่วยชั้นดีในการรับมือกับระดับที่สูงกว่า แต่ที่ทำให้เขารู้สึกภูมิใจคือความสามารถในการรักษาตัวที่ทักษะร่างกายมอบให้เขา โดยไม่ต้องพึ่งเวทศักดิ์สิทธิ์ของเหล่านักบวชหากต้องการรักษาตน


    เพียงแต่ว่าแอ็กเซลกลับไม่ได้เลือกทักษะฝึกร่างกายระดับ 10 ดาว ต่อให้เขาจะต้องการมันมากก็ตามที การต่อสู้ที่ผ่านมานี้ มีบางอย่างที่เป็นจุดด้อยของเขา 


    ร่างกายนับว่าดีแล้ว ความเร็วที่ได้จากทักษะไซเลนท์ไกลด์ระดับ 9 ที่ป้ามอบให้ก็นับว่าใช้ได้ผลดีพอสมควร ขาดเพียงแค่พลังโจมตีเด็ดขาด  เหล่าผู้ใช้พลังคอสมิกไม่ได้อ่อนแอเหมือนนักเวท แต่ละคนมีทักษะแปลกประหลาดที่มากยิ่งกว่าอัศวิน เขาจึงไม่สามารถจัดการพวกมันได้ในการโจมตีครั้งเดียว แอ็กเซลจึงคิดว่าเขาควรจะปิดจุดอ่อนในเรื่องพลังโจมตีของตนเองให้ได้ก่อน ดังนั้นสิ่งที่เขาเลือกจึงเป็นทักษะดาบ ซึ่งมีด้วยกันทั้งหมด 3 ทักษะให้เลือกใช้งาน


    แอ็กเซลเลือกทักษะที่ 3 มันเป็นทักษะที่มีพลังทำลายมากที่สุด ถึงแม้จะมีความเชื่องช้าในการฟาดฟันมากที่สุดในบรรดาทักษะดาบทั้ง 3 ก็ตาม เขากลับไม่สนใจเพราะตนเองสามารถชดเชยความช้าของมันได้ด้วยการเรียนทักษะดาบอื่นแล้วให้พวกมันกลืนกินกันและกัน ดังนั้นจึงเลือกทักษะที่มีพลังทำลายสูงเอาไว้ก่อนเพราะคิดว่าเขาอาจจะไม่สามารถหาทักษะดาบที่มอบพลังโจมตีสูงได้ในช่วงระยะเวลานี้


    “ โซลาร์ไลเซอร์(Solar Lacer) อีกเดี๋ยวเราก็ได้เจอกันแล้ว”


    แอ็กเซลกดส่งคำขอของตนเองไปที่สหพันธ์ ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 1 วันในการส่งทักษะมาให้เขา อย่างไรก็ตามทักษะนี้สถาบันโนวาไพร์มจะเป็นผู้ดูแลชั่วคราวเขาจึงต้องกลับไปเรียนมันที่สถาบัน ซึ่งแอ็กเซลตัดสินใจว่าจะเรียนทักษะดราก้อนบลัดระดับ 7 ดาวที่เป็นทักษะซ้ำเพื่อเพิ่มความสามารถให้กับทักษะร่างกายของตนเองเข้าไปด้วย ต่อให้มันจะเกี่ยวข้องกับอาชญากรหมายเลข 9 ก็ตาม เขาได้รับสิทธิในการคุ้มครองจากสหพันธ์แล้วจึงไม่ต้องหวาดกลัวต่อสิ่งใด.




    คล้ายกับเรื่องEthereal เมื่อจอมเวทต้องสู้ระยะประชิด ที่คุณอ่าน