หมอหญิงอัคคี

    ตอนที่ 30 สิ่งที่ซ่อนอยู่ในใจ

    ฉันจึงรีบขอดูฎีกาในมือของฮ่องเต้ทันที ซึ่งในฎีกานั้นเขียนตรงกับที่ฮ่องเต้บอกทุกอย่าง ไม่คิดเลยว่าเถ้าแก่เฉิงจะตามจิกกัดเขียนฎีกาถึงฮ่องเต้ ฉันจึงยอมรับไปตามตรงว่าปีศาจหญิงสาวที่กล่าวถึงในฎีกาคือฉันเอง แต่ยังไม่ได้จับใครกินเลยสักคน คนพวกนั้นล้วนพูดจาโกหก


    จึงเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนั้นให้ฮ่องเต้ฟัง รวมถึงเรื่องราวของเหวินอี้กับฟางหรูที่ถูกกีดกันความรักจนถึงขั้นตามไล่ล่าฆ่ากัน ทั้งยังบอกอีกว่าตอนนี้คนทั้งสองหนีไปหลบภัยอาศัยอยู่กับฉันที่ป่าไผ่เขียว


    ฮ่องเต้จึงกล่าวเตือนว่าฉันกำลังให้ที่หลบซ่อนตัวคนร้าย จะทำให้ฉันมีความผิดไปด้วย เพราะเถ้าแก่เฉิงเป็นพ่อค้ามีอิทธิพลคนหนึ่งในเมือง การที่ลูกสาวถูกฉุดตัวไปคงจะไม่ยอมรามือไปง่ายๆ จนถึงขั้นร้องเรียนเขียนฎีกาถึงฮ่องเต้ ทางที่ดีฉันควรปล่อยให้เหวินอี้ออกมารับการพิจารณาโทษจะดีกว่า


    ฉันจึงตีหน้าเศร้าบอกฮ่องเต้ว่า ตอนนี้เหวินอี้กลายเป็นพ่อบ้าน และเป็นคนงานปลูกสมุนไพรที่เรือนของฉันแล้ว ส่วนฟางหรูก็เป็นแม่บ้านดูแลทำความสะอาดเรือน และเป็นแม่ครัวคอยปรุงอาหาร จึงอ้อนวอนขอร้องฮ่องเต้ให้ช่วยปล่อยสองคนนั้นไป


    ฮ่องเต้ถอนหายใจเสียงดัง เฮ่อ! แล้วพูดว่าถ้าฉันต้องการคนงาน เขาจะหาคนงานกับแม่บ้านไปช่วยทำงานให้ที่เรือน อยากได้สักกี่คนก็จะหามาให้ แต่ให้ปล่อยตัวเหวินอี้ออกมารับการพิจารณาคดี เพราะฮ่องเต้ไม่อยากให้ฉันที่มีตำแหน่งเป็นหมอหลวง เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดี เว้นเสียแต่ว่าเหวินอี้กับฟางหรูจะเสียชีวิตคดีก็จะปิดได้โดยง่าย


    เมื่อได้ยินดังนั้นฉันก็ปิ๊งไอเดียขึ้นมาทันที ถามฮ่องเต้ซ้ำอีกครั้งว่าถ้าสองคนนั้นตายคดีจบแน่ใช่ใหม ฮ่องเต้ตอบว่า ใช่! แต่รีบถามฉันกลับว่าจะฆ่าสองคนนั้นทิ้งเหรอ ฉันยิ้มแล้วตอบว่า ไม่! แต่จะนำเสื้อผ้าเก่าของเหวินอี้กับฟางหรูไปทิ้งไว้ที่ชายป่า ให้ดูเหมือนว่าคนทั้งสองถูกปีศาจหญิงสาวจับกินไปแล้ว


    ส่วนฮ่องเต้ก็แค่ส่งทหารเข้าไปตรวจดู แล้วเก็บเสื้อผ้ากลับมาเป็นหลักฐานยืนยันว่าคนทั้งสองตายจริง ฮ่องเต้ก็หัวเราะกับความคิดของฉัน แล้วพูดว่าเขาเป็นฮ่องเต้จะให้ช่วยโกหกปกปิดตัวคนร้ายได้ยังไงกัน


    ฉันจึงถอนหายใจเสียงยาวดัง เฮ่ออออ! ก็ได้! ทำสีหน้างอลหยิบแท่งฝนหมึกมาฝนต่อ แล้วพูดกับฮ่องเต้ด้วยน้ำเสียงงอลว่า ถ้าต้องการไปตามจับตัวเหวินอี้กับฟางหรูให้ได้จริงๆ ก็ส่งทหารเข้าไปตามจับเลย ตอนนี้อยู่ในป่าไผ่เขียวฉันจะไม่ขวาง แต่กว่าจะไปถึง กองทหารคงกลายเป็นอาหารในท้องของปีศาจกันหมดทั้งกอง ไม่คุ้มหรอกที่จะพาทหารหลายคนไปเสี่ยงเพื่อแลกกับการจับตัวเหวินอี้


    และพูดต่ออีกว่าในเมื่อเถ้าแก่เฉิงเขียนฎีกาแจ้งจับเหวินอี้ และขอให้ทหารไปปราบปีศาจหญิงสาวในป่าอัคคี ถ้างั้นฉันจะขอเขียนฎีกาแจ้งความกลับบ้างจะได้หรือไม่ ในฐานะเป็นผู้เคราะห์ร้าย


    เพราะฉันถูกคนของเถ้าแก่เฉิงพยายามทำร้ายหมายเอาชีวิต ขณะกำลังเก็บดอกไม้หญิงสาวเริงระบำเป็นดอกไม้สำคัญเพื่อช่วยให้ฮ่องเต้มีบุตร จนเกือบถูกคนของเถ้าแก่เฉิงฆ่าตายในป่า โชคดีที่หนีรอดชีวิตมาได้ อีกทั้งเถ้าแก่เฉิงยังเป็นผู้อยู่เบื้องหลังส่งคนไปบุกรุกป่าอัคคี ฝ่าฝืนคำสั่งของฮ่องเต้ที่ให้ป่าอัคคีเป็นป่าสงวนต้องห้าม แล้วก็ข้อหา…..


    ฮ่องเต้ถึงกับร้อง ห๊า?! แล้วหัวเราะออกมาเสียงดัง บอกให้ฉันพอแล้วไม่ต้องแจงข้อหาอีกแล้ว “เจ้าเนี่ยรึจะถูกมนุษย์ฆ่าตาย?!” ฮ่องเต้ทำสีหน้าไม่เชื่อพับฎีกาของเถ้าแก่เฉิงวางแยกไว้ที่มุมหนึ่งบนโต๊ะ


    หันหน้ามาพูดว่าเขาจะพักคดีนี้เอาไว้ก่อน รอให้ผ่านคืนร่วมเตียงกับฮองเฮาไปก่อน ค่อยพิจารณาอีกครั้งว่าจัดการยังไง เพราะคดีนี้ดูแล้วก็ไม่ได้ยากเย็นอะไรนัก แต่ช่วงสามวันนี้ก่อนคืนวันร่วมเตียง ฮ่องเต้อยากให้ฉันมาอยู่ดูแลเขาใกล้ๆในตำหนัก ฉันตอบว่า “ได้เพคะ” แล้วยิ้มเบียดตัวถามฮ่องเต้ใกล้ๆว่า


    อันฉี : คดีนี้พอจะมีทางแก้ไขมั้ยเพคะ?

    ฮ่องเต้ : อืม! ก็พอจะมี

    อันฉี : ขอบพระทัยฝ่าบาท


    ฉันกล่าวขอบคุณฮ่องเต้ด้วยน้ำเสียงพึงพอใจ ที่ฮ่องเต้ยอมรับฟังคำขอจากฉัน เขาใช้นิ้วบีบที่จมูกฉันเบาๆด้วยความหมั่นเขี้ยวและเอ็นดู ก็พอดีกับฮองเฮากับพระชายาของท่านอ๋องกำลังเดินเข้ามาในห้องด้วยกันพอดี


    ฉันจึงรีบขยับตัวถอยห่างออกจากฮ่องเต้ แล้วลุกขึ้นยืนกุมมือประสานไว้ที่หน้าท้อง ยืนก้มหน้าเล็กน้อยรับเสด็จฮองเฮากับพระชายาอยู่ข้างๆโต๊ะเขียนหนังสือ แต่ทันได้เห็นสีหน้าของฮองเฮาที่มองฉันกับฮองเต้ ด้วยสีหน้าและแววตาที่เปลี่ยนไป และพระชายาที่มองจ้องหน้าฉันด้วยสายตารังเกียจไม่ชอบขี้หน้า


    ฮองเฮาจากที่เคยยิ้มให้ก็ไม่มีรอยยิ้มออกจากปากหรือแม้กระทั่งคำทักทาย ทั้งยังเหลือบสายตามองมองดูป้ายหยกที่ฉันแขวนอยู่ที่เอว ขมวดคิ้วมองเหมือนมีอะไรบางอย่างอยู่ในใจ แต่ฮองเฮายังคงเก็บอาการให้ดูปกติ


    ฮ่องเต้จึงลุกเดินไปรับฮองเฮา ซึ่งมีพระชายาเดินมายืนอยู่ข้างๆ ฮ่องเต้จึงพูดกับฮองเฮาว่าเขาไม่ได้ยินทหารร้องบอกเลยว่าฮองเฮากับพระชายามาที่นี่ ฮองเฮาจึงตอบว่านางเป็นคนสั่งทหารไม่ต้องร้องบอก เพราะเกรงจะรบกวนสมาธิการทำงานของฮ่องเต้


    และบอกอีกว่าฮองเฮากับพระชายาเพียงแค่มาเยี่ยมเยียน และนำลูกพลับมาให้ฮ่องเต้กินเท่านั้น ฮองเฮาจึงหันหน้าไปบอกนางกำนัลคนสนิท ที่ยืนรออยู่ทางด้านหลังว่าให้ออกไปยกถาดลูกพลับเข้ามา เพราะฮองเฮาจะปลอกผลลูกพลับให้ฮ่องเต้กิน แต่ฮ่องเต้กลับพูดว่าไม่เป็นไร เอาไว้ก่อน เขาจะกินเองภายหลังจากอ่านฎีกาบนโต๊ะให้หมดก่อน


    ฮองเฮาจึงมองไปบนโต๊ะก็เห็นฎีกาฉบับสุดท้าย กำลังถูกเปิดวางอยู่บนโต๊ะ แต่ฮ่องเต้ยังไม่ทันจะได้อ่าน ฮองเฮาจึงเหลือบสายตามองมาที่ฉันอีกครั้ง แล้วฝืนยิ้มให้ฮ่องเต้พร้อมกับพูดว่า


    ฮองเฮา : เห็นหมอหญิงดูแลฝ่าบาทใกล้ชิดขนาดนี้ หม่อมฉันก็วางใจจะไม่รบกวนฝ่าบาทแล้วเพคะ

    ฮ่องเต้ : เจ้าก็ต้องดูแลสุขภาพตัวเองด้วย แต่ช่วงนี้เจ้าดูมีน้ำมีนวลขึ้นยังงดงามไม่เปลี่ยนเลย


    ฮองเฮามองหน้าฮ่องเต้แล้วยิ้มหวานเขิลอาย ที่ได้ยินฮ่องเต้พูดชมว่ายังสวยไม่เปลี่ยน ทั้งจับมือลูบไล้ส่งยิ้มหวานให้กัน แต่ฮองเฮายังคงเหลือบสายตามองมาที่ฉันเหมือนจะดูปฏิกิริยาว่าฉันจะออกอาการยังไง ซึ่งฉันเองในขณะนั้นกำลังยืนบีบมือตัวเอง เพราะรู้สึกชาวาบขึ้นมาในใจ ที่เห็นฮ่องเต้ส่งสายตาหวาน ลูบไล้มือฮองเฮาเหมือนอยากร่วมเตียงกันไวๆ


    จนรู้สึกอิจฉาหึงหวงไม่อยากเห็นภาพฮ่องเต้ปฏิบัติเช่นนี้กับฮองเฮาหรือใครอีก ได้แต่ยืนก้มหน้านิ่งมองพื้น แต่หูพยายามฟังว่าคนทั้งสองพูดคุยหยอกเย้าอะไรกัน จากนั้นฮองเฮาก็ขอตัวลาเดินออกไปจากห้อง พร้อมกับพระชายาที่ทิ้งสายตาแสดงออกให้เห็นว่าไม่ชอบขี้หน้าฉัน


    ฉันยังคงยืนนิ่งอยู่อย่างนั้นด้วยใจที่รู้สึกสับสน ไม่เข้าใจความรู้สึกตัวเองว่าทำไมจึงรู้สึกหึงหวงฮ่องเต้ขึ้นมา ฮ่องเต้จึงเรียกให้ฉันกลับไปนั่งข้างๆเขาตามเดิม พูดกับฉันว่าถ้าอ่านฎีกาฉบับสุดท้ายจบ อยากให้ฉันปลอกลูกพลับให้เขากินหน่อย ฉันจึงถามกลับว่าเมื่อกี้ฮองเฮาจะปลอกลูกพลับให้ทำไมไม่ให้ฮองเฮาทำ


    ฮ่องเต้เอี้ยวตัวมากอดหอมแก้มฉันฟอดหนึ่ง แล้วตอบว่าเขายังไม่ว่างเพราะอยากอ่านฎีกาให้เสร็จก่อน แต่อยากกินลูกพลับที่ฉันปลอกให้ ฉันยิ้มหายงอลเพราะทนความออดอ้อนของฮ่องเต้ไม่ไหว หันหน้าไปตอบว่าเดี๋ยวจะปลอกลูกพลับให้กิน


    แต่ฮ่องเต้ยังคงกอดเอวนั่งมองหน้าฉันอยู่อย่างนั้นส่งสายตาหวานฉ่ำ ทำให้รู้สึกได้ว่าฮ่องเต้อยากจะกินฉันมากกว่าอยากกินลูกพลับ เพราะเขาเริ่มหอมและจูบซุกไซ้ที่ซอกคอจนจักจี้ จับหน้าฉันให้หันไปจูบบดริมฝีปากแหย่ลิ้นเข้าภายใน โถมตัวจูบดันตัวฉันลงไปนอนกับพื้นขยับตัวขึ้นคร่อมนอนทับ ลูบไล้มือตามตัวบีบขยำที่หน้าอก ดูดลิ้นกันเสียงดังจ๊วบ จนแท่งเนื้อแข็งตัวถูไถสัมผัสกับเนินหว่างขา


    แม้ใจหนึ่งอยากบอกให้ตัวเองหยุด แต่อีกใจหนึ่งก็ห้ามใจไม่ไหว อยากปล่อยตัวปล่อยใจทำอะไรกับฮ่องเต้ให้มากกว่ากอดจูบ แต่ความคิดในหัวมันยังคงเถียงกัน และพร่ำบอกตัวเองในใจว่าไม่ได้ๆๆๆ แล้วในใจแวบหนึ่งก็นึกถึงหน้าของเสวี๋ยฉีขึ้นมา ถ้าเขารู้ว่าฉันปล่อยตัวกับฮ่องเต้ เสวี๋ยฉีต้องฆ่าฉันตายแน่


    ฉันจึงหยุดจูบแล้วพูดกับฮ่องเต้ว่า เหลือเวลาอีกแค่สามวันจะถึงวันร่วมเตียงกับฮองเฮา ขอให้ฮ่องเต้อดทนอดใจไว้ก่อน อย่าให้สิ่งที่พยายามทำมาต้องเสียเปล่า แต่ฮ่องเต้ยังคงมีอารมณ์อยู่ พูดเบาๆขณะยังคงจูบหอมฉันที่ซอกคอว่า


    เขาอยากร่วมเตียงกับฉันมากกว่า อยากมีลูกด้วยกัน อยากทำกันตอนนี้เลยเพราะทนคิดถึงฉันไม่ไหว เขานั่งรอและมองออกไปที่หน้าตำหนักทุกวันเพื่อรอให้ฉันกลับมา อยากแต่งตั้งฉันให้เป็นสนมเอก เพื่อจะได้อยู่ด้วยกันที่ตำหนักทุกวันไม่อยากให้กลับไปที่ป่าอัคคีอีกแล้ว


    พอได้ยินฮ่องเต้พูดแบบนี้ก็ฉุกคิดขึ้นได้ว่า ที่ฮ่องเต้มีอาการคลั่งรักคงเป็นเพราะหลงกลิ่นเสน่ห์ของเสวี๋ยฉีที่ติดกายฉันมา คงไม่ได้คลั่งรักในตัวตนที่แท้จริงของฉันแน่ๆ จึงตัดสินใจขยับตัวลุกขึ้นนั่งบอกปฏิเสธไม่รับตำแหน่งสนมเอก และตัดสินใจจะบอกเรื่องเลือดพิษที่ทำให้ฉันมีสามีไม่ได้หลังจากที่ฮ่องเต้เสร็จทำงาน


    ฮ่องเต้มีสีหน้าเศร้าใจที่ถูกปฏิเสธ และคิดว่าฉันกุเรื่องไม่อยากรับไมตรีจากเขา ฉันจึงบอกให้ฮ่องเต้ทำงานให้เสร็จก่อน เดี๋ยวจะทำให้ดูว่ากุเรื่องขึ้นหรือไม่ ฮ่องเต้จึงหันกลับไปนั่งขมวดคิ้วอ่านฏีกาฉบับสุดท้าย แต่ดูจะไม่มีสมาธิในการอ่านเพราะยังคงคิดเรื่องของฉันอยู่ในหัว


         ○○○ที่ด้านนอกตำหนักหมู่ตัน○○○

    ในระหว่างทางที่ฮองเฮากับพระชายา กำลังเดินออกจากตำหนักของฮ่องเต้ พระชายาก็พูดด้วยน้ำเสียงค่อนแคะประชดประขันฮองเฮาขึ้นมาว่า


       พระชายา : ตั้งแต่หมอหญิงไป๋เข้าวัง ฝ่าบาทดูเปลี่ยนไปนะเพคะ ดูสดชื่น กระชุ่มกระชวยขลุกตัวอยู่กับนางในตำหนักทั้งวัน สนมในวังมีตั้งมากมาย ฝ่าบาทก็ไม่เห็นโปรดใครเท่านาง เป็นแค่หมอฝึกหัดแต่กลับได้รับป้ายหยกจากฮ่องเต้ อีกหน่อยนางคงถูกแต่งตั้งให้เป็นพระสนมเป็นแน่ ท่าทางจะหลงมากซะด้วยสิ!


        ฮองเฮา : พระชายา! พูดอะไรระวังปากระวังคำไว้บ้าง เจ้ากำลังลบหลู่ฮ่องเต้ หึ! แต่ถ้าหมอหญิงไป๋ช่วยให้ข้ากับฝ่าบาทมีโอรสได้ ฝ่าบาทจะแต่งตั้งนางให้เป็นพระสนมข้าก็ไม่ขัด พระชายาเองก็เช่นกันยังไม่มีบุตร ควรจะเข้าไปพูดคุยปรึกษาหมอหญิงไป๋ดูบ้าง บางทีนางอาจจะช่วยให้ความสัมพันธ์ของพระชายากับท่านอ๋องดีขึ้นกว่าเดิมก็ได้ อ้อ!...ข้าจะกลับตำหนักไปพักสักหน่อย วันนี้ข้างดดื่มน้ำชา พระชายามีอะไรจะทำก็ไปทำเถอะ!


     พระชายา : เพคะ! ส่งเสด็จฮองเฮา! หึ!


    ฮองเฮาเดินแยกตัวจากพระชายาที่ยืนส่งเสด็จทำหน้าบึ้งตึงไม่พอใจ ที่ถูกฮองเฮาว่ากล่าวตำหนิ ซ้ำยังพูดตักเตือนถึงความสัมพันธ์กระท่อนกระแท่นระหว่างพระชายากับท่านอ๋องอีกด้วย ถึงแม้ในใจของฮองเฮาจะรู้สึกหงุดหงิดกับคำพูดของพระชายา แต่ฮองเฮาก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า ที่พระชายาพูดถึงฮ่องเต้นั้นเป็นเรื่องจริง ที่ฮ่องเต้ดูเปลี่ยนไปจากเดิม ฮองเฮาจึงพูดบ่นขึ้นลอยๆว่า


        ฮองเฮา : ทำไมพระชายาถึงไม่ปรับปรุงตัวเองเพื่อให้ท่านอ๋องหันมาสนใจนางบ้าง


    นางกำนัล : ทูลฮองเฮา ที่พระชายาพูดมาก็ถูกนะเพคะ ตั้งแต่หมอหญิงไป๋เข้าวังฮ่องเต้ทรงเปลี่ยนไปมากจริงๆ พวกสนมลือกันว่าหมอหญิงเป็นปีศาจจำแลงกายมาล่อลวงให้ฮ่องเต้หลงไหล! หม่อมฉันไม่ไว้ใจนางเลยเพคะ ว่านางจะทำให้ฮองเฮามีพระโอรสเป็นมนุษย์ปกติได้ยังไง


        ฮองเฮา : เจ้าพูดจาเหลวไหล!! หมอหญิงกำลังจะช่วยให้ข้ามีโอรส เช่นนั้นโอรสที่นางจะมอบให้ข้าก็เป็นโอรสปีศาจด้วยงั้นรึ?!!


    นางกำนัล : ขอประทานอภัยเพคะฮองเฮา หม่อมฉันผิดไปแล้ว!!


        ฮองเฮา : เจ้ารู้มั้ย?!! ตำแหน่งฮองเฮาของข้ากำลังสั่นคลอน ส่วนสนมพวกนั้นก็จ้องจะกระชากตำแหน่งไปจากข้าตลอดเวลา ถ้าข้าไม่สามารถมีโอรสกับฝ่าบาท ข้าก็คงไม่ต่างอะไรจากสนมไร้ประโยชน์ที่ฮ่องเต้ไม่เคยสนใจ เพราะฉะนั้น! หมอหญิงไป๋จึงเป็นความหวังเดียวของข้าในตอนนี้ ต่อไปเจ้าห้ามพูดจาเหลวไหลเช่นนี้อีก เพราะข้าเห็นแก่เจ้าที่ติดตามข้ามานานดั่งคนรู้ใจจึงไม่อยากจะลงโทษเจ้า!!


    นางกำนัล : หม่อมฉันไม่กล้าพูดจาเหลวไหลอีกแล้วเพคะ ได้โปรดประทานอภัยให้หม่อมฉันด้วย!!


    ฮองเฮา : ถ้าเจ้าได้ยินพวกสนมพูดถึงหมอหญิงไป๋เป็นปีศาจอีก ให้เจ้ามาบอกข้า ข้าจะให้ขันทีนำทหารไปจับตัวนางพวกนั้นมาตบปาก เพราะข้าไม่อยากได้ยินใครพูดพาดพิงถึงโอรสที่กำลังจะมาเกิดกับข้าให้เสื่อมเสีย ว่าเป็นโอรสที่ได้รับมาจากปีศาจ!


    นางกำนัล : เพคะฮองเฮา! หม่อมฉันจะจัดการให้พวกนางเงียบปากให้สนิทเลยเพคะ!

    นิยายแนะนำ

    กำเนิดใหม่ : ปรมาจารย์เทพโอสถ [จบ]

    กำเนิดใหม่ : ปรมาจารย์เทพโอสถ [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    6.78M 1459
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    สงครามราชันจักรพรรดิ [จบภาคหลัก]

    สงครามราชันจักรพรรดิ [จบภาคหลัก]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.42M 982
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ยอดคุณพ่อขั้นเทพ

    ยอดคุณพ่อขั้นเทพ

    นิยาย แฟนตาซี
    235K 400
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    หมื่นอสูรก้มกราบ [แปลจบแล้ว]

    หมื่นอสูรก้มกราบ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    15.48M 4292