ซุนหวาง บุรุษต้องสาป

    เข้าใจผิด

    ค่าของเงิน...                             

    1000 อีแปะ= 1ตำลึงเงิน

    100   ตำลึงเงิน= 1 ตำลึงทอง                  

    โรงเตี๊ยมเหลียนฮวา…

            โรงเตี๊ยมเหลียนฮวาเป็๲โรงเตี๊ยมที่อยู่ใกล้กับประตูของเมืองหลวงมากที่สุดโรงเตี๊ยมแห่งนี้ไม่ได้หรูหราดังเช่นโรงเตี๊ยมที่อยู่กลางเมือง และสภาพโดยรวมก็แค่พอใช้ได้แต่กลับเป็๲ที่ถูกใจของเหล่าพ่อค้าต่างเมืองยิ่งนักเพราะราคาไม่แพงส่วนรสชาติของอาหารก็ไม่ได้เลวร้าย ไม่ใช่แค่พ่อค้าต่างเมืองเท่านั้นที่ชอบมาพักที่นี่แม้แต่ทหารเฝ้าเวรยามรอบประตูเมือง หากพ้นหน้าที่เฝ้ายามเมื่อใดพวกเขาก็มักจะมาสิงสถิตอยู่ที่นี่เช่นกัน

            “ถึงแล้วขอรับคุณชายหากจะหาโรงเตี๊ยมที่มีพ่อค้าต่างเมืองชอบเข้ามาพักก็ต้องเป็๞ที่นี่แหละขอรับ”

            “ขอบคุณท่านพ่อเฒ่า”ซุนหวางกล่าวขอบคุณพร้อมกับสะกิดให้เสี่ยวฟงจ่ายเงินค่ารถม้าตามที่ได้ตกลงกันไว้พวกเขาไม่ได้มีของมากมายให้ขนหรอกนะ จะมีก็แค่หีบขนาดกลางหนึ่งใบเท่านั้น

            เสี่ยวฟงเป็๞คนเข้าไปติดต่อขอเช่าห้องไม่นานนักก็มีเสี่ยวเอ้อ ออกมาช่วยยกหีบเข้าไปให้ แม้โรงเตี๊ยมจะไม่ได้มีระดับแต่การบริการของพวกเขาช่างเป็๞เลิศซุนหวางก้าวลงจากรถม้าด้วยชุดผ้าแพรสีขาวที่แสนจะธรรมดายิ่ง แต่สิ่งที่ตรึงสายตาของผู้คนกับเป็๞ร่างบอบบางและนิ้วเรียวงามกอปรกับผิวพรรณอันนวลขาวที่โผล่พ้นออกมาจากชายแขนเสื้อหมวกสานกับผ้าคลุมโปร่งบางยิ่งมองก็ยิ่งเป็๞ปริศนา ทำให้คนที่พบเห็นอยากจะรู้ว่าแม่นางคนนี้เป็๞ผู้ใดและมาจากเมืองไหนกัน

            “คุณชายเรียบร้อยแล้วขอรับคืนละสองตำลึงเงินสำหรับห้องใหญ่ บ่าวเช่าไว้ห้าวันตามที่คุณชายบอกแล้วขอรับ”เสี่ยวฟงรายงานอย่างเป็๲ขั้นเป็๲ตอนให้นายของตนได้รับทราบ        

            “เราพักผ่อนกันก่อนเถอะพรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่”

            “คุณชายไม่หิวบ้างหรือขอรับ”

            “สั่งซาลาเปากับชามาก็ได้เผื่อตัวเ๯้าด้วยล่ะเสี่ยวฟง”หากไม่กำชับเช่นนี้เสี่ยวฟงก็ไม่กล้าที่จะทำเกินคำสั่งของเขาเด็ดขาดแม้จะบอกไปแล้วหลายครั้งก็ตามว่าอย่าได้เคร่งครัดเ๹ื่๪๫นายกับบ่าวให้มากนักบอกให้เรียกขานดังเป็๞สหายก็ไม่ยอมทั้งที่อายุก็เท่ากันแท้ ๆจนซุนหวางต้องขอยอมแพ้กับความซื่อตรงและเด็ดขาดของเสี่ยวฟงจะหาคนที่ซื่อสัตย์เช่นเสี่ยวฟงให้ได้นั้นคงจะไม่มีอีกแล้ว

            “ขอรับคุณชาย” เสี่ยวฟงตอบรับด้วยสีหน้าที่แจ่มใสก่อนจะวิ่งออกไปตามคำสั่งของเ๽้านายทันที

            นี่คงจะเป็๞ครั้งแรกกระมังที่ซุนหวางได้เห็นบ่าวตัวน้อยแสดงอาการดีใจและมีท่าทางสดใสเช่นนี้ช่างต่างกับทุก ๆ วันที่ผ่านมา นอกจากจะขายยาและได้เงินมาเท่านั้นเขาถึงจะเห็นอาการดีใจจนออกนอกหน้าของเสี่ยวฟง ตอนอยู่ที่ตระกูลซุนคนที่มักจะร้องไห้บ่อย ๆ เห็นจะเป็๞เสี่ยวฟงนี่แหละ

     

    เช้าที่วุ่นวายของโรงเตี๊ยมเหลียนฮวา…

            “คุณชายขอรับ ต่อจากนี้เราจะไปไหนหรือขอขอรับ”    

            ซุนหวางตั้งใจจะไปยังเมืองหน้าด่านที่ชายแดนติดกับแคว้นหนานตามบันทึกของแคว้นเจียงที่เขาได้อ่านและศึกษามา เมืองหูเจียงนับเป็๞เมืองหน้าด่านที่ใหญ่ที่สุดทั้งการค้าขายยังคึกคักเป็๞อย่างมาก เพราะชายแดนระหว่างแคว้นเจียงและแคว้นหนานไม่ได้ปิดกั้นการค้าขายระหว่างแคว้นเมืองหน้าด่านที่เฟื่องฟูด้านการค้าขายอย่างเมืองหูเจียงจึงได้เปิดอย่างกว้างขวางและเสรีแม้แต่ร้านขายยาและสมุนไพรของแคว้นหนานยังมาเปิดสาขาที่เมืองหูเจียงได้เลย สิ่งที่ซุนหวางให้ความสนใจไม่ใช่แค่นี้หรอกแต่เป็๞หุบเขาเจียงซานต่างหากที่ทำให้เขาอยากจะไปที่นั่นสมุนไพรต่าง ๆ ที่มีขายอยู่ตามร้านยาก็มักจะพบเจอได้ที่นั่น หากว่าเขาหาสมุนไพรได้เองแม้จะไม่ทั้งหมดแต่คงจะดีไม่น้อยทีเดียวอย่างน้อยจะได้ประหยัดเ๹ื่๪๫ค่าสมุนไพรได้บ้าง

            “ตามหากลุ่มคนที่จะไปเมืองหูเจียงบางทีเราอาจจะได้เดินทางร่วมกับพวกเขา หาคนที่มาเป็๲ครอบครัวนะอาฟง”

            “ขอรับคุณชายแล้วหากไม่มีล่ะขอรับ”

            “เราก็รอต่อไป จะอีกสักกี่วันก็ต้องรอ”

            เมืองค้าขายเช่นเมืองหูเจียงเป็๞ไปไม่ได้หรอกที่จะไม่มีคนไปซุนหวางครุ่นคิดเขาคงต้องหารถม้าเอาไว้ใช้สอยเองสักคันหากการเดินทางมันเนิ่นนานและล่าช้าเกรงว่ารอบเดือนของเขาจะมาก่อนถึงเมืองหูเจียงเป็๞แน่นี่คือความกังวลหนึ่งเดียวที่ซุนหวางมี 

            วันนี้ซุนหวางยังคงแต่งกายเช่นเดิมแค่เปลี่ยนสีชุดเป็๲สีฟ้าอ่อนที่ดูธรรมดาแต่ก็ไม่ธรรมดาด้วยท่าทางที่สงบนิ่งของเขาจึงทำให้ผู้คนที่พบเห็นไม่กล้าแม้แต่จะมองนานๆ ท่าทางอันเรียบง่ายยังสะกดข่มผู้คนได้แล้วโดยที่ซุนหวางเองก็ไม่รู้ตัว

            “คุณชายบ่าวเจอ...”

            “พูดใหม่สิอาฟง”

            “อ่อ...คุณชายข้าเจอคนที่จะไปเมืองหูเจียงแล้วขอรับพวกเขาจะเดินทางในอีกสองวันคุณชายจะพบพวกเขาหรือไม่ขอรับ”

    “อืม...ตอนนี้พวกเขาอยู่ที่ใดข้าจะพบพวกเขาเลยได้หรือไม่”

    “คุณชายรออยู่ที่นี่นะขอรับข้าจะไปตามท่านลุงมาให้”  ไม่นานนักเสี่ยวฟงก็มากับท่านลุงท่าทางใจดีและเด็กหนุ่มอีกคนอายุน่าจะมากกว่าอาฟงสักสองสามปีเห็นจะได้

            “คุณชาย ท่านลุงผู้นี้คือท่านลุงเหอชวนและบุตรชายเหอเชียนขอรับ”

            เมื่อได้ทำความรู้จักกันพอสมควรซุนหวางจึงสั่งน้ำชาและขนมเพื่อมาเลี้ยงตอบแทนพ่อลูกคู่นี้ จากนั้นจึงได้แจ้งจุดประสงค์ของตนที่จะขอร่วมเดินทางไปยังเมืองหน้าด่านด้วยซึ่งมีพวกเขาแค่สองคนเท่านั้นและหีบของเครื่องใช้อีกหนึ่งใบ

            “ท่านลุงสะดวกหรือไม่ขอรับหากมีสิ่งใดขัดข้องก็ว่ามาเถอะ” ซุนหวางเอ่ยถามเมื่อเห็นท่านลุงเหอแสดงสีหน้ากังวลออกมา

            “เอ่อ...คุณชายน้อยรถม้าของข้าก็ไม่ได้ใหญ่มากหากจะไปด้วยกันคงนั่งได้แค่คนเดียวข้าต้องขออภัยจริง ๆ ขอรับ”

            “แล้วในกลุ่มของท่านลุงมีใครที่ขับรถม้าได้หรือไม่ขอรับ” ซุนหวางยังไม่ยอมแพ้อย่างไรเขาก็จะซื้อรถม้าอยู่แล้วขอแค่มีคนขับรถม้าให้ก็พอ

            “มีขอรับอาเชียนบุตรชายของข้าคนนี้สามารถขับรถม้าได้ขอรับ” ลุงเหอชี้ไปที่ตัวของบุตรชาย

            “เช่นนั้นข้าจะจ้างพวกท่านอีกสองวันให้บุตรชายของท่านมารอพบข้าที่นี่” ซุนหวางกำชับกับท่านลุงเหอแล้วจึงตกลงค่าจ้างเมื่อแล้วเสร็จพวกเขาก็แยกย้ายกันไป ก่อนที่ซุนหวางจะลุกออกไปจากโต๊ะก็ได้มีชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งเดินเข้ามาหาและพวกมันมีท่าทางที่ไม่น่าไว้ใจเป็๲อย่างยิ่ง

            “แม่นางข้าได้ยินว่าท่านหารถม้าไปเมืองหน้าด่านหรือข้ายินดีให้แม่นางร่วมเดินทางไปด้วยนะ รับรองพวกข้าจะดูแลแม่นางอย่างดี ว่าอย่างไรแม่นางจะไปกับพวกข้าหรือไม่”ชายฉกรรจ์ร่าง๶ั๷๺์ที่คาดว่าจะเป็๞หัวหน้าพูดเชิญชวนกึ่งบังคับ ทั้งยังใช้สายตาโลมเลียร่างบางอย่างจาบจ้วง

            “ไม่จำเป็๲ข้ามีรถไปแล้วอีกอย่างข้าเป็๲บุรุษไม่ใช่สตรีอย่างที่พวกท่านเข้าใจ” ซุนหวางตอบออกไปพลางคิดถ้าบอกว่าเป็๲บุรุษพวกผู้ชายเหล่านี้คงจะเลิกตอแยไปเอง  

            “ใครสนกันล่ะว่าท่านจะเป็๞บุรุษหรือสตรีตราบใดที่ท่านยังสามารถทำให้พวกเรามีความสุขได้”

            ฮ่า ๆ ๆๆ ๆ กลุ่มชายฉกรรจ์พากันหัวเราะครื้นเครงกับคำจาบจ้วงและถ้อยคำหยาบคายที่ตัวเองได้พ่นออกมา

            เสียงดังเกรียวกราวของคนกลุ่มนี้ได้สร้างความรำคาญให้กับบุรุษอีกหลายคนที่อยู่อีกโต๊ะสิ่งที่เหล่าชายฉกรรจ์พูดออกมาพวกเขาล้านได้ยินมันทั้งหมด

            “ท่านแม่ทัพว่าอย่างไรขอรับจะจัดการกับคนพวกนั้นหรือไม่ หนุ่มน้อยคนนั้นเห็นทีจะเจอกับเ๱ื่๵๹ลำบากแน่แล้ว ข้าก็หลงคิดว่าเป็๲สตรีมาตั้งนานที่แท้ก็เป็๲บุรุษหรอกหรือขนาดเสียงยังไพเราะแล้วหน้าตาจะดูดีขนาดไหนนะ”

            “จงเหวินเจี๋ยเ๯้ามีเมียแล้วจำได้หรือไม่”บุรุษอีกคนพูดสวนขึ้น

            “โธ่...กุนซือตวนหยางข้าแค่พูดเฉยๆ น่า ไม่ได้คิดอย่างที่ท่านเข้าใจเสียหน่อย”

            “ว่าอย่างไรท่านแม่ทัพเราจะทำยังไงกับพวกมันดี” ตวนหยางเอ่ยถามความคิดเห็นของสหาย

            “คอยติดตามอยู่ห่างๆ ก็พอ หากพวกมันลงมือเมื่อใดก็จัดการได้เลย” ‘หึ ๆ ๆ เป็๲บุรุษหรอกหรือข้าก็เผลอหลงคิดว่าเป็๲สตรีสงสัยสายตาการจำแนกคนของข้าจะเพี้ยนไปแล้วกระมัง’ แม่ทัพหนุ่มเผลอยิ้มเมื่อรู้ว่าคนที่ตนเองสนใจกลายเป็๲หนุ่มน้อยหาใช่สตรี

    “ฮิฮิข้าคงได้ยืดเส้นยืดสายก็คราวนี้ ว่าแต่บุรุษหนุ่มน้อยสองคนจะไปทำอะไรที่เมืองหน้าด่านกันนะ” นายกองเหวินเจี๋ยกล่าวออกมาอย่างอยากรู้อยากเห็นกองทัพที่อยู่เมืองหน้าด่านเงียบเหงาจะตายหาศัตรูมารุกรานก็ไม่มีซึ่งผิดกับชายแดนเขตอื่นที่สู้รบกันไม่เว้นแต่ละวัน คราวนี้แหละเขาจะได้ซ้อมมือกับพวกอันธพาลนี่เสียเลยเหวินเจี๋ยคาดหวังเอาไว้ในใจ