แสงสีทองรำไรของดวงตะวันค่อยๆ ทอประกายลอดผ่านช่องว่างของเต็นท์หนังที่ซ่อนตัวอยู่ลึกเข้าไปใน "หุบเขาเมฆหมอก" สถานที่กบดานใหม่ที่ อาซาน และเหล่าทหารที่ภักดีใช้เป็ฐานที่มั่นสุดท้าย กลิ่นอายของไอดินยามเช้าและกลิ่นไหม้จางๆ จากกองไฟด้านนอกพัดเข้ามาปะทะจมูก ทว่าภายในเต็นท์กลับอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมกรุ่นของบุปผาป่าที่ผสมปนเปกับกลิ่นกายบุรุษเพศอันดิบเถื่อนที่ เม่ยเหลียน เริ่มเสพติดจนยากจะถอนตัว
นางลืมตาขึ้นช้าๆ ความรู้สึกแรกที่ััได้คือความอุ่นซ่านจากแผงอกแกร่งที่โอบกอดนางไว้จากทางด้านหลัง อ้อมแขนที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามของอาซานรัดรอบเอวบางของนางไว้แน่น ราวกับกลัวว่าหากเขาเผลอเพียงนิดผีเสื้อแสนสวยตัวนี้จะโบยบินหายไปในม่านหมอก เม่ยเหลียนขยับกายเล็กน้อย ความปวดหนึบจางๆ ที่บั้นเอวและรอยรักที่ยังคงอุ่นรุ่มตามผิวพรรณย้ำเตือนถึงบทรักที่ดุดันและยาวนานเมื่อรัตติกาลที่ผ่านมา... บทรักที่ไร้ซึ่งเงาของ แม่ทัพเฉินหยาง มาคอยทิ่มแทงใจอีกต่อไป
นางหันกลับไปมองใบหน้าคมเข้มของชู้รัก—หรือบัดนี้อาจเรียกได้ว่าเป็ "ชายคนรัก" เพียงหนึ่งเดียว—อาซานในยามหลับใหลดูอ่อนโยนกว่าตอนที่เขากระโจนเข้าหาศัตรูเยี่ยงพยัคฆ์ร้าย แขนข้างที่พาดผ่านไหล่นางมีรอยแผลเป็ใหม่จากการปะทะดาบกับเฉินหยาง เม่ยเหลียนเอื้อมมือที่สั่นเทาไปลูบไล้รอยแผลนั้นแ่เบา น้ำตาหยดหนึ่งไหลอาบแก้มด้วยความรู้สึกที่ท่วมท้น ทั้งความโล่งใจที่พ้นจากขุมนรก และความหวาดกลัวต่ออนาคตที่ยังมืดมน
"เ้าตื่นแล้วหรือ ยอดรักของข้า" เสียงทุ้มต่ำและแหบพร่าของอาซานดังขึ้นเบาๆ เขาลืมตาขึ้นจ้องมองนางด้วยแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความลุ่มหลงและความเป็เ้าของที่ชัดเจน
เขากระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นจนร่างกายของทั้งคู่แทบจะหลอมรวมเป็เนื้อเดียวกัน เม่ยเหลียนซบหน้าลงบนอกแกร่ง สูดดมกลิ่นอายที่นางถวิลหา "อาซาน... มันจบลงแล้วจริงๆ ใช่ไหม? เฉินหยางตายแล้ว... กรงทองนั่นไม่มีอยู่อีกต่อไปแล้วใช่ไหม?"
อาซานจุมพิตที่หน้าผากของนางอย่างทะนุถนอม "มันจบลงแล้วเม่ยเหลียน... เืของมันได้ชะล้างความแค้นของข้าและหยดน้ำตาของเ้าไปหมดสิ้นแล้ว ต่อจากนี้ไป จะไม่มีใครมาบังคับให้เ้าทำในสิ่งที่เ้าไม่้าได้อีก" เขาเชยคางนางขึ้น แววตาคมกริบจ้องลึกลงไปในดวงตาคู่สวย "แต่เ้ารู้ใช่ไหมว่า... เสรีภาพครั้งนี้แลกมาด้วยการเป็ 'สตรีลี้ภัย' เ้าต้องทิ้งลาภยศและเครื่องประดับทองคำเ่าั้ไปตลอดกาล"
"ข้าไม่้าเกียรติยศที่สร้างขึ้นบนคำลวงอาซาน" เม่ยเหลียนตอบด้วยน้ำเสียงเด็ดเดี่ยวเยี่ยงนักรบหญิง (Smart Heroine) "ในจวนแม่ทัพ ข้าเป็เพียงเครื่องประดับที่ไร้ชีวิต ทว่าในอ้อมกอดของท่าน ข้ากลับรู้สึกว่ากายาของข้ามีเืเนื้อและมีความหมายจริงๆ เป็ครั้งแรก"
คำพูดที่เปี่ยมไปด้วยอารมณ์ของนางกลับกลายเป็น้ำมันที่ราดลงบนกองเพลิงปรารถนาที่อาซานพยายามสะกดกลั้นไว้ั้แ่ตื่นนอน แววตาของเขาเปลี่ยนจากความอ่อนโยนเป็ความกระหายที่ดิบเถื่อนในชั่วพริบตา เขาพลิกกายขึ้นทาบทับร่างบางของนางไว้ ััที่หยาบกร้านทว่าเร่าร้อนเริ่มรุกล้ำเข้าไปใต้ผ้าห่มขนสัตว์ที่โอบอุ้มร่างเปลือยเปล่าของทั้งคู่
"ถ้าเช่นนั้น... จงให้ข้าได้ปรนนิบัติ 'เสรีภาพ' ของเ้าให้สมกับที่ข้าโหยหามาตลอดรัตติกาลเถิด" อาซานกระซิบชิดใบหูพรางละเลียดใช้ลิ้นหยาบกร้านขบเม้มติ่งหูของนางเบาๆ สร้างความเสียวซ่านจนเม่ยเหลียนต้องแอ่นกายรับด้วยความโหยหา
บทรักยามรุ่งอรุณท่ามกลางความเงียบสงบของหุบเขาที่หลบภัยกลับกลายเป็ความรัญจวนที่ลึกซึ้งและดุดันยิ่งกว่าทุกครั้ง อาซานไม่ได้เพียง้าความสุขทางกาย ทว่าเขากำลัง "ตีตรา" จิติญญาของนางให้เป็ของเขาอย่างสมบูรณ์ ทุกจังหวะที่เขาขับเคลื่อนไปข้างหน้าคือการประกาศว่าร่างกายนี้ ใจดวงนี้ และรสสวาททั้งหมดนี้เป็สิทธิ์ขาดของเขาเพียงผู้เดียว เม่ยเหลียนหลับตาลงพรางปล่อยใจให้ล่องลอยไปกับความเสียวซ่านที่แท้จริง... รสชาติของชีวิตใหม่ที่นางเลือกเองท่ามกลางกลิ่นไอของป่ารกชัฏ
ในขณะที่พายุอารมณ์สวาทกำลังดำเนินไปถึงขีดสุด เสียงนกหวีดศึกที่แหลมสูงจากด้านนอกก็ดังขึ้นเป็จังหวะลับ!
ทั้งคู่ชะงักงัน อาซานรีบผละออกและคว้าชุดรัดกุมสีดำขึ้นมาสวมใส่อย่างรวดเร็ว แววตาของเขาเปลี่ยนกลับเป็นักล่าที่เยือกเย็นในพริบตา "คนของข้ามารายงานสถานการณ์ในเมืองหลวง..."
เม่ยเหลียนรีบจัดแจงอาภรณ์ แววตานางนิ่งสงบเยี่ยงผิวน้ำที่แฝงไปด้วยน้ำแข็ง นางเดินไปที่แท่นหินกลางเต็นท์ หยิบถุงผ้าไหมที่บรรจุ "หลักฐานฏ" ของเฉินหยางขึ้นมาถือไว้แน่น "เป็อย่างไรบ้างอาซาน? การตายของแม่ทัพผู้เกรียงไกรทำให้บัลลังก์สั่นะเืตามแผนที่ท่านวางไว้หรือไม่?"
อาซานรับรายงานจากทหารเก่าที่รออยู่หน้าเต็นท์ก่อนจะหันกลับมามองนางด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียด "ยิ่งกว่าที่ข้าคิดไว้... ฮ่องเต้กริ้วหนักเมื่อทราบเื่การตายของเฉินหยางและการสูญหายของเสบียงทหาร ทว่าสิ่งที่น่ากลัวกว่าคือ... ตอนนี้มีการส่ง 'หน่วยล่ามรณะ' จากราชสำนักออกมาตามล่า 'ฮูหยินเอกผู้สาบสูญ' เพราะพวกเขาเชื่อว่าหลักฐานทั้งหมดอยู่ที่เ้า"
เม่ยเหลียนเหยียดยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก นางไม่ได้หวาดกลัวต่ออำนาจเบื้องบน ทว่ากลับรู้สึกสะใจที่แผนการของนางกำลังทำลายรากฐานของความอยุติธรรมที่เคยโอบล้อมนางไว้ "พวกเขาอยากได้หลักฐานหรือ? ได้... ข้าจะมอบมันให้ แต่ต้องเป็ในวันที่จวนแม่ทัพถูกเผาจนเหลือเพียงเถ้าถ่าน และชื่อของเฉินหยางถูกตราหน้าว่าเป็ฏต่อแผ่นดิน!"
ในวินาทีนั้นเอง เม่ยเหลียนรู้ดีว่าศึกครั้งนี้ไม่ใช่เพียงเื่ชู้สาวหรือการนอกใจเพื่อแก้แค้นอีกต่อไป แต่มันคือาระหว่าง "ความลับที่แสนจะเร่าร้อน" และ "อำนาจที่โสมม" ของแผ่นดิน นางก้าวเดินออกจากเต็นท์เคียงข้างอาซาน แสงแดดยามสายสาดส่องลงมายังคนทั้งคู่ เผยให้เห็นเส้นทางสายใหม่ที่ทอดยาวไปสู่สมรภูมิแห่งชีวิตที่เสรี
"ข้าจะอยู่เคียงข้างท่านอาซาน... ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยเืหรือรสสวาทที่ผิดศีลธรรมเพียงใดก็ตาม" นางกระซิบคำมั่นสัญญาที่หนักแน่นกว่าโซ่ทองคำใดๆ
ท่ามกลางม่านหมอกที่เริ่มจางหายไป ความลับหลังม่านมงคลบัดนี้กำลังจะกลายเป็ชนวนเหตุที่พลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์เรือนหลังและบัลลังก์ัไปตลอดกาล! รัตติกาลแห่งความแค้นจบลงแล้ว... ทว่า "อรุณรุ่งแห่งการปฏิวัติ" เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นบนรอยอาลัยและรสสวาทที่ไม่มีวันมอดดับ