เขาค่อยๆ ปล่อยจิตััออกไป ััถึงพลังเวทของธาตุไฟ ภายในจิตของเฟยหลงแก่นเวทที่อยู่ภายในร่างกายของเฟยหลงที่เขามองเห็นในตอนนี้ดูหม่นหมองไร้ซึ่งพลังใดๆ ภายในนั้นเต็มไปด้วยหมอกสีขาวจาง ๆจนมองแทบจะไม่เห็น
กลุ่มหมอกเหล่านี้แท้ที่จริงแล้วคือพลังเวทที่อยู่ภายในแก่นเวทของเขาเองภายในกลุ่มหมอกนี้เฟยหลงไม่สามารถััได้ถึงธาตุใดๆ ได้เลย เฟยหลงตั้งสมาธิและค่อย ๆดึงดูดพลังเวทธาตุไฟเข้ามาภายในแก่นเวทของเขาทีละนิด อย่างช้า ๆ
โดยปกติและหากจิตเชื่อมต่อกับแก่นเวทได้ก็นับได้ว่าเข้าสู่เส้นทางของนักเวทแล้ว ยังไม่ทันที่อู๋ซวนจะสอนเฟยหลงกลับดึงพลังของธาตุไฟเข้าสู่แก่นเวทของเขาได้โดยไม่มีใครแนะนำอู๋ซวงเห็นดังนั้นจึงได้แต่เพียงเฝ้ามองดูอย่างใกล้ชิดเท่านั้น
พอตกเย็นเด็กๆ ทั้งสามคนยังคงััไม่ได้ถึงพลังเวทในธรรมชาติ มีเพียงเฟยหลงเพียงคนเดียวที่สามารถััได้ั้แ่วันแรกที่เรียนรู้จนเวลาล่วงเลยผ่านไปสามวัน เด็ก ๆ ทั้งสามจึงสามารถััพลังเวทในธรรมชาติได้ส่วนเฟยหลงนั้นสามารถหลอมรวมพลังธาตุไฟเข้ามายังแก่นธาตุได้แล้ว
อู๋ซวนจึงสอนวิธีหลอมรวมพลังธาตุเข้าสู่แก่นธาตุให้แก่พวกเด็กๆ เมื่อเฟยหลงรู้วิธีหลอมรวมพลังธาตุจากธรรมชาติเข้าสู่แก่นธาตุของเขาเขาสามารถเห็นวงแหวนของธาตุไฟ ธาตุสายฟ้า และธาตุมิติของเขาได้ในทันทีหลังจากที่ฟังอู๋ซวนอธิบายเพียงแค่รอบเดียวเท่านั้น
เฟยหลงเพ่งจิตของเขาไปยังวงแหวนธาตุทั้งสามของเขาเขาพบว่ามีสองวงแหวนที่มีความพิเศษไม่เหมือนกับวงแหวนธาตุไฟของเขาซึ่งภายในวงแหวนทั้งสองนั้นมีอักขระโบราณล้อมรอบอยู่เมื่อเฟยหลงและเพื่อน ๆ เข้าใจถึงจุดนี้อู่ซวงพลันปล่อยให้พวกเขาหลอมรวมพลังธาตุเข้าสู่แก่นธาตุอย่างช้า ๆ เพื่อให้รากฐานของพวกเขามั่นคงอู่ซวงได้นำสมุนไพรชนิดต่าง ๆ มาแช่ให้พวกเขาปรับสมดุลทุก ๆ สามวันจนกระทั่งวันเวลาผ่านไปครึ่งปี รากฐานของเด็ก ๆ ทั้งสี่คนเริ่มมั่นคง
ภายในเวลาครึ่งปีนี้เด็ก ๆทั้งสี่สามารถชักนำพลังธาตุของตัวเองเข้ามาสู่แก่ธาตุจนสามารถเลื่อนระดับไปอยู่ในระดับนักเวทฝึกหัดขั้นต้นระดับหนึ่งกันแล้วโดยที่เด็ก ๆ ที่ฝึกฝนไม้รู้ตัวโดยเฉพาะเฟยหลงที่ตอนนี้เขาสามารถทำให้ธาตุทั้งสามภายในตัวของเขาก้าวหน้าพร้อม ๆกัน จนแต่ละธาตุของเขาอยู่ในระดับนักเวทฝึกหัดขั้นต้นระดับหนึ่งเท่าเทียมกันทั้งสามธาตุ
อู๋ซวนเองก็ยังคงแปลกใจที่เฟยหลงสามารถฝึกฝนธาตุพิเศษทั้งสองมาถึงขั้นนี้ได้ภายในระยะเวลาอันสั้นเช่นนี้แต่ก็นับว่าเป็พร์ของเฟยหลงเองที่สามารถเข้าใจสิ่งที่อู๋ซวนสอนได้อย่างรวดเร็ว
เด็กๆทั้งสี่คนต่างถูกเคี่ยวกรำให้ฝึกฝนพื้นฐานอยู่นานถึงสองปีเต็มโดยที่ไม่ได้ฝึกอย่างอื่นเลย แต่พวกเด็ก ๆ กลับสนุกกับการฝึกฝนพื้นฐานพวกนี้ เพราะพวกเขาต่างใช้วิธีการแข่งขันความอดทนซึ่งกันและกันในแต่ละวันทำให้ไม่เกิดความเบื่อหน่ายในการฝึกฝน
เด็กๆ ทั้งสี่ต่างไม่ยอมแพ้ซึ่งกันและกันทำให้เกิดแรงพลักดันจนมาถึงวันนี้สร้างความแปลกใจให้กับอู๋ซวนเป็อย่างมากเพราะเด็กในวัยนี้มักจะเป็วัยที่ควบคุมดูแลยากที่สุด หลาย ๆตระกูลใหญ่พยายามฝึกฝนเด็กในวัยนี้ก่อนอายุเก้าปีแต่มีเพียงส่วนน้อยที่สามารถอดทนการฝึกฝนเช่นนี้ได้ แต่กับเด็ก ๆทั้งสี่คนนี้กลับทำในสิ่งที่ตรงกันข้ามพวกเขากลับแข่งขันกันเพื่อความสนุกแต่ผลลัพธ์ที่ออกมาทำให้อู๋ซวนถึงกับพูดไม่ออก
ในตอนนี้เด็กๆ ทั้งสี่คนอายุได้แปดขวบแล้วอีกปีเดียวก็จะถึงเกณฑ์ที่เด็กทุกคนต้องไปคัดเลือกเข้าสถาบันการศึกษาแล้วหากใครมีความโดดเด่นในด้านใด พวกเขาก็จะถูกส่งไปฝึกฝนในด้านนั้นแต่มีเด็กเพียงจำนวนน้อยนิดที่จะถูกคัดเลือกให้ไปศึกษาเป็จอมเวท
หากไม่มีพร์หรือความสามารถในการััเวทในธรรมชาติได้พวกสถาบันต่างๆ จะไม่สนใจเท่าไหร่ เว้นแต่พวกเขาจะเป็ลูกขุนนางหรือผู้มีเงินทองมากมายส่วนเด็กที่จน ๆ มีเพียงการทดสอบที่ทำให้สถาบันการศึกษาเ่าั้สนใจคือ เด็ก ๆที่มีสามารถััธาตุธรรมชาติได้และ เด็กที่มีธาตุพิเศษอยู่ในตัวเท่านั้นที่พวกเขาสนใจ
นั่นจึงเป็เหตุผลที่ทำให้อู๋ซวงทำการฝึกฝนเด็กๆ ทั้งสี่คนก่อนล่วงหน้า ส่วนเด็ก คนอื่น ๆ ที่พออ่านออกเขียนได้ พวกเขาจะได้รับการคัดเลือกไปเรียนรู้อีกสาขาวิชาซึ่งเมื่อพวกเขาจบออกมาก็สามารถเลี้ยงดูครอบครัวของพวกเขาได้
ทำให้อู๋ซวงได้รับการต้อนรับอย่างดีจากผู้คนในเกาะเพราะหากลูกหลานของพวกเขาสามารถทำงานในตำแหน่งนั้นได้สองสามคนคนทั้งเกาะก็สามารถมีอาหารการกิน มีความเป็อยู่อย่างไม่ลำบากเลยก็ว่าได้ดังนั้นทุกคนจึงตั้งความหวังไว้กับเด็ก ๆ ที่ไปเรียนกับอู๋ซวนจำนวนมาก
ตอนนี้เด็กๆ ภายในเกาะกว่าสามสิบคนสามารถอ่านออกเขียนได้ส่วนสี่คนที่อู๋ซวนฝึกฝนเป็พิเศษให้กับพวกเขานั้นยังคงสนุกกับการฝึกฝนนับวันพลังธาตุของพวกเขายิ่งเติมเต็มแก่นธาตุของพวกเขาโดยที่ไม่ได้เลื่อนระดับแต่อย่างใดพลังธาตุพื้นฐานของพวกเขาพร้อมที่จะเลื่อนระดับไปยังระดับต่อไปได้ทุกเมื่อ
แต่กลับถูกอู๋ซวนสกัดกั้นเอาไว้ไม่ให้เลื่อนระดับไปจนพลังธาตุของพวกเขาตกผลึกซึ่งผลึกนี้สำคัญเป็อย่างมากเพราะสามารถทำให้พวกเขามีความหนาแน่นและสามารถกักเก็บพลังธาตุได้มากกว่าคนอื่นๆ ที่ฝึกฝน และยังเป็ปัจจัยสำคัญที่จะทำให้พวกเด็ก ๆ กลายเป็ปราชญ์จอมเวทได้ในอนาคต
เช้าวันหนึ่งมีเรือลำใหญ่เดินทางมาถึงเกาะ ซึ่งปกติจะมีเรือมาทุก ๆเดือนเพื่อติดต่อค้าขายกับพวกเขาอยู่แล้วแต่ในวันนี้กลับเป็เรือลำใหญ่เป็พิเศษที่เดินทางมาถึงยังเกาะที่อยู่ห่างไกลเช่นนี้
และก็เป็เวลาที่ชาวเกาะทั้งหลายที่เมื่อก่อนไม่เคยสนใจมาก่อน แต่ในตอนนี้พวกเขากลับตั้งความหวังต่าง ๆ ไว้มากมายโดยเรือลำนี้จะเดินทางมาทุก ๆ สิบปี เพื่อที่จะค้นหาเด็กที่มีพร์กลับไป ซึ่งแต่ก่อนพวกเขาไม่เคยใส่ใจเพราะไม่มีใครมีความรู้พอที่จะสอนรุ่นเยาว์ของพวกเขาได้แต่ในตอนนี้พวกเขากลับมีหวังขึ้นมาเพราะมีอู๋ซวนมาช่วยสั่งสอนให้
และยังมีอีกหลายเกาะที่เป็เหมือนพวกเขาแต่ก็มีเพียงไม่กี่เกาะที่เรือลำใหญ่ขนาดนี้จะนำเด็กในเกาะของพวกเขากลับไปสักคนหากเกาะใดสามารถทำให้เรือลำใหญ่นี้นำเด็กในเกาะของตนกลับไปได้เกาะนั้น ๆแทบจะเรียกได้ว่าหลุดพ้นจากความอดอยากเลยก็ว่าได้ เพราะเงินทองและทรัพย์สินที่พวกเขาได้รับตอบแทนกลับมาสามารถทำให้พวกเขาทั้งเกาะมีอยู่มีกินได้อีกนับหลายสิบปีเลยก็ว่าได้